Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจจับกุมหญิงชาวเชียงรายในคดีฉ้อโกงการลงทุนใน TikTok มูลค่ามหาศาล

Published

on

ตำรวจจับกุมหญิงชาวเชียงรายในคดีฉ้อโกงการลงทุนใน TikTok มูลค่ามหาศาล

ตำรวจคอมมานโดบุกรวบตัวหญิงวัย 57 ปี คาสถานีรถไฟลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับติดตัวในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อย่างร้ายแรง เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาทำงานเป็นแม่บ้านในกาสิโนเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และเป็นเจ้าของบัญชีม้าที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกเหยื่อ

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมบนเฟซบุ๊กเพื่อชวนเชื่อคนให้สมัครเป็นนายหน้าแอปพลิเคชันติ๊กต็อก กลุ่มคนร้ายอ้างว่างานนี้ทำง่ายและสร้างรายได้สูงถึงห้าแสนบาทต่อเดือน จนมีเหยื่อหลงเชื่อกดลิงก์เชื่อมต่อเข้าไปคุยในไลน์ จากนั้นถูกหว่านล้อมให้โอนเงินลงทุนร่วมกันจับคู่สินค้าเพื่อรับผลตอบแทนสูงในระยะแรก

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • ผู้เสียหายถูกโฆษณาปลอมบนเฟซบุ๊กหลอกลวงให้ร่วมลงทุนเป็นนายหน้าแอปพลิเคชันติ๊กต็อก
  • เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปทั้งหมด 17 ครั้ง รวมเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,803,195 บาท
  • ตำรวจคอมมานโดจับกุมหญิงอายุ 57 ปี เจ้าของบัญชีม้าที่ใช้รับเงินโอนจากเหยื่อรายนี้
  • ผู้ต้องหาอ้างว่ามอบบัตรเอทีเอ็มให้ผู้อื่นไปเพื่อแลกกับเงินสองพันบาท แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

กลลวงโอนเงินซ้ำซ้อน 17 ครั้ง

ในช่วงแรกมิจฉาชีพโอนเงินปันผลกลับมาให้เหยื่อ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นคนร้ายเริ่มอ้างเหตุผลสารพัดเพื่อไม่ให้เหยื่อถอนเงินสดออกมาได้ง่ายๆ เช่น ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบหรือยืนยันสิทธิ์

เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหาไปมากถึง 17 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 1.8 ล้านบาท เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอกลวงแน่นอนแล้วจึงตัดสินใจแจ้งความผ่านระบบ ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ ทันทีเพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามคดี

คำให้การที่ขัดแย้งของคนร้าย

จากการสอบสวนเบื้องต้น หญิงผู้ต้องหาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการหลอกลวงออนไลน์ในครั้งนี้ เธอบอกว่าเดินทางไปทำงานเป็นแม่บ้านที่กาสิโนในปอยเปตด้วยพาสปอร์ตที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีชายไทยมาชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร

ผู้ต้องหาอ้างว่าเปิดบัญชีใหม่ไม่ได้ จึงมอบบัตรเอทีเอ็มเก่าของตนเองให้ไปแทน โดยหวังเงินตอบแทนเพียงสองพันบาท ทางตำรวจคอมมานโดระบุว่าคำให้การนี้ยังขัดแย้งกับหลักฐานการโอนเงิน และเชื่อว่าเธออาจเป็นนักพนันในกาสิโน

คำเตือนจากตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนผ่านทาง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ระวังโฆษณาชวนเชื่อบนโลกออนไลน์ มิจฉาชีพมักใช้คำว่าลงทุนน้อยแต่ได้กำไรสูงเพื่อดึงดูดความสนใจของเหยื่อที่อยากมีรายได้เสริม

หากมีการอ้างชื่อบริษัทใหญ่หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง ขอให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจโอนเงิน และที่สำคัญที่สุดคือห้ามเปิดบัญชีม้าหรือมอบบัตรเอทีเอ็มให้ผู้อื่นเด็ดขาดเพราะมีโทษทางกฎหมายขั้นรุนแรง

ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้”ในเชียงใหม่

ด่วน! ตำรวจจับกุมคู่สามีภรรยาลักลอบขนยาบ้า 200,000 เม็ดจากเชียงราย

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจจับกุมแล้ว! ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ต่อยหน้าผู้หญิง โดยอ้างว่าโมโหจัด

Rebecca Kim

Published

on

จับแล้ว! หนุ่มหัวร้อนทุบรถชกหน้าสาว อ้างฉุนถูกชนก่อน

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – ตำรวจรวบตัวแล้วสำหรับวัยรุ่นชายอายุ 19 ปีที่ก่อเหตุระทึกขวัญกลางถนนบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ชายคนดังกล่าวได้ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามและทุบกระจกรถยนต์ของหญิงสาววัย 27 ปีอย่างเกรี้ยวกราด เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ใช้ถนนอย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมรุนแรงถึงขั้นชกเข้าที่ใบหน้าของผู้เสียหายจนฟกช้ำอย่างเห็นได้ชัด

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์มาจากความเข้าใจผิดและการใช้ความรุนแรงบนท้องถนน ผู้เสียหายเล่าว่าเธอเพียงแค่บีบแตรเตือนสั้นๆ ขณะที่รถจักรยานยนต์พยายามเบรกกะทันหันเพื่อกลับรถในจุดที่เลยทางกลับรถมาแล้ว สิ่งนี้ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงและขับรถไล่ตามมาก่อเหตุดังกล่าวกลางถนน

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจจับกุมชายวัย 19 ปี: ผู้ก่อเหตุทุบรถและทำร้ายร่างกายหญิงสาววัย 27 ปี บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ถูกตำรวจเชิญตัวมาสอบสวนแล้ว
  • สาเหตุจากเสียงแตร: หญิงสาวบีบแตรเตือนสั้นๆ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจ กระโดดทุบกระจกรถและชกเบ้าตาอย่างรุนแรง
  • อ้างไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิง: ผู้ก่อเหตุอ้างว่าถูกรถเก๋งเฉี่ยวชนก่อน และอ้างว่าหากรู้แต่แรกว่าเป็นผู้หญิงจะไม่ลงมือทำร้ายเด็ดขาด

นาทีระทึกกลางห้าแยกลาดพร้าว

เมื่อการจราจรติดขัดจนรถไม่สามารถขยับได้ ชายหนุ่มคนนี้ได้เดินตรงเข้ามาที่รถของผู้เสียหายทันที เขากระชากประตูและทุบกระจกฝั่งคนขับพร้อมด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรง แม้ว่าผู้เสียหายจะพยายามยกมือไหว้ขอโทษจากในรถแล้ว แต่เขากลับยิ่งโมโหและกระโดดขึ้นไปกระทืบกระจกหน้ารถจนแตกร้าวเสียหายหนัก

ด้วยความตกใจกลัวและทำอะไรไม่ถูก ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเปิดประตูรถออกมาเพื่อหวังจะพูดคุยเจรจาและขอโทษอีกครั้ง แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อคู่กรณีไม่ยอมรับฟังเหตุผลใดๆ เขาตัดสินใจชกเข้าที่บริเวณเบ้าตาซ้ายของเธออย่างแรงจนเกิดรอยเขียวช้ำ หลังจากระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว เขาก็ได้หลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุทันที

พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทางหลบหนี แม้ว่าในตอนแรกจะตามตัวได้ยากเพราะผู้ก่อเหตุสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามเชิญตัวมาสอบปากคำได้สำเร็จ ตามรายงานข่าวจาก ไทยรัฐออนไลน์

คำให้การและประวัติที่ไม่ธรรมดา

นายณัฐนนท์ ผู้ก่อเหตุวัย 19 ปี ได้ให้การกับตำรวจว่า ตนเองถูกผู้เสียหายขับรถเฉี่ยวชนก่อน แต่คู่กรณีไม่ยอมจอดรถลงมาพูดคุย เขาพยายามขี่รถตามและเรียกแล้วแต่ไม่เป็นผล จึงทำให้เกิดความโมโหอย่างมากจนขาดสติและก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

เขายอมรับผิดและอ้างว่ารู้สึกสำนึกกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่าถ้ารู้แต่แรกว่าคนขับเป็นผู้หญิงก็คงจะไม่ทำร้ายร่างกายแบบนั้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าชายคนนี้เคยก่อเหตุใช้หินขว้างกระจกรถยนต์จนแตกมาแล้วถึงสองครั้งในพื้นที่อื่น เพียงเพราะความไม่พอใจที่ถูกบีบแตรใส่

ทางด้านผู้เสียหายวัย 27 ปียืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด เธอระบุชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับเพียงแค่กระเช้าดอกไม้เพื่อเป็นการขอโทษอย่างแน่นอน เธอมองว่าการกระทำรุนแรงเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครบนท้องถนน และหากมีการเฉี่ยวชนกันจริงตามที่คู่กรณีอ้าง เธอก็พร้อมที่จะรับผิดชอบความเสียหายในส่วนนั้นตามความเป็นจริง

พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ตำรวจเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกายผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ พร้อมทั้งเตรียมตรวจสอบสารเสพติดและระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ก่อเหตุด้วย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

Rebecca Kim

Published

on

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – เหตุการณ์ระทึกขวัญบนท้องถนนกรุงเทพมหานครกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง ล่าสุดเกิดเหตุชายขี่รถจักรยานยนต์ทำร้ายร่างกายผู้หญิงอายุ 27 ปี เธอเป็นคนขับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ส บริเวณห้าแยกลาดพร้าว โดยมีสาเหตุเพียงแค่เธอพยายามบีบแตรเตือนเท่านั้น

ความคืบหน้าล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนได้ทำงานอย่างหนัก จนตอนนี้สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ทางตำรวจยืนยันว่าจะต้องนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษทางกฎหมายให้เร็วที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • ตำรวจรู้ตัวคนร้ายที่ขี่จักรยานยนต์ทุบรถและทำร้ายสาวขับรถฮอนด้าแจ๊สแล้ว
  • พบประวัติคนร้ายเคยก่อเหตุพฤติกรรมรุนแรงแบบเดียวกันในหลายพื้นที่
  • รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุถูกขายต่อแบบ “โอนลอย” มาแล้วถึง 3 ทอด

การตามล่าตัวคนร้ายเริ่มต้นจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ทีมชุดสืบสวนได้ไล่เรียงเส้นทางหลบหนีจนพบเบาะแสสำคัญของรถจักรยานยนต์ อย่างไรก็ตาม การทำงานของตำรวจกลับพบอุปสรรคเล็กน้อยจากระบบการซื้อขายยานพาหนะ

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า รถจักรยานยนต์คันนี้มีการซื้อขายเปลี่ยนมือกันมาแล้วถึง 3 ทอด การซื้อขายทั้งหมดเป็นรูปแบบการโอนลอย ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง ทำให้การตามหาตัวผู้ขับขี่ต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น

ก่อนหน้านี้ ทางตำรวจได้เรียกตัวเจ้าของรถตามเอกสารมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวแล้ว แต่ผู้เสียหายยืนยันชัดเจนว่าผู้ชายคนดังกล่าวไม่ใช่คนที่ลงมือทำร้ายเธอ ทางตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม และเตรียมให้ผู้เสียหายชี้ภาพยืนยันตัวผู้ก่อเหตุตัวจริงอีกครั้ง

แฉประวัติภัยสังคม ก่อเหตุซ้ำซาก

ข้อมูลจากชุดสืบสวนเปิดเผยให้เห็นถึงความอันตรายของผู้ก่อเหตุรายนี้ เขามีพื้นเพเป็นคนในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ที่น่าตกใจคือเขาไม่ได้ก่อเหตุรุนแรงบนถนนลักษณะนี้เป็นครั้งแรก

ตำรวจพบว่าชายคนนี้มีพฤติการณ์ใช้ความรุนแรงบนท้องถนนลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เขาถือเป็นภัยสังคมที่สร้างความหวาดผวาให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน การปล่อยตัวไว้อาจทำให้มีเหยื่อรายต่อไปเกิดขึ้นได้

ขณะนี้ชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน ประสานงานร่วมกับทีมสืบนครบาล 2 อย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างสุดความสามารถ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก ผู้จัดการออนไลน์

ปัญหาการโอนลอย และถนนหัวร้อน

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่สองเรื่องในสังคมไทยอย่างชัดเจน เรื่องแรกคือปัญหาความรุนแรงบนท้องถนนที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ การบีบแตรเพื่อความปลอดภัยกลับกลายเป็นชนวนเหตุให้เกิดการทำร้ายร่างกายที่รุนแรง

เรื่องที่สองคือช่องโหว่ของการซื้อขายรถยนต์และจักรยานยนต์แบบโอนลอย การไม่เปลี่ยนชื่อให้ถูกต้อง ทำให้มิจฉาชีพสามารถใช้รถเหล่านี้เป็นเครื่องมือหลบหนีความผิดได้ เพราะตำรวจจะแกะรอยตามตัวได้ยากกว่าปกติ

ทางเจ้าหน้าที่จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ทำธุรกรรมซื้อขายรถอย่างถูกต้องเสมอ นอกจากนี้ หากพบเจอเหตุการณ์รุนแรงบนถนน ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

วิธีรับมือเมื่อเจอคนหัวร้อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำว่า หากคุณต้องเผชิญหน้ากับคนขับรถที่มีอารมณ์รุนแรง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการควบคุมสติ อย่าพยายามตอบโต้หรือแสดงท่าทีท้าทายกลับไปเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย

ให้คุณปิดกระจกและล็อกประตูรถทุกบานทันที หากเป็นไปได้ควรขับรถไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน หรือสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด อย่าจอดรถลงไปเจรจาด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง

การติดตั้งกล้องหน้ารถเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรมี ภาพจากกล้องจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ตำรวจสามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้รวดเร็วขึ้น เหมือนกับกรณีของหญิงสาวรายนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

Rebecca Kim

Published

on

จับ 11 ต่างชาติหนีแก๊งสแกมเมอร์ ซุกไร่อ้อยแม่สอด

จังหวัดตาก – เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของไทยสนธิกำลังรวบตัวชาวต่างชาติ 11 คน ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก หลังจากได้รับเบาะแสว่ามีการแอบข้ามพรมแดนผ่านแม่น้ำเมย

กลุ่มชาวต่างชาติดังกล่าวได้หลบซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อยของชาวบ้านในตำบลแม่กาษา เจ้าหน้าที่คาดว่าพวกเขาอาจหลบหนีมาจากเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้เข้าควบคุมตัวทั้งหมดเพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย

สรุปประเด็นสำคัญ  

  • จับกุมชาวต่างด้าว 11 คน จาก 7 สัญชาติ ทั้งจากทวีปเอเชียและแอฟริกา ที่ลักลอบข้ามแม่น้ำเมยเข้ามาในไทย
  • พบผู้ต้องหาซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย คาดว่าหนีขบวนการหลอกลวงออนไลน์">หลอกลวงออนไลน์ (สแกมเมอร์) จากฝั่งเมียวดี
  • การปะทะและสู้รบในเมียนมา เป็นอีกหนึ่งปัจจัยเร่งที่ทำให้เกิดการลักลอบข้ามแดนเพื่อหนีภัยอันตราย

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ถูกจับกุมมาจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก พวกเขารวมตัวกันเพื่อหลบหนีข้ามพรมแดน โดยมีทั้งหมด 7 สัญชาติ ซึ่งแบ่งเป็นชาวจีน 4 คน อินเดีย 2 คน ปากีสถาน 1 คน และเวียดนาม 1 คน

นอกจากกลุ่มชาวเอเชียแล้ว ยังมีชาวแอฟริกันอีก 3 คน ประกอบด้วยชาวไนจีเรีย เคนยา และผู้ที่มาจากประเทศในแอฟริกาอีก 1 คน ทุกคนไม่มีเอกสารประจำตัวหรือหลักฐานการเดินทางที่ถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องควบคุมตัวไว้ตามระเบียบ

การลักลอบข้ามแดนผ่านแม่น้ำเมยมักเกิดขึ้นอยู่เสมอ เนื่องจากแม่น้ำมีขนาดแคบและตื้นเขินในบางฤดูกาล ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถเดินข้ามมายังฝั่งไทยได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ห่างไกลจากการลาดตระเวน

หนีสแกมเมอร์และภัยสงคราม

สาเหตุหลักที่ชาวต่างชาติกลุ่มนี้หลบหนีเข้ามา คาดว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเครือข่ายสแกมเมอร์ พื้นที่ฝั่งเมียวดีของเมียนมาขึ้นชื่อเรื่องการเป็นฐานที่ตั้งของธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ เมื่อพวกเขาทนสภาพการทำงานไม่ได้จึงต้องหาทางหนีเอาตัวรอด

นอกจากเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติแล้ว สถานการณ์ความตึงเครียดในเมียนมาก็มีส่วนสำคัญ มีรายงานการปะทะกันอย่างต่อเนื่องระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังชนกลุ่มน้อย การสู้รบที่รุนแรงทำให้เกิดความไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ผู้คนตัดสินใจอพยพข้ามฝั่ง

การปราบปรามของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองตาก ได้ทำงานร่วมกับทหารชุดเฉพาะกิจราชมนูอย่างใกล้ชิด การสนธิกำลังครั้งนี้ช่วยให้สามารถเข้าถึงพื้นที่เป้าหมาย และรวบตัวผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมดถูกส่งตัวดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน พ.ศ. 2565 (2022) ทางการไทยยังคงรักษาการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเข้าเมืองผิดกฎหมาย และกำลังขยายการสืบสวนเพื่อระบุและจับกุมเครือข่ายผู้ลักลอบค้ามนุษย์

การหลั่งไหลของกลุ่มลักลอบเข้าเมือง สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนแม่สอด ชุมชนต้องเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เนื่องจากไม่ทราบประวัติที่แท้จริงของบุคคลแปลกหน้าเหล่านี้

กลุ่มคนเหล่านี้มักใช้พื้นที่ทางการเกษตรที่ห่างไกลเป็นที่ซ่อนตัว ทำให้เกษตรกรเจ้าของไร่อ้อยต้องเพิ่มความระมัดระวัง หน่วยงานภาครัฐจึงขอความร่วมมือจากประชาชน ให้ช่วยแจ้งเบาะแสทันทีที่พบเห็นบุคคลต้องสงสัย เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชาวต่างชาติถูกจับกุมที่เกาะสมุย หลังขับ SUV สุดระทึก

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย - Chiang Rai News6 hours ago

ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน
ข่าวธุรกิจ Business9 hours ago

ททท. แจกส่วนลดตั๋วบิน 500 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ 300 ล้าน

จับแล้ว! หนุ่มหัวร้อนทุบรถชกหน้าสาว อ้างฉุนถูกชนก่อน
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 hours ago

ตำรวจจับกุมแล้ว! ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนที่ต่อยหน้าผู้หญิง โดยอ้างว่าโมโหจัด

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 hours ago

หญิงอายุ 27 ปี แจ้งความกับตำรวจหลังจากถูกชกเข้าที่ใบหน้า

จับ 11 ต่างชาติหนีแก๊งสแกมเมอร์ ซุกไร่อ้อยแม่สอด
ข่าวอาชญากรรม - Crime10 hours ago

ชาวต่างชาติ 11 คนที่หลบหนีแก๊งมิจฉาชีพถูกจับกุมขณะซ่อนตัวอยู่ในไร่อ้อย

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G
ข่าวอาชญากรรม - Crime11 hours ago

AIS ยกระดับเทศกาลโคมไฟลำพูนด้วยเทคโนโลยี 5G

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก

PHP2Shell
เทคโนโลยี - Tech1 day ago

รับมือ PHP2Shell: ไทยเร่งอุดช่องโหว่สกัดแฮกเกอร์

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ไทยจ่อแก้กฎหมายยาเสพติด: ขัง 7 วัน-ฟันผู้เสพติด

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

สิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance3 weeks ago

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ข่าว - News4 weeks ago

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ปิดทำการหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.
สภาพอากาศ - Weather4 weeks ago

เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ

ราคาทองคำวันนี้

24 October 2026, 09:03

Gold bar 96.5%
Buy
63,900.00
Sell
64,100.00
▼ -250
Gold ornament 96.5%
Buy
62,625.96
Sell
64,900.00

Baht per 1 baht-weight (15.244 g)
Source: Gold Traders Association

Download Our App

Trending