Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

Chiang Rai Times- หนังสือพิมพ์เชียงรายไทมส์ฉลองครบรอบ 19 ปี

Chiang Rai Times คือเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษแบบไม่แสวงหากำไร ที่นำเสนอข่าวท้องถิ่น ภูมิภาค และข่าวต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อให้ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่นที่อ่านอังกฤษได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น…

Published

on

Chiang Rai Times คือเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษแบบไม่แสวงหากำไร ที่นำเสนอข่าวท้องถิ่น ภูมิภาค และข่าวต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2007

Chiang Rai Times คือเว็บไซต์ข่าวภาษาอังกฤษแบบไม่แสวงหากำไร ที่นำเสนอข่าวท้องถิ่น ภูมิภาค และข่าวต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2007 เพื่อให้ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว และคนท้องถิ่นที่อ่านอังกฤษได้ติดตามความเคลื่อนไหวของยาบ้าอีกราย">เชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงได้ง่ายขึ้น

เชียงรายอยู่ท่ามกลางภูเขาเขียวขจี ใกล้ชายแดนไทย ลาว และเมียนมา พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำจึงดึงดูดทั้งผู้มาเยือนและผู้พำนักระยะยาวจากหลายประเทศ เพราะมีผู้คนหลากหลาย ข่าวภาษาอังกฤษที่ชัดเจนจึงสำคัญมาก ทั้งชาวต่างชาติ นักเดินทาง เจ้าของกิจการ และคนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษ ต่างต้องการข้อมูลที่เชื่อถือได้ ตั้งแต่นโยบายเมือง การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจท้องถิ่น ข่าวท่องเที่ยว ไปจนถึงเหตุการณ์ใหญ่ของโลก

ตรงนี้เองที่ Chiang Rai Times เข้ามามีบทบาท หลายคนมองว่าเป็นแหล่งข่าวภาษาอังกฤษที่อัปเดตสม่ำเสมอและโฟกัสพื้นที่ ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะ จังหวัดเชียงราย เว็บไซต์ทำงานในรูปแบบสื่อออนไลน์ไม่แสวงหากำไร ภายใต้ชื่อ CTN News และตลอดเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ช่วยเติมช่องว่างที่สื่อใหญ่ๆ มักรายงานภาคเหนือแบบผิวเผิน

จุดเริ่มต้นและการเติบโตช่วงแรก

ตามข้อมูลภาพรวม Chiang Rai Times เปิดตัวในปี 2007 ในฐานะพอร์ทัลข่าวภาษาอังกฤษอิสระแบบไม่แสวงหากำไร ช่วงนั้นเชียงรายเริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นจากการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และจำนวนชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นความต้องการข่าวภาษาอังกฤษที่ไว้ใจได้จึงสูงขึ้นเรื่อยๆ

ตั้งแต่แรก เว็บไซต์เน้นข่าวที่กระทบชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่เป็นหลัก ทั้งข่าวท้องถิ่นและข่าวภูมิภาค พร้อมคัดเลือกข่าวต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับผู้อ่านในเชียงรายด้วย รายงานยุคแรกครอบคลุมการเมือง ธุรกิจ กิจกรรมชุมชน และเรื่องท่องเที่ยวใน จังหวัดเชียงราย มากกว่าจะไล่ตามกระแสระดับประเทศ และยังหยิบเรื่องที่สื่อส่วนกลางมักมองข้ามขึ้นมาเล่าให้ครบ

เมื่อเข้าสู่ช่วงปี 2010s แพลตฟอร์มก็ขยับเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์ที่กว้างขึ้น มีหมวดประกาศ บัญชีรายชื่อธุรกิจ และคู่มือท่องเที่ยวเพิ่มเข้ามา แนวทางที่เน้นออนไลน์ตั้งแต่ต้นช่วยให้ปรับตัวได้ดีในช่วงที่คนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ลดลง และหันไปอ่านข่าวบนเว็บมากขึ้น ปัจจุบันเว็บไซต์มีผู้อ่านรวมมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อปี และลงข่าวอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ด้วยภาษาอ่านง่ายและตรงประเด็น

แหล่งข่าวภาษาอังกฤษที่หาได้ยากในภาคเหนือตอนบน

ภาคเหนือของไทยมีหลายจังหวัดที่มีวัฒนธรรมเข้มข้น และมีคนใช้ภาษาอังกฤษอยู่ไม่น้อย เช่น เชียงราย, เชียงใหม่, ลำปาง พะเยา และจังหวัดใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม สื่อข่าวภาษาอังกฤษที่ทำข่าวประจำในพื้นที่ยังมีไม่มาก

แม้ เชียงใหม่ จะมีสื่อที่ทำมานานอย่าง Chiang Mai Citylife (เริ่มในปี 1991) แต่สื่อที่ให้ความสำคัญกับ เชียงราย และภาคเหนือตอนบนแบบต่อเนื่องยังมีจำกัด หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษระดับชาติอย่าง Bangkok Post และ The Nation มักลงข่าวภูมิภาคแบบสั้นๆ ส่วนสื่อออนไลน์อื่นๆ เช่น The Thaiger ก็รายงานข่าวทั่วไทยเป็นหลัก แต่ไม่ได้เจาะเชียงรายในแบบเดียวกับที่ Chiang Rai Times ทำ

ด้วยเหตุนี้ Chiang Rai Times จึงกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญสำหรับคนที่อ่านไทยไม่ถนัด แต่ต้องการเข้าใจประเด็นท้องถิ่น เช่น ปัญหาคุณภาพอากาศ มลพิษในแม่น้ำ กิจกรรมชุมชน และความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของพื้นที่

เน้นข่าวชัดเจน อัปเดตไว และอ่านเข้าใจง่าย

Chiang Rai Times ให้ความสำคัญกับความถูกต้องและความรวดเร็ว พร้อมเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา ในเดือนมีนาคม 2024 เว็บไซต์เปิดตัวแพลตฟอร์มที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อให้อ่านง่ายขึ้นและขยายการนำเสนอข่าวให้ครอบคลุมกว่าเดิม โดย Editor-in-Chief Somsak Jitman ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโจทย์ผู้อ่านยุคใหม่ ควบคู่กับการรักษามาตรฐานงานข่าว

ประเด็นที่รายงานเป็นประจำ เช่น

  • การเมืองท้องถิ่น และนโยบายสาธารณะใน เชียงราย
  • ธุรกิจ และเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงเกษตรและท่องเที่ยว
  • ชีวิตชุมชน งานสังคม และกิจกรรมวัฒนธรรม
  • ท่องเที่ยว วัด ชุมชนชาติพันธุ์บนดอย และแหล่งธรรมชาติ
  • ข่าวภูมิภาคและข่าวโลก ที่โยงกลับมาที่ภาคเหนือของไทย

เพราะทำงานแบบไม่แสวงหากำไร เว็บไซต์จึงโฟกัสงานบริการสาธารณะได้เต็มที่ และยังช่วยสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นกับกิจกรรมชุมชนไปพร้อมกัน โดยคงความเป็นอิสระของกองบรรณาธิการไว้

รายงานต่อเนื่อง ช่วยให้คนเห็นภาพเชียงรายชัดขึ้น

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Chiang Rai Times ติดตามเหตุการณ์สำคัญใน ภาคเหนือของไทย อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงด้านการค้าชายแดน หรือการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวหลังโควิด นอกจากนี้ยังนำเสนอเรื่องที่สะท้อนตัวตนของเชียงราย เช่น วัดสมัยล้านนา และความหลากหลายของชุมชนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ทำให้ผู้อ่านทั่วโลกเห็นภาพจังหวัดนี้ชัดขึ้น

เมื่อมียอดเข้าชมระดับหลักล้านต่อปี เว็บไซต์ก็มีส่วนต่อการรับรู้ของคนต่อภูมิภาคนี้ด้วย ผลที่ตามมาคือช่วยเพิ่มความสนใจด้านท่องเที่ยว และทำให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีเหตุผลระหว่างคนท้องถิ่น ผู้ย้ายมาอยู่ใหม่ และผู้มาเยือน

นักข่าวและทีมบรรณาธิการ

Chiang Rai Times ทำงานร่วมกับนักเขียนและผู้สื่อข่าวหลายคนที่ติดตามพื้นที่ภาคเหนือ บางช่วงชื่อผู้เขียนอาจเปลี่ยนไปตามเวลา แต่แนวทางยังคงพึ่งพานักข่าวท้องถิ่นและผู้สื่อข่าวภูมิภาคที่เข้าใจผู้คนและบริบทของพื้นที่

Editor-in-Chief Anna Wong ดูแลการทำงานประจำวัน โดยเน้นความถูกต้อง และการนำเสนอข่าวให้เข้ากับการอ่านบนออนไลน์ ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ยังเผยแพร่งานจากผู้เขียนที่มีความคุ้นเคยกับประเด็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยเสริมมุมมองและความน่าเชื่อถือของเนื้อหา

โดยรวมแล้ว ทีมผสมผสานข่าวท้องถิ่นกับข่าวต่างประเทศที่คัดเลือกมาอย่างเหมาะสม และยังยึดเชียงรายเป็นศูนย์กลางของการรายงานข่าวเสมอ

รางวัลและการยอมรับ

Chiang Rai Times ได้รับความสนใจในฐานะสื่อภูมิภาคที่ทำงานต่อเนื่อง ในปี 2023 เว็บไซต์ได้รับการยอมรับเป็นผู้ชนะใน Media Innovator Awards ซึ่งสะท้อนแนวทางการทำสื่อและการทำงานด้านข่าวใน ภาคเหนือของไทย มาอย่างยาวนาน

ผู้อ่านจำนวนมากชื่นชมว่าเว็บไซต์ช่วยทำให้ข่าวท้องถิ่นตามอ่านได้ง่าย และยังเชื่อมโยงให้เห็นภาพใหญ่ได้พอดี ที่สำคัญคือความสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2007 ทำให้ความไว้วางใจในชุมชนค่อยๆ เติบโตขึ้น

ก้าวต่อไป

เมื่อ เชียงราย เปลี่ยนแปลงจากการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เกษตรยั่งยืน และโครงการข้ามพรมแดน Chiang Rai Times ยังตั้งใจรายงานข่าวด้วยความชัดเจนและรอบคอบ การปรับปรุงเว็บไซต์ล่าสุดก็ช่วยเปิดทางให้เข้าถึงผู้อ่านได้กว้างขึ้น และรองรับรูปแบบการมีส่วนร่วมที่มากขึ้นในอนาคต

ในช่วงที่ข้อมูลผิดๆ แพร่กระจายได้เร็วบนออนไลน์ สื่อข่าวแบบไม่แสวงหากำไรแห่งนี้ยังยืนบนหลักข้อมูลจริง และทำหน้าที่เป็นแหล่งข่าวภาษาอังกฤษสำหรับผู้อ่านทั่ว ภาคเหนือของไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่ chiangraitimes.com หรือช่องทางโซเชียลของ CTN News โดย Chiang Rai Times ยังเป็นตัวอย่างของสื่อที่ยืนอยู่กับชุมชน และเติบโตได้บนโลกออนไลน์อย่างมั่นคง

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending