เชียงราย - Chiang Rai News
การต่อสู้เร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการทำเหมืองผิดกฎหมายและปกป้องแม่น้ำในจังหวัดเชียงราย
ชียงราย – กลุ่มภาคประชาสังคมและนักวิชาการกำลังเตรียมจัด “ธรรมะยาตรา” (การแสวงบุญทางพุทธศาสนา) เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศใช้เวทีระหว่างประเทศกดดันประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากการค้นพบเหมืองแร่ผิดกฎหมายกว่า 2,500 แห่ง ที่ปล่อยโลหะหนักปนเปื้อนซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำสำหรับคนไทยหลายแสนคน
เรื่องของสิ่งแวดล้อมและน้ำที่เราใช้ดื่มใช้กินทุกวัน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนต้องให้ความสำคัญครับ ล่าสุด ประเทศไทยทางภาคเหนือของเรากำลังเจอกับปัญหาใหญ่ นั่นคือ “มลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน” ซึ่งปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 1 ปีเต็มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาจากทางภาครัฐจะยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้แม่น้ำสายสำคัญถึง 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน กำลังตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ เพราะเต็มไปด้วยสารเคมีและโลหะหนักที่อันตรายต่อสุขภาพ
สาเหตุหลักของเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านเราครับ แต่มาจากเหมืองแร่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้หนักหนาจนกลุ่มชาวบ้าน นักอนุรักษ์ และนักวิชาการต้องจับมือกัน เตรียมจัดกิจกรรมเดินขบวนที่เรียกว่า “ธรรมยาตรา” เพื่อส่งเสียงดังๆ ไปถึงรัฐบาลไทย ให้เร่งหาทางออกในระดับนานาชาติอย่างเร่งด่วน
สัญญาณอันตราย: เหมืองเถื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
เพื่อให้เข้าใจปัญหาได้ง่ายขึ้น เราต้องมองย้อนกลับไปถึงความต้องการแร่ธาตุในตลาดโลกครับ ทุกวันนี้โลกเราต้องการ “แร่หายาก” (Rare Earth) รวมถึงแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เพื่อเอาไปผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า พอความต้องการสูงขึ้น เหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านก็ผุดขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย
จากรายงานของ สำนักข่าว News1 ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากสถาบันวิจัยระดับโลก ยืนยันว่าเหมืองแร่ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและควบคุมอย่างถูกต้องเหล่านี้ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจมากครับ จากเดิมปีที่แล้วมีประมาณ 2,300 แห่ง ตอนนี้พุ่งสูงถึง 2,582 แห่งแล้ว การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ ส่งผลให้สารเคมีและโลหะหนักจากการทำเหมืองไหลลงสู่แม่น้ำทั้ง 5 สายอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ประเทศไทยของเราเองก็เป็นทางผ่านของการนำเข้าแร่ธาตุเหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแร่พลวง แมงกานีส ตะกั่ว หรือดีบุก โดยขนส่งผ่านด่านชายแดนหลายแห่ง ตั้งแต่เชียงแสน แม่สาย แม่สอด ยาวไปจนถึงประจวบคีรีขันธ์และระนอง เพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน กลายเป็นว่าบ้านเราต้องมารับผลกระทบจากกระบวนการผลิตและการค้าเหล่านี้เต็มๆ

ผลกระทบถึงหน้าบ้าน: เมื่อแหล่งน้ำประปาเต็มไปด้วยโลหะหนัก
มลพิษเหล่านี้ไม่ได้ลอยอยู่แค่ในอากาศหรือจบแค่ที่ชายแดน แต่มันซึมลึกเข้าไปในน้ำ ดิน และตะกอนดิน ที่ชาวบ้านใช้ทำไร่ทำนาและใช้ในชีวิตประจำวัน หากสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย ก็จะสะสมและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในระยะยาวได้
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ลองมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกันครับ:
- วิกฤตแหล่งน้ำดิบ: การประปาส่วนภูมิภาคไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกได้อีกต่อไป เพราะมีสารปนเปื้อนโลหะหนักสูงมาก จนต้องมีแผนสร้างที่กั้นแม่น้ำลาวเพื่อดึงน้ำมาใช้แทน ซึ่งโครงการนี้ต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลถึง 2,100 ล้านบาท
- ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก: เฉพาะคนที่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำกกก็มีมากถึง 40,000 ครอบครัว หรือราวๆ 160,000 คนแล้ว ถ้ารวมชาวบ้านริมแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเข้าไปด้วย จะมีคนเดือดร้อนรวมกันไม่ต่ำกว่า 70,000 ครอบครัว
- ผลกระทบต่อดินและการเกษตร: สารปนเปื้อนในดินทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีความเสี่ยงที่จะมีสารพิษตกค้าง ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค

ธรรมยาตรา: ก้าวเดินเพื่อทวงคืนสายน้ำที่ใสสะอาด
เมื่อปีก่อน (วันที่ 5 มิถุนายน 2568) เครือข่ายประชาชนได้เคยจัดกิจกรรมและยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลไทย จีน และเมียนมา ช่วยกันแก้ปัญหานี้แล้ว แต่หลังจากนั้น รัฐบาลไทยมีการพูดคุยกับเมียนมาเพียงแค่ครั้งเดียวในเดือนสิงหาคม 2568 แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกเลย
เมื่อเสียงเรียกร้องเดิมยังไม่เป็นผล ภาคีเครือข่าย นำโดย อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา พร้อมด้วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงตัดสินใจจัดกิจกรรม “ธรรมยาตรา” ขึ้นอีกครั้ง
เป้าหมายและเส้นทางของกิจกรรมธรรมยาตรา มีดังนี้:
- วันเวลาจัดงาน: เริ่มเดินตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 (ตรงกับวันวิสาขบูชา) ยาวไปจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก รวมเวลาจัดกิจกรรม 6 วันเต็ม
- เส้นทางก้าวเดิน: ขบวนจะเริ่มต้นจาก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเดินเลาะฝั่งซ้ายของแม่น้ำกก ไปสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
- การแวะรับฟังปัญหา: ตลอดเส้นทาง ขบวนจะแวะพักตามหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เช่น บ้านหาดชมพู บ้านใหม่หมอกจ๋าม และบ้านรวมมิตร เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ระบายความเดือดร้อน
- รวมพลังทางน้ำในวันสุดท้าย: คณะสงฆ์และภาคประชาชนจะร่วมกันล่องเรือ 15 ลำ ไปยังสะพานแม่ฟ้าหลวง เพื่อร่วมกับกลุ่มศิลปินในการแสดงสัญลักษณ์ปกป้องแม่น้ำ
ข้อเรียกร้องถึงผู้นำ: ถึงเวลาต้องใช้เวทีโลกกดดัน
การเดินขบวนครั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านและนักวิชาการตั้งใจที่จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเองที่จังหวัดเชียงราย
อาจารย์เตือนใจ ได้ให้มุมมองที่สำคัญมากว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องภายในท้องถิ่น แต่เป็น “ปัญหาระดับโลก” ไปแล้ว ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในระบบการค้าแร่ธาตุ จะยอมให้มีการทำเหมืองผิดกฎหมายที่ปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมแบบนี้ต่อไปไม่ได้ รัฐบาลควรใช้เวทีเจรจาระดับนานาชาติ เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) หรือ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เข้ามากดดัน เพื่อให้เกิดการทำเหมืองที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และปลอดภัย
แม่น้ำทั้ง 5 สายเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนนับแสน การที่เราปล่อยให้สายน้ำเหล่านี้ถูกทำลายจากสารเคมีข้ามพรมแดน ก็เหมือนกับการปล่อยให้วิถีชีวิตและสุขภาพของคนไทยแย่ลงทุกวัน ปัญหานี้ใหญ่เกินกว่าที่ชาวบ้านจะแก้ไขกันเองได้ หวังว่าการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ จะเป็นเสียงที่ดังพอให้รัฐบาลตื่นตัว และร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะเรื่องของแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม คือเรื่องของชีวิตที่รอไม่ได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตแม่น้ำโขงเชียงรายน่าห่วง! พบ “สารหนู” พุ่งสูงเกินมาตรฐาน สัตว์หน้าดินเสี่ยงสูญพันธุ์กว่า 60%
ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
เกิดอุบัติเหตุที่เชียงราย! คนขับหนีออกมาจากรถที่กำลังลุกไหม้ได้สำเร็จ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.30 น. เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณแยกไฟแดงวิเรียม จังหวัดเชียงราย รถยนต์เก๋งพุ่งชนกับรถบรรทุก 6 ล้ออย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้รถเก๋งอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาในช่วงเช้ามืดเป็นอย่างมาก
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจาก มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศลเชียงราย ได้รีบจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำรถเก๋งทั้งคันอย่างน่ากลัว สถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤตที่ต้องได้รับการควบคุมทันที
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุเก๋งชนรถบรรทุก 6 ล้อ เกิดขึ้นเวลา 04.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2569 ที่แยกไฟแดงวิเรียม
- ไฟลุกไหม้รถเก๋งเสียหายทั้งคัน แต่คนขับสามารถหนีออกมาได้ทันและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
- เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลา 30 นาทีในการดับไฟ ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุ
ปฏิบัติการระงับเหตุและควบคุมเพลิง
เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิแสงธรรมฯ ได้ประสานงานร่วมกับทีมดับเพลิงจากเทศบาลตำบลสันทรายทันที พวกเขาช่วยกันระดมฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟที่กำลังลุกโชนอย่างหนัก การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการเข้าประชิดตัวรถ พวกเขาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้สำเร็จ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งคันจนเหลือแต่โครงเหล็ก
วินาทีชีวิตและการสอบสวนหาสาเหตุ
ท่ามกลางความเสียหายที่เกิดขึ้น นับว่ายังมีเรื่องโชคดีและปาฏิหาริย์ คนขับรถยนต์เก๋งสามารถตั้งสติและเปิดประตูหนีตายออกจากตัวรถได้ทันเวลา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามเผาผลาญห้องโดยสาร เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากทีมกู้ภัย
ในส่วนของรายละเอียดเกี่ยวกับอุบัติเหตุ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พวกเขากำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณแยกไฟแดงวิเรียม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชนครั้งนี้
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดที่ทัศนวิสัยอาจย่ำแย่ ทั้งนี้ ต้องขอชื่นชมความร่วมมืออย่างรวดเร็วของหน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังพบข้อกล่าวหาเรื่องการทารุณกรรมที่น่าตกใจ
เชียงราย - Chiang Rai News
หน่วยลาดตระเวนแม่น้ำโขงเชียงรายยึดยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด
เชียงราย – เมื่อคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 19.45 น. เจ้าหน้าที่ไทยได้สกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดครั้งใหญ่ น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับการ นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วนให้ น.ท.วรวิทย์ นพเก้า นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษออกลาดตระเวนทันที เป้าหมายคือการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนไทยและสปป.ลาว ติดแม่น้ำโขง ด้านอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การลาดตระเวนครั้งนี้มีความสำคัญมากในการป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างหนักและเข้มงวดตลอดแนวชายแดนริมน้ำ พวกเขาเฝ้าระวังทุกจุดเสี่ยงในเวลากลางคืน จนกระทั่งพบความผิดปกติในพื้นที่เป้าหมายอย่างชัดเจนและนำไปสู่การตรวจค้น
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ไทยยึดยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 6.1 ล้านเม็ด ริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
- พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดทิ้งไว้ พร้อมกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวน 21 ใบซ่อนอยู่ใกล้ๆ
- ยึดโทรศัพท์มือถือและเสื้อแจ็คเก็ตในรถ เพื่อใช้สืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
พบรถต้องสงสัยและกองถุงดำ
เมื่อทีมลาดตระเวนเดินทางถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำในพื้นที่หมู่บ้านแซว หมู่ 1 ตำบลบ้านแซว พวกเขาพบรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งจอดอยู่ริมฝั่ง ท่าทีของรถคันนี้ดูน่าสงสัยมาก เจ้าหน้าที่จึงค่อยๆ เข้าตรวจสอบพื้นที่รอบรถอย่างระมัดระวัง แต่กลับไม่พบบุคคลใดอยู่บริเวณนั้นเลย คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะไหวตัวทันและอาศัยความมืดหลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาถึง
แม้จะไม่พบตัวผู้กระทำผิด แต่บริเวณใกล้กับรถยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นถุงพลาสติกสีดำกองใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเปิดถุงเพื่อตรวจสอบ พวกเขาพบกระสอบฟางสีรุ้งซุกซ่อนอยู่ด้านใน รวมทั้งหมดจำนวน 21 ใบ ซึ่งนี่เป็นวิธีที่กลุ่มคนร้ายมักใช้ในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติมาโดยตลอด
ตรวจยึดยาบ้า 6.1 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดกระสอบทั้งหมดเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในอย่างละเอียด ผลปรากฏว่ากระสอบใบที่ 1 ถึง 20 บรรจุยาบ้าเอาไว้ใบละประมาณ 300,000 เม็ด ส่วนกระสอบใบที่ 21 ซึ่งเป็นใบสุดท้าย บรรจุยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด เมื่อนับรวมกันแล้ว มียาบ้าของกลางทั้งหมดประมาณ 6,100,000 เม็ด การตรวจยึดของกลางในครั้งนี้ช่วยป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้กระจายเข้าสู่ชุมชนได้สำเร็จ
นอกจากยาบ้าแล้ว การตรวจค้นภายในรถยนต์เพิ่มเติมยังพบหลักฐานสำคัญอีกสองชิ้น ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ 1 ตัว เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที หลังจากนั้นได้ส่งมอบให้กองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลักฐานเหล่านี้จะถูกนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือและข้อมูลการติดต่อ เพื่อสืบสวนขยายผลและตามล่าตัวผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News
มรภ.เชียงราย จัดพิธีรำลึก 9 ปี วันนวมินทรมหาราช ร.9
เชียงราย – มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดงานบุญครั้งใหญ่ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 งานนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาส “วันนวมินทรมหาราช” วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว พิธีนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 โดยมีประชาชนและนักศึกษาเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News24 hours agoตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

