ข่าวธุรกิจ Business
วิกฤตกำลังซื้อ! ดัชนียอดขายปลีกของไทยร่วงลง 7.2 จุด ในเดือนเมษายน 2569
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ — การใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทยในเดือนเมษายน 2569 กลับกลายเป็นว่าซบเซาอย่างไม่คาดคิด แม้จะมีเทศกาลสงกรานต์และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ข้อมูลล่าสุดเผยให้เห็นความเป็นจริงที่น่าเป็นห่วง โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคค้าปลีกร่วงลงถึง 7.2 จุด
ตัวเลขที่ลดลงอย่างฮวบฮาบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากพายุลูกใหญ่ทางเศรษฐกิจหลายลูกที่พัดกระหน่ำผู้บริโภคชาวไทยพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกักตุนสินค้า (Panic Buying) ที่เกิดขึ้นไปแล้วในเดือนก่อนหน้า ต้นทุนพลังงานที่พุ่งทะยาน และความกังวลอย่างหนักต่อภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น
หากคุณกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับกระเป๋าสตางค์ของคนไทย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุและผลกระทบที่กำลังสั่นคลอนอุตสาหกรรมค้าปลีกของประเทศ
ตัวเลขที่น่ากังวล: สรุปสถานการณ์ดัชนีค้าปลีกเดือนเมษายน
จากรายงานของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและสมาคมค้าปลีกที่เกี่ยวข้อง ระบุว่าความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการค้าปลีกในเดือนเมษายนทรุดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด การลดลง 7.2 จุด ถือเป็นการปรับตัวลดลงที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
การลดลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงยอดขายที่หดตัวในแทบทุกหมวดหมู่สินค้า ตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงสินค้าฟุ่มเฟือยและเครื่องใช้ไฟฟ้า สะท้อนภาพรวมของ “กำลังซื้อที่เปราะบาง” อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) ที่มักจะติดตามดัชนีการบริโภคภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด
ปรากฏการณ์ “กักตุนสินค้า” ในเดือนมีนาคม: การดึงเงินอนาคตมาใช้
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดขายเดือนเมษายนร่วงหล่นลงมา คือ “ภาพลวงตา” ของยอดขายที่พุ่งสูงในเดือนมีนาคม ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ข่าวลือเรื่องการปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและการขาดแคลนสินค้าบางประเภท ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก (Panic Buying)
ผู้คนจำนวนมากแห่กันไปซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำมันพืช และของใช้จำเป็นอื่นๆ เพื่อตุนไว้ที่บ้าน ผลที่ตามมาคืออะไร? เมื่อตู้กับข้าวและห้องเก็บของเต็มไปด้วยสินค้าที่ซื้อตุนไว้ ความจำเป็นที่จะต้องออกไปซื้อของในเดือนเมษายนจึงลดลงอย่างฮวบฮาบ การใช้จ่ายในเดือนเมษายนจึงเป็นเพียงการซื้อของสดหรือของที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น นี่คือสภาวะที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “การดึงอุปสงค์ในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า”
3 ปัจจัยหลักที่สูบเงินออกจากกระเป๋าผู้บริโภค
นอกเหนือจากการตุนสินค้าแล้ว ยังมีปัจจัยเชิงโครงสร้างที่รุนแรงซึ่งกดดันให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง “ลดรายจ่าย” ในส่วนของค้าปลีกลง:
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง: วิกฤตพลังงานโลกและการปรับโครงสร้างราคาในประเทศ ทำให้ค่าน้ำมันหน้าปั๊มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องตัดงบประมาณในส่วนของการช้อปปิ้งและการกินเลี้ยงสังสรรค์ออกไป
- บิลค่าไฟฟ้ามหาโหดช่วงหน้าร้อน: เดือนเมษายนเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดที่สุดในประเทศไทย การเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างต่อเนื่องทำให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงปรี๊ด เมื่อผู้คนได้รับบิลค่าไฟในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน หลายครอบครัวถึงกับช็อกและต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ทันที
- ราคาสินค้าที่ทยอยปรับตัวขึ้น: แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่าย แต่ผู้ผลิตเองก็แบกรับต้นทุนไม่ไหวและจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าปลายทาง เมื่อของแพงขึ้นแต่เงินเดือนเท่าเดิม “อำนาจซื้อ (Purchasing Power)” ของประชาชนจึงอ่อนแอลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการค้าปลีก
สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมค้าปลีก ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก สมาคมผู้ค้าปลีกไทย (Thai Retailers Association) พบว่าธุรกิจต้องเผชิญกับความยากลำบากในหลายมิติ:
- การจัดการสต็อกสินค้า: ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าที่สั่งของเข้ามาเตรียมขายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าค้างสต็อก เนื่องจากยอดขายไม่เดินตามที่คาดการณ์ไว้
- ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น: ในขณะที่ยอดขายตก ผู้ประกอบการกลับต้องแบกรับค่าไฟของห้างร้านที่สูงขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงค่าขนส่งสินค้าที่แพงขึ้นตามราคาน้ำมัน
- สงครามราคา: เพื่อระบายสินค้าและดึงดูดลูกค้าที่กำลังระมัดระวังการใช้จ่าย ผู้ค้าปลีกหลายรายจำใจต้องจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม ซึ่งยิ่งทำให้กำไรสุทธิ (Margin) บางลงไปอีก
มองไปข้างหน้า: ความท้าทายในไตรมาสที่ 2
การฟื้นตัวของดัชนีค้าปลีกในระยะสั้นดูเหมือนจะยังคงเต็มไปด้วยขวากหนาม ตราบใดที่ปัญหาค่าครองชีพยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริโภคจะยังคงมีพฤติกรรม “คิดก่อนซื้อ” และเน้นจับจ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ (Needs) มากกว่าสิ่งที่อยากได้ (Wants)
สิ่งที่เราอาจจะได้เห็นในช่วงที่เหลือของไตรมาสที่ 2 คือการปรับตัวอย่างหนักของแบรนด์ต่างๆ การทำแคมเปญการตลาดจะต้องพุ่งเป้าไปที่ “ความคุ้มค่า” และ “ราคาที่เข้าถึงได้” มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ภาครัฐอาจจะต้องเข้ามามีบทบาทในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือหาแนวทางบรรเทาภาระค่าพลังงานและค่าสาธารณูปโภค เพื่อคืนลมหายใจให้กับกำลังซื้อของประชาชนอีกครั้ง
ท้ายที่สุดแล้ว เดือนเมษายน 2026 ถือเป็นเดือนที่ให้บทเรียนสำคัญแก่นักธุรกิจค้าปลีกว่า ปัจจัยแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้อย่างค่าไฟและราคาน้ำมัน สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างฉับพลันเพียงใด การเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนจึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวในยุคเศรษฐกิจที่เปราะบางเช่นนี้
ข่าวไทยยอดนิยม
ประเทศไทยเตรียมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม
โปรโมชั่นสุดคุ้ม! เวียดเจ็ท ร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT) ลดราคาตั๋วเครื่องบิน 30%
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตเมืองอัจฉริยะ
นักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน">เชียงราย – เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น การพบปะครั้งนี้จัดขึ้น ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นให้พร้อมก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
การอบรมในหลักสูตรพิเศษนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งสำคัญของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบุคลากรภาครัฐจากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- วิสัยทัศน์ร่วมกัน: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาใช้สร้างเมืองอัจฉริยะทั่วทั้งจังหวัด
- ยกระดับความรู้ผู้นำ: การอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล การใช้พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมยุคใหม่แก่บุคลากรภาครัฐ
- เป้าหมายเพื่อประชาชน: โครงการนี้ต้องการให้ผู้บริหารนำความรู้ไปพัฒนางานบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
เจาะลึกเนื้อหาหลักสูตร: พลิกโฉมการบริหารด้วยระบบดิจิทัล
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถนำเครื่องมือเหล่านี้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง เนื้อหาในการอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้านที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะแก่ประชาชนทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ การอบรมยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชนระยะยาว ทั้งนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐได้สนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง เว็บไซต์จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
สร้างเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารจากต่างพื้นที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเมืองอัจฉริยะในระดับท้องถิ่นสามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำท้องถิ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต การนำนวัตกรรมมาปรับใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังช่วยกระจายโอกาสการพัฒนาไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ท่านสามารถศึกษาแนวคิดและหลักสูตรการศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเริ่มใช้มาตรการควบคุมการค้าชายแดนใหม่ ณ ด่านตรวจ 3 แห่ง
ทางการลาวได้เนรเทศชาวไทย 22 คนกลับไปยังเชียงรายแล้ว หลังจากถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับศูนย์รับโทรศัพท์หลอกลวง
ข่าวธุรกิจ Business
เตือนภัยด่วน! สมาคมสื่อมวลชนเชียงรายประกาศระวังมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อรีดไถเงินผู้ประกอบการ
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหลังพบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างตัวเป็นสื่อมวลชน เพื่อเข้าไปข่มขู่และกรรโชกทรัพย์จากหน่วยงานต่างๆ ทางสมาคมฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างแน่นอน
กลุ่มผู้แอบอ้างได้ใช้วิธีการเรียกรับผลประโยชน์จากองค์กรและผู้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย พวกเขาใช้คำว่า “ค่าสื่อ” ระบุในหลักฐานการโอนเงินเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะนำเสนอข่าวในเชิงลบหากเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เรียกร้อง ทางสมาคมฯ ถือว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายร้ายแรง และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- กลุ่มมิจฉาชีพกำลังแอบอ้างเป็นสื่อมวลชนเชียงราย เพื่อข่มขู่และเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการต่างๆ
- สมาคมสื่อมวลชนฯ ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงิน หรือส่งตัวแทนไปเรี่ยไรเงินใดๆ ทั้งสิ้น
- หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยหรือถูกข่มขู่ ให้รีบตรวจสอบกับทางสมาคมฯ หรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้อย่างชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนก ท่านระบุว่าได้สั่งการให้มีการตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างละเอียดแล้ว ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิก หรือเป็นกรรมการบริหารของสมาคมฯ แต่อย่างใด
นายโชติสิริเน้นย้ำเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่า สมาคมไม่เคยขอรับเงินบริจาคจากองค์กรใดๆ และสมาคมไม่เคยอนุญาตให้บุคคลภายนอกใดๆ ขอรับหรือรับสินบนในนามของสมาคม
คำแนะนำสำหรับหน่วยงานและช่องทางการแจ้งเบาะแส
ทางสมาคมสื่อมวลชนฯ ขอฝากเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในระยะนี้ หากมีผู้ใดมาติดต่อโดยแอบอ้างชื่อสมาคมฯ เพื่อขอรับการสนับสนุน หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้ท่านระงับการจ่ายเงิน และทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนเสมอ การยืนยันตัวตนกับทางสมาคมฯ โดยตรงคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยของทุกภาคส่วนในสังคม หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์ หรือการหลอกลวงดังกล่าว ขอให้รีบดำเนินการปกป้องสิทธิ์ของท่านทันที ท่านสามารถแจ้งเบาะแสและส่งหลักฐานมายังสมาคมฯ หรือติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เพื่อให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ตลอดเวลา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเมืองเชียงรายตรวจสอบสถานบันเทิงยามค่ำคืนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เชียงรายเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เปิดโครงการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเปิดตัวแผนส่งเสริมการค้าปี 2026 เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น
ชียงรายแล้ว">เชียงราย – เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม 2569) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริมการค้าและการลงทุนประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน
โครงการนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เป้าหมายหลักคือการนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยทางคณะผู้จัดงานคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และตั้งเป้าให้เกิดการจับคู่ธุรกิจอย่างน้อย 20 คู่
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท พร้อมดันการจับคู่ธุรกิจ 20 คู่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน
- รวมพลัง 4 จังหวัด: เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมกันนำของดีประจำถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า
- เตรียมจัด 2 งานใหญ่: เตรียมพบกับมหกรรมสินค้าที่จังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม และที่กรุงเทพมหานครในเดือนสิงหาคม
จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำของดีประจำแต่ละจังหวัดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ หรืองานหัตถกรรมที่ทำด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเฉพาะถิ่น หรือสินค้า GI เช่น ชาและกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
โครงการนี้ไม่ได้เน้นแค่การขายของเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมล้านนาด้วย รัฐบาลท้องถิ่นต้องการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) สามารถเติบโตและเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ได้จริง คุณสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
สองงานแสดงสินค้าฟื้นเศรษฐกิจ
เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม จะมีการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ถึง 2 งาน งานแรกมีชื่อว่า “Northern Best Deal” จัดขึ้นที่ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานจะมีร้านค้ามาออกบูธมากกว่า 100 ร้าน
ส่วนงานที่สองคือ “Northern Business Hub” ซึ่งจะยกขบวนสินค้าเหนือไปขายถึงใจกลางเมืองหลวง งานนี้จัดที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 โดยจะมีร้านค้าเด่นกว่า 80 ร้านไปให้ชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ
โปรโมชันจัดเต็ม ดึงดูดนักลงทุน
ทั้งสองงานนี้เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นได้พบเจอกับผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วประเทศ ภายในงานมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสั่งซื้อล่วงหน้าและสร้างเครือข่ายการค้าในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและมินิคอนเสิร์ตให้ชมฟรี
ผู้จัดงานยังเตรียมโปรโมชันพิเศษมากมายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ มีการแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รางวัลต่อวัน และบัตรของขวัญมูลค่ารวม 20,000 บาททุกวัน ไฮไลต์สำคัญคือการลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง และช่วงนาทีทองที่ลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย




