ข่าว - News
จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 2569: คาดการณ์ความรุนแรง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และนโยบายรับมือของไทย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความท้าทายทางสภาพอากาศครั้งสำคัญ เมื่อสัญญาณเตือนจากหน่วยงานระดับโลกชี้ชัดว่า ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) ในปี 2569 กำลังก่อตัวและมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าผลกระทบครั้งนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศร้อนเพียงอย่างเดียว แต่จะลุกลามไปถึงความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำ การบังคับใช้นโยบายของภาครัฐ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงข้อมูลคาดการณ์ความรุนแรงของเอลนีโญในปี 2569 ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อประเทศไทย และแนวทางที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือ
- องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เตือนเอลนีโญอาจลากยาวและรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
- วิกฤตน้ำจืดจ่อคอหอย 41 จังหวัดทั่วประเทศเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
- รัฐบาลเร่งคลอดมาตรการคุมเข้มการใช้น้ำ หวั่นกระทบภาคเกษตรและซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน
สัญญาณเตือนจากทั่วโลก: เอลนีโญ 2569 รุนแรงแค่ไหน?
จากการติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ NOAA ระบุว่ามีความน่าจะเป็นถึง 61% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2569 และจะส่งผลลากยาวไปจนถึงสิ้นปีเป็นอย่างน้อย
ในขณะเดียวกัน องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO ก็ได้ออกประกาศเตือน) ถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่บอกเราว่า โลกกำลังจะเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและรูปแบบฝนที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลมากที่สุดคือ ความรุนแรงในครั้งนี้อาจยกระดับขึ้นเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูงทำลายสถิติ และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
ผลกระทบต่อประเทศไทย: ร้อนจัด แล้งนาน และฝนทิ้งช่วง
สำหรับประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลจากศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ตามที่รายงานโดยสื่อ Thairath English ระบุว่า เอลนีโญจะทำให้ปริมาณฝนในประเทศไทยลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมาก
สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวรับมือ มีดังนี้:
- ฤดูร้อนที่โหดร้ายกว่าเดิม: ในช่วงต้นปี 2570 อุณหภูมิอาจพุ่งสูงแตะระดับ 44 องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่
- ปริมาณฝนลดลง: แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่ปริมาณน้ำฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อน้ำต้นทุนในเขื่อน
- ฤดูหนาวที่หายไป: สภาพอากาศในช่วงปลายปี 2569 อาจไม่มีความหนาวเย็นเหมือนปีก่อนๆ
วิกฤตน้ำจืดระดับชาติ: 41 จังหวัดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง
ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดจากเอลนีโญคือ “ภาวะขาดแคลนน้ำ” ข้อมูลจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่เปิดเผยผ่าน Nation Thailand ประเมินว่าในช่วงหน้าแล้งปี 2568/2569 ประเทศไทยจะเผชิญกับความเสี่ยงด้านน้ำในหลายมิติ:
- น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค: มีถึง 41 จังหวัดทั่วประเทศที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้
- น้ำเพื่อการเกษตร: 12 จังหวัดเสี่ยงที่จะไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยงพืชผล
- คุณภาพน้ำ: 22 ลุ่มน้ำสายหลักกำลังเผชิญปัญหาคุณภาพน้ำ โดยเฉพาะปัญหาน้ำเค็มหนุนสูงในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งกระทบต่อการผลิตน้ำประปาโดยตรง
แม้ว่ากรมชลประทานจะรายงานว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้ (ประมาณ 62% ของความจุ) แต่ความต้องการใช้น้ำที่สูงขึ้นประกอบกับฝนที่ตกน้อยลง ทำให้ความเสี่ยงยังคงอยู่ในระดับสูง
แรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ: ภาคเกษตร นโยบายแรงงาน และหนี้ครัวเรือน
ผลกระทบจากภัยแล้งไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับเศรษฐกิจระดับฐานรากของประเทศ เมื่อปริมาณน้ำไม่เพียงพอ ภาคการเกษตรซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของไทยจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
การลดลงของผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรหดหายไปอย่างน่าตกใจ สถานการณ์นี้จะกลายเป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้ “ปัญหาหนี้สินครัวเรือน” ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มในปัจจุบันที่ครัวเรือนไทยกว่า 62% ต้องเผชิญกับภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นจากค่าครองชีพที่แพงขึ้นอยู่แล้ว การขาดรายได้จากภาคเกษตรจะยิ่งซ้ำเติมบาดแผลทางเศรษฐกิจนี้ให้ลึกกว่าเดิม
นอกจากนี้ การหดตัวของภาคการเกษตรยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดแรงงานในชนบท เมื่อไม่มีน้ำทำการเกษตร แรงงานจำนวนมากอาจต้องเคลื่อนย้ายเข้าสู่เมืองหรือพื้นที่อุตสาหกรรม ซึ่งจะสร้างความท้าทายใหม่ให้กับการจัดการด้านแรงงาน และอาจนำไปสู่การทบทวนนโยบายและกฎระเบียบด้านสวัสดิการแรงงานระดับภูมิภาค เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมที่เกิดจากสภาพอากาศ
นโยบายรัฐบาลและการบังคับใช้มาตรการฉุกเฉิน
เพื่อรับมือกับวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น ภาครัฐได้เริ่มตื่นตัวและเตรียมนำมาตรการเชิงนโยบายมาบังคับใช้อย่างจริงจัง รายงานจาก Nation Thailand ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการแผนรับมือภัยแล้งล่วงหน้าอย่างเร่งด่วน
มาตรการและนโยบายที่คาดว่าจะถูกนำมาบังคับใช้ ได้แก่:
- ควบคุมการทำเกษตรนอกฤดู: รัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้นในการขอความร่วมมือ หรือสั่งระงับการทำนาปรังในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตชลประทาน เพื่อสงวนน้ำไว้ใช้สำหรับอุปโภคบริโภคเป็นหลัก
- การจัดการน้ำเชิงระบบ: ส่งเสริมมาตรการ 3R (Reduce, Reuse, Recycle) ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการปลูกพืช: รัฐจะเข้าไปสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการแปลงเกษตร
บทสรุป: ความท้าทายที่รออยู่
ปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 ไม่ใช่แค่เรื่องของอากาศที่ร้อนขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับชาติที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบการจัดการน้ำและโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทย การรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ไม่สามารถพึ่งพารัฐบาลเพียงฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
การติดตามข้อมูลข่าวสาร ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำให้ประหยัด และการปฏิบัติตามนโยบายการจัดการทรัพยากรอย่างเคร่งครัด จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวผ่านความท้าทายทางสภาพอากาศครั้งใหญ่นี้ไปได้ พร้อมทั้งช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและปัญหาสังคมที่จะตามมาในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
Earth Hour 2026 ในไทย ปิดไฟ 1 ชั่วโมง แล้วเปลี่ยนให้เป็นนิสัยทั้งปี
ปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
ข่าว - News
นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในสถานศึกษาชื่อดังของจังหวัดลำปาง เมื่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถูกเพื่อนร่วมชั้นทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องเรียนเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชายที่ทำหน้าที่จดชื่อเพื่อนส่งครู ทำให้เพื่อนอีกคนเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ชนวนเหตุเริ่มจากการที่เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุส่งเสียงดังและไม่สนใจทำงานกลุ่มในเวลาเรียน เมื่อถูกจดชื่อรายงานครูจึงเกิดบันดาลโทสะ คว้ากรรไกรในห้องเรียนแทงเพื่อนร่วมชั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บาดแผลฉกรรจ์ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องเย็บแผลถึง 16 เข็ม ทางครอบครัวผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันทีที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง
ประเด็นสำคัญ
- สาเหตุความรุนแรง: เหตุการณ์เกิดจากความขัดแย้งเรื่องการจดชื่อนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและใช้กรรไกรทำร้ายเพื่อนจนต้องเย็บถึง 16 เข็ม
- การเจรจาเยียวยา: ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางนำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมและขอโทษผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ โดยครอบครัวผู้เสียหายพอใจและเตรียมถอนแจ้งความ
- การปรับปรุงมาตรการ: โรงเรียนเตรียมยกเลิกระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนบนกระดาน เพื่อลดความขัดแย้งในวัยเดียวกัน และส่งตัวผู้ก่อเหตุเข้ารับการประเมินจิตใจ
2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg" alt="นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร" width="1920" height="1080" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1920&ssl=1 1920w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ความคืบหน้าล่าสุดในเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ได้นำคณะครูและสมาคมผู้ปกครองเข้าพบครอบครัวผู้เสียหาย ทางผู้บริหารได้มอบกระเช้าขอโทษและร่วมพูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ
มารดาของเด็กชายที่บาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาของโรงเรียน การลงโทษและดูแลเด็กต้องทำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังขอให้โรงเรียนประสานผู้ปกครองฝ่ายผู้ก่อเหตุ พาลูกไปตรวจสภาพจิตใจด้วย
โรงเรียนเตรียมปรับกฎห้องเรียน ลดขัดแย้งในกลุ่มนักเรียน
หลังจากการพูดคุยอย่างยาวนาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้าใจอันดีและได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย ครอบครัวผู้เสียหายระบุว่าเห็นความตั้งใจจริงของโรงเรียนในการแก้ปัญหา จึงเตรียมเดินทางไปถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ด้านผู้บริหารโรงเรียนระบุว่า ผู้ปกครองของเด็กผู้ก่อเหตุยอมรับผิดและพร้อมให้ความร่วมมือในการเยียวยาทุกขั้นตอน โรงเรียนจะนำเด็กเข้าสู่กระบวนการดูแลตามระเบียบของสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนรับปากจะทบทวนวิธีดูแลนักเรียนในห้องเรียนร่วมกับครูประจำชั้น โดยจะปรับเปลี่ยนระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนที่คุยกันบนกระดาน เนื่องจากวิธีนี้อาจสร้างแรงกดดันและความขัดแย้งในกลุ่มเด็กวัยเดียวกันโดยไม่จำเป็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
เหตุไฟฟ้ารั่วที่ค่ายพักแรมของโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย
ข่าว - News
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
แม่น้ำโขงในจังหวัดเหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย">เชียงราย – บดบังไปด้วยคราบน้ำตาและความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อครอบครัวและเพื่อนพ้องตำรวจเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณของข้าหลวงตัวน้อยอย่างสมเกียรติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ณ ร้านโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว
ทางด้านครอบครัวของ ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี ยังคงอยู่ในอาการช็อกและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างเข้าใจได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความวังเวียงขณะที่ญาติสนิทร่วมกันเคาะโลงศพเพื่อเรียกประคองดวงวิญญาณให้เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม ณ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสูญเสียบุคลากรตำรวจ: ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี วัย 24 ปี สังกัดตำรวจสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
- เพิ่งเริ่มต้นชีวิตราชการ: ผู้เสียชีวิตเพิ่งได้รับการประดับยศตำรวจมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางอัคคีภัยร้ายแรงในครั้งนี้
- ส่งร่างกลับมาตุภูมิ: ครอบครัวได้รับศพออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ณ ทำเนียบรัฐบาล การจากไปก่อนวัยอันควรสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้แก่เพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นอย่างมาก
ตามรายงานข่าวสารของสำนักข่าวชื่อดังอย่าง ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า มีกลุ่มเพื่อนข้าราชการตำรวจจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในพิธีรับร่าง หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเมื่อต้องส่งเพื่อนรักกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ในเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวดังกล่าวยังส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งนาย คือ สิบตำรวจตรี สิทธิโชค ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมงานของผู้ตายด้วยเช่นกัน
อนาคตที่ดับวูบลงในเวลาเพียง 3 เดือน
ผู้ร่วมพิธีเปิดเผยว่า ส.ต.ต.หญิง เปมิกา เพิ่งจะผ่านพิธีประดับยศข้าราชการตำรวจอย่างเป็นทางการมาได้เพียงแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น ความฝันในเส้นทางสีกากีที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องมาจบลงอย่างกะทันหันจากภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด
ในขณะนี้ร่างอันไร้วิญญาณได้ถูกเคลื่อนย้ายโดยรถกู้ภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งหน้าสู่บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่พรากชีวิตบุคลากรที่มีความสามารถไป แต่ยังสร้างบาดแผลลึกในใจให้กับครอบครัวและสะท้อนถึงความปลอดภัยในสถานบันเทิงที่ต้องได้รับการกวดขันอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ข่าว - News
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางกรุงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อเกิดเพลิงไหม้รุนแรงภายในร้านอาหารชื่อดังย่านลาดพร้าว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจำนวนมากถึง 27 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบรายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุร้ายเมื่อเวลาประมาณ 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุคือร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รถดับเพลิงจากหลายสถานีต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย: แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยส่วนใหญ่ติดอยู่ภายในบริเวณห้องน้ำของร้าน
- ผู้บาดเจ็บอีก 18 ราย: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีหลังจากช่วยเหลือออกมาได้
- ใช้เวลาควบคุมเพลิง 35 นาที: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก 4 สถานีหลักร่วมมือกันฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้สำเร็จ
เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้โครงสร้างอาคารอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในไม่สามารถมองเห็นทางออกได้สะดวก
รายงานข่าวจาก สำนักข่าว MGR Online ระบุว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมากในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องจัดกำลังพร้อมถังเคมีและสายฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 3 หัวฉีด เพื่อลุยฝ่ากลุ่มควันเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ
นักดับเพลิงต้องใช้เวลาทำงานอย่างต่อเนื่องประมาณ 35 นาที จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์และทำให้เพลิงสงบลงได้ จากนั้นทีมกู้ภัยได้เริ่มภารกิจค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บตามจุดต่างๆ ภายในตัวอาคารที่ถูกไฟไหม้เสียหาย
ความสูญเสียครั้งใหญ่และจุดพบศพสะเทือนใจ
จากการเดินสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงถึง 27 ราย โดยแบ่งออกเป็นผู้ชาย 9 ราย และผู้หญิงอีก 18 ราย นอนเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกและสำลักควัน
จุดที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือบริเวณห้องน้ำของร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตแออัดกันอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าผู้ตายพยายามวิ่งหนีเปลวไฟเข้าไปหลบภัยในห้องน้ำ แต่กลับติดอยู่ภายในและไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้เนื่องจากไฟล้อมรอบไว้หมดแล้ว
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดมีจำนวนทั้งหมด 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการถูกไฟลวกตามร่างกายและระบบทางเดินหายใจขัดข้อง โดยทีมแพทย์และพยาบาลได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่งรอบพื้นที่เกิดเหตุ
ขั้นตอนต่อไปและการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เนื่องจากโครงสร้างอาคารบางส่วนอาจจะมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลงมาหลังจากโดนความร้อนเป็นเวลานาน
ทีมกองพิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการสรุปว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากส่วนใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปความเสียหายทั้งหมดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ




