Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน “วิสาขธรรมยาตรา” ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย

Local citizens, monks, and activists embark on a 60-kilometer walk to demand immediate government action against heavy metal contamination from illegal rare earth mining.

Published

on

ประชาชนหลายพันคนเดินขบวนในภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อเรียกร้องให้ปกป้องแม่น้ำจากมลพิษจากการทำเหมืองแร่ที่เป็นพิษ

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย -เช้าตรู่ของวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 บรรยากาศบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยความคึกคักและพลังแห่งความหวัง ภาพของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรกว่า 200 รูป เดินนำหน้าขบวนอย่างสงบ ตามด้วยเด็กนักเรียนและประชาชนทั่วไปอีกนับพันคน นี่คือจุดเริ่มต้นของกิจกรรม “วิสาขธรรมยาตราปกป้องแม่น้ำข้ามแดน” ซึ่งริเริ่มโดยเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน ร่วมกับมูลนิธิร่มไทยและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าตอน ท่านสามารถตรวจสอบ ข่าวต้นฉบับได้ที่เว็บไซต์แนวหน้า

กิจกรรมนี้ไม่ใช่เพียงการเดินขบวนธรรมดา แต่เป็นการส่งเสียงสะท้อนจากความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องทนรับผลกระทบจากสารพิษในแม่น้ำมาอย่างยาวนาน เป้าหมายคือการเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร จากอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่สะพานข้ามแม่น้ำกกในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยขบวนจะสิ้นสุดการเดินทางในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

การเลือกวันสำคัญทางพุทธศาสนาอย่าง “วันวิสาขบูชา” เป็นวันเริ่มต้นก้าวแรกนั้นมีความหมายลึกซึ้ง นางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีเปิดงานว่า ธรรมะกับธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน มนุษย์เราเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของธรรมชาติเท่านั้น ดังนั้นการปกป้องธรรมชาติก็คือการปกป้องชีวิตของเราเอง

ในขณะเดียวกัน พระมหานิคม มหาภินิกฺขมโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดท่าตอน ผู้แทนจากคณะสงฆ์ ได้ให้แง่คิดเตือนใจว่า ธรรมยาตราคือการเดินเพื่อประโยชน์สุขของสังคม การเดินด้วยเท้าอาจดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่เท้าของเรานี่แหละที่จะพาเราก้าวข้ามอุปสรรคไปสู่จุดที่สูงกว่า การใช้ความอดทนและความพากเพียรเดินร่วมกันครั้งนี้ คือการปฏิบัติธรรมเพื่อช่วยเหลือสายน้ำที่เปรียบเสมือนแม่ของสรรพสิ่ง

วิกฤตสารพิษข้ามแดน! พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน "วิสาขธรรมยาตรา" ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย

ต้นตอวิกฤต: เหมืองแร่พิษและมลพิษข้ามพรมแดน

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ชาวบ้านกำลังเผชิญ ไม่ได้เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ แต่มาจากน้ำมือมนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มทุนที่เข้าไปลักลอบทำ “เหมืองแร่แรร์เอิร์ท” (แร่หายากที่ใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์) การทำเหมืองเหล่านี้บริเวณต้นน้ำในประเทศเพื่อนบ้าน ขาดการควบคุมและไม่มีมาตรฐานที่ดีพอ ทำให้มีการปล่อยสารเคมีและโลหะหนักลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง

มลพิษเหล่านี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนของประเทศที่ทำเหมือง แต่ได้ไหลลงมาสร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง โดยสายน้ำหลักที่กำลังเผชิญวิกฤตสารปนเปื้อน ได้แก่:

  • แม่น้ำกกและแม่น้ำสาย: แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคหลักของชุมชน ปัจจุบันพบสารโลหะหนักปนเปื้อน จนชาวบ้านไม่กล้าใช้น้ำในชีวิตประจำวันหรือนำไปทำเกษตรกรรม
  • แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง: แหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญของภูมิภาคกำลังเสื่อมโทรม สภาพน้ำที่เปลี่ยนไปส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของคนริมฝั่ง
  • แม่น้ำสาละวิน: สายน้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ เริ่มเผชิญความเสี่ยงจากการขยายตัวของเครือข่ายเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำ

นายบุญโรจน์ กองแก้ว นายก อบต.ท่าตอน สะท้อนภาพความจริงที่เจ็บปวดว่า ตลอดเวลากว่า 1 ปีที่ตรวจพบโลหะหนักในแม่น้ำกก สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือ กิจกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หล่อเลี้ยงชุมชนต้องหยุดชะงักลง เศรษฐกิจท้องถิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักเพียงเพราะสารพิษที่ถูกปล่อยมาจากแหล่งอื่น

ระดับ "โลหะหนัก" ในแม่น้ำของเชียงรายยังคงสูงกว่ามาตรฐาน

เสียงเรียกร้องถึงรัฐบาล: ต้องแก้ที่ “ต้นเหตุ” ไม่ใช่ปลายทาง

เป้าหมายสูงสุดของการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ คือการส่งสารที่ชัดเจนไปถึงรัฐบาล นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือ “ครูตี๋” ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ผู้นำการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำโขง เน้นย้ำว่า วันที่ 5 มิถุนายนนี้ จะเป็นการรวมพลังครั้งใหญ่ที่เชียงราย เพื่อรวบรวมทุกเสียงความเดือดร้อนของชาวบ้านส่งตรงถึงผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะเจาะจงไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งชาวบ้านอยากให้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง

ชาวบ้านไม่ได้ต้องการเพียงแค่วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่พวกเขาต้องการการแก้ปัญหาที่รากเหง้าอย่างแท้จริง

ข้อเรียกร้องหลักจากเครือข่ายประชาชน:

  • เจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน: รัฐบาลไทยต้องใช้เวทีการทูต เพื่อกดดันและขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านให้หยุดการปล่อยสารพิษลงสู่สายน้ำ
  • เอาผิดกลุ่มทุนในห่วงโซ่อุปทาน: ประเทศหรือบริษัทที่รับซื้อแร่จากเหมืองเถื่อนเหล่านี้ ต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นข้ามพรมแดน
  • จัดการเหมืองแร่ให้ถูกต้อง: หากจะมีการทำเหมือง ต้องทำอย่างมีระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ และไม่ปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

วิกฤตสารพิษข้ามแดน! พลังมวลชนนับพันร่วมขบวน "วิสาขธรรมยาตรา" ทวงคืนความสะอาดให้แม่น้ำ 6 สาย

บทสรุป: สายน้ำคือชีวิต การปกป้องแม่น้ำคือการปกป้องอนาคต

น.ส.แสงระวี สุวีรกานย์ รองประธานมูลนิธิร่มโพธิ์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “การปกป้องแม่น้ำก็คือการปกป้องชีวิต” วิกฤตสารพิษในแม่น้ำ 6 สายครั้งนี้ เป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคน

การเดิน “วิสาขธรรมยาตรา” ตลอดระยะทาง 60 กิโลเมตร ไม่ใช่แค่หน้าที่ของคนเชียงใหม่หรือเชียงราย แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของประชาชนตัวเล็กๆ ที่พร้อมจะรวมพลังกันปกป้องบ้านเกิด เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตได้มีแม่น้ำที่ใสสะอาดและปลอดภัย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของชุมชนใดชุมชนหนึ่งอีกต่อไป แต่นี่คือวาระสำคัญระดับภูมิภาคที่รัฐบาลต้องรับฟังและเร่งลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ข่าวเด่นประจำเชียงราย:

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติด 500,000 เม็ด ซ่อนไว้ในยางอะไหล่

เหยี่ยวหลงทางได้รับการช่วยเหลือในจังหวัดเชียงราย หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายด่วน 1362

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

Naree Srisuk

Published

on

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นบนท้องถนนในจังหวัดเชียงราย เมื่อหนุ่มไรเดอร์ถูกรถกระบะชนท้ายอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนต่างๆ โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากสังคมในการตามหาคนร้าย

บรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พวกเขาจึงตัดสินใจประกาศมอบเงินรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท ให้กับพลเมืองดีที่สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายได้สำเร็จ นี่ถือเป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวที่จะนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้จงได้

ประเด็นสำคัญ

  • หนุ่มไรเดอร์ชาวเชียงใหม่ถูกรถกระบะชนท้ายเสียชีวิตอย่างน่าสลดที่จังหวัดเชียงราย
  • เหตุการณ์ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน แต่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับรถกระบะที่หลบหนีได้
  • ญาติผู้เสียชีวิตประกาศตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย

ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้คือ นายกรกช ดวงสุวรรณ ชายหนุ่มอายุ 33 ปี เขาเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิด แต่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เหตุผลหลักที่เขาต้องจากบ้านเกิดมาคือ เขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับลูกสาววัย 2 ขวบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ลูกสาวตัวน้อยของเขาอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาที่จังหวัดเชียงรายหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไป นายกรกชจึงเลือกทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งอาหาร หรือไรเดอร์ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและส่งเสียครอบครัว เขาเป็นคนขยันขันแข็งและรักลูกสาวอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันบนท้องถนน

อุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 00.51 น. ตามรายงานข่าวระบุว่า นายกรกชกำลังขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ เพื่อเดินทางกลับบ้านพักตามปกติเหมือนในทุกๆ วัน

นาทีชีวิตบนถนนสายเลี่ยงเมืองเชียงราย

นายกรกชขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อทางหลวงชนบท ชร.1023 เมื่อเขาขับมาถึงบริเวณใกล้กับทางแยกเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น รถกระบะสีเทาปริศนาพุ่งชนท้ายรถของเขาอย่างจัง

รถกระบะคันก่อเหตุขับตามมาด้วยความเร็วสูงมากจนเบรกไม่ทัน แรงชนมหาศาลทำให้รถจักรยานยนต์ของนายกรกชไถลไปกับพื้นถนนหลายเมตรจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ แทนที่คนขับรถกระบะจะจอดรถลงมาดูเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือ เขากลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นายกรกชนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอย่างโดดเดี่ยว

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รีบนำตัวนายกรกชส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วนที่สุด แต่เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของเขานั้นฉกรรจ์มากเกินไป เขาจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัว

หลังจัดงานศพเสร็จสิ้น ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เพื่อขอให้ตำรวจช่วยติดตามหาตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น

แม้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกป่าแดง ตำบลริมกก จะบันทึกภาพรถกระบะต้องสงสัยไว้ได้ แต่ภาพไม่ชัดเจนพอที่จะระบุหมายเลขทะเบียนหรือยี่ห้อรถได้อย่างแม่นยำ

ทางครอบครัวของนายกรกชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะมอบเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ทันที หากมีพลเมืองดีคนใดมีข้อมูล หรือเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัวคนขับรถกระบะคันนี้ได้ สังคมไทยต้องร่วมมือกันไม่ให้คนทำผิดลอยนวล และช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น “อ่างรับมลพิษ”จากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

Rebecca Kim

Published

on

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดช็อกขึ้นที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรช่วงดึก ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในภาวะเครียดจัด ได้ใช้มีดคมจี้ภรรยาของตนเองเป็นตัวประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในบริเวณตลาดคลองลาน อำเภอคลองลาน ผู้ก่อเหตุคือ นายวุฒิไกร ชายวัย 30 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เขาย้ายมาทำงานและอาศัยอยู่กับภรรยาในพื้นที่นี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในคืนดังกล่าว

ประเด็นสำคัญ  

  • ชายวัย 30 ปีเกิดอาการเครียดสะสม และใช้มีดจี้คอภรรยาเป็นตัวประกันในร้านสะดวกซื้อ
  • ต้นเหตุมาจากความน้อยใจที่เกิดอุบัติเหตุรถล้ม แต่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจหรือเป็นห่วงตนเอง
  • ตำรวจใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมกว่า 1 ชั่วโมง จนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัวและภรรยาปลอดภัย

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน นายวุฒิไกรได้ขับรถจักรยานยนต์แล้วเกิดล้มเองที่ตลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมยามได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตำรวจช่วยทำแผลถลอกให้เขา ก่อนจะพาเขากลับไปส่งที่บ้านพัก ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นถูกนำไปจอดเก็บไว้ที่ป้อมยามตำรวจเพื่อความปลอดภัย

เมื่อนายวุฒิไกรกลับมาถึงบ้าน เขากลับไม่พบภรรยาของตนเองรออยู่ ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดและโวยวายออกมา เขาบ่นว่าไม่มีใครสนใจเขาเลยเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ทุกคนเอาแต่ถามหารถจักรยานยนต์ โดยไม่ได้เป็นห่วงร่างกายของเขาเลย ความรู้สึกน้อยใจนี้เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเครียดอย่างหนัก

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

การทะเลาะวิวาทและจุดเริ่มของการจี้ตัวประกัน

ตกเย็น ภรรยาของเขากลับมาถึงบ้านหลังจากเลิกงานรับจ้าง ผู้ใหญ่บ้านได้พยายามเข้ามาพูดคุยเพื่อให้เขาใจเย็นลง แต่เขาก็ยังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียว เขาบ่นว่าอยากกลับบ้านที่โคราชแต่ก็ไม่ได้กลับ รู้สึกเหมือนอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครเข้าใจและคอยดูแลเขา

ช่วงค่ำเวลาประมาณ 21.00 น. เขาเริ่มอาละวาดหนักขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเชิญตัวเขาไปพูดคุยที่ตู้ยาม เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ลง แต่ในระหว่างที่ตำรวจเตรียมจะพาเขากลับบ้าน นายวุฒิไกรได้ดึงตัวภรรยาเดินไปทางตลาด ทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอดทาง ทำให้ความเครียดของเขาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

เหตุการณ์เผชิดหน้าสุดระทึกขวัญภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

นายวุฒิไกรได้ฉุดกระชากภรรยาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจเพียงแค่ 200 เมตร จากนั้นเขาได้หยิบมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ออกมาจี้ที่บริเวณคอด้านหน้าของภรรยา เขาเรียกร้องให้ทุกคนหันมาสนใจและแก้ไขปัญหาของเขา เขาขอเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อพูดคุย และสัญญาว่าจะยอมมอบตัวหากทุกอย่างตกลงกันได้

ท่ามกลางความตกใจของพนักงานและลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

พ.ต.ท.ถนอม อิ่มมณี และ พ.ต.ท.บันลัง สถิตย์แจ้ง ได้นำกำลังตำรวจกว่า 20 นายเข้ามาระงับเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุอย่างใจเย็น การเจรจาดำเนินไปอย่างตึงเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน

ในที่สุดความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นผลสำเร็จ นายวุฒิไกรเริ่มมีท่าทีอ่อนลงและสงบสติอารมณ์ได้ เขายอมวางมีดและปล่อยตัวภรรยาแต่โดยดี เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย

หลังจากที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิไกรไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ การสอบสวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารภายในครอบครัว ความน้อยใจเพียงเล็กน้อยอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากบุคคลนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ การรับฟังและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ขึ้นในสังคมของเรา

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

Published

on

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร

หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
  • มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
  • ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง

ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย

จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา

ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร

ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่

นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน

อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending