เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก
เชียงรายกำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในฐานะจังหวัดเด่นของภาคเหนือ จุดแข็งไม่ได้มีแค่ธรรมชาติสวย วัฒนธรรมชัด และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังต่อยอดเป็นรายได้ท่องเที่ยวได้ดีมาก จนขึ้นแท่นเมืองรองที่ทำเงินด้านท่องเที่ยวสูงสุด และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการขยับไปสู่ “เมืองท่องเที่ยวหลัก” ของไทย
ข้อมูลท่องเที่ยวปี 2568 จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เชียงรายเป็นเมืองรองที่มีผู้เยี่ยมเยือนมากที่สุดของประเทศ ราว 6,463,147 คน ส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในปีเดียวกันอยู่ที่ 51,540 ล้านบาท ทำสถิติทะลุ 50,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก และอยู่ในอันดับ 9 ของประเทศ
เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทั้งปีทำรายได้ราว 49,420 ล้านบาท จะเห็นว่าการเติบโตเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มชัดว่าเชียงรายกำลังขยับจากการเน้น “จำนวนคนมาเที่ยว” ไปสู่การเพิ่ม “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ให้มากขึ้น

เมืองรองทำเลดี เพราะเดินทางง่ายและเชื่อมต่อได้หลายทาง
นางสาวพรหมพร จินดาวอง เนตรหาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เชียงราย ซิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ซีอาร์ซีดี) (เอสอี) เปิดเผยกับ “ประชาชาติ บิสซิเนส” ว่า เชียงรายได้รับการลงทุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องในด้านโครงสร้างพื้นฐานตลอด 10-20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการคมนาคมทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ ทำให้การเข้าถึงสะดวกยิ่งขึ้น และจะได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกด้วยโครงการรถไฟฟ้ารางคู่ที่จะแล้วเสร็จในอีกประมาณสองปีข้างหน้า
เชียงรายยังเป็นจังหวัดที่มีบทบาทคล้าย “ประตูเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน” ได้จริง เชื่อมโยงได้หลายมิติ นี่เป็นต้นทุนสำคัญที่ต่างจากเมืองรองหลายแห่ง เพราะมีทั้งความเป็นเมืองชายแดน เมืองท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติที่เด่น เป็นฐานเศรษฐกิจเฉพาะตัว
ถ้ามองโครงสร้างเมือง เชียงรายมีภาพคล้ายหาดใหญ่ตรงที่เป็นทั้งเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เชียงรายโดดเด่นกว่าคือภูเขา ป่า และภูมิประเทศที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและพัฒนาไปไกล เช่น วัดร่องขุ่น วัดร่องเสือเต้น รวมถึงสิงห์ปาร์ค (Singha Park) ที่เป็นทั้งพื้นที่กิจการเพื่อสังคมและพื้นที่สาธารณะ รองรับกิจกรรมระดับประเทศและนานาชาติ
ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เชียงรายยังได้รับการรับรองเป็นเมืองสร้างสรรค์ (Creative City) ของ UNESCO ทำให้ชื่อของเชียงรายไปไกลขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตถึง 60% แนวคิดที่เชียงรายนำเสนอในเวที UNESCO คือ “ดอยตุง” ในฐานะตัวอย่างการพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบยั่งยืน จึงดึงดูดคนที่อยากมาเรียนรู้ ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ

จุดดึงดูดใหม่ของเชียงราย คือท่องเที่ยวคุณภาพ และอยู่ได้นาน
นางพร้อมพรกล่าวว่า อีกแม่เหล็กสำคัญคือสินค้าเกษตรคุณภาพ โดยเฉพาะชาและกาแฟ เชียงรายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอราบิก้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมี Specialty Coffee ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ กาแฟบางสายพันธุ์อย่างเกอิชา มีมูลค่าสูงถึงหลักล้านบาทต่อกิโลกรัม ส่วนชาจากเชียงรายก็ได้รางวัลระดับนานาชาติ และส่งออกไปยังตลาดไต้หวัน ยุโรป และตะวันออกกลาง
อีกทิศทางที่เชียงรายเริ่มเดินชัดขึ้นคือการพัฒนาเมืองสู่ Wellness City โดยไม่ยึดภาพตลาดหรูแบบเมืองท่องเที่ยวทะเล แต่ใช้จุดแข็งด้านระบบสาธารณสุข โรงพยาบาล และองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อต่อยอดบริการด้าน Longevity และ Anti-Aging ในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และกิจกรรมชุมชนให้เป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้
เชียงรายยังเริ่มเป็นเป้าหมายของกลุ่ม Long Stay และ Digital Nomad โดยเฉพาะชาวยุโรปและสแกนดิเนเวียที่มาพักช่วงหน้าหนาวปีละกว่า 500 คน พักยาว 4-5 เดือน ใช้ชีวิต ทำงาน และใช้จ่ายในพื้นที่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 300,000-500,000 บาทต่อคน ปัจจัยที่ทำให้คนกลุ่มนี้เลือกเชียงรายคืออากาศดี ค่าครองชีพไม่สูง เดินทางสะดวก มีสนามบิน ห้าง และบรรยากาศเมืองที่ปลอดภัย
มุมมองสำคัญคือ การจะก้าวเป็นเมืองหลักไม่จำเป็นต้องแข่งกันที่จำนวนคนเที่ยว แต่ควรเน้นท่องเที่ยวเชิงคุณค่า ดึงกลุ่มที่อยู่นาน ใช้จ่ายสูง และกลับมาอีก การสร้างความต่างเริ่มจากการเล่าเรื่องเมืองให้ชัด เปลี่ยนจากเที่ยวแบบ “เก็บแต้ม” ไปเป็นการทำให้คนรู้สึกว่าได้ประสบการณ์ เพราะเชียงรายไม่ได้ขายความหรู แต่ขายคุณภาพชีวิตและตัวตนของเมือง
การเติบโตของเชียงรายไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วคราว แต่เป็นผลจากการสะสมศักยภาพต่อเนื่อง จนวันนี้เมืองรองที่เคยเงียบกำลังถูกจับตาในบทบาทใหม่ คือเมืองหลักที่ต้องเติบโตแบบมีทิศทาง สมดุล และยั่งยืน

เมืองดาวรุ่งที่พร้อมขยายตัว แต่ต้องเดินให้เป็นระบบ
ว่าที่ ร.ต.เมฆา สิริชัยรุ่งเรือง นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ระบุว่า เชียงรายวันนี้ขยับจากเมืองรองไปเป็น “เมืองดาวรุ่ง” ได้ชัด ด้วยความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานครบทั้งสนามบิน โรงแรม ท่าเรือ และรถไฟทางคู่ที่ใกล้เข้ามา อีกทั้งยังมีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 3 อำเภอ และมีข้อได้เปรียบเรื่องชายแดนที่เชื่อมกับเพื่อนบ้าน 2 ประเทศ คือเมียนมาและ สปป.ลาว รวมถึงเส้นทางแม่น้ำโขงที่เดินทางต่อไปถึงจีนได้
ด้านการศึกษาและสุขภาพ เชียงรายมีมหาวิทยาลัยหลัก 4-5 แห่ง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ และมีศูนย์การแพทย์กับโรงพยาบาลรวมมากกว่า 5 แห่ง ทำให้แนวทางเมือง Wellness ไปต่อได้จริง
อีกบทบาทที่เชียงรายกำลังถูกผลักดันคือเมืองกีฬา (Sport City) จากการได้รับคัดเลือกจัด Spartan Race ต่อเนื่อง 3 ปี และมีการวางแนวทางดึงจุดเด่นของทั้ง 18 อำเภอให้ชัด เพื่อสร้างอัตลักษณ์รายพื้นที่ ไม่ให้ทุกที่เหมือนกันไปหมด
สินค้าเกษตรมูลค่าสูงอย่างชาและกาแฟก็ยังเป็นไพ่ใบใหญ่ หลายแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศมีฐานผลิตในพื้นที่ จังหวัดพยายามเชื่อมภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษา เพื่อร่วมกันทำเรื่องราวสินค้าและงานวิจัย เพิ่มมูลค่าให้เป็นระบบ
เชียงรายยังถูกพูดถึงในมุมความปลอดภัย และเหมาะกับกลุ่มที่ทำงานได้จากทุกที่ นักท่องเที่ยวที่เลือกมาเชียงรายจึงมักมีเป้าหมายชัด เช่น มาเรียนรู้วัฒนธรรม หรือมาพักเพื่อดูแลสุขภาพ และเพราะแต่ละอำเภอมีเสน่ห์ต่างกัน ทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่เที่ยวได้เรื่อย ๆ แบบไม่เบื่อ

ขนส่งสาธารณะยังเป็นโจทย์ใหญ่ของเมือง
อย่างไรก็ตาม ค่าเดินทางภายในจังหวัดยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลักหลายแห่ง ทำให้ “ขนส่งสาธารณะ” เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวเอง
ตอนนี้มีการหารือเพื่อเชื่อมระบบเดินทางจากสนามบินไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญให้สะดวกขึ้น อีกด้านคือการจัดการนักท่องเที่ยวตั้งแต่หน้าด่านจนถึงที่พัก ถ้าจังหวัดเชื่อมข้อมูลแบบ Real-Time ระหว่างตรวจคนเข้าเมืองกับหน่วยงานพื้นที่ได้ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจให้ผู้มาเยือน

เชียงราย ไม่ใช่แค่เมืองเที่ยว แต่เป็นเมืองยุทธศาสตร์ของประเทศ
นายภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย มองว่าเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีบทบาทแค่เมืองท่องเที่ยวธรรมชาติหรือวัฒนธรรม แต่เป็น “เมืองยุทธศาสตร์” ด้วยที่ตั้งชายแดนติดเมียนมาและ สปป.ลาว และเป็นเส้นทางเชื่อมสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A ระยะทางราว 240 กิโลเมตร
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในแม่น้ำโขงจากจีนสู่ท่าเรือเชียงแสน หลังหยุดไป 4-5 ปี ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเติมภาพเศรษฐกิจและการเดินทาง ขณะที่แผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟเด่นชัย-เชียงของ ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571 จะช่วยให้ระบบโลจิสติกส์ การค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมกันมากขึ้น
สนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงรายที่เป็นสนามบินนานาชาติ ก็อยู่ระหว่างการผลักดันให้กลับมามีเที่ยวบินระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนต่างชาติเดินทางได้ง่ายกว่าเดิม
ในมุมการท่องเที่ยวคุณค่า เชียงรายมีองค์ประกอบพร้อม ทั้งแนวทาง Wellness City ที่มีมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และแหล่งน้ำพุร้อนมากกว่า 10 แห่ง รวมถึงฐานการผลิตชาและกาแฟที่ใหญ่และชัดที่สุดของประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ภาพ “เมืองหลวงแห่งชาและกาแฟ” ควบคู่กับการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง
แนวทางนี้ยังช่วยลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว และเชื่อมโยงกับปัญหา PM 2.5 ทำให้เชียงรายมีจุดความร้อนต่ำที่สุดในภาคเหนือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อีกอัตลักษณ์ที่เชียงรายมีไม่เหมือนใครคือความหลากหลายของชาติพันธุ์กว่า 30-40 กลุ่ม ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศ สามารถพัฒนาเป็นพลังด้านวัฒนธรรม ผ่านงานชาติพันธุ์และกิจกรรมเชิงประสบการณ์ ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ
แม้ภาพรวมจะพร้อม แต่ความท้าทายหลักยังเหมือนเดิม คือขนส่งสาธารณะในจังหวัด ทั้งการเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง และการต่อไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังมีต้นทุนสูง ถ้าโครงสร้างการเดินทางดีขึ้น เชียงรายจะรองรับการเติบโตแบบเมืองหลักได้สมดุลมากขึ้น
เมื่อเชียงรายทำรายได้ท่องเที่ยวสูงสุดในกลุ่มเมืองรองได้แล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าจะโตได้อีกแค่ไหน แต่คือจะโตอย่างไรโดยไม่เสียตัวตนของเมือง เพราะการเป็นเมืองหลักไม่ได้วัดที่ตัวเลขอย่างเดียว แต่คือการเลือกเส้นทางที่ยังยึดโยงกับรากวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และสมดุลของเชียงรายไว้ได้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย - Chiang Rai News
บริษัท ทรู เทเลคอม และหน่วยงานในอำเภอแม่สาย ได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังศูนย์รับสายหลอกลวง
แม่สาย – บริษัท ทรู เทเลคอม ร่วมกับสำนักงานสอบสวนคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ (CCIB) และ กสทช. ได้ดำเนินการในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยและขัดขวางการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติจากอาคารใกล้ชายแดน เป้าหมายหลักคือการหยุดการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนและตัดการเชื่อมต่อที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายศูนย์บริการลูกค้าหลอกลวงทางโทรศัพท์
ปฏิบัติการเกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตำรวจ บก.ปอท. เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัย ร่วมกับทรู สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการรายอื่น หลังได้รับข้อมูลการใช้งานที่ผิดสังเกตจากทรู เพราะมีทราฟฟิกสูงต่อเนื่องหลายวัน และหนาแน่นมากเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน จึงประสานทีมเทคนิคเข้าช่วยตรวจสอบและเก็บรายละเอียดในพื้นที่

พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบห้องเช่าในอะพาร์ตเมนต์ย่านแม่สายมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงผิดปกติ จึงเริ่มสืบสวนและเฝ้าติดตาม เมื่อพบปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม รวมถึงประวัติของผู้เช่าห้อง จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้น และพบอุปกรณ์ที่เข้าข่ายลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปทางเมียนมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ร่วมกับทรูและผู้ให้บริการรายอื่นตัดการเชื่อมต่อทันที พร้อมยึดอุปกรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจค้น ตำรวจไม่พบผู้อยู่อาศัยภายในห้อง แต่พบอุปกรณ์รวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ต และชุดกระจายสัญญาณที่มีลักษณะเชื่อมโยงการใช้งานข้ามประเทศ เจ้าหน้าที่จึงตัดสัญญาณในจุดดังกล่าวทันที และเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

ขณะเดียวกัน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง และขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงกัน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มต้องสงสัย ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบการติดตามจับกุมและดำเนินคดีต่อไป
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปก่ออาชญากรรมออนไลน์ และลดความเสียหายที่เกิดกับประชาชน

นอกจากการทำงานเชิงรุกในภาคสนามแล้ว ทรูยังเน้นมาตรการป้องกัน โดยเข้มงวดเรื่องการขายและลงทะเบียนซิมมือถือ และใช้ AI กับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงของซิมแต่ละหมายเลข ลดโอกาสนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
อีกด้านหนึ่ง ทรูให้บริการ “ทรูไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) กับลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ระบบช่วยป้องกันภัยออนไลน์แบบอัตโนมัติ และบล็อกลิงก์อันตรายหรือเว็บไซต์น่าสงสัยจาก SMS ได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายเรียกร้องให้ทบทวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ
เชียงราย – กลุ่มชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.เชียงราย ขอให้ตรวจสอบจุดจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมขอให้ช่วยตรวจทาน “บัตรเสีย” ที่ระบุว่ามีจำนวนมากผิดปกติ ทาง กกต.พาตัวแทนเข้าไปดูสถานที่เก็บหีบในเขต 1 ยืนยันมีกล้องวงจรปิดและเวรยามดูแล ส่วนบัตรเสียประเมินแล้วยังไม่สูง แต่พร้อมหาสาเหตุให้ชัดเจน
วันที่ 10 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านราว 50 คน เดินทางไปที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย เพื่อขอให้ตรวจสอบหลายประเด็นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
หนึ่งในเรื่องหลักที่กลุ่มชาวบ้านหยิบยกขึ้นมา คือจำนวนบัตรเสียที่มองว่าสูงเกินไป โดยระบุว่า จ.เชียงราย มีบัตรเสียก่อนสรุปการนับคะแนนมากกว่า 16,892 ใบ คิดเป็น 2.88% ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจมาตรฐานการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพราะพบว่าวิธีปฏิบัติแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน และอยากให้ กกต.ช่วยสร้างความชัดเจนเรื่องการเก็บรักษาหีบบัตรว่าปลอดภัยแค่ไหน

ต่อมา นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย รับเรื่องไว้ พร้อมอธิบายว่า สถานที่จัดเก็บหีบบัตรในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.เขต ที่ต้องกำหนดจุดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย สำหรับ จ.เชียงราย ทั้ง 7 เขตได้แจ้งให้ประชาชนรับทราบแล้ว และขอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลหีบบัตร
ส่วนประเด็นบัตรเสีย สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย ระบุว่ายังไม่เห็นว่ามีจำนวนมากผิดปกติ แต่จะสอบถามรายละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่เองก็อยากทราบสาเหตุที่แท้จริงเช่นกัน โดยที่ผ่านมา ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามการทำงานในหน่วยเลือกตั้งได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชูชาติได้นำตัวแทนชาวบ้านเข้าไปดูสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและจัดเวรยามดูแล ทำให้ตัวแทนประชาชนรู้สึกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง แต่ยังฝากความกังวลถึงเขตเลือกตั้งอื่นอีก 6 เขตไว้ด้วย
ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ย้ำว่าจะทำงานตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมแจ้งว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบไม่เป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย” ภายในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.2569
สำหรับภาพรวมการเมืองใน จ.เชียงราย เดิมมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 เขต และพรรคประชาชน 3 เขต แต่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเหลือ 2 ที่นั่ง ที่นั่งส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม 4 เขต และพรรคภูมิใจไทย 1 เขต ส่งผลให้ไม่มีผู้สมัครจากพรรคประชาชนเหลืออยู่ในพื้นที่แล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
เชียงราย – เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ ภายใต้กองบังคับการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ATHTD) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามแนวชายแดนไทย เมียนมา และลาว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเครือข่ายหลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขยับฐานเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายมากขึ้น ฝั่งเมียนมามีการกล่าวถึงเมืองท่าขี้เหล็กว่าเป็นจุดรวมคาสิโนและสถานบันเทิง และถูกมองว่าเป็นฐานสำคัญของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์
รายงานยังชี้ถึงปัญหาการบังคับใช้แรงงาน และกรณีชักชวนคนข้ามแดนไปทำงานโดยอ้างว่าเป็น “งานรายได้ดี” ผู้ที่ขัดขืนอาจถูกทำร้ายหรือกักตัว ส่วนฝั่งลาวมีการกล่าวถึง Kings Roman Special Economic Zone ว่าเป็นพื้นที่ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลบซ่อน โดยการกวาดล้างล่าสุดนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 771 ราย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องจากลาว เมียนมา จีน และฟิลิปปินส์

Transborder News รายงาน ว่าในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมีการจับกุมคดีสำคัญหลายคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หนึ่งในคดีคือการจับกุม นาย Hu Haojie พร้อมยึดบัตร ATM มากกว่า 2,052 ใบ
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาให้การว่าทำหน้าที่กดเงินและโอนเงินตามคำสั่งที่ส่งผ่านแอป Lark app ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบเป็นขบวนการ อีกคดีหนึ่งเป็นการสกัดพัสดุที่มีสมุดบัญชีธนาคารและซิมการ์ด ซึ่งส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน และเชื่อว่ามีปลายทางข้ามแดนเพื่อสนับสนุนกลุ่มหลอกลวงฝั่งลาว
นอกจากนี้ ตำรวจยังรายงานการจับกุมแรงงานต่างชาติกว่า 288 ราย ในความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่มาจากเมียนมา จีน และลาว ในคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ย้ำเตือนประชาชนให้ระวังข้อเสนอชวนไปทำงานต่างประเทศที่อ้างรายได้สูง และอย่าหลงเชื่อให้เปิดบัญชีม้า หรือยกบัตร ATM ให้ผู้อื่น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คนทั่วไปเข้าไปพัวพันเครือข่ายอาชญากรรมระดับนานาชาติโดยไม่รู้ตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์มีการกวาดล้างหนักในพื้นที่ Kings Roman ส่งผลให้กลุ่มอาชญากรรมชาวจีนและเครือข่ายค้ามนุษย์บางส่วนกระจายตัวไปหลบซ่อนในบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
บางกลุ่มถูกระบุว่าอาจข้ามมาหลบในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีรายงานว่า Liu Zhongyi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และเดินทางเข้าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ลาว
ข่าวที่กำลังเป็นกระแส
จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวการเมือง6 days agoการเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
-
ข่าวการเมือง6 days agoศาลฎีกาสั่งปลดผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร 49 คน ก่อนการเลือกตั้ง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจจับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่งในข้อหาฉ้อโกงธนาคารเป็นเงิน 21 ล้านบาท

