ข่าวระดับชาติ - National
สงกรานต์สุดระห่ำ! ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นทั่วประเทศไทยก่อนวันหยุดยาวปี 2026
วิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คนไทยกำลังเตรียมตัวเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ ตั้งแต่ราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น ค่าอาหารที่ขยับตัวสูง…
วิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่คนไทยกำลังเตรียมตัวเฉลิมฉลองเทศกาลทหารหื่นย่ำยีเด็กสาว 15 ในห้องน้ำ เตรียมคุมตัวฝากขังศาลทหาร">สงกรานต์ปี 2569 นี้ ตั้งแต่ราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น ค่าอาหารที่ขยับตัวสูง ไปจนถึงความลำบากของเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ทุกภาคส่วนกำลังเผชิญกับภาวะ “ค่าครองชีพพุ่ง” จนน่ากังวล
ท่องเที่ยวภาคเหนืออ่วม ยอดจองโรงแรมวูบ 50%
ในขณะที่ปกติช่วงสงกรานต์จะเป็น “นาทีทอง” ของการท่องเที่ยว แต่ในปีนี้บรรยากาศกลับเงียบเหงากว่าที่เคย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่และเชียงราย
- ยอดจองลดฮวบ: ผู้ประกอบการโรงแรมรายงานว่า ยอดจองห้องพักลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
- หั่นราคาช่วยตัว: เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โรงแรมหลายแห่งต้องตัดสินใจลดราคาห้องพักลง เพื่อประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดในช่วงวิกฤต
- ตั๋วเครื่องบินแพง: ปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางคือ ค่าตั๋วเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึงความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว
นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่ไม่นิ่งประกอบกับปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด “คนไทยเริ่มคิดหนักเรื่องการเดินทางไกล หลายคนเลือกที่จะอยู่บ้านหรือเที่ยวใกล้ ๆ แทน”
เกษตรกรโอด ต้นทุนทำนาพุ่งกระฉูด
ไม่เพียงแต่ภาคบริการเท่านั้น ภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติก็กำลังตกที่นั่งลำบาก ในจังหวัดเชียงราย เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรังและผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวต่างแสดงความกังวลกับราคาดีเซลที่พุ่งสูง
- ค่ารถเกี่ยวข้าวปรับขึ้น: เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลพุ่งเกินกว่า 38 บาทต่อลิตร ทำให้เจ้าของรถเกี่ยวข้าวจำเป็นต้องปรับค่าจ้างสูงขึ้นเพื่อให้คุ้มทุน
- ต้นทุนสูบน้ำ: เกษตรกรที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่เกษตรต้องแบกรับภาระค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
- ความเสี่ยงขาดทุน: หากราคาผลผลิตไม่ปรับตัวสูงตามต้นทุน เกษตรกรจำนวนมากอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ราคาไข่พุ่ง-อาหารแพง กระทบปากท้องคนไทย
เมื่อต้นทุนการขนส่งขยับ สินค้าอุปโภคบริโภคก็พาเหรดปรับราคาขึ้นตาม โดยเฉพาะ “ไข่ไก่” ซึ่งเป็นอาหารหลักของทุกครัวเรือน
- ราคาไข่ไก่: จากเดิมราคาไข่ไก่เบอร์ใหญ่ (แผง 30 ฟอง) เคยอยู่ที่ประมาณ 100 บาท ปัจจุบันพุ่งสูงถึง 125–145 บาท ตามราคาหน้าฟาร์มและค่าขนส่ง
- ร้านอาหารตามสั่ง: แม่ค้าพ่อค้าในตลาดสดเริ่มบ่นอุบ เพราะนอกจากไข่จะแพงแล้ว วัตถุดิบอื่น ๆ เช่น น้ำมันพืช และก๊าซหุงต้ม ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้องปรับราคาอาหารขึ้นตามไปด้วย 5-10 บาทต่อจาน
วินมอเตอร์ไซค์ชัยนาทหยุดวิ่ง แบกรับค่าน้ำมันไม่ไหว
สถานการณ์ที่จังหวัดชัยนาทสะท้อนภาพความเดือดร้อนของผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างชัดเจน ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างหลายรายตัดสินใจ “หยุดวิ่งรถ“ ชั่วคราว
“เติมน้ำมันเต็มถังตอนนี้แพงกว่าเดิมมาก แต่วิ่งรับส่งผู้โดยสารในราคาเดิมไม่ได้กำไรเลย บางวันหักค่าน้ำมันแล้วเหลือเงินกลับบ้านไม่ถึงร้อยบาท” หนึ่งในคนขับรถวินมอเตอร์ไซค์กล่าวด้วยความท้อแท้
การหยุดวิ่งรถของขนส่งสาธารณะรายย่อย ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของพวกเขาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่มีทางเลือกอื่นในการเดินทาง
เสียงเรียกร้องจากประชาชน: รัฐบาลต้องเร่งช่วย
ขณะนี้ ผู้ประกอบการจากทุกสาขาอาชีพได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่กำลังกัดกินเศรษฐกิจไทย
- มาตรการตรึงราคาน้ำมัน: ขอให้รัฐบาลพิจารณาใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าแทรกแซงราคาอย่างต่อเนื่อง
- การลดภาษีสรรพสามิต: เพื่อลดภาระต้นทุนให้กับภาคขนส่งและเกษตรกร
- คูปองส่วนลดเชื้อเพลิง: สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ขับขี่รถสาธารณะ
หากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที เทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจเป็นหนึ่งในเทศกาลที่เงียบเหงาที่สุด และความบอบช้ำทางเศรษฐกิจอาจลากยาวไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2569
สรุปสถานการณ์: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงก่อนสงกรานต์นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของคนใช้รถ แต่เป็น “โดมิโน่” ที่ล้มลงไปกระทบทุกภาคส่วน ตั้งแต่จานข้าวของประชาชนไปจนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย สิ่งที่ทุกคนเฝ้าหวังในตอนนี้คือทางออกที่ชัดเจนจากภาครัฐ เพื่อให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ข่าวดีรับสงกรานต์! ลดราคาน้ำมันดีเซล 2.14 บาท เริ่ม 9 เมษายน 2569
ข่าวระดับชาติ - National
รถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟราคา 500,000 บาท ในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นที่จังหวัดลำปาง นายสะพล อายุ 44 ปี จังหวัดพิษณุโลก คนขับรถบัสท่องเที่ยวชนกับรถบรรทุก ผู้โดยสาร 20 คนรอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ">รถบรรทุก 22 ล้อ เสียหลัก ทำให้รถพุ่งชนเกาะกลางถนนและทำลายเสาไฟขนาดใหญ่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหน้าศาลาว่าราชการจังหวัดลำปาง บนถนนวชิรวุฒิดำเนิน (ทางลงเขาดอยพระบาท) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้ถนนทางลงเขาลื่นมาก รถบรรทุกจึงเสียหลัก แม้เหตุการณ์จะดูรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างมาก แต่โชคดีที่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้ใช้ถนนคนอื่นได้รับบาดเจ็บ
ถนนวชิราวุธดำเนินในช่วงที่ลงจากดอยพระบาทนั้น ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่ผู้คนใช้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองลำปาง ซึ่งมีความลาดชันและต้องใช้ความระมัดระวังสูง จากการให้การของนายสพล ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ คันเกิดเหตุ เขาเล่าว่าตนเองกำลังขับรถพ่วงแบบไม่มีการบรรทุกสินค้า (วิ่งรถเปล่า) ลงมาจากดอยเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ในระหว่างนั้นเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก
สภาพถนนที่ลาดชันประกอบกับน้ำฝนที่ปกคลุมผิวจราจร ทำให้ล้อรถสูญเสียการยึดเกาะถนนอย่างฉับพลัน แม้คนขับจะพยายามบังคับพวงมาลัยและแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วแล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถขนาดใหญ่เอาไว้ได้ รถจึงเกิดอาการส่าย เสียหลัก และพุ่งทะยานขึ้นไปบนเกาะกลางถนนอย่างแรง ตัวหัวลากและหางพ่วงบิดงอขวางเส้นทางการจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเมือง สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังขับรถผ่านไปมาในบริเวณนั้นอย่างมาก
ความเสียหายระดับหลักแสน เสาไฟทางหลวงหักโค่น
อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงแค่ตัวรถบรรทุกที่หัวเก๋งและส่วนพ่วงพังยับเยินเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าส่องสว่างชนิดพิเศษของกรมทางหลวงที่ติดตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน เพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้เดินทางในยามค่ำคืน
เสาไฟฟ้ายักษ์ต้นนี้มีความสูงถึง 30 เมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงมาก แรงกระแทกจากน้ำหนักของรถบรรทุกทำให้โคนเสาคดงอและเกิดรอยแตกร้าวอย่างชัดเจน จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายของเสาไฟต้นนี้ไว้สูงถึงประมาณ 500,000 บาท ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าความเสียหายของตัวรถบรรทุกและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพื้นผิวจราจร
ระดมกำลังกู้ภัยและเคลียร์คราบน้ำมัน ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง ได้รีบลงพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยสิ่งแรกที่ทำคือการเข้าไปช่วยเหลือคนขับรถที่ติดอยู่ในห้องโดยสาร ทางทีมกู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในที่เกิดเหตุคือ คราบน้ำมันเครื่องและของเหลวจากตัวรถบรรทุกที่แตกและรั่วไหลออกมากระจายเป็นวงกว้างบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่ขับตามมาลื่นไถลและเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำทรายและวัสดุดูดซับมาโรยทับคราบน้ำมันทั้งหมด พร้อมกับปิดช่องจราจรบางส่วนชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้ประสานงานนำรถเครนขนาดใหญ่เข้ามาเร่งกู้ซากรถพ่วงและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้การจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
สรุป 5 ข้อควรระวัง ขับรถบรรทุกหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย
อุบัติเหตุที่ดอยพระบาทครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกและรถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางภูเขาในหน้าฝนที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมทาง ขอสรุปข้อควรปฏิบัติที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง ดังนี้:
- ลดความเร็วลงทันทีเมื่อฝนตก: ถนนที่เปียกน้ำจะลื่นกว่าปกติ การขับรถให้ช้าลงจะช่วยให้คุณมีเวลาตัดสินใจและมีระยะเบรกที่ปลอดภัยมากขึ้น
- ระวังเป็นพิเศษเมื่อขับรถเปล่า: รถบรรทุกที่ไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่ด้านหลัง มักจะมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะถนนที่น้อยกว่าปกติ ทำให้หางพ่วงส่ายหรือล้อลื่นไถลได้ง่ายเมื่อต้องเบรกกะทันหัน
- ใช้เกียร์ต่ำเมื่อลงเขา: หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกแช่ยาว ๆ เพราะจะทำให้ผ้าเบรกไหม้และเบรกแตกได้ ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยหน่วงความเร็วเครื่องยนต์แทน
- รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า: ในช่วงที่ถนนลื่น ระยะที่รถจะหยุดนิ่งได้หลังจากเหยียบเบรกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คุณจึงควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ
- ตรวจสอบสภาพยางและเบรกเสมอ: ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ต้องแน่ใจว่าดอกยางมีความลึกพอที่จะรีดน้ำฝนได้ดี และระบบเบรกต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของเส้นทางลาดชันในช่วงฤดูฝนได้อย่างชัดเจน โชคดีที่ไม่มีการสูญเสียชีวิตหรือมีผู้บาดเจ็บสาหัสเกิดขึ้น ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวนี้ได้จากแหล่งที่มาต้นฉบับที่ MGR Online
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าของร้านอาหารลำปางเข้ามอบตัวตำรวจหลังฆ่าเพื่อนบ้าน: ศาลปฏิเสธการประกันตัว
ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่
ข่าวระดับชาติ - National
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยด่วน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วประเทศไทย พร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน">เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอิทธิพลของลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรวมกว่า 44 จังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้
เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัย 44 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง
จากรายงานพยากรณ์อากาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่เริ่มอ่อนกำลังลง ประกอบกับลมใต้ที่นำความชื้นจากทะเลเข้ามา ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน โดยมีรายละเอียดรายจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้:
- ภาคเหนือ (12 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคกลางและปริมณฑล (10 จังหวัด): นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (5 จังหวัด): เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
- ภาคตะวันออก (6 จังหวัด): นครนายก, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ (12 จังหวัด): ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, กระบี่, ตรัง และสตูล
วิเคราะห์สถานการณ์: ทำไมฝนถึงตกหนักช่วงนี้?
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเป็นวงกว้างมาจากปัจจัยทางธรรมชาติที่สำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่ทำหน้าที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดอากาศร้อนจัดในตอนกลางวันสลับกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ส่วนที่สองคือ อิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากลมฝ่ายตะวันออกที่มีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก ข่าวสด ระบุว่าปริมาณฝนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกอาจสูงถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับชาวเรือและผู้อยู่อาศัยริมชายฝั่ง
คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวและป้องกันอันตราย
เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนในพื้นที่ประกาศเตือนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- ชาวเกษตรกร: ควรเร่งตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงให้กับโรงเรือนและกิ่งก้านไม้ผล เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมกระโชกแรงที่อาจพัดถล่มลงมา
- ผู้ใช้รถใช้ถนน: หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
- ชาวเรือ: ในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คลื่นลมอาจสูงกว่า 2 เมตรในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่วงเวลานี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- การดูแลสุขภาพ: เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีทั้งอากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
สรุปภาพรวมอากาศรายภาค
สภาวะอากาศโดยทั่วไปยังคงมีความร้อนแรงในช่วงกลางวัน โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 35-38 องศาเซลเซียส แต่ความเสี่ยงจากฝนฟ้าคะนองยังคงมีอยู่ร้อยละ 20-60 ในแต่ละภูมิภาค การติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่าง LINE TODAY จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเดินทางและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยาจะยังคงเฝ้าระวังกลุ่มฝนอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนติดตามการประกาศเตือนภัยฉบับต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนเองอย่างรอบคอบ
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
หญิงสติไม่สมประกอบสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติเชียงราย
ด่วน! จับกุมครั้งใหญ่: หน่วยเฉพาะกิจผาเมืองยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ดในจังหวัดเชียงราย
ข่าวระดับชาติ - National
ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม
กรุงเทพฯ – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อเย็นวันพุธ โดยเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน คาดว่าจะมีฝนตกหนัก ลมแรง และพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569…
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย พร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน">กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อเย็นวันพุธ โดยเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน คาดว่าจะมีฝนตกหนัก ลมแรง และพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569
สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นปานกลางจากจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับลมใต้ที่พัดพาความชื้นจากทะเลมาปะทะกับความร้อนจัดของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาคเหนือของประเทศไทย">พายุฤดูร้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาคใต้ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออุทกภัยฉับพลันและดินถล่ม
จากการรายงานของ กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ระบุว่าในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากลิ่มความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้:
- เกิดพายุฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ตามมาด้วยลมกระโชกแรงในบางแห่ง
- ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่รับลม
- อุณหภูมิที่เคยร้อนจัดจะเริ่มลดลงเล็กน้อยหลังเกิดฝน
เจาะลึกรายภาค: พื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
การพยากรณ์อากาศในครั้งนี้ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ โดยแต่ละภาคมีจุดที่ต้องระวังแตกต่างกันไป ดังนี้ครับ
1. ภาคใต้: ระวังน้ำท่วมและคลื่นลมแรง
ถือเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด เช่น ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ประชาชนในที่ราบลุ่มต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนชาวเรือควรระวังคลื่นสูงกว่า 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
2. ภาคเหนือและภาคกลาง: พายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง
แม้สภาพอากาศทั่วไปจะยังคงร้อนถึงร้อนจัด (อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 40-41 องศาเซลเซียส) แต่จะมีพายุฝนฟ้าคะนองแทรกเข้ามาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, กาญจนบุรี และราชบุรี ขอให้ระวังป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงและต้นไม้ใหญ่
3. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สำหรับคนกรุง ช่วงกลางวันอากาศจะยังคงร้อนจัดอยู่ครับ แต่อาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้เป็นบางแห่งในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 25-38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงสภาพอากาศแปรปรวนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย กรมอุตุฯ ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชนไว้ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง: ในขณะเกิดพายุ ไม่ควรอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง หรือใกล้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
- ดูแลผลผลิตทางการเกษตร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากลมที่แรงอาจทำให้โรงเรือนหรือพืชไร่เสียหายได้
- รักษาสุขภาพ: อากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากร้อนจัดเป็นฝนตก อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเจ็บป่วยได้ง่าย
การติดตามข้อมูลข่าวสาร
ประกาศเตือนภัยฉบับนี้ (ฉบับที่ 3 เลขที่ 52/2569) จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยทาง The Nation Thailand และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยอัปเดตสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
เหตุการณ์พายุฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา แต่ความรุนแรงในแต่ละปีนั้นคาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมและไม่ประมาทจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความสูญเสีย ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินครับ
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
หญิงถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า หลังขับรถชนคู่ครอง
วิกฤตคอนโดมิเนียมของไทยในปี 2026: คนไทยกำลัง ‘ชะลอ’ การซื้ออสังหาริมทรัพย์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
อุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days ago
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days ago
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง



