Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท

ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดีชิงทองในพื้นที่ จ.ขอนแก่น หลังสืบสวนต่อเนื่องจนตามรวบตัวอดีตนายหน้าและพ่อค้าบะหมี่วัย 47 ปีได้สำเร็จ ผู้ต้องหารับว่าเครียดเรื่องหนี้สินและค่าใช้จ่ายในบ้าน จึงลงมือชิงทอง 26 บาท ก่อนกลับไปนอนอยู่บ้าน…

Published

on

พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท

ตำรวจภูธรภาค 4 แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาคดีชิงทองในพื้นที่ จ.ขอนแก่น หลังสืบสวนต่อเนื่องจนตามรวบตัวอดีตนายหน้าและพ่อค้าบะหมี่วัย 47 ปีได้สำเร็จ ผู้ต้องหารับว่าเครียดเรื่องหนี้สินและค่าใช้จ่ายในบ้าน จึงลงมือชิงทอง 26 บาท ก่อนกลับไปนอนอยู่บ้าน ติดตามข่าวการทำงานของตำรวจผ่านโซเชียล ขณะนี้ยึดทองคืนได้แล้ว 21 บาท เหลืออีก 5 บาทที่ยังต้องเร่งติดตาม

เวลา 11.00 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมผู้บังคับบัญชาและชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายชลธิป (เก๋) สาระคำ อายุ 47 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น

ตำรวจแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดขวางเพื่อคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือหลบหนี โดยมีของกลาง เช่น ไม้หน้าสามยาวประมาณ 1 เมตร เหล็กกล่องปากแฉก และทองรูปพรรณ 9 เส้น รวมน้ำหนัก 21 บาท

คดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 คนร้ายชาย 1 คนบุกชิงทองรูปพรรณ 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่าประมาณ 1.9 ล้านบาท จากห้างทองกรุงเทพเยาวราช พื้นที่หมู่ 12 ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมืองขอนแก่น แล้วหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ ตำรวจสืบภาค 4 ตำรวจสืบสวนจังหวัดขอนแก่น และ สภ.บ้านเป็ด ลงพื้นที่ไล่กล้องและหาเบาะแสต่อเนื่อง พร้อมประกาศรางวัลนำจับ 100,000 บาทสำหรับผู้ให้ข้อมูล

แกะรอยจากรถไม่ติดป้าย และสติกเกอร์ “VIP”

แนวทางสืบสวนพบว่า คนร้ายจอดรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเทา ไม่ติดทะเบียน ไว้ในซอยใกล้ร้านทองประมาณ 20 เมตร แล้วใช้รถคันดังกล่าวหลบหนี

ต่อมา ตำรวจตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าจะใช้หลบหนี และพบข้อมูลสำคัญจากจุดเติมน้ำมันริมถนนเหล่านาดี คนร้ายเติมน้ำมัน 40 บาท อีกทั้งที่ท้ายรถมีสติกเกอร์สีเหลืองเขียนว่า “VIP” ทำให้ชุดสืบเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่ใกล้เคียง

จากนั้นตำรวจจึงกระจายกำลังหาข้อมูลตามชุมชนและหมู่บ้าน จนไปเชื่อมโยงถึงพื้นที่สวนและป่ายางพาราแถวบ้านป่าสังข์ ต.ดอนช้าง อ.เมืองขอนแก่น ก่อนมีชาวบ้านให้เบาะแสว่ารถลักษณะดังกล่าวเป็นของ “นายเก๋” พ่อค้าบะหมี่ที่เปิดร้านอยู่ริมถนนเหล่านาดี

ตำรวจติดตามพฤติกรรมนายเก๋ พบว่ามีช่วงที่ออกจากบ้านในบ้านเหล่าโพนทอง แล้วเดินทางไปสวนในพื้นที่บ้านป่าสังข์

กระทั่งเย็นวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 นายเก๋ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างออกไปขายบะหมี่ ตำรวจจึงเข้าพบ พร้อมแสดงภาพและคลิปจากวันเกิดเหตุ รวมถึงภาพช่วงเติมน้ำมันและภาพหลบหนี ผู้ต้องหามีอาการตกใจและยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุจริง จึงเชิญตัวไปสอบสวนที่ บก.สส.ภ.4

สารภาพชนวนเหตุ หนี้รุมและต้องเลี้ยงลูก

จากคำให้การ นายเก๋บอกว่าเคยทำอาชีพนายหน้าซื้อขายที่ดิน มีครอบครัวและมีรายได้ดี แต่มีหนี้สะสม ต่อมาภรรยามีคดีและหนีไป ทำให้ตนต้องเลี้ยงลูกและรับภาระหนี้เพียงลำพัง รายได้ไม่พอหมุน จึงคิดแผนชิงทองเพื่อเอาไปขายใช้หนี้และส่งลูกเรียน

ผู้ต้องหาเล่าว่า ซื้อรถฮอนด้าเวฟมือสองสภาพเก่า ไม่มีทะเบียน ราคา 5,000 บาท แล้วพ่นสีเป็นบลอนด์เทา เตรียมเหล็กกล่องยาวเพื่อนำมาทำเป็นอุปกรณ์สำหรับเกี่ยวทอง และเตรียมไม้หน้าสามไว้ค้ำประตู เพราะสังเกตว่าร้านทองหลายแห่งใช้ประตูอัตโนมัติที่ปิดเอง และอาจล็อกเมื่อเกิดเหตุ

อีกด้านหนึ่ง เขาบอกว่าศึกษาข่าวคดีชิงทองจากสื่อ จนคิดว่าถ้าวางแผนดีน่าจะรอด และเลือกไม่ใช้เส้นทางหลักเพราะกล้องวงจรปิดหน้าบ้านมีมาก จึงตั้งใจหนีตามถนนรอง ถนนทุ่งนา และทางสวนที่เชื่อมไปยังหมู่บ้านต่างๆ

วันลงมือ ใช้ไม้ค้ำประตู แล้วหนีเข้าทางสวนยาง

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เขาไปดูเป้าหมายแต่ยังไม่ลงมือ จนวันที่ 15 กุมภาพันธ์จึงกลับมาอีกครั้ง และลงมือชิงทองตามแผน โดยใช้ไม้หน้าสามขวางประตูให้ปิดไม่สนิท ทำให้สามารถออกจากร้านได้

หลังได้ทอง เขาใส่กระเป๋าสีขาว แล้วขี่รถวนตามสวนยางในพื้นที่ ต.ดอนช้าง จนค่ำจึงกลับบ้าน จากนั้นใช้ลวดร้อยทองรวมกัน แล้วย่อนซ่อนไว้ในเสาเหล็กกล่องสี่เหลี่ยมที่เป็นเสาค้ำระเบียงบ้าน

ต่อมา ผู้ต้องหานำรถที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้งหนองน้ำแถวบ้านหนองเต่า ห่างจากบ้านราว 2 กิโลเมตร แล้วนำเสื้อผ้าและหมวกกันน็อกที่ใช้วันเกิดเหตุไปเผาทิ้งในสวนพื้นที่บ้านป่าสังข์

ช่วงหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาเล่าว่านอนอยู่บ้าน ไม่ออกไปขายบะหมี่ และคอยติดตามข่าวการสืบสวนของตำรวจตลอด รู้สึกกดดันจนไม่กล้านำทองออกไปขาย จนคิดว่าเรื่องเริ่มเงียบจึงกลับไปเปิดร้าน แต่สุดท้ายตำรวจตามตัวเจอและจับกุมได้

ยึดทองคืนได้ 21 บาท เหลืออีก 5 บาทต้องตามต่อ

ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ใช้อาวุธปืนหรือมีดเพื่อข่มขู่ แต่ทำทีเหมือนมีอาวุธ เจ้าของร้านทองเข้าตรวจสอบของกลางแล้ว ยืนยันว่าเป็นทองของร้านจริง เพราะมีตราปั๊มสัญลักษณ์ของร้านและบริษัทผู้ผลิต

อย่างไรก็ตาม ทองที่ถูกชิงไปมีทั้งหมด 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท ขณะนี้ยึดคืนได้ 9 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาท ยังขาดอีก 5 บาท เป็นทองเส้นน้ำหนัก 3 บาท และ 2 บาท โดยมอบให้ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด สืบสวนต่อว่าได้นำไปขายแล้วหรือยังซ่อนอยู่ที่ใด

ขณะนี้ตำรวจควบคุมตัวนายเก๋ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

โจรขโมยทองจากกรุงเทพฯ ถูกจับกุมที่อำเภอแม่สุ่ย จังหวัดเชียงราย

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์

ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
  • พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
  • ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ

เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด

หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน

เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย

การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา

เหตุการณ์สะเทือนขวัญคนเพชรบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้วจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

ผู้เสียชีวิตคือ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เขาถูกคนร้ายกระหน่ำแทงหลายแผลจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ภรรยาของเขาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

 ประเด็นสำคัญ

  • ผู้นำชุมชนถูกฆาตกรรม: นายหลักทรัพย์ คำโสม นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้านพักในจังหวัดเพชรบูรณ์
  • ภรรยาบาดเจ็บสาหัส: นางสมจิตร ภรรยาของผู้ตาย เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงถูกแทงบาดเจ็บและต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
  • คนร้ายขับรถหนีลอยนวล: มือมีดใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ เป็นพาหนะในการหลบหนี ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด

ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายที่บริเวณโรงจอดรถของบ้านพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นมุมรับแขก การเจรจานี้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ยาวไปจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรที่ซ่อนอยู่

จู่ๆ การพูดคุยก็กลายเป็นความรุนแรง คนร้ายชักอาวุธมีดออกมากระหน่ำแทงนายหลักทรัพย์อย่างโหดเหี้ยม เขาถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าอก ใต้ลิ้นปี่ และลำคอ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงทันที

ในจังหวะนั้นเอง นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่โรงจอดรถ เมื่อคนร้ายเห็นเธอ จึงพุ่งเป้าไปใช้อาวุธมีดแทงเธอด้วย นางสมจิตรถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่เธอรวบรวมสติและวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอดได้สำเร็จ

พฤติกรรมโหดและเส้นทางหลบหนี

หลังจากทำร้ายทั้งสองคนแล้ว คนร้ายยังได้ลากตัวนายหลักทรัพย์ออกไปจากจุดเกิดเหตุไกลถึง 30 เมตร การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างมาก จากนั้นคนร้ายก็รีบขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ขับหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายหลักทรัพย์และนางสมจิตรนอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลหล่มสักได้รีบปฐมพยาบาล และนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด

แต่น่าเศร้าที่บาดแผลของนายหลักทรัพย์นั้นสาหัสเกินไป เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมจิตรยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริง

ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ท่านได้ประสานงานกับทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยเลือด และรอยนิ้วมือ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำผิด

ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆาตกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงานการเมืองท้องถิ่น หรือผลประโยชน์อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี

ชุมชนบ้านติ้วต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายหลักทรัพย์เป็นที่รู้จักและเคารพรักของชาวบ้าน การสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด

ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและตกใจ พวกเขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากใครพบเห็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.หล่มสัก ได้ทันที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

Rebecca Kim

Published

on

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

กาญจนบุรี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 32 ปี เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครองความปลอดภัย เธอถูกสามีที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสาดสารเคมีจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธออย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่เอาชีวิต

รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เธอมีบาดแผลจากการถูกน้ำกรดกัดกร่อนบริเวณผิวหนัง ใบหน้า และศีรษะ คิดเป็นความเสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ผู้เสียหายยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาคนที่สอง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมื่อเธอพยายามขอแยกทางเพื่อไปมีชีวิตใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • มูลเหตุจูงใจ: สามีเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง และไม่ยอมรับการตัดสินใจของภรรยาที่ต้องการขอเลิกราเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
  • พฤติการณ์ก่อเหตุ: สามีหลอกพาขึ้นรถแล้วจับกดกับคอนโซล จากนั้นเรียกเพื่อนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยให้นำน้ำกรดมาสาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
  • การช่วยเหลือ: หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเล่าว่าเธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 11 ขวบ เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งทางภรรยาคนแรกก็รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจขอเลิกรา เนื่องจากไม่อยากทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบเดิมอีกต่อไป

แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และมักจะพูดจาข่มขู่เสมอว่า “ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ” ผู้เสียหายเปิดเผยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีได้ชวนเธอออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของในตอนเช้า แต่ระหว่างทางมีปากเสียงกันรุนแรง สามีจึงเรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยนำสิ่งของมาโปะจมูกและปากของเธอ เธอรู้สึกตกใจจึงตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อเอาตัวรอด

แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อสามีรู้ทันว่าเธอแกล้งทำ ขณะที่จอดรถอยู่บริเวณเส้นทางเลี่ยงเมือง สามีได้เรียกเพื่อนคนเดิมมาหาอีกครั้ง สามีใช้กำลังจับเธอกดลงกับคอนโซลหน้ารถ จากนั้นมีผู้นำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีที่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ข้างทาง ทำให้เธอสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่ผ่านมาได้ทันเวลา

หญิงขอความคุ้มครองจาก<a href=ตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด" width="1280" height="721" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-1024x577.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-768x433.webp 768w" sizes="auto, (max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />

ความหวาดกลัว และการเรียกร้องความยุติธรรม

ปัจจุบันผู้เสียหายยังมีอาการหวาดผวาอย่างหนัก และกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากสามีของเธอเป็นคนกว้างขวางและรู้จักผู้คนมากมาย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและลูกสาวอย่างเร่งด่วน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ต้นฉบับเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ

จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์สาดสารเคมีเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม ที่น่าตกใจคือฝ่ายชายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวเช่นกัน แต่ต่อมาเขาได้แอบหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ประเด็นนี้ทำให้ครอบครัวยิ่งหวาดกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป และกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวแทนจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นำโดยตัวแทน สส.กาญจนบุรี เขต 1 และนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พวกเขาได้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ประสานงานโดยตรงไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทางนายอำเภอได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จัดกำลังเข้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้มาก สังคมกำลังจับตามองว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไรและผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending