ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ
เชียงราย – สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันมาตรการกวดขัน “เมาแล้วขับ” แบบจริงจัง โดยเน้นชัดว่าไม่มีการตักเตือนก่อนปรับ ถ้าตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีทันที และถ้าผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายให้ถือว่าเข้าข่ายเมาแล้วขับเช่นกัน
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตามนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่กำหนดให้คุมเข้มวินัยจราจร ตำรวจจราจรทั่วประเทศจึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานขับรถขณะมึนเมา เพราะเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง กระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
รอง ผบ.ตร. ย้ำด้วยว่า การทำงานจะยึดหลักเข้มงวด เท่าเทียม และโปร่งใส เพื่อให้ถนนปลอดภัยขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ช่วงรณรงค์
ตัวอย่างเหตุการณ์ ปฏิเสธเป่าและพยายามหลบหนี
สำหรับกรณีตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ขับขี่รายหนึ่งมีอาการมึนเมา และปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จากนั้นยังพยายามหลบหนี และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ต่อมาพบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้จึงเข้าข่ายความผิดหลายฐาน และเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว
โทษเมาแล้วขับตามกฎหมายจราจร
ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนด มีโทษปรับ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลยังสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้
ขณะเดียวกัน หากเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต โทษจะหนักขึ้น โดยอาจจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ส่วนกรณีทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 ถึง 100,000 บาท และต้องถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ตามที่กำหนด
ไม่ยอมเป่า เท่ากับเมาแล้วขับ
อีกประเด็นที่ตำรวจย้ำคือ หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นการขับรถขณะมึนเมา โทษจึงเทียบเท่าเมาแล้วขับ และยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติมด้วย
ขอความร่วมมือ เมาไม่ขับ, เคารพกฎหมายจราจร
ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “เมาไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด เพราะช่วยลดอุบัติเหตุและความสูญเสียได้จริง นอกจากนี้ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ทำงานตามกฎหมาย ด้วยความอดทน แม้ต้องเผชิญเหตุรุนแรงระหว่างปฏิบัติหน้าที่
ท้ายที่สุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนเคารพกฎหมายจราจร และช่วยกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเหตุหรืออยากสอบถามข้อมูลจราจร ติดต่อสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
วิกฤตความปลอดภัยบนท้องถนนจากการขับขี่ขณะเมาสุรา
ในปี 2025 ปัญหาเมาแล้วขับยังเป็นตัวการใหญ่ของวิกฤตความปลอดภัยบนท้องถนนไทย หน่วยงานรัฐและภาคประชาสังคมรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนเฉลี่ยราว 40 คนต่อวันทั่วประเทศ โดยหลายกรณีเชื่อมโยงกับการดื่มแอลกอฮอล์และขับขี่จนเกิดเหตุร้ายแรง
พอเข้าสู่ช่วงเสี่ยงสูงอย่างเทศกาลปีใหม่ที่ต่อเนื่องจากปลายปี 2025 ถึงต้นปี 2026 สถิติการบังคับใช้กฎหมายก็สะท้อนภาพเดิม คือความผิดเมาแล้วขับเป็นสัดส่วนหลักของการจับกุม ในปฏิบัติการกวดขันบางพื้นที่พบสัดส่วนสูงถึง 92-95% ตัวอย่างเช่น วันที่ 30-31 ธันวาคม 2025 มีการบันทึกเหตุ 1,473 กรณี และเป็นเมาแล้วขับ 1,366 กรณี แม้ตัวเลขจะลดลงจากปีก่อน แต่ก็ยังเห็นความชุกในจังหวัดอย่างนนทบุรี กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ
แม้ภาพรวมสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมักมีเรื่องความเร็วเป็นอันดับต้นๆ แต่ความผิดเกี่ยวกับแอลกอฮอล์ก็ยังติดกลุ่มสูงต่อเนื่อง โดยในสถิติรายวันช่วงวันหยุดมักอยู่ราว 20-30% ดังนั้นถึงการเข้มงวดและการสื่อสารเรื่องความปลอดภัยจะค่อยๆ ดีขึ้น ปัญหาเมาแล้วขับก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเร่งล่าคนเผาไซบีเรียนฮัสกี้ “มอลลี่” รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท