ข่าว - News
อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย
กรุงเทพฯ – เมื่อเวลาประมาณ 7.00 น. เกิดอุบัติเหตุสุดสยองขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรี รถบัสที่บรรทุกคนงานโรงงานชนประสานงากับรถโรงเรียน 6 ล้อ เหตุการณ์เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 3079 ตำบลท่าตำ อำเภอศรีมหาโพธิ์ ท่ามกลางความตกใจของผู้คนที่สัญจรไปมา
เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินรีบลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือทันที จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีนักเรียนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้รวมทั้งสิ้น 24 ราย โดยส่วนใหญ่มีบาดแผลถลอกและฟกช้ำ โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นี้
ประเด็นสำคัญ:
- เกิดเหตุช่วงเช้าตรู่: รถบัสพนักงานชนท้ายรถนักเรียนเวลาประมาณ 07.00 น. ในช่วงเวลาเร่งด่วน
- ผู้บาดเจ็บ 24 คน: นักเรียนทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต
- การช่วยเหลือรวดเร็ว: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าควบคุมพื้นที่และนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการชน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่การจราจรค่อนข้างหนาแน่น พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า รถบรรทุกนักเรียนกำลังชะลอตัวเพื่อเตรียมเลี้ยวออกจากซอย ในจังหวะนั้น รถบัสพนักงานที่ขับตามมาทางตรงเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนท้ายรถนักเรียนอย่างแรง
แรงกระแทกส่งผลให้เด็กนักเรียนที่โดยสารมาด้านหลังกระเด็นตกจากที่นั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ ได้เข้าควบคุมพื้นที่และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรโดยเร็ว ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกแบ่งเป็นกลุ่มสีเขียว 19 ราย และกลุ่มสีเหลือง 5 ราย ซึ่งได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างทันท่วงที
จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลศรีมหาโพธิและโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เด็กๆ ส่วนใหญ่มีเพียงอาการตกใจขวัญเสียและบาดเจ็บเล็กน้อย คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้จากแหล่งข่าว ข่าวสด หรือ มติชน

มาตรการเยียวยาและรับผิดชอบ
นายอำเภอศรีมหาโพธิและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลรักษาทางการแพทย์อย่างใกล้ชิด ทางตัวแทนของบริษัทรถบัสพนักงานได้ออกมาระบุอย่างชัดเจนว่า ยินดีที่จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด การแสดงความรับผิดชอบนี้ช่วยเยียวยาความรู้สึกของผู้ปกครองและเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำคนขับรถทั้งสองฝ่าย เพื่อสรุปสาเหตุและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน
การยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลให้กับผู้ปกครองในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างมาก หลายคนเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นเพิ่มมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนโดยด่วน โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดและหน้าหมู่บ้านที่มีรถสัญจรพลุกพล่านในช่วงเช้า
การจำกัดความเร็วในช่วงเวลาเข้าเรียนและเลิกเรียนถือเป็นสิ่งสำคัญที่ควรนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมจัดระเบียบและตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ การจัดอบรมวินัยจราจรแก่พนักงานขับรถบรรทุกและรถบัสก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
ในระยะยาว ชุมชนและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมควรหารือร่วมกันเพื่อวางแผนการเดินทาง การเหลื่อมเวลาทำงานอาจช่วยลดความแออัดของรถยนต์บนท้องถนนในช่วงเวลาเร่งด่วนได้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความปลอดภัยของนักเรียนเช่นกัน สิ่งเหล่านี้สามารถเป็นจริงได้หากทุกคนหันมาใส่ใจและร่วมมือกัน
ผู้ปกครองหลายท่านได้เสนอแนะให้มีเจ้าหน้าที่จราจรประจำจุดเสี่ยงต่างๆ มากขึ้น การมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเห็นผล เราหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้มาตรฐานการจราจรในพื้นที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รถบัสท่องเที่ยวชนกับรถบรรทุก ผู้โดยสาร 20 คนรอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ
โศกนาฏกรรมซ้ำรอย! รถไฟบรรทุกสินค้าชนรถบัสในกรุงเทพฯ เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 15 ราย
ข่าว - News
สุดเศร้า! ชุมชนร่วมอาลัย “น้องน้ำหวาน” ยายเรียกร้องโทษสูงสุดให้คนร้าย
เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน บรรยากาศที่วัดหนองสีลาย อำเภอสว่างอารมณ์ จังหวัดอุทัยธานี เต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างหนัก ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้จัดงานฌาปนกิจศพให้กับ “น้องน้ำหวาน” นักเรียนหญิงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ
คดีนี้เกิดขึ้นขณะที่น้องกำลังเดินทางไปโรงเรียนตามปกติ คนร้ายที่ชื่อ “ไอ้หยิ่ง” ได้ดักซุ่มเพื่อหวังล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อเหยื่อพยายามขัดขืนและต่อสู้ เขาจึงใช้มีดแทงจนน้องเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
สรุปประเด็นสำคัญ
- ความสูญเสียครั้งใหญ่: ชุมชนร่วมจัดงานศพให้ “น้องน้ำหวาน” นักเรียนหญิงที่ถูกดักทำร้ายจนเสียชีวิตระหว่างเดินทางไปโรงเรียน
- ผู้ใหญ่ร่วมอาลัย: อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และผู้นำระดับสูงด้านการศึกษาเข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความเสียใจ
- ทวงคืนความยุติธรรม: คุณยายของผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้กฎหมายลงโทษประหารชีวิตคนร้าย เพื่อความเด็ดขาด
- ความหวาดกลัวในชุมชน: ชาวบ้านหวาดระแวง ไม่กล้าออกจากบ้านเวลากลางคืน และต้องการให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
ผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านร่วมแสดงความเสียใจ
ภายในงานมีบุคคลสำคัญระดับจังหวัดมาร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทอดผ้าบังสุกุล การปรากฏตัวของท่านช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครอบครัวที่กำลังโศกเศร้า
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการศึกษาเข้าร่วมไว้อาลัยอีกหลายท่าน ประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงศึกษาธิการ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งจากเขตอุทัยธานี ชัยนาท รวมถึงเขตประถมศึกษาที่ 1 และ 2
ผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ต่างมาร่วมส่งดวงวิญญาณของน้องเป็นครั้งสุดท้าย พิธีถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงร้องไห้ของผู้ร่วมงาน ทุกคนต่างสวดมนต์ขอให้น้องน้ำหวานไปสู่สุคติในภพภูมิที่ดี คุณสามารถ อ่านรายละเอียดข่าวอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่นี่
คำขอร้องจากคุณยายถึงกระบวนการยุติธรรม
นางศรีวรรณ วงษ์นุช อายุ 58 ปี คุณยายของน้องน้ำหวาน เปิดเผยความรู้สึกด้วยน้ำตาแห่งความสูญเสีย เธอรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปอย่างกะทันหันของหลานสาว และยังคงทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้
คุณยายเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมลงโทษคนร้ายให้ถึงขั้นประหารชีวิต เธอระบุว่าการกระทำครั้งนี้โหดร้ายและรุนแรงเกินกว่าที่สังคมจะทนรับได้ กฎหมายต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
“หากตำรวจจัดการคนร้ายไม่ได้ ชาวบ้านในพื้นที่จะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้เลย” คุณยายกล่าวทิ้งท้าย เธอเล่าว่าผู้สูงอายุและเด็กในหมู่บ้านหวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้านในตอนกลางคืน ชุมชนไม่อยากให้คนร้ายกลับมาที่นี่อีก เพื่อความปลอดภัยของทุกคนตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน
ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีแทงเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมของนักเรียนอายุ 17 ปี
ข่าว - News
เด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ไล่ตามครูด้วยมีดพร้าในโรงเรียน
สกลนคร – เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เด็กชายชั้น ป.3 คนหนึ่งเกิดอารมณ์คลุ้มคลั่งและถือมีดพร้าไล่ทำร้ายครูประจำชั้นอย่างน่ากลัว สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ครูและนักเรียนทั้งโรงเรียนเป็นอย่างมาก
จุดเริ่มต้นเกิดจากเด็กชายคนดังกล่าวทะเลาะกับเพื่อนร่วมชั้น ทำให้ครูประจำชั้นต้องเข้ามาตักเตือนและห้ามปรามตามหน้าที่ พฤติกรรมนี้ทำให้เด็กเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงและเดินทางกลับบ้านไปหยิบมีดพร้าเล่มใหญ่กลับมาที่โรงเรียนเพื่อหวังทำร้ายครู โชคดีที่นักการภารโรงเข้ามาช่วยหลอกล่อและเกลี้ยกล่อมจนเด็กยอมวางมีดลง ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
Key Takeaways
- เหตุเกิดที่สกลนคร: เด็กนักเรียนชายชั้น ป.3 ถือมีดพร้าไล่ทำร้ายครูประจำชั้นในโรงเรียนหลังจากถูกตักเตือนเรื่องทะเลาะกับเพื่อน
- ระงับเหตุได้ทัน: นักการภารโรงช่วยเกลี้ยกล่อมเด็กชายจนยอมวางอาวุธ ทำให้ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- ผู้ป่วยจิตเวชเปราะบาง: เด็กชายมีประวัติป่วยจิตเวชตั้งแต่ชั้นอนุบาล อาศัยอยู่กับย่าสูงอายุซึ่งอาจลืมให้ยาในวันเกิดเหตุ
- ครอบครัวแยกทาง: ปัญหาสภาพแวดล้อมบ้านแตก พ่อแม่หย่าร้าง ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิด ส่งผลกระทบต่อจิตใจเด็ก
จากการเปิดเผยของผู้นำชุมชนในพื้นที่ระบุว่า เด็กชายคนนี้มีประวัติการรักษาตัวทางจิตเวชมาเป็นเวลานานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล โดยเด็กจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการและอารมณ์ของตนเอง หากวันใดขาดยาหรือมีสิ่งเร้ามากระทบ จิตใจของเด็กจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์โกรธได้เลย
สภาพความเป็นอยู่ของเด็กชายน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยกและพ่อแม่แยกทางกัน ปัจจุบันเด็กอาศัยอยู่กับย่าที่มีอายุมากแล้ว ทำให้การดูแลเป็นไปอย่างยากลำบากและไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร ในวันเกิดเหตุคาดว่าย่าอาจจะลืมให้เด็กรับประทานยาตามแพทย์สั่ง จนนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงตามที่ปรากฏในข่าวของสำนักข่าว MGR Online
วอนหน่วยงานรัฐเร่งช่วยเหลือระบบดูแลเด็กป่วยจิตเวช
เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ให้แก่สังคมไทยเกี่ยวกับระบบการดูแลเด็กกลุ่มเปราะบาง ผู้นำชุมชนและชาวบ้านต่างแสดงความเป็นห่วงและต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การปล่อยให้ผู้สูงดูแลเด็กป่วยจิตเวชตามลำพังเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายต่อคนในชุมชน
สังคมกำลังตั้งคำถามถึงมาตรการเยียวยาและระบบติดตามช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง โรงเรียนจำเป็นต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันเหตุร้ายในอนาคต ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสังคมนี้อย่างยั่งยืนเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียตามมา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รถตู้โรงเรียนเชียงใหม่ชนต้นไม้ ส่งผลให้นักเรียน 15 คนและคนขับได้รับบาดเจ็บ
รวบครูชายคดีล่วงละเมิดนักเรียน ป.4 ย่าเผยหลานเครียดหนัก ไม่อยากกลับไปโรงเรียน
ข่าว - News
ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในจังหวัดลำปาง ส่งผลให้ผู้โดยสารรถไฟติดค้างอยู่
ลำปาง – เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นในพื้นที่สุขภาพ">ภาคเหนือ หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมง สถานการณ์นี้ทำให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ในอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง โดยเฉพาะที่บ้านปางปง ปางทราย และตำบลเวียงตาล ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ขณะนี้ระดับน้ำยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ในเวลาเดียวกัน พื้นที่ขุนตานก็เผชิญกับฝนตกหนักมากเช่นกัน น้ำป่าได้ไหลทะลักลงมาจากภูเขาอย่างรุนแรง กระแสน้ำได้พัดพาดิน ทราย และกรวดหิน ลงมาทับถมจนปิดกั้นรางรถไฟที่สถานีขุนตาน ทำให้รถไฟไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุดินสไลด์บริเวณปากทางเข้าอุโมงค์ขุนตานทางทิศเหนือ ซึ่งกีดขวางเส้นทางเดินรถอย่างสมบูรณ์
Key Takeaways
- ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำป่าไหลหลากท่วมบ้านเรือนในอำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง
- เกิดดินสไลด์และทรายพัดทับถมรางรถไฟ ปิดกั้นปากอุโมงค์ขุนตานฝั่งเหนือ
- รถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 52 สามารถวิ่งผ่านอุโมงค์ไปได้สำเร็จก่อนประกาศปิดทาง
- สถานีขุนตานสั่งปิดเส้นทางฉุกเฉิน ส่งผลให้ขบวนรถไฟอื่นๆ เกิดความล่าช้าหลายชั่วโมง
ขบวน 52 รอดหวุดหวิด ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว
เหตุการณ์นี้มีผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 52 สามารถบันทึกวิดีโอเอาไว้ได้ รถไฟขบวนนี้เดินทางออกจากสถานีเชียงใหม่ในเวลา 15:30 น. และเมื่อมาถึงสถานีขุนตาน จังหวัดลำปาง ในเวลา 16:58 น. ภาพในวิดีโอแสดงให้เห็นกระแสน้ำป่าสีเทาเข้ม น้ำได้ไหลทะลักลงมาจากภูเขาด้านข้างรางรถไฟ ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม นับว่าโชคดีอย่างมากที่รถไฟขบวนดังกล่าวสามารถวิ่งผ่านอุโมงค์ขุนตานมาได้อย่างปลอดภัย รถไฟเดินทางถึงสถานีนครลำปางในเวลา 17:52 น. ตามกำหนดการ จากนั้นจึงสามารถเดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครต่อไปได้อย่างราบรื่น ถือเป็นการรอดพ้นวิกฤตมาได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากรถไฟขบวนที่ 52 ผ่านไปได้ไม่นาน ทางสถานีรถไฟขุนตาน ได้ประกาศปิดเส้นทางเดินรถแบบฉุกเฉินในเวลา 17:18 น. เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานกับฝ่ายการช่างโยธา เพื่อลงพื้นที่เคลียร์เส้นทางและซ่อมแซมจุดที่เสียหายทันที การปฏิบัติงานครั้งนี้คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
ทีมงานประเมินว่าเส้นทางจะกลับมาใช้งานได้ในช่วงเวลาประมาณ 20:00 – 21:00 น. ของวันเดียวกัน เหตุการณ์ฉุกเฉินนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อขบวนรถไฟที่กำลังเดินทางมา ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 14 และรถด่วนขบวนที่ 10 ต้องหยุดจอดรอและเกิดความล่าช้าไปจากตารางเวลาเดิม
ข่าวเด่นเมืองลำปาง
เด็กชายวัย 15 ปีจากลำปางจมน้ำเสียชีวิตขณะพยายามไปเก็บลูกบาสเก็ตบอล
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days agoตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoอุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days agoตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days agoพ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง





