Connect with us

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ

Published

on

ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ

เชียงราย – สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันมาตรการกวดขัน “เมาแล้วขับ” แบบจริงจัง โดยเน้นชัดว่าไม่มีการตักเตือนก่อนปรับ ถ้าตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีทันที และถ้าผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับเช่นกัน

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่กำหนดให้คุมเข้มวินัยจราจร ตำรวจจราจรทั่วประเทศจึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานขับรถขณะมึนเมา เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง กระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

รอง ผบ.ตร. ย้ำด้วยว่า การทำงานจะยึดหลักเข้มงวด เท่าเทียม และโปร่งใส เพื่อให้ถนนปลอดภัยขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ช่วงรณรงค์

ตัวอย่างเหตุการณ์ ปฏิเสธเป่าและพยายามหลบหนี

สำหรับกรณีตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ขับขี่รายหนึ่งมีอาการมึนเมา และปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จากนั้นยังพยายามหลบหนี และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ต่อมาพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้จึงเข้าข่ายความผิดหลายฐาน และเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว

โทษเมาแล้วขับตามกฎหมายจราจร

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด มีโทษปรับ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลยังสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้

ขณะเดียวกัน หากเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต โทษจะหนักขึ้น โดยอาจจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ส่วนกรณีทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 ถึง 100,000 บาท และต้องถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามที่กำหนด

ไม่ยอมเป่า เท่ากับเมาแล้วขับ

อีกประเด็นที่ตำรวจย้ำคือ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการขับรถขณะมึนเมา โทษจึงเทียบเท่าเมาแล้วขับ และยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติมด้วย

ขอความร่วมมือ เมาไม่ขับ, เคารพกฎหมายจราจร

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “เมาไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด เพราะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้จริง นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ทำงานตามกฎหมาย ด้วยความอดทน แม้ต้องเผชิญเหตุรุนแรงระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ท้ายที่สุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนเคารพกฎหมายจราจร และช่วยกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเหตุหรืออยากสอบถามข้อมูลจราจร ติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

วิกฤตความปลอดภัยบนท้องถนนจากการขับขี่ขณะเมาสุรา

ในปี 2025 ปัญหาเมาแล้วขับยังเป็นตัวการใหญ่ของวิกฤตความปลอดภัยบนท้องถนนไทย หน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคมรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนเฉลี่ยราว 40 คนต่อวันทั่วประเทศ โดยหลายกรณีเชื่อมโยงกับการดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่จนเกิดเหตุร้ายแรง

พอเข้าสู่ช่วงเสี่ยงสูงอย่างเทศกาลปีใหม่ที่ต่อเนื่องจากปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 สถิติการบังคับใช้กฎหมายก็สะท้อนภาพเดิม คือความผิดเมาแล้วขับเป็นสัดส่วนหลักของการจับกุม ในปฏิบัติการกวดขันบางพื้นที่พบสัดส่วนสูงถึง 92-95% ตัวอย่างเช่น วันที่ 30-31 ธันวาคม 2025 มีการบันทึกเหตุ 1,473 กรณี และเป็นเมาแล้วขับ 1,366 กรณี แม้ตัวเลขจะลดลงจากปีก่อน แต่ก็ยังเห็นความชุกในจังหวัดอย่างนนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ

แม้ภาพรวมสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมักมีเรื่องความเร็วเป็นอันดับต้นๆ แต่ความผิดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ก็ยังติดกลุ่มสูงต่อเนื่อง โดยในสถิติรายวันช่วงวันหยุดมักอยู่ราว 20-30% ดังนั้นถึงการเข้มงวดและการสื่อสารเรื่องความปลอดภัยจะค่อยๆ ดีขึ้น ปัญหาเมาแล้วขับก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเร่งล่าคนเผาไซบีเรียนฮัสกี้ “มอลลี่” รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท

Published

on

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท

ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดีชิงทองในพื้นที่ จ.ขอนแก่น หลังสืบสวนต่อเนื่องจนตามรวบตัวอดีตนายหน้าและพ่อค้าบะหมี่วัย 47 ปีได้สำเร็จ ผู้ต้องหารับว่าเครียดเรื่องหนี้สินและค่าใช้จ่ายในบ้าน จึงลงมือชิงทอง 26 บาท ก่อนกลับไปนอนอยู่บ้าน ติดตามข่าวการทำงานของตำรวจผ่านโซเชียล ขณะนี้ยึดทองคืนได้แล้ว 21 บาท เหลืออีก 5 บาทที่ยังต้องเร่งติดตาม

เวลา 11.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมผู้บังคับบัญชาและชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายชลธิป (เก๋) สาระคำ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น

ตำรวจแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางเพื่อคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือหลบหนี โดยมีของกลาง เช่น ไม้หน้าสามยาวประมาณ 1 เมตร เหล็กกล่องปากแฉก และทองรูปพรรณ 9 เส้น รวมน้ำหนัก 21 บาท

คดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 คนร้ายชาย 1 คนบุกชิงทองรูปพรรณ 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่าประมาณ 1.9 ล้านบาท จากห้างทองกรุงเทพเยาวราช พื้นที่หมู่ 12 ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น แล้วหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ตำรวจสืบภาค 4 ตำรวจสืบสวนจังหวัดขอนแก่น และ สภ.บ้านเป็ด ลงพื้นที่ไล่กล้องและหาเบาะแสต่อเนื่อง พร้อมประกาศรางวัลนำจับ 100,000 บาทสำหรับผู้ให้ข้อมูล

แกะรอยจากรถไม่ติดป้าย และสติกเกอร์ “VIP”

แนวทางสืบสวนพบว่า คนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทา ไม่ติดทะเบียน ไว้ในซอยใกล้ร้านทองประมาณ 20 เมตร แล้วใช้รถคันดังกล่าวหลบหนี

ต่อมา ตำรวจตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี และพบข้อมูลสำคัญจากจุดเติมน้ำมันริมถนนเหล่านาดี คนร้ายเติมน้ำมัน 40 บาท อีกทั้งที่ท้ายรถมีสติกเกอร์สีเหลืองเขียนว่า “VIP” ทำให้ชุดสืบเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ใกล้เคียง

จากนั้นตำรวจจึงกระจายกำลังหาข้อมูลตามชุมชนและหมู่บ้าน จนไปเชื่อมโยงถึงพื้นที่สวนและป่ายางพาราแถวบ้านป่าสังข์ ต.ดอนช้าง อ.เมืองขอนแก่น ก่อนมีชาวบ้านให้เบาะแสว่ารถลักษณะดังกล่าวเป็นของ “นายเก๋” พ่อค้าบะหมี่ที่เปิดร้านอยู่ริมถนนเหล่านาดี

ตำรวจติดตามพฤติกรรมนายเก๋ พบว่ามีช่วงที่ออกจากบ้านในบ้านเหล่าโพนทอง แล้วเดินทางไปสวนในพื้นที่บ้านป่าสังข์

กระทั่งเย็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายเก๋ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกไปขายบะหมี่ ตำรวจจึงเข้าพบ พร้อมแสดงภาพและคลิปจากวันเกิดเหตุ รวมถึงภาพช่วงเติมน้ำมันและภาพหลบหนี ผู้ต้องหามีอาการตกใจและยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุจริง จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่ บก.สส.ภ.4

สารภาพชนวนเหตุ หนี้รุมและต้องเลี้ยงลูก

จากคำให้การ นายเก๋บอกว่าเคยทำอาชีพนายหน้าซื้อขายที่ดิน มีครอบครัวและมีรายได้ดี แต่มีหนี้สะสม ต่อมาภรรยามีคดีและหนีไป ทำให้ตนต้องเลี้ยงลูกและรับภาระหนี้เพียงลำพัง รายได้ไม่พอหมุน จึงคิดแผนชิงทองเพื่อเอาไปขายใช้หนี้และส่งลูกเรียน

ผู้ต้องหาเล่าว่า ซื้อรถฮอนด้าเวฟมือสองสภาพเก่า ไม่มีทะเบียน ราคา 5,000 บาท แล้วพ่นสีเป็นบลอนด์เทา เตรียมเหล็กกล่องยาวเพื่อนำมาทำเป็นอุปกรณ์สำหรับเกี่ยวทอง และเตรียมไม้หน้าสามไว้ค้ำประตู เพราะสังเกตว่าร้านทองหลายแห่งใช้ประตูอัตโนมัติที่ปิดเอง และอาจล็อกเมื่อเกิดเหตุ

อีกด้านหนึ่ง เขาบอกว่าศึกษาข่าวคดีชิงทองจากสื่อ จนคิดว่าถ้าวางแผนดีน่าจะรอด และเลือกไม่ใช้เส้นทางหลักเพราะกล้องวงจรปิดหน้าบ้านมีมาก จึงตั้งใจหนีตามถนนรอง ถนนทุ่งนา และทางสวนที่เชื่อมไปยังหมู่บ้านต่างๆ

วันลงมือ ใช้ไม้ค้ำประตู แล้วหนีเข้าทางสวนยาง

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เขาไปดูเป้าหมายแต่ยังไม่ลงมือ จนวันที่ 15 กุมภาพันธ์จึงกลับมาอีกครั้ง และลงมือชิงทองตามแผน โดยใช้ไม้หน้าสามขวางประตูให้ปิดไม่สนิท ทำให้สามารถออกจากร้านได้

หลังได้ทอง เขาใส่กระเป๋าสีขาว แล้วขี่รถวนตามสวนยางในพื้นที่ ต.ดอนช้าง จนค่ำจึงกลับบ้าน จากนั้นใช้ลวดร้อยทองรวมกัน แล้วย่อนซ่อนไว้ในเสาเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมที่เป็นเสาค้ำระเบียงบ้าน

ต่อมา ผู้ต้องหานำรถที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งหนองน้ำแถวบ้านหนองเต่า ห่างจากบ้านราว 2 กิโลเมตร แล้วนำเสื้อผ้าและหมวกกันน็อกที่ใช้วันเกิดเหตุไปเผาทิ้งในสวนพื้นที่บ้านป่าสังข์

ช่วงหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาเล่าว่านอนอยู่บ้าน ไม่ออกไปขายบะหมี่ และคอยติดตามข่าวการสืบสวนของตำรวจตลอด รู้สึกกดดันจนไม่กล้านำทองออกไปขาย จนคิดว่าเรื่องเริ่มเงียบจึงกลับไปเปิดร้าน แต่สุดท้ายตำรวจตามตัวเจอและจับกุมได้

ยึดทองคืนได้ 21 บาท เหลืออีก 5 บาทต้องตามต่อ

ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ใช้อาวุธปืนหรือมีดเพื่อข่มขู่ แต่ทำทีเหมือนมีอาวุธ เจ้าของร้านทองเข้าตรวจสอบของกลางแล้ว ยืนยันว่าเป็นทองของร้านจริง เพราะมีตราปั๊มสัญลักษณ์ของร้านและบริษัทผู้ผลิต

อย่างไรก็ตาม ทองที่ถูกชิงไปมีทั้งหมด 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท ขณะนี้ยึดคืนได้ 9 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาท ยังขาดอีก 5 บาท เป็นทองเส้นน้ำหนัก 3 บาท และ 2 บาท โดยมอบให้ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด สืบสวนต่อว่าได้นำไปขายแล้วหรือยังซ่อนอยู่ที่ใด

ขณะนี้ตำรวจควบคุมตัวนายเก๋ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

โจรขโมยทองจากกรุงเทพฯ ถูกจับกุมที่อำเภอแม่สุ่ย จังหวัดเชียงราย

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเร่งล่าคนเผาไซบีเรียนฮัสกี้ “มอลลี่” รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท

Published

on

ตำรวจกำลังตามล่าหาฆาตกรที่ฆ่าสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ชื่อมอลลี่ "รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท"

สงขลา ตำรวจภาคใต้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่ถูกกล่าวหาว่าราดน้ำมันใส่ “มอลลี่” ไซบีเรียนฮัสกี้เพศเมีย อายุ 2 ปี ก่อนจุดไฟเผา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย เก็บพยานหลักฐาน และรายงานว่าพบรอยคราบน้ำมันพร้อมภาชนะบรรจุน้ำมันในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เงินรางวัลสำหรับผู้ให้เบาะแสก็ เพิ่มเป็น 87,000 บาท

คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้คนรักสัตว์ในโซเชียลอย่างมาก มอลลี่ถูกไฟลวกไหม้รุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองสงขลา แม้เจ้าของและผู้ติดตามออนไลน์ช่วยกันเฝ้าดูแลและส่งกำลังใจระหว่างรักษา แต่ท้ายที่สุดมอลลี่จากไปอย่างสงบ

ปฏิบัติการค้นหาและเก็บหลักฐาน

บ่ายวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ร่วมกับผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เพื่อเร่งงานสืบสวน

การทำงานครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จาก 5 หน่วยเข้าร่วม ทั้งชุดสืบสวนระดับภาคและท้องที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 และกองบังคับการปราบปราม หลังได้หมายค้น ตำรวจเข้าตรวจบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 8 ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี และเน้นเก็บหลักฐานทางกายภาพให้ครบถ้วน

จากข้อมูลของพนักงานสอบสวน พบร่องรอยคล้ายคราบน้ำมันบริเวณหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังพบภาชนะบรรจุน้ำมันภายในพื้นที่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังระบุว่ามีกลิ่นน้ำมันแรงอยู่ในตัวบ้านด้วย

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยานทั้งหมดไปตรวจสอบ และเก็บตัวอย่าง DNA จากเจ้าของบ้านด้วย ตอนนี้ตำรวจรอผลตรวจ เพื่อดูว่าหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุเผามอลลี่หรือไม่

ก่อนหน้านี้ตำรวจสอบปากคำชาวบ้านมากกว่า 10 รายแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือ

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ระบุว่า สั่งการให้ทุกหน่วยเก็บรายละเอียดให้รอบคอบที่สุด เพราะต้องยืนยันตัวผู้ก่อเหตุให้ชัด และเดินหน้าคดีให้เร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”

Published

on

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต "แอม ไซยาไนด์" คดีวางยาพิษตำรวจหญิง "สารวัตรปู"

กรุงเทพฯ – ศาลอาญาถนนรัชดาภิเศกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายสารรัตน์ รังสิวุฒิพร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แอม ไซยาไนด์” ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในข้อหาฆาตกรรมพันตำรวจโท นิภา แสนชน หรือ “สารวัตรปู่” ซึ่งถูกวางยาพิษด้วยไซยาไนด์ในจังหวัดนครปฐมเมื่อปี 2566

ศาลเห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าและวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อชิงทรัพย์ และเพื่อปกปิดความผิดเดิม อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่าคำให้การบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดโทษจากประหารชีวิต เหลือจำคุกตลอดชีวิต

คำพิพากษานี้เป็นสำนวนที่สองในคดีของ “แอม ไซยาไนด์” หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลเคยพิพากษาประหารชีวิตในอีกสำนวนหนึ่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์

ลำดับเหตุการณ์: วางแผนใช้ไซยาไนด์อย่างเป็นขั้นตอน

คดีนี้เกิดขึ้นวันที่ 1 เมษายน 2566 ในตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตอนนั้นจำเลยอายุ 39 ปี ศาลระบุว่าจำเลยเตรียมสารพิษไซยาไนด์ แล้วนำไปปนในอาหารหรือเครื่องดื่ม เพื่อให้ พ.ต.ต.หญิงนิภา รับประทานหรือดื่ม จนเสียชีวิต

จากแนวทางไต่สวนของศาล พบว่าจำเลยเคยยืมเงินผู้ตาย 50,000 บาท และคืนไปแล้วบางส่วน ขณะเดียวกัน ผู้ตายยังพยายามช่วยเหลือสามีเก่าของจำเลยเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งราชการด้วย

ก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน ผู้ตายถอนเงินสด 140,000 บาท แต่หลังเสียชีวิต เงินจำนวนนี้หายไป ต่อมาพบว่าในบัญชีของจำเลยมีการฝากเงิน 2 ครั้ง รวม 140,000 บาทพอดี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเรื่องพฤติกรรมเล่นพนันออนไลน์อย่างหนักของจำเลย

ศาลยังระบุด้วยว่า จำเลยมีภาระหนี้จากการพนันออนไลน์ระดับหลักสิบล้านบาท รวมถึงหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อออนไลน์อีกหลายล้านบาท จึงก่อเหตุเพื่อเอาทรัพย์ไปใช้หนี้ พฤติการณ์เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4)

ข้อมูล “แอม ไซยาไนด์” กับข้อสงสัยคดีเสียชีวิตต่อเนื่อง 14 ราย

นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ เป็นอดีตภรรยาของ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตตำรวจระดับสูง เจ้าหน้าที่จับกุมเธอครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 หลังเกิดคดีเสียชีวิตที่มีข้อสงสัยของคนใกล้ชิด

จากการสอบสวน ตำรวจมองว่าเธอเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีวางยาพิษไซยาไนด์ต่อเนื่อง ช่วงปี 2563 ถึง 2566 รวมอย่างน้อย 14 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก ที่ถูกชักชวนลงทุน หรือมีเรื่องกู้ยืมเงิน ก่อนจะพบการปนเปื้อนในอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาแคปซูลสมุนไพรปลอม

  • คดีที่มีคำพิพากษาแล้ว
    • น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ (ก้อย) เสียชีวิตเดือนเมษายน 2566 ริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี (ศาลพิพากษาประหารชีวิต 20 พฤศจิกายน 2567)
    • พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ (สารวัตรปู) เสียชีวิตที่จังหวัดนครปฐม (ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 20 กุมภาพันธ์ 2569)
  • คดีอื่นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ตำรวจยังขยายผลอีกมากกว่า 10 คดี และพบร่องรอยไซยาไนด์ในร่างผู้เสียชีวิตทุกศพตามข้อมูลการสอบสวน

โดยรวมแล้ว เธอถูกแจ้งข้อหามากกว่า 80 ข้อหา ครอบคลุมความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ปลอมปนอาหารหรือยา ปลอมเอกสาร และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เสียงจากครอบครัวผู้เสียหาย และกระแสในสังคม

พี่สาวของสารวัตรปู ซึ่งเข้าฟังคำพิพากษา สะท้อนความรู้สึกหดหู่ หลังได้ยินรายละเอียดการวางแผนก่อเหตุ ครอบครัวขอบคุณศาลที่ลงโทษหนัก แต่ก็ยังมีบางส่วนที่อยากให้ลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต เหมือนสำนวนแรก

คดี “แอม ไซยาไนด์” ทำให้สังคมไทยสะเทือนใจ เพราะรูปแบบการก่อเหตุเงียบและรุนแรง ใช้สารพิษที่ตรวจพบยาก อีกทั้งยังพัวพันกับประเด็นเรื่องเครือข่ายคนใกล้ชิด วงการตำรวจ และการพนันออนไลน์ที่คนจำนวนมากกังวล

สรุปภาพรวม และทิศทางหลังจากนี้

คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่ในไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันจำเลยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำหญิงบางเขน และยังต้องต่อสู้คดีอื่นอีกหลายสำนวน ซึ่งศาลอาจพิจารณาแยกคดีหรือรวมโทษตามขั้นตอน

สังคมยังติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทุกฝ่ายอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน โปร่งใส และทำให้ครอบครัวผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมครบถ้วน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 hours ago

ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 hours ago

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท

ตำรวจกำลังตามล่าหาฆาตกรที่ฆ่าสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ชื่อมอลลี่ "รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท"
ข่าวอาชญากรรม - Crime11 hours ago

ตำรวจเร่งล่าคนเผาไซบีเรียนฮัสกี้ “มอลลี่” รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท

แอสตัน วิลล่า ฮึดไล่เจ๊า ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1
ฟุตบอล11 hours ago

แอสตัน วิลล่า ฮึดไล่เจ๊า ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงท้ายเกม

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนนิวคาสเซิล 2-1
ฟุตบอล11 hours ago

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนนิวคาสเซิล 2-1 ที่เอติฮัด

โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด
ฟุตบอล12 hours ago

โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด: ช็อกลาลีกา!

เชลซี พบ เบิร์นลีย์
ฟุตบอล12 hours ago

เชลซีทำได้เพียงเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง

เชียงราย ยูไนเต็ด พ่ายในบ้าน ชลบุรี เอฟซี บุกถล่ม 3-1
ฟุตบอล12 hours ago

เชียงราย ยูไนเต็ด พ่ายในบ้าน ชลบุรี เอฟซี บุกถล่ม 3-1

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต "แอม ไซยาไนด์" คดีวางยาพิษตำรวจหญิง "สารวัตรปู"
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง
ข่าวระดับชาติ - National2 days ago

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

ตำรวจไซเบอร์จับกุมหญิงชาวยูเครนในคดีฉ้อโกงแบบพีระมิดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ตำรวจไซเบอร์จับกุมหญิงชาวยูเครนในคดีฉ้อโกงแบบพีระมิดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์

สนามบินเชียงรายเพิ่มบรรยากาศการต้อนรับตามวัฒนธรรมสำหรับเทศกาลตรุษจีน
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

ทหารเชียงรายยึดยาบ้า 9 ล้านเม็ดในเชียงแสน
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ทหารเชียงรายยึดยาบ้า 9 ล้านเม็ดในเชียงแสน

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026

ตำรวจชายแดนเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ตำรวจชายแดนเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังไล่ล่ารถยนต์

สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย

ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า

หมู่บ้านต่างๆ ในเมืองทาลยัค ประเทศเมียนมาร์ กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวการลักพาตัว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต

“ธรรมนัส” กล่าวปาฐกถาสำคัญที่จังหวัดเชียงราย
ข่าวการเมือง4 weeks ago

“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

ราคาทองวันนี้
การเงิน4 weeks ago

ร้านทองในประเทศไทยกำลังเผชิญกับการปิดตัวลงหลังจากราคาสูงเกิน 70,000 บาท

เรือนจำดอยฮาง เชียงราย เตือนประชาชน หลังมีนักโทษหลบหนี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เรือนจำดอยฮาง เชียงราย เตือนประชาชน หลังมีนักโทษหลบหนี

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท

เชียงราย ยูไนเต็ด และ อยุธยา ยูไนเต็ด เสมอกัน 0-0 ในศึกไทยลีก 1
ฟุตบอล4 weeks ago

เชียงราย ยูไนเต็ด เจาะไม่เข้า เสมอ อยุธยา ยูไนเต็ด 0-0 ศึกไทยลีก 1

ไวรัสนิปาห์
สุขภาพและการแพทย์4 weeks ago

สธ.เร่งสื่อสารสยบข่าวลือ “ไวรัสนิปาห์” หลังข้อมูลผิดพลาดแพร่ในออนไลน์

Trending