ฟุตบอล
คริสตัล พาเลซ พบกับ เชลซี คริสตัล พาเลซ พ่ายแพ้ให้กับเชลซี 3-1
เซลเฮิร์สต์ พาร์ก, ลอนดอน – เชลซีโชว์ฟอร์มคุมเกมได้อยู่หมัด บุกชนะคริสตัล พาเลซ 3-1 ในเกมพรีเมียร์ลีกที่เล่นกันดุเดือดและมีจังหวะให้ลุ้นตลอด 90 นาที ทีมของกุนซือเลียม โรเซเนียร์จบสกอร์คม และรับมือกับแรงกดดันได้ดี ก่อนที่พาเลซจะเสียเปรียบหนักในครึ่งหลังจากการโดนใบแดง
สามแต้มเกมนี้ส่งเชลซีกลับขึ้นท็อปโฟร์ เพิ่มความมั่นใจในเส้นทางลุ้นตั๋วแชมเปียนส์ ลีก ส่วนคริสตัล พาเลซยังเจอปัญหาเดิมทั้งเกมรับที่พลาดง่าย และเรื่องวินัยที่ทำให้ทีมลำบาก
เอสเตวาโอเปิดฉากสวย, แล้วจ่ายให้จัว เปโดรหนีห่าง
จุดเปลี่ยนแรกเกิดขึ้นในครึ่งแรก เมื่อดาวรุ่งวัยทีนอย่าง เอสเตวาโอ วิลเลียน ที่ได้โอกาสลงแทนโคล พาลเมอร์ซึ่งมีอาการเจ็บ สร้างความต่างทันที เขารับบอลทางขวา ตัดเข้าในก่อนปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งเสียบมุมบนชนิดที่ดีน เฮนเดอร์สันพุ่งสุดตัวก็เอาไม่อยู่ เชลซีขึ้นนำ และเริ่มคุมจังหวะเกมได้ชัดเจน

ไม่นานหลังจากนั้น เอสเตวาโอยังทำแอสซิสต์ด้วยการแทงทะลุช่องแบบพอดีเท้าให้ จัว เปโดร หลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเยือกเย็น กองหน้าชาวบราซิลเลือกทางจบได้เด็ดขาด ล็อกผ่านผู้รักษาประตูก่อนส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ช่วยให้เชลซีหนีเป็น 2-0
ใบแดงทำเกมเปลี่ยน, พาเลซเหลือ 10 คน
ครึ่งหลังรูปเกมเริ่มเอนเอียงชัดขึ้น เมื่อมิดฟิลด์พาเลซ อดัม วอร์ตัน โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะเข้าบอลที่รุนแรง ผู้ตัดสินดาร์เรน อิงแลนด์มองว่าเป็นการเล่นอันตราย ทำให้เจ้าบ้านต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน และต้องถอยลงไปตั้งรับมากขึ้น
ถึงจะเสียเปรียบเรื่องตัวผู้เล่น แต่พาเลซยังไม่ยอมง่ายๆ พวกเขาได้ประตูไล่มา 1-2 จากตัวสำรอง ฌอง ฟิลิปป์ มาเตตา ที่โหม่งจากลูกเตะมุมเข้าไปอย่างหนักหน่วง แฟนเจ้าถิ่นได้เฮกันลั่น และเกมกลับมามีลุ้นอยู่ช่วงสั้นๆ

จุดโทษจังหวะก้ำกึ่ง, แฟร์นานเดซยิงไม่พลาด
เชลซีกลับมาทิ้งห่างเป็นสองลูกจากจุดโทษที่มีเสียงถกเถียง หลังผู้ตัดสินให้แฮนด์บอลในเขตโทษกับแนวรับพาเลซ มักซ็องซ์ กาโกต์ (หรือจังหวะปะทะในกรอบที่ใกล้เคียงกัน) ก่อนที่ เอ็นโซ แฟร์นานเดซ จะรับหน้าที่สังหาร เขายิงจากระยะ 12 หลาแบบนิ่งๆ ส่งบอลเข้าประตู ทำให้สกอร์เป็น 3-1 และทำให้เกมค่อนข้างจบ
ชัยชนะนัดนี้ยังเป็นสัญญาณที่ดีของเชลซีในเกมเยือนช่วงหลังๆ ที่เริ่มเก็บผลลัพธ์ได้ตามที่ต้องการ ภายใต้การคุมทีมของโรเซเนียร์
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- ประตู 1-0 ของเอสเตวาโอ ปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษเข้าเสียบมุมสวยงาม
- ประตู 2-0 ของจัว เปโดร รับบอลทะลุช่องก่อนจบแบบคมกริบ
- ใบแดงของวอร์ตัน เปลี่ยนรูปเกมให้พาเลซลำบากทันที
- ประตูไล่ 1-2 ของมาเตตา โหม่งจากลูกเตะมุมอย่างเด็ดขาด
- จุดโทษของแฟร์นานเดซ ยิงนิ่งๆ ปิดเกมเป็น 3-1
บรรยากาศในสนามเป็นสไตล์เกมลอนดอนตอนใต้ เสียงเชียร์ดังตลอด และมีจังหวะปะทะกันหนักพอสมควร

11 ตัวจริงเชลซี และสถิติเด่น
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| GK | Robert Sánchez | ออกบอลดี, เซฟจังหวะสำคัญ |
| RB | Reece James (c) | นำทีมดี, เติมเกมด้านข้าง |
| CB | Trevoh Chalobah | ยืนตำแหน่งนิ่ง, เคลียร์บอลดี |
| CB | Benoît Badiashile | ชนะลูกกลางอากาศหลายจังหวะ |
| LB | Marc Cucurella | วิ่งไม่หมด,ช่วยทั้งรับและรุก |
| CM | Andrey Santos | ขยันไล่เพรส, เติมเข้ากรอบเขตโทษ |
| CM | Moisés Caicedo | คุมแดนกลาง, ตัดเกมได้บ่อย |
| RW | Estêvão Willian | 1 ประตู 1 แอสซิสต์, เด่นสุดในสนาม |
| CAM | Enzo Fernández | ยิงจุดโทษ, จ่ายบอลสร้างเกม |
| LW | Pedro Neto | เลี้ยงกินตัว, วิ่งหาช่องอันตราย |
| ST | João Pedro | ทำประตู, เก็บบอลช่วยทีม |
เชลซีครองบอลราว 58% มีโอกาสยิง 14 ครั้ง (เข้ากรอบ 7) ส่วนพาเลซยิง 9 ครั้ง (เข้ากรอบ 3) ความแม่นยำในการจ่ายของเชลซีอยู่ที่ 88% สะท้อนว่าทีมเล่นด้วยความมั่นใจและคุมเกมได้ดี
11 ตัวจริงคริสตัล พาเลซ และสถิติเด่น
| ตำแหน่ง | ผู้เล่น | ผลงานเด่น |
|---|---|---|
| GK | Dean Henderson | เซฟช่วยทีมหลายครั้ง |
| RB | [Typical RB, e.g. Daniel Muñoz] | เกมรับมีปัญหา, โดนโจมตีบ่อย |
| CB | Maxence Caquot | เกี่ยวข้องกับจังหวะเสียจุดโทษ |
| CB | [Central defender] | ยืนได้ดีช่วงแรก, แต่ทีมเสียรูปหลังเหลือ 10 คน |
| LB | Tyrick Mitchell | เติมเกมช่วยขึ้นบอล, มีจังหวะครอส |
| CM | Adam Wharton | โดนใบแดง, ส่งผลต่อเกมชัดเจน |
| CM | [Midfielder] | สู้ในแดนกลาง, แต่ต้องถอยรับมากขึ้น |
| AM | Eberechi Eze | พยายามสร้างสรรค์, แต่พื้นที่น้อย |
| RW | [Winger] | มีส่วนร่วมไม่มาก |
| LW | [Winger] | ได้ลุ้นเป็นพักๆ แต่ไม่ต่อเนื่อง |
| ST | Jean-Philippe Mateta | ทำประตู, จุดเด่นของทีม |
หลังเหลือ 10 คน พาเลซเสียการครองบอลไปพอสมควรในครึ่งหลัง แม้จะพยายามเร่งช่วงท้าย แต่คุณภาพในจังหวะสุดท้ายยังไม่พอจะเจาะแนวรับเชลซีให้ลุ้นมากกว่านี้

ความเห็นหลังเกม
เลียม โรเซเนียร์กล่าวชมลูกทีมว่า เอสเตวาโอแสดงให้เห็นถึงความพิเศษ ทีมคุมเกมได้ และสมควรได้สามแต้ม
ฝั่งกุนซือพาเลซแสดงความไม่พอใจกับจังหวะใบแดงและจุดโทษ เขามองว่าทีมยังอยู่ในเกมจนกระทั่งโดนไล่ออก และย้ำว่าทีมต้องแก้เรื่องเกมรับให้ดีกว่านี้
โปรแกรมต่อไป
เชลซีหวังต่อยอดฟอร์มดีเพื่อไต่อันดับต่อเนื่อง ส่วนคริสตัล พาเลซต้องรีบหยุดผลงานแกว่งให้ได้ เกมนี้สะท้อนชัดว่าในฤดูกาลนี้ ระยะห่างของสองทีมจากลอนดอนเริ่มเห็นภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ อาร์เซนอล 3-2
ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอ 1-1 กับ นครราชสีมา ในศึกไทยลีก 1
กว่างโซ้งมหาภัย ออกไปเยือน สวาทแคท แล้วเก็บ 1 แต้มกลับบ้านได้ตามเป้า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในโซนกลางตารางยังทำให้ทีมต้องเจอกับแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนเจ้าถิ่นยังรั้งอันดับสุดท้าย โอกาสหนีตกชั้นยิ่งแคบลง – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
นครราชสีมา, 13 มีนาคม 2569, เกมฟุตบอล BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง (ไทยลีก 1) นัดที่ 25 ฤดูกาล 2025/26 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านรับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน
แมตช์นี้เจ้าบ้านต้องการสามแต้มเพื่อพยุงความหวังอยู่รอด แม้จะออกนำเร็ว แต่สุดท้ายโดนตีเสมอช่วงทดเวลาครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังทั้งสองทีมแลกกันสนุก ทว่าไม่มีใครเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูได้

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 4: นครราชสีมา ขึ้นนำ 1-0 จาก ยูกิ คุซาโนะ (Yuki Kusano) หลังรับบอลจาก ฮิโรทากะ มิตะ (Hirotaka Mita) แล้วจบสกอร์ได้เฉียบคมตั้งแต่ต้นเกม
- นาทีที่ 45+2: สิงห์ เชียงราย ตามตีเสมอ 1-1 โดย อิสึกิ เอโนโมโตะ (Itsuki Enomoto) ซัดก่อนหมดครึ่งแรก พาทีมกลับมาอยู่ในเกมทันที
- ครึ่งหลัง: โอกาสมีทั้งสองฝั่ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอ กว่างโซ้ง ครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย ขณะที่ สวาทแคท เน้นสวนกลับหลายครั้ง แต่ยังขาดจังหวะจบที่ชัดเจน
ครบ 90 นาทีไม่มีสกอร์เพิ่ม สุดท้ายจบที่ 1-1 ตามผลการแข่งขันที่รายงานตรงกันจากหลายแหล่ง
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด: ทีมจากแดนเหนือที่ยังเดินหน้าสู้
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด นำทีมโดยกองหลังและกัปตัน Gionata Verzura ยังเล่นกันเป็นระบบ แม้ต้องออกไปเล่นนอกบ้าน เกมนี้ทีมได้ประตูจาก Itsuki Enomoto และยังมีตัวหลักแนวรับอย่าง Victor Cardozo กับ Hélio ที่ช่วยคุมพื้นที่หลังบ้านได้ดี
รายชื่อนักเตะหลัก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Apirak Worawong | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Gionata Verzura (กัปตัน) | ไทย | แนวรับสำคัญ |
| กองหลัง | Victor Cardozo | บราซิล | เสาหลักแดนหลัง |
| กองหลัง | Hélio | บราซิล | ความแข็งแกร่งสูง |
| กองกลาง | Sanukran Thinjom | ไทย | พลังงานสูง |
| กองกลาง | Itsuki Enomoto | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูในเกมนี้ |
| กองหน้า | Dudu | บราซิล | ความเร็วและเทคนิค |
| กองหน้า | Carlos Iury | บราซิล | ตัวเลือกเกมรุก |
ภาพรวมทีมยังผสมผู้เล่นไทยกับต่างชาติได้ลงตัว จึงสลับแผนการเล่นได้หลายแบบตามสถานการณ์
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี: ยังต้องเร่งเครื่องเพื่ออยู่รอด
ด้าน สวาทแคท เริ่มเกมได้ตามที่หวังจากประตูขึ้นนำเร็ว แต่หลังจากนั้นคุมจังหวะไม่อยู่ และเสียประตูก่อนพักครึ่ง ทำให้รูปเกมตึงมือขึ้น ทีมยังฝากความหวังไว้กับต่างชาติอย่าง Mateus Lima และ Yuki Kusano แต่ปัญหาเดิมคือเกมรับยังมีช่องให้คู่แข่งเล่นงาน
รายชื่อนักเตะหลัก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (ข้อมูลฤดูกาลปัจจุบัน)
| ตำแหน่ง | ชื่อนักเตะ | สัญชาติ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Nopphon Lakhonphon | ไทย | ผู้รักษาประตูตัวหลัก |
| กองหลัง | Bill Mamadou | สิงคโปร์ | แนวรับต่างชาติ |
| กองหลัง | Hein Phyo Win | เมียนมา | ความเร็วสูง |
| กองกลาง | Hirotaka Mita | ญี่ปุ่น | แอสซิสต์ประตูขึ้นนำ |
| กองกลาง | Leon James | ไทย | มิดฟิลด์สร้างสรรค์ |
| กองกลาง | Jork Becerra | โคลอมเบีย | พลังงานกลางสนาม |
| กองหน้า | Yuki Kusano | ญี่ปุ่น | ผู้ทำประตูนำในเกมนี้ |
| กองหน้า | Mateus Lima | บราซิล | ตัวทำประตูหลัก |
เมื่อทีมมีแต้มรวมน้อยที่สุดในลีก เกมนี้จึงสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ผลเสมอทำให้ภารกิจหนีตกชั้นหนักขึ้นไปอีก
สรุปและมองไปข้างหน้า
ผล 1-1 ช่วยให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้แต้มเพิ่มเพื่อประคองอันดับในโซนกลางตาราง ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ยังต้องเร่งเก็บชัยชนะให้ได้เร็วที่สุด หากหวังขยับหนีพื้นที่อันตราย
ไทยลีกช่วงท้ายฤดูกาลยังเข้มข้น โดยเฉพาะโซนท้ายตารางที่ทุกแต้มเปลี่ยนสถานการณ์ได้ทันที ดังนั้นทั้งสองทีมต้องเน้นความคมในจังหวะจบสกอร์ให้มากขึ้นในนัดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
ฟุตบอล
แทมปิเนส โรเวอร์ส เสมอ 2-2 แบงค็อก ยูไนเต็ด
สิงคโปร์, 12 มีนาคม 2569 การแข่งขัน AFC Champions League Two 2025/26 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เล่นกันถึงใจ เมื่อ แทมปิเนส โรเวอร์ส เปิดบ้านที่ สนามกีฬาจาลันเบซาร์ รับการมาเยือนของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ผลจบที่ 2-2 แต่เมื่อรวมสองนัดแล้ว ทีมจากไทยเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 4-3 และนี่คือครั้งแรกที่แบงค็อก ยูไนเต็ด ไปถึงรอบรองชนะเลิศของรายการนี้
