เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก MiVana ในจังหวัดเชียงรายร่วมปลูกต้นไม้กว่า 40,000 ต้น
เชียงราย – กระแสตอบรับแคมเปญ “มีวนาชวนจิบกาแฟ…ปลูกป่ารักษ์โลก” มาแรงเกินคาด จนกิจกรรม “มีวนาชวนปลูก 10,000 ต้น” โตไกลกว่าที่ตั้งไว้ กลายเป็นการส่งต่อต้นกล้าให้ป่าต้นน้ำจังหวัดเชียงรายรวมแล้ว 40,000 ต้น ทะลุเป้าเดิมถึง 30,000 ต้น
ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้ “มีวนา” เดินหน้าต่อในปี 2569 พร้อมตั้งเป้าพัฒนาคุณภาพกาแฟออร์แกนิก อาราบิก้าไทย ให้ตอบโจทย์ความต้องการตลาดกว่า 1,000 ตัน ควบคู่กับงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ 7 หมู่บ้าน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ผ่านทุกแก้วกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา
บริษัท มีวนา จำกัด (ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์) สรุปผลแคมเปญ “มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana ใช้ชีวิตร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน” ที่ชวนผู้บริโภคมามีส่วนร่วมกับกิจกรรม “มีวนาชวนปลูก 10,000 ต้น” แนวคิดเข้าใจง่าย เพียงเลือกดื่มกาแฟอินทรีย์รักษาป่า มีวนา ทุกๆ 7 แก้ว เท่ากับการส่งต่อต้นกล้า 1 ต้น คืนให้ป่าต้นน้ำ
แคมเปญนี้จัดผ่านร้านกาแฟมีวนา 3 สาขา ได้แก่ มีวนาคอฟฟี่ แฟล็กชิพสโตร์ (ซอยศรีนครินทร์ 57), มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร (ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7) และมีวนาคอฟฟี่ สนามบินนานาชาติดอนเมือง (เทอร์มินอล 1 ชั้น 3 ตรงข้าม Gate 1-7) รวมถึงร้าน vistacafé 14 สาขา และร้าน Sarnies 6 สาขา
เมื่อชวนกันทำจริง เป้าหมายเดิมก็กลายเป็นตัวเลขใหม่ที่น่าประทับใจ ชุมชนคนรักกาแฟและรักโลกช่วยกันจนปลูกได้ 40,000 ต้น และยังต่อยอดพลังสนับสนุนการดูแลผืนป่าต้นน้ำในจังหวัดเชียงรายร่วมกับเกษตรกร 7 หมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง โดยมีพันธมิตรสำคัญอย่างร้าน vistacafé และร้าน Sarnies ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ

พลังของคนรักโลก ทำให้ปลูกป่าได้เกินคาด
ดรรชนี คุณาวิชยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีวนา จำกัด เล่าว่าแคมเปญนี้ตั้งใจชวนปลูก 10,000 ต้น แต่พลังของทุกคนทำให้ปลูกได้ถึง 40,000 ต้น เกินกว่าที่คาดไว้มาก มีวนามองตัวเองไม่ใช่แค่ผู้ผลิตกาแฟอินทรีย์เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการดูแลป่าต้นน้ำระยะยาว และสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการปลูกกาแฟอินทรีย์ควบคู่กับการฟื้นฟูป่า
อีกส่วนที่มีวนาให้ความสำคัญ คือการเป็นตัวกลางเชื่อม “คนต้นน้ำ” อย่างเกษตรกร กับผู้บริโภคให้ใกล้กันขึ้น เพื่อให้การปลูกป่ากลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการเลือกกาแฟในแต่ละแก้ว
โครงการนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งลูกค้ามีวนา พาร์ทเนอร์ เกษตรกรป่าต้นน้ำ ทีมส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และพัฒนาชุมชนของมีวนา รวมถึง เชอร์รี่ เข็มอัปสร สิริสุขะ ในบทบาทนักอนุรักษ์ธรรมชาติ และ โจโฉ ยูทูปเปอร์สายเดินป่าที่ร่วมบอกเล่าเรื่องราวของเกษตรกรกาแฟอินทรีย์มีวนาใน 7 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านขุนลาว, บ้านห้วยไคร้, บ้านห้วยคุณพระ, บ้านดอยช้าง, บ้านใหม่พัฒนา, บ้านผาแดงหลวง และบ้านร่มเย็น โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมแคมเปญรวมกว่า 100,000 คน
อีกกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ “กอดป่า Challenge” ที่ชวนทุกคนถ่ายภาพกอดต้นไม้ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมเขียนข้อความชวนปลูกป่า ช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีผู้ร่วมส่งภาพและข้อความมากกว่า 200 คน และมีผู้ได้รับรางวัล 4 ท่าน เพื่อร่วมทริปปลูกป่าต้นน้ำกับมีวนาในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่จังหวัดเชียงราย

ปี 2569 เดินหน้าปลูกป่าต่อเนื่อง ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5
แคมเปญ “มีวนา ปลูกมาจนโต..MiVana ใช้ชีวิตร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน” เกิดจากความตั้งใจให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมได้ง่ายขึ้น พร้อมชวนให้เห็นภาพว่าพื้นที่ป่าของไทยลดลงต่อเนื่อง และส่งผลต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5
มีวนายังเดินหน้ากิจกรรมปลูกป่าต่อเนื่องมากว่า 10 ปี เพื่อทดแทนต้นไม้ที่เสื่อมโทรม และเพิ่มพันธุ์ไม้ที่ช่วยสร้างร่มเงาให้ป่าต้นน้ำ เพื่อให้การอนุรักษ์ทำได้จริงและยืนระยะได้
จากกระแสตอบรับที่ดี ปี 2569 มีวนาตั้งเป้าร่วมพัฒนาและรับซื้อเชอร์รี่กาแฟออร์แกนิก อาราบิก้าไทยจากสมาชิกกาแฟอินทรีย์รักษาป่ามีวนาเพิ่มเป็น 1,000 ตัน เพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น ทั้งจากลูกค้าธุรกิจกาแฟและผู้บริโภคทั่วไป
ผู้ที่สนใจสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ของมีวนาผ่านร้านค้า เช่น Tops, Gourmet, Villa และ Foodland รวมถึงช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee และ www.mivana.co.th นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ และนวัตกรรมที่ต่อยอดจากส่วนประกอบอื่นของเมล็ดกาแฟ เพื่อใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปักหมุดตามรอย “ลิซ่า” เที่ยวไร่ชาฉุยฟง จ.เชียงราย ภาพล่าสุดละมุนมาก
เชียงราย - Chiang Rai News
บริษัท ทรู เทเลคอม และหน่วยงานในอำเภอแม่สาย ได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังศูนย์รับสายหลอกลวง
แม่สาย – บริษัท ทรู เทเลคอม ร่วมกับสำนักงานสอบสวนคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ (CCIB) และ กสทช. ได้ดำเนินการในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยและขัดขวางการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติจากอาคารใกล้ชายแดน เป้าหมายหลักคือการหยุดการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนและตัดการเชื่อมต่อที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายศูนย์บริการลูกค้าหลอกลวงทางโทรศัพท์
ปฏิบัติการเกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตำรวจ บก.ปอท. เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัย ร่วมกับทรู สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการรายอื่น หลังได้รับข้อมูลการใช้งานที่ผิดสังเกตจากทรู เพราะมีทราฟฟิกสูงต่อเนื่องหลายวัน และหนาแน่นมากเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน จึงประสานทีมเทคนิคเข้าช่วยตรวจสอบและเก็บรายละเอียดในพื้นที่

พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบห้องเช่าในอะพาร์ตเมนต์ย่านแม่สายมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงผิดปกติ จึงเริ่มสืบสวนและเฝ้าติดตาม เมื่อพบปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม รวมถึงประวัติของผู้เช่าห้อง จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้น และพบอุปกรณ์ที่เข้าข่ายลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปทางเมียนมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ร่วมกับทรูและผู้ให้บริการรายอื่นตัดการเชื่อมต่อทันที พร้อมยึดอุปกรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจค้น ตำรวจไม่พบผู้อยู่อาศัยภายในห้อง แต่พบอุปกรณ์รวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ต และชุดกระจายสัญญาณที่มีลักษณะเชื่อมโยงการใช้งานข้ามประเทศ เจ้าหน้าที่จึงตัดสัญญาณในจุดดังกล่าวทันที และเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

ขณะเดียวกัน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง และขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงกัน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มต้องสงสัย ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบการติดตามจับกุมและดำเนินคดีต่อไป
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปก่ออาชญากรรมออนไลน์ และลดความเสียหายที่เกิดกับประชาชน

นอกจากการทำงานเชิงรุกในภาคสนามแล้ว ทรูยังเน้นมาตรการป้องกัน โดยเข้มงวดเรื่องการขายและลงทะเบียนซิมมือถือ และใช้ AI กับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงของซิมแต่ละหมายเลข ลดโอกาสนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
อีกด้านหนึ่ง ทรูให้บริการ “ทรูไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) กับลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ระบบช่วยป้องกันภัยออนไลน์แบบอัตโนมัติ และบล็อกลิงก์อันตรายหรือเว็บไซต์น่าสงสัยจาก SMS ได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายเรียกร้องให้ทบทวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ
เชียงราย – กลุ่มชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.เชียงราย ขอให้ตรวจสอบจุดจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมขอให้ช่วยตรวจทาน “บัตรเสีย” ที่ระบุว่ามีจำนวนมากผิดปกติ ทาง กกต.พาตัวแทนเข้าไปดูสถานที่เก็บหีบในเขต 1 ยืนยันมีกล้องวงจรปิดและเวรยามดูแล ส่วนบัตรเสียประเมินแล้วยังไม่สูง แต่พร้อมหาสาเหตุให้ชัดเจน
วันที่ 10 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านราว 50 คน เดินทางไปที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย เพื่อขอให้ตรวจสอบหลายประเด็นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
หนึ่งในเรื่องหลักที่กลุ่มชาวบ้านหยิบยกขึ้นมา คือจำนวนบัตรเสียที่มองว่าสูงเกินไป โดยระบุว่า จ.เชียงราย มีบัตรเสียก่อนสรุปการนับคะแนนมากกว่า 16,892 ใบ คิดเป็น 2.88% ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจมาตรฐานการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพราะพบว่าวิธีปฏิบัติแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน และอยากให้ กกต.ช่วยสร้างความชัดเจนเรื่องการเก็บรักษาหีบบัตรว่าปลอดภัยแค่ไหน

ต่อมา นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย รับเรื่องไว้ พร้อมอธิบายว่า สถานที่จัดเก็บหีบบัตรในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.เขต ที่ต้องกำหนดจุดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย สำหรับ จ.เชียงราย ทั้ง 7 เขตได้แจ้งให้ประชาชนรับทราบแล้ว และขอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลหีบบัตร
ส่วนประเด็นบัตรเสีย สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย ระบุว่ายังไม่เห็นว่ามีจำนวนมากผิดปกติ แต่จะสอบถามรายละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่เองก็อยากทราบสาเหตุที่แท้จริงเช่นกัน โดยที่ผ่านมา ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามการทำงานในหน่วยเลือกตั้งได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชูชาติได้นำตัวแทนชาวบ้านเข้าไปดูสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและจัดเวรยามดูแล ทำให้ตัวแทนประชาชนรู้สึกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง แต่ยังฝากความกังวลถึงเขตเลือกตั้งอื่นอีก 6 เขตไว้ด้วย
ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ย้ำว่าจะทำงานตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมแจ้งว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบไม่เป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย” ภายในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.2569
สำหรับภาพรวมการเมืองใน จ.เชียงราย เดิมมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 เขต และพรรคประชาชน 3 เขต แต่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเหลือ 2 ที่นั่ง ที่นั่งส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม 4 เขต และพรรคภูมิใจไทย 1 เขต ส่งผลให้ไม่มีผู้สมัครจากพรรคประชาชนเหลืออยู่ในพื้นที่แล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
เชียงราย – เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ ภายใต้กองบังคับการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ATHTD) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามแนวชายแดนไทย เมียนมา และลาว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเครือข่ายหลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขยับฐานเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายมากขึ้น ฝั่งเมียนมามีการกล่าวถึงเมืองท่าขี้เหล็กว่าเป็นจุดรวมคาสิโนและสถานบันเทิง และถูกมองว่าเป็นฐานสำคัญของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์
รายงานยังชี้ถึงปัญหาการบังคับใช้แรงงาน และกรณีชักชวนคนข้ามแดนไปทำงานโดยอ้างว่าเป็น “งานรายได้ดี” ผู้ที่ขัดขืนอาจถูกทำร้ายหรือกักตัว ส่วนฝั่งลาวมีการกล่าวถึง Kings Roman Special Economic Zone ว่าเป็นพื้นที่ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลบซ่อน โดยการกวาดล้างล่าสุดนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 771 ราย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องจากลาว เมียนมา จีน และฟิลิปปินส์

Transborder News รายงาน ว่าในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมีการจับกุมคดีสำคัญหลายคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หนึ่งในคดีคือการจับกุม นาย Hu Haojie พร้อมยึดบัตร ATM มากกว่า 2,052 ใบ
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาให้การว่าทำหน้าที่กดเงินและโอนเงินตามคำสั่งที่ส่งผ่านแอป Lark app ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบเป็นขบวนการ อีกคดีหนึ่งเป็นการสกัดพัสดุที่มีสมุดบัญชีธนาคารและซิมการ์ด ซึ่งส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน และเชื่อว่ามีปลายทางข้ามแดนเพื่อสนับสนุนกลุ่มหลอกลวงฝั่งลาว
นอกจากนี้ ตำรวจยังรายงานการจับกุมแรงงานต่างชาติกว่า 288 ราย ในความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่มาจากเมียนมา จีน และลาว ในคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ย้ำเตือนประชาชนให้ระวังข้อเสนอชวนไปทำงานต่างประเทศที่อ้างรายได้สูง และอย่าหลงเชื่อให้เปิดบัญชีม้า หรือยกบัตร ATM ให้ผู้อื่น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คนทั่วไปเข้าไปพัวพันเครือข่ายอาชญากรรมระดับนานาชาติโดยไม่รู้ตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์มีการกวาดล้างหนักในพื้นที่ Kings Roman ส่งผลให้กลุ่มอาชญากรรมชาวจีนและเครือข่ายค้ามนุษย์บางส่วนกระจายตัวไปหลบซ่อนในบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
บางกลุ่มถูกระบุว่าอาจข้ามมาหลบในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีรายงานว่า Liu Zhongyi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และเดินทางเข้าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ลาว
ข่าวที่กำลังเป็นกระแส
จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวการเมือง6 days agoการเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
-
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago“หมอปลา” พาเหยื่อหญิงไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหา “บิ๊กเทา” หมอผีชราชื่อดัง ว่าล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจจับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่งในข้อหาฉ้อโกงธนาคารเป็นเงิน 21 ล้านบาท

