ข่าวระดับชาติ - National
เสือดำลูกอายุ 7 เดือนรอดพ้นขบวนการลักลอบค้าในแม่สอด
ตาก ประเทศไทย วันที่ 9 เมษายน ตำรวจและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพืชป่า ช่วยเหลือเสือดำลูกอายุ 7 เดือนได้สำเร็จ พวกเขาจัดปฏิบัติการล่อซื้อที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เจ้าหน้าที่จับกุมชาวเมียนมา 2 คน ชื่อนายซอและนางคิน…
ตาก ประเทศไทย วันที่ 9 เมษายน ตำรวจและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพืชป่า ช่วยเหลือเสือดำลูกอายุ 7 เดือนได้สำเร็จ พวกเขาจัดปฏิบัติการล่อซื้อที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
เจ้าหน้าที่จับกุมชาวเมียนมา 2 คน ชื่อนายซอและนางคิน นอกจากนี้ยังยึดเสือดำตัวนั้นที่ผู้ต้องหาลักลอบขนส่งเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ
หน่วยงานที่ประสานงานกัน ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่วางแผนส่งของปลอมตามเบาะแสที่ได้รับ หลังทราบว่ามีสัตว์ป่าคุ้มครองถูกส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในกรุงเทพฯ
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่ากองส่งบรรจุ “แมว”ธรรมดา แต่เมื่อตรวจสอบ พบว่าเป็นเสือดำลูกตัวน้อย ซึ่งเป็นสัตว์หายากและได้รับการคุ้มครอง
ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่รู้เรื่อง
ตำรวจเชื่อว่าการค้านี้มาจากเครือข่ายอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นเวียดนาม กัมพูชาและเมียนมา พวกเขาติดต่อกันผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงนัดหมายผู้ต้องหามารับของเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ลานจอดรถ ผู้ต้องหาขับรถทะเบียนต่างประเทศมาถึงเพื่อรับกรง ตำรวจบุกจับกุมทันที ยึดรถและโทรศัพท์เป็นหลักฐาน
ทั้งคู่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พวกเขาบอกว่าคิดว่าเป็น “แมวดำ”ธรรมดา และรับจ้างขนไปยังเมืองมยาวดีของเมียนมาในราคา 25,000 บาท อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่เชื่อคำให้การนี้ เพราะเครือข่ายซับซ้อนและความร้ายแรงของคดี
ตอนนี้ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ ตำรวจกำลังไล่ติดตามผู้เกี่ยวข้องทั้งต้นทางและปลายทาง
เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ชี้ว่าเสือตัวนี้สงบผิดปกติ เพราะน่าจะถูกมนุษย์เลี้ยงมา ดังนั้นจึงไม่สามารถปล่อยคืนสู่ป่าได้ มันจะอยู่ที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าค่ายประตูช้าง จังหวัดราชบุรีตลอดชีวิตแทน
กรมอุทยานฯ ยังระบุอีกว่าทางนิเวศวิทยา เสือดำตัวเดียวมีมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท เพราะทำหน้าที่นักล่าชั้นนำที่ช่วยรักษาสมดุลป่าไม้
เสือดำในประเทศไทย
เสือดำในไทยคือลักษณะสีดำหายากของเสือดาวอินโดจีน (Panthera pardus delacouri) ชาวบ้านเรียก “แพนเธอร์ดำ”ด้วย การกลายพันธุ์ของยีนทำให้เม็ดสีเข้มขึ้น แต่จุดลายกุหลาบยังปรากฏจางๆ ในแสงสว่างดี
พวกมันเป็นนักล่าขี้อายที่ชอบป่าดิบชื้นหนาทึบ เช่นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกยูเนสโก นักท่องเที่ยวเพิ่งถ่ายรูปเจอพวกมันบนทางเดิน และกล้องดักถ่ายได้ตอนมีลูกด้วย
นอกจากนี้ยังพบในอุทยานคลองลานและกุยบุรีบ้าง ประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่หลักของพวกมัน จำนวนเสือดาวอินโดจีนเหลือ 77 ถึง 800 ตัว เสือดำเจอบ่อยกว่าเพราะพรางตัวดีในพุ่มไม้ร่มรื่น
อย่างไรก็ตาม การล่า พื้นที่ป่าลดลง และกับดักทำให้พวกมันเสี่ยงอันตราย กฎหมายจึงคุ้มครองเต็มรูปแบบ การเห็นตัวกลางวันทำให้ผู้มาเยือนอุทยานตื่นเต้น และย้ำถึงความจำเป็นต้องรักษาป่าตะวันตกของไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าชาวอินเดียที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ข่าวระดับชาติ - National
รถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟราคา 500,000 บาท ในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นที่จังหวัดลำปาง นายสะพล อายุ 44 ปี จังหวัดพิษณุโลก คนขับรถบัสท่องเที่ยวชนกับรถบรรทุก ผู้โดยสาร 20 คนรอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ">รถบรรทุก 22 ล้อ เสียหลัก ทำให้รถพุ่งชนเกาะกลางถนนและทำลายเสาไฟขนาดใหญ่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหน้าศาลาว่าราชการจังหวัดลำปาง บนถนนวชิรวุฒิดำเนิน (ทางลงเขาดอยพระบาท) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้ถนนทางลงเขาลื่นมาก รถบรรทุกจึงเสียหลัก แม้เหตุการณ์จะดูรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างมาก แต่โชคดีที่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้ใช้ถนนคนอื่นได้รับบาดเจ็บ
ถนนวชิราวุธดำเนินในช่วงที่ลงจากดอยพระบาทนั้น ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่ผู้คนใช้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองลำปาง ซึ่งมีความลาดชันและต้องใช้ความระมัดระวังสูง จากการให้การของนายสพล ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ คันเกิดเหตุ เขาเล่าว่าตนเองกำลังขับรถพ่วงแบบไม่มีการบรรทุกสินค้า (วิ่งรถเปล่า) ลงมาจากดอยเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ในระหว่างนั้นเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก
สภาพถนนที่ลาดชันประกอบกับน้ำฝนที่ปกคลุมผิวจราจร ทำให้ล้อรถสูญเสียการยึดเกาะถนนอย่างฉับพลัน แม้คนขับจะพยายามบังคับพวงมาลัยและแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วแล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถขนาดใหญ่เอาไว้ได้ รถจึงเกิดอาการส่าย เสียหลัก และพุ่งทะยานขึ้นไปบนเกาะกลางถนนอย่างแรง ตัวหัวลากและหางพ่วงบิดงอขวางเส้นทางการจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเมือง สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังขับรถผ่านไปมาในบริเวณนั้นอย่างมาก
ความเสียหายระดับหลักแสน เสาไฟทางหลวงหักโค่น
อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงแค่ตัวรถบรรทุกที่หัวเก๋งและส่วนพ่วงพังยับเยินเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าส่องสว่างชนิดพิเศษของกรมทางหลวงที่ติดตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน เพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้เดินทางในยามค่ำคืน
เสาไฟฟ้ายักษ์ต้นนี้มีความสูงถึง 30 เมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงมาก แรงกระแทกจากน้ำหนักของรถบรรทุกทำให้โคนเสาคดงอและเกิดรอยแตกร้าวอย่างชัดเจน จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายของเสาไฟต้นนี้ไว้สูงถึงประมาณ 500,000 บาท ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าความเสียหายของตัวรถบรรทุกและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพื้นผิวจราจร
ระดมกำลังกู้ภัยและเคลียร์คราบน้ำมัน ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง ได้รีบลงพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยสิ่งแรกที่ทำคือการเข้าไปช่วยเหลือคนขับรถที่ติดอยู่ในห้องโดยสาร ทางทีมกู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในที่เกิดเหตุคือ คราบน้ำมันเครื่องและของเหลวจากตัวรถบรรทุกที่แตกและรั่วไหลออกมากระจายเป็นวงกว้างบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่ขับตามมาลื่นไถลและเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำทรายและวัสดุดูดซับมาโรยทับคราบน้ำมันทั้งหมด พร้อมกับปิดช่องจราจรบางส่วนชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้ประสานงานนำรถเครนขนาดใหญ่เข้ามาเร่งกู้ซากรถพ่วงและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้การจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
สรุป 5 ข้อควรระวัง ขับรถบรรทุกหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย
อุบัติเหตุที่ดอยพระบาทครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกและรถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางภูเขาในหน้าฝนที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมทาง ขอสรุปข้อควรปฏิบัติที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง ดังนี้:
- ลดความเร็วลงทันทีเมื่อฝนตก: ถนนที่เปียกน้ำจะลื่นกว่าปกติ การขับรถให้ช้าลงจะช่วยให้คุณมีเวลาตัดสินใจและมีระยะเบรกที่ปลอดภัยมากขึ้น
- ระวังเป็นพิเศษเมื่อขับรถเปล่า: รถบรรทุกที่ไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่ด้านหลัง มักจะมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะถนนที่น้อยกว่าปกติ ทำให้หางพ่วงส่ายหรือล้อลื่นไถลได้ง่ายเมื่อต้องเบรกกะทันหัน
- ใช้เกียร์ต่ำเมื่อลงเขา: หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกแช่ยาว ๆ เพราะจะทำให้ผ้าเบรกไหม้และเบรกแตกได้ ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยหน่วงความเร็วเครื่องยนต์แทน
- รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า: ในช่วงที่ถนนลื่น ระยะที่รถจะหยุดนิ่งได้หลังจากเหยียบเบรกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คุณจึงควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ
- ตรวจสอบสภาพยางและเบรกเสมอ: ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ต้องแน่ใจว่าดอกยางมีความลึกพอที่จะรีดน้ำฝนได้ดี และระบบเบรกต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของเส้นทางลาดชันในช่วงฤดูฝนได้อย่างชัดเจน โชคดีที่ไม่มีการสูญเสียชีวิตหรือมีผู้บาดเจ็บสาหัสเกิดขึ้น ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวนี้ได้จากแหล่งที่มาต้นฉบับที่ MGR Online
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าของร้านอาหารลำปางเข้ามอบตัวตำรวจหลังฆ่าเพื่อนบ้าน: ศาลปฏิเสธการประกันตัว
ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่
ข่าวระดับชาติ - National
กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยด่วน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วประเทศไทย พร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
ยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน">เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาวะฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอิทธิพลของลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรวมกว่า 44 จังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกขณะในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้
เปิดรายชื่อพื้นที่เสี่ยงภัย 44 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง
จากรายงานพยากรณ์อากาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่ามวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่เริ่มอ่อนกำลังลง ประกอบกับลมใต้ที่นำความชื้นจากทะเลเข้ามา ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน โดยมีรายละเอียดรายจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังดังนี้:
- ภาคเหนือ (12 จังหวัด): แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคกลางและปริมณฑล (10 จังหวัด): นครสวรรค์, อุทัยธานี, ลพบุรี, สระบุรี, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, กาญจนบุรี, ราชบุรี, นครปฐม รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (5 จังหวัด): เลย, ชัยภูมิ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์ และสุรินทร์
- ภาคตะวันออก (6 จังหวัด): นครนายก, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี และตราด
- ภาคใต้ (12 จังหวัด): ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, ระนอง, กระบี่, ตรัง และสตูล
วิเคราะห์สถานการณ์: ทำไมฝนถึงตกหนักช่วงนี้?
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเป็นวงกว้างมาจากปัจจัยทางธรรมชาติที่สำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ ที่ทำหน้าที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดอากาศร้อนจัดในตอนกลางวันสลับกับฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ส่วนที่สองคือ อิทธิพลในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบจากลมฝ่ายตะวันออกที่มีกำลังแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก ข่าวสด ระบุว่าปริมาณฝนในภาคใต้ฝั่งตะวันออกอาจสูงถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลสำหรับชาวเรือและผู้อยู่อาศัยริมชายฝั่ง
คำแนะนำสำหรับการเตรียมตัวและป้องกันอันตราย
เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ประชาชนในพื้นที่ประกาศเตือนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- ชาวเกษตรกร: ควรเร่งตรวจสอบและเสริมความแข็งแรงให้กับโรงเรือนและกิ่งก้านไม้ผล เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมกระโชกแรงที่อาจพัดถล่มลงมา
- ผู้ใช้รถใช้ถนน: หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง
- ชาวเรือ: ในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คลื่นลมอาจสูงกว่า 2 เมตรในจุดที่มีฝนฟ้าคะนอง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่วงเวลานี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
- การดูแลสุขภาพ: เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีทั้งอากาศร้อนจัดและฝนตกหนัก ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรงเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
สรุปภาพรวมอากาศรายภาค
สภาวะอากาศโดยทั่วไปยังคงมีความร้อนแรงในช่วงกลางวัน โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 35-38 องศาเซลเซียส แต่ความเสี่ยงจากฝนฟ้าคะนองยังคงมีอยู่ร้อยละ 20-60 ในแต่ละภูมิภาค การติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่าง LINE TODAY จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเดินทางและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยาจะยังคงเฝ้าระวังกลุ่มฝนอย่างต่อเนื่อง และขอให้ประชาชนติดตามการประกาศเตือนภัยฉบับต่อไปอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนเองอย่างรอบคอบ
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
หญิงสติไม่สมประกอบสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้โดยสารที่สนามบินนานาชาติเชียงราย
ด่วน! จับกุมครั้งใหญ่: หน่วยเฉพาะกิจผาเมืองยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ดในจังหวัดเชียงราย
ข่าวระดับชาติ - National
ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม
กรุงเทพฯ – กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อเย็นวันพุธ โดยเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน คาดว่าจะมีฝนตกหนัก ลมแรง และพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569…
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย พร้อมความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน">กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศล่าสุดเมื่อเย็นวันพุธ โดยเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยให้เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน คาดว่าจะมีฝนตกหนัก ลมแรง และพายุฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569
สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นปานกลางจากจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับลมใต้ที่พัดพาความชื้นจากทะเลมาปะทะกับความร้อนจัดของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดภาคเหนือของประเทศไทย">พายุฤดูร้อนที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาคใต้ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออุทกภัยฉับพลันและดินถล่ม
จากการรายงานของ กรมอุตุนิยมวิทยา (TMD) ระบุว่าในช่วงสัปดาห์นี้ ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากลิ่มความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคอีสานและทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง สภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้:
- เกิดพายุฝนฟ้าคะนองในระยะแรก ตามมาด้วยลมกระโชกแรงในบางแห่ง
- ปริมาณฝนสะสมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่รับลม
- อุณหภูมิที่เคยร้อนจัดจะเริ่มลดลงเล็กน้อยหลังเกิดฝน
เจาะลึกรายภาค: พื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ?
การพยากรณ์อากาศในครั้งนี้ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ของประเทศ โดยแต่ละภาคมีจุดที่ต้องระวังแตกต่างกันไป ดังนี้ครับ
1. ภาคใต้: ระวังน้ำท่วมและคลื่นลมแรง
ถือเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด เช่น ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และกลุ่มจังหวัดชายแดนใต้ ประชาชนในที่ราบลุ่มต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน ส่วนชาวเรือควรระวังคลื่นสูงกว่า 2 เมตรบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
2. ภาคเหนือและภาคกลาง: พายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง
แม้สภาพอากาศทั่วไปจะยังคงร้อนถึงร้อนจัด (อุณหภูมิสูงสุดอาจแตะ 40-41 องศาเซลเซียส) แต่จะมีพายุฝนฟ้าคะนองแทรกเข้ามาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, กาญจนบุรี และราชบุรี ขอให้ระวังป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรงและต้นไม้ใหญ่
3. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สำหรับคนกรุง ช่วงกลางวันอากาศจะยังคงร้อนจัดอยู่ครับ แต่อาจมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้เป็นบางแห่งในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 25-38 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงสภาพอากาศแปรปรวนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย กรมอุตุฯ ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชนไว้ดังนี้:
- หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง: ในขณะเกิดพายุ ไม่ควรอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง หรือใกล้ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่
- ดูแลผลผลิตทางการเกษตร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับพืชผลและสัตว์เลี้ยง เนื่องจากลมที่แรงอาจทำให้โรงเรือนหรือพืชไร่เสียหายได้
- รักษาสุขภาพ: อากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากร้อนจัดเป็นฝนตก อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันและเจ็บป่วยได้ง่าย
การติดตามข้อมูลข่าวสาร
ประกาศเตือนภัยฉบับนี้ (ฉบับที่ 3 เลขที่ 52/2569) จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ โดยทาง The Nation Thailand และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยอัปเดตสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยาหรือทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
เหตุการณ์พายุฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา แต่ความรุนแรงในแต่ละปีนั้นคาดเดาได้ยาก การเตรียมพร้อมและไม่ประมาทจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดความสูญเสีย ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินครับ
ข่าวเด่นประจำวันของประเทศไทย
หญิงถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า หลังขับรถชนคู่ครอง
วิกฤตคอนโดมิเนียมของไทยในปี 2026: คนไทยกำลัง ‘ชะลอ’ การซื้ออสังหาริมทรัพย์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
อุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days ago
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days ago
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง





