เชียงราย - Chiang Rai News
โครงการอุโมงค์ลอดแยกหน้าศูนย์ราชการเชียงรายคืบหน้า 54%, ตั้งเป้าเสร็จปี 2027
เชียงราย – กรมทางหลวงชนบทแจ้งความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกหน้าศูนย์ราชการเชียงราย บนสายทางหลวงชนบท ชร.1023 ในอำเภอเมืองเชียงราย ตอนนี้งานเดินหน้าเกินครึ่งแล้ว
โครงการใช้งบประมาณ 849.80 ล้านบาท ความก้าวหน้าล่าสุดอยู่ที่ 54% และทำได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2027
พิจิตต์ หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ระบุว่า งานทั้งหมดครอบคลุมระยะทาง 1.635 กิโลเมตร ขณะนี้ทีมงานกำลังขุดดินและติดตั้งโครงค้ำยันชั่วคราว เพื่อช่วยพยุงผนังอุโมงค์ไม่ให้เคลื่อนตัวระหว่างก่อสร้าง
หัวใจของโครงการคืออุโมงค์ลอดแยก ออกแบบเป็น 4 ช่องจราจร (ขาเข้า 2 ช่อง, ขาออก 2 ช่อง) ความยาวช่วงอุโมงค์ 425.50 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการขยายและปรับปรุงสะพานข้ามแม่น้ำกกด้วย โดยช่วงสะพานที่ปรับปรุงมีระยะทาง 410 เมตร พร้อมขยายช่องทางให้กว้างขึ้น เพื่อระบายรถได้ดีขึ้นไปพร้อมกัน ขณะเดียวกัน จะปรับปรุงถนนโดยรอบบนแนว ชร.1023 บริเวณใกล้แยกศูนย์ราชการให้รองรับการสัญจรได้ปลอดภัยและเป็นระเบียบกว่าเดิม
งานประกอบอื่นๆ รวมถึงติดตั้งไฟส่องสว่างถนน และปรับงานระบบสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเดินทางผ่านจุดนี้มั่นใจได้มากขึ้นทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อโครงการเสร็จ คาดว่าจะช่วยลดปัญหารถติดที่เป็นคอขวดสำคัญของ ชร.1023 โดยเฉพาะช่วงหน้าทางเข้า Mae Fah Luang Chiang Rai International Airport ผลคือการเดินทางไปสนามบินและออกจากสนามบินจะเร็วขึ้น และคาดเดาเวลาได้ง่ายกว่าเดิม
กรมทางหลวงชนบทมองว่า โครงการนี้จะช่วยให้การเชื่อมต่อการเดินทางในเมืองดีขึ้นตามการขยายตัวของเชียงราย อีกทั้งยังหนุนการค้าขาย การขนส่ง และการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพราะการสัญจรบนแนวทางสายสำคัญจะคล่องตัวขึ้น
ด้านการบริหารจัดการหน้างาน หน่วยงานขอให้ผู้รับจ้างหยุดก่อสร้างช่วงสงกรานต์ปี 2026 เพื่อลดผลกระทบการจราจร และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้ทาง
พร้อมกันนั้น ยังย้ำให้เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ป้ายเตือนและสัญญาณไฟที่มองเห็นชัด เพิ่มการฉีดพ่นน้ำเพื่อลดฝุ่น และจัดเก็บวัสดุในจุดที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนทำงานและผู้สัญจรผ่านพื้นที่ดังกล่าว
ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำข่าวลือน้ำมันขาดแคลนไม่จริง, สั่งเข้มกันกักตุน
เชียงราย - Chiang Rai News
ญาติของแรงงานชาวอิสราเอลในเชียงรายเรียกร้องให้พวกเขากลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุด
เชียงราย – เชียงรายมีแรงงานไทยเดินทางกลับไปทำงานในอิสราเอลเกือบ 4,000 คน หลายครอบครัวในพื้นที่ติดตามข่าวใกล้ชิด เพราะการปะทะในตะวันออกกลางยกระดับต่อเนื่อง ญาติของแรงงานบางรายเล่าว่า คนที่ทำงานอยู่แถบไร่องุ่นได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยเป็นระยะๆ จึงยิ่งทำให้ที่บ้านเป็นห่วง และย้ำกันตรงๆ ว่าถ้าเหตุการณ์หนักขึ้นให้รีบกลับไทยทันที
ช่วงวันที่ 2 มี.ค. มีรายงานสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และพันธมิตร กับอิหร่านและพันธมิตรในตะวันออกกลาง ดำเนินต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้หลายพื้นที่ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน รวมถึงบางเมืองในอิสราเอลด้วย เมื่อข่าวออกมาแบบนี้ ญาติแรงงานชาวเชียงรายที่ทำงานอยู่ในอิสราเอลยิ่งรู้สึกกดดัน เพราะกลัวเหตุซ้ำรอยเดิม
ที่บ้านป่าสักงาม หมู่ 9 (คุ้มเวียงราชพลี) ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง น.ส.นารี วงศ์มุทิตาจิต อายุ 30 ปี เล่าว่า สามีทำงานที่อิสราเอลมาแล้วราว 2 ปี และนี่เป็นการไปทำงานรอบที่ 2 หลังเคยกลับไทยช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบปลายปี 2566 จากกรณีกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล
น.ส.นารีบอกว่า สามีกลับไปทำงานเกษตรที่ไร่องุ่นแห่งเดิม หลังสถานการณ์ช่วงก่อนหน้าผ่อนคลายลง เขายังติดต่อครอบครัวทุกวันผ่านโทรศัพท์และโซเชียลมีเดีย ดังนั้นทางบ้านจึงพอรู้ความเคลื่อนไหวตลอด ช่วงที่มีเหตุปะทะรอบล่าสุด สามีเล่าว่าได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัยเป็นพักๆ แม้ยังออกไปทำงานได้ตามปกติ แต่ทุกคนในพื้นที่เตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะถ้านายจ้างแจ้งเตือนก็ต้องหยุดงานแล้วรีบเข้าหลุมหลบภัยทันที
แม้จะพยายามทำใจ น.ส.นารีก็ยอมรับว่ากลัวและเป็นห่วงมาก เพราะข่าวบอกว่าสถานการณ์ขยายวงไปหลายประเทศ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือกำชับให้สามีระวังตัว และดูแลตัวเองให้ดีที่สุด นอกจากนี้ทั้งคู่คุยกันไว้แล้วว่า หากความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกให้รีบกลับประเทศไทยก่อน โดยไม่ต้องห่วงเรื่องงาน เพราะสุดท้ายแล้วความปลอดภัยสำคัญกว่า
ด้านข้อมูลในพื้นที่ระบุว่า ก่อนเหตุการณ์รุนแรงปี 2566 เชียงรายมีแรงงานไปทำงานที่อิสราเอล 2,174 คน เป็นชาย 2,148 คน หญิง 26 คน โดยเฉพาะ อ.เวียงแก่นมีมากกว่า 500 คน ต่อมาหลังเหตุการณ์กลุ่มฮามาสบุกโจมตี ทำให้ชาวเชียงรายเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และมีแรงงานทยอยกลับไทยจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มสงบ แรงงานบางส่วนก็ค่อยๆ กลับไปทำงานอีกครั้ง เพราะนายจ้างอิสราเอลเข้ามาเปิดศูนย์ทดสอบรับงานถึงในเชียงราย และเสนอค่าจ้างที่สูงขึ้น
ล่าสุดในเดือน มี.ค. 2569 มีแรงงานชาวเชียงรายอยู่ในอิสราเอล 3,842 คน และถ้ารวมประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางจะอยู่ที่ 3,996 คน ทำให้หลายครอบครัวในจังหวัดยังต้องติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง และภาวนาให้คนที่อยู่หน้างานปลอดภัยทุกวัน
วัยรุ่น 7 คนปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ถูกจับขณะลักลอบขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดจากเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายย้ำข่าวลือน้ำมันขาดแคลนไม่จริง, สั่งเข้มกันกักตุน
เชียงราย – ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายลงพื้นที่พร้อมทีมจากสำนักงานพลังงานจังหวัด, พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัด เพื่อตรวจคลังน้ำมันและสถานีบริการทั่วจังหวัด หลังมีกระแสข่าวลือบนออนไลน์เรื่องน้ำมันขาดแคลนจนหลายคนเริ่มตื่นตระหนก
ผู้ว่าฯ ยืนยันว่าเชื้อเพลิงในพื้นที่ยังเพียงพอ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการและใช้ชีวิตตามปกติ พร้อมประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการ 6 ข้อ เพื่อสกัดการกักตุนและการเอาเปรียบด้านราคา
เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ชูชีพ พงษ์ชัย ลงตรวจจุดสำคัญร่วมกับชุดปฏิบัติการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นตรวจทั้งแหล่งเก็บสำรองและสถานีบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ชาวเชียงราย และลดความกังวลจากข่าวลือที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ผู้ว่าฯ ระบุว่า การเร่งไปเติมหรือกักเก็บเกินความจำเป็นจะยิ่งทำให้เกิดปัญหาใหม่ เพราะทำให้ความต้องการพุ่งสูงผิดปกติและส่งผลให้ปั๊มน้ำมันบางแห่งน้ำมันหมดเร็วกว่าปกติ
น้ำมันในเชียงรายยังไม่ขาดแคลน
นอกจากนี้ จังหวัดเปิดสายด่วนตลอด 24 ชั่วโมงให้แจ้งเบาะแส หากพบการฉวยโอกาส เช่น กักตุนหรือขายเกินราคา โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามและดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดอย่างใกล้ชิด
“อยากให้พี่น้องเชียงรายเข้าใจข้อเท็จจริง น้ำมันในจังหวัดไม่ได้ขาดแคลน ขอให้ใช้ชีวิตตามปกติ และอย่าตุนหรือซื้อเกินจำเป็น เพราะจะทำให้สถานการณ์ตึงโดยไม่จำเป็น” ผู้ว่าฯ กล่าว
ด้านนายประสก งามสมภักดิ์ พลังงานจังหวัดเชียงราย เสริมว่า ช่วงที่ข่าวลือแพร่หลาย มีประชาชนบางส่วนนำภาชนะมาเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดใช้ต่อวันสูงขึ้น และทำให้บางสถานีบริการต้องเติมสต๊อกถี่กว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม จังหวัดประสานผู้ประกอบการให้เพิ่มรอบการขนส่งแล้ว จึงช่วยให้การกระจายเชื้อเพลิงทำได้ต่อเนื่อง อีกทั้งเชียงรายมีคลังน้ำมันของตัวเอง ทำให้การส่งจ่ายทำได้เร็วกว่าในบางพื้นที่
เขาย้ำด้วยว่า ราคาน้ำมันยังไม่ปรับขึ้น และปริมาณยังเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดังนั้นประชาชนไม่ควรกักตุน และควรเติมตามความจำเป็น
รัฐบาลตรึงราคาดีเซลชั่วคราว 15 วัน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยสั่ง ตรึงราคาดีเซลชั่วคราว 15 วัน โดยคงเพดานราคาทั่วประเทศไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เริ่มวันที่ 3 มีนาคม 2026 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุแนวทางดังกล่าว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อุตตพล เรืองกฤบูรณ์ ดำเนินการผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
มาตรการนี้ต้องการลดแรงกระแทกค่าครองชีพและต้นทุนเดินทาง หลังราคาน้ำมันโลกผันผวนจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงความกังวลเรื่องการขนส่งในช่องแคบฮอร์มุซ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ค้ารายใหญ่ เช่น PTT, Shell และ Caltex จึงคงราคาไว้ (หรือปรับลดในบางช่วงตามเงื่อนไข) โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะช่วยชดเชยส่วนต่างในช่วงตรึงราคา และบางกรณีอาจครอบคลุมไปถึงน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ด้วย เจ้าหน้าที่ยังระบุว่าไทยมีน้ำมันสำรองราว 60 วัน จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกไปซื้อกักตุนในช่วงที่ตลาดยังผันผวน
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารเชียงรายสกัดรถเอสยูวี ยึดยาไอซ์ได้ 600 กิโลกรัม
เชียงราย – มีการไล่สกัดรถต้องสงสัยบนเส้นทางภูเขาในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย หลังเจ้าหน้าที่พบรถปาเจโรป้ายทะเบียนเชียงใหม่ขับเร็วผิดปกติ ก่อนเร่งเครื่องหนีและฝ่าจุดตรวจหลายจุด สุดท้ายถูกพบจอดทิ้งไว้ริมอ่างเก็บน้ำ ส่วนคนขับอาศัยความมืดหลบหนีไป
วันที่ 5 มี.ค. เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ม.2 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับ นบ.ยส.35 ตรวจยึดไอซ์น้ำหนักราว 600 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์อเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาเจโร สีดำ ป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1 คัน
ก่อนหน้านี้ ชุดปฏิบัติการออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทยเมียนมา ในพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง ระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วงกลางคืน เมื่อถึงบริเวณบ้านลิเซ หมู่ 9 ต.แม่ฟ้าหลวง เจ้าหน้าที่เห็นรถคันดังกล่าววิ่งบนถนนเขาด้วยความเร็วผิดสังเกต จึงส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนีทันที

ต่อมา เจ้าหน้าที่ประสานกำลัง นบ.ยส.35 เพื่อจัดตั้งจุดตรวจและจุดสกัดบนเส้นทางบริเวณบ้านห้วยน้ำขุ่น หมู่ 18 ต.แม่ฟ้าหลวง อย่างไรก็ตาม รถเป้าหมายยังฝ่าจุดตรวจไปได้ จึงเกิดการไล่ติดตามต่อเนื่อง
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ตามไปถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ไร่ ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง และพบรถต้องสงสัยจอดอยู่ริมอ่าง จึงเข้าตรวจสอบทันที แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่หรือบุคคลในพื้นที่ คาดว่าหลบหนีไปแล้ว

เมื่อตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบฟางสีขาวและสีฟ้ารวม 24 ใบ ภายในบรรจุไอซ์ โดยระบุว่าแต่ละกระสอบมี 25 ห่อ รวมของกลางทั้งหมดราว 600 กิโลกรัม
นอกจากนี้ยังพบเอกสารส่วนบุคคล เป็นบัตรประจำตัวประชาชนของชายอายุ 29 ปี ชาว ต.บ้านเอื้อม อ.เมืองลำปาง เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และเดินหน้าขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป
รายงานข่าวระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 ถึงช่วงต้นเดือน มี.ค. 2569 กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นยาเสพติดได้ 257 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 265 คน ตรวจยึดยาบ้า 151,621,703 เม็ด เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม ไอซ์ 2,407.2 กิโลกรัม ฝิ่น 67 กิโลกรัม และเคตามีน 327.4 กิโลกรัม อีกทั้งมีเหตุปะทะกับกลุ่มขบวนการลำเลียง 34 ครั้ง ส่งผลให้ฝ่ายขบวนการเสียชีวิต 25 ราย และหากยาเสพติดที่ยึดได้ถูกลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าการขายรวมประมาณ 25,482 ล้านบาท
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชายคนหนึ่งใช้ดาบซามูไรทำร้ายช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเบรกเสีย
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoคริสตจักรแมนมิน เชียงราย ครบรอบ 15 ปี จัดนมัสการพิเศษ พร้อมกิจกรรมวัฒนธรรม
ข่าวระดับชาติ - National5 days agoเหตุการณ์สุดช็อกในพัทยา! หญิงข้ามเพศเปลือยกายสองคนไล่ตามนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย
เทคโนโลยี6 days agoมหาวิทยาลัยแม่โจ้เปิดตัว “ดินเด้ง” นวัตกรรมใหม่สำหรับการเพาะปลูก