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะฮึดกลับมาได้สองครั้งในเกมเดียว แต่เพราะนัดแรกแพ้ 1-2 ทำให้ไล่ไม่ทัน เกมนี้มีทั้งจังหวะสวยงามและช่วงกดดันต่อเนื่อง แฟนบอลทั้งสองฝั่งลุ้นกันจนจบ 90 นาที

สกอร์การแข่งขันและจังหวะสำคัญ – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาที 15: ธีรศิลป์ แดงดา ซัดด้วยซ้ายเต็มข้อให้ Bangkok United ขึ้นนำ 0-1 หลังต่อบอลสวยจาก วีระเทพ ปอมพันธุ์ และ Muhsen Al-Ghassani (ผลรวม 3-1)
- นาที 39: Trent Buhagiar ยิงเสาไกลตีเสมอให้ Tampines Rovers เป็น 1-1 เจ้าบ้านกลับมามีหวังอีกครั้ง
- นาที 42: ทีมเยือนตอบโต้เร็ว เมื่อ Ilias Alhaft กดเข้าไปให้ Bangkok United นำอีกครั้ง 1-2 (ผลรวม 3-2) และจบครึ่งแรกด้วยความได้เปรียบ
- นาที 71: Koya Kazama ตามซ้ำจังหวะตัดกลับของ Seiga Sumi ส่งบอลเข้าประตูโล่งๆ ตีเสมอ 2-2 ช่วงท้าย Tampines Rovers โหมหนัก แต่ยิงเพิ่มไม่ได้

จบเกมที่สกอร์ 2-2 ทำให้กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยผลรวม 4-3 ส่วน Tampines Rovers ต้องหยุดเส้นทางไว้แบบน่าเสียดาย แต่ฟอร์มโดยรวมยังได้คำชมว่าเล่นเต็มที่
แทมปิเนส โรเวอร์ส หรือ “The Stags” แสดงให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ แม้โดนนำก่อน แต่ยังตั้งเกมกลับมาได้ โดยเฉพาะครึ่งหลังที่ครองบอลมากขึ้นและสร้างโอกาสต่อเนื่อง
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Kasey Rogers | เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้เสียเพิ่ม |
| กองหลัง | Shuya Yamashita, Jacob Mahler, Irfan Najeeb, Takeshi Yoshimoto | ยืนกันแน่นขึ้นหลังโดนเร็ว แต่ยังพลาดจังหวะสำคัญ |
| กองกลาง | Yuki Kobayashi, Nur Shahiran, Koya Kazama | Kazama ยิงประตูตีเสมอ เติมเกมดี |
| กองหน้า | Trent Buhagiar, Hide Higashikawa, Seiga Sumi | Buhagiar จบคม, Sumi ทำเกมและแอสซิสต์ |
เจ้าบ้านยืนระบบ 4-1-4-1 เน้นเพรสสูงและเล่นเร็ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอปัญหาเวลาโดนสวนกลับ เพราะแนวรับเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนเล่นง่ายขึ้น
จุดเด่นของ กรุงเทพฯ ยูไนเต็ด
ฝั่ง True Bangkok United คุมจังหวะได้ดีแม้มาเยือน พวกเขาใช้ความนิ่งและประสบการณ์ของตัวหลัก โดยเฉพาะ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูตั้งแต่ต้นเกม
| ตำแหน่ง | ผู้เล่นหลัก | หมายเหตุเด่น |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | Patiwat Khammai | อ่านเกมดี เซฟช่วงท้ายช่วยทีมประคองสกอร์ |
| กองหลัง | Everton (กัปตัน), Manuel Bihr, Wanchai Jarunongkran, Jakkaphan Praisuwan | เกมรับคุมพื้นที่ได้ แม้ไม่มี Philipe Maia |
| กองกลาง | Thitipan Puangchan, Weerathep Pomphan, Nebojsa Kosovic | Pomphan วางบอลแม่น มีส่วนกับประตูแรก |
| กองหน้า | Teerasil Dangda, Ilias Alhaft, Muhsen Al-Ghassani | Dangda และ Alhaft ยิงคนละลูก จบคมในจังหวะสำคัญ |
ทีมเยือนใช้ 4-4-1-1 เน้นรัดกุมแล้วสวนกลับเร็ว แผนนี้ช่วยให้ Bangkok United คุมความได้เปรียบของสกอร์รวมไว้จนจบเกม
สรุปหลังเกม
แม้ แทมปิเนส โรเวอร์ส จะตกรอบ แต่ภาพรวมคือพวกเขาสู้แบบไม่ถอย และทำให้เกมนี้สนุกจนวินาทีสุดท้าย ส่วน Bangkok United แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในเกมใหญ่ และปิดจ๊อบด้วยการเข้ารอบรองชนะเลิศแบบมีประวัติศาสตร์ของสโมสร
นัดนี้ยังสะท้อนชัดว่าทีมจากอาเซียนสู้กันได้สูสี และคุณภาพเกมในภูมิภาคกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
ฟุตบอล
มิทจิลลันด์ บุกเฉือน น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-0 เลกแรก ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีม
น็อตติงแฮม, อังกฤษ – 13 มีนาคม 2569 – ค่ำคืนที่ฝนเทลงมาไม่หยุดและลมพัดแรงที่สนาม City Ground จบลงด้วยความเจ็บปวดของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ หลังพ่ายให้ เอฟซี มิทจิลลันด์ จากเดนมาร์ก 0-1 ในเกมเลกแรก ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569
แม้ฟอเรสต์จะเป็นฝ่ายคุมจังหวะเกมและสร้างโอกาสได้มากกว่า แต่ความเฉียบคมหน้าประตูยังไม่มา จึงเปิดช่องให้ทีมเยือนลงโทษในช่วงสำคัญ เมื่อ โช เก-ซุง (Cho Gue-sung) ตัวสำรองขึ้นโหม่งเป็นประตูชัยนาทีที่ 80 พามิทจิลลันด์คว้าชัยเหนือฟอเรสต์เป็นครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ หลังเคยชนะ 3-2 ในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อน – รับชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์สำคัญของเกม
- ฟอเรสต์ครองบอลเหนือกว่า และยิงรวม 22 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นสกอร์ไม่ได้
- จังหวะลุ้นของเจ้าบ้านมีหลายครั้ง โดยเฉพาะลูกยิงไกลของ โอมารี ฮัทชินสัน ที่ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ อีกหลายจังหวะบอลสะดุดพื้นเปียกจากฝน
- ฝั่งมิทจิลลันด์เน้นรับแน่นแล้วสวนกลับ แม้โอกาสจะไม่เยอะ แต่ได้ลุ้นจริงจัง และมีจังหวะยิงชนคานก่อนด้วย
- ประตูเดียวของเกม เกิดในนาทีที่ 80 เมื่อ โอสมาน ดิเยา (Ousmane Diao) เปิดบอลยาวจากฝั่งขวา โช เก-ซุง ขยับหนี โอลา ไอน่า ก่อนโหม่งผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ ตุงตาข่าย
- ช่วงท้ายฟอเรสต์พยายามเร่งตีเสมอ แต่แทบไม่ได้โอกาสจะแจ้งเพิ่ม สุดท้ายแพ้คาบ้าน และเป็นความพ่ายแพ้เกมเหย้าในถ้วยยุโรปนัดนี้
สภาพอากาศมีผลชัดเจนตลอดเกม เพราะฝนหนักทำให้พื้นสนามลื่น บอลเคลื่อนช้า ทั้งสองทีมจึงต้องเล่นแบบระวังมากขึ้น จังหวะต่อบอลสั้นผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อย และเกมรุกต้องพึ่งลูกครอสกับลูกตั้งเตะมากขึ้น

มิทจิลลันด์ เหนียวแน่นนอกบ้าน, สำรองลงมาเปลี่ยนเกม
ทีมของ ไมค์ ตุลเบิร์ก เลือกยืนโซนรับให้แน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับแบบมีวินัย ถึงจะครองบอลน้อยกว่า แต่แนวรับทำงานกันเป็นชุด และรับมือแรงกดดันได้ดี ที่สำคัญคือพวกเขาใช้โอกาสน้อยนิดให้คุ้มค่า โดยเฉพาะจังหวะที่โช เก-ซุงลงมาแล้วสร้างความต่างทันที
ตารางข้อมูลทีม มิทจิลลันด์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| เอลิอัส ราฟน์ โอเลฟสัน | ผู้รักษาประตู | เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง เก็บคลีนชีต |
| โอสมาน ดิเยา | กองหลัง | เปิดบอลให้ประตูชัย |
| มาร์ติน เออร์ลิช | กองหลัง | อ่านเกมดี เคลียร์บอลหลายจังหวะ |
| มาดส์ เบช ซอเรนเซ่น | กองหลัง | คุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้แน่น |
| เควิน เอ็มบาบู | ปีกขวา | ช่วยเกมสวนกลับและเติมทางข้าง |
| ฟิลิป บิลลิง | กองกลาง | คุมจังหวะเกมกลางสนาม ช่วยตัดเกม |
| เดนิล คาสติโย | กองกลาง | เชื่อมเกมเวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุก |
| วิคเตอร์ บัค | ปีกซ้าย | อาศัยความเร็วพาบอลโต้กลับ |
| อารัล ซิมซิร์ | กองรุก | ขยับหาพื้นที่ สร้างจังหวะลุ้น |
| จูเนียร์ บรูมาโด | กองหน้า | วิ่งกดดันแนวรับเจ้าบ้านต่อเนื่อง |
| โช เก-ซุง (ลงสำรอง) | กองหน้า | ยิง 1 ประตู (น.80) เป็นคนตัดสินเกม |
นอกจากแผนรับลึกแล้ว การแก้เกมด้วยตัวสำรองก็ได้ผลเต็มๆ เพราะโชลงมาไม่นาน แต่เลือกจังหวะวิ่งและการเข้าทำได้เฉียบที่สุดของเกม
ฟอเรสต์ ครองเกมได้, แต่จบไม่คมเหมือนเดิม
ด้านฟอเรสต์ของ วิตอร์ เปเรย์รา เดินหน้าบุกตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะครึ่งแรกที่กดดันต่อเนื่อง พอเข้าครึ่งหลังยังคุมเกมได้อยู่ แต่ปัญหาเดิมยังตามมา นั่นคือยิงเยอะแต่ไม่เด็ดขาด บางจังหวะติดเซฟ บางจังหวะหลุดกรอบ และหลายครั้งเสียจังหวะเพราะพื้นสนามลื่นจากฝน
เมื่อยิงไม่เข้า เกมจึงไหลไปตามที่ทีมเยือนต้องการ และสุดท้ายโดนลงโทษจากลูกครอสเพียงครั้งสำคัญ ส่งผลให้ฟอเรสต์ไม่ชนะติดต่อกัน 5 นัดในทุกรายการ
ตารางข้อมูลทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ (ข้อมูลหลักจากแมตช์นี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | หมายเหตุสำคัญ |
|---|---|---|
| มัตซ์ เซลส์ | ผู้รักษาประตู | มีจังหวะเซฟช่วยทีม แต่กันลูกโหม่งไม่อยู่ |
| โอลา ไอน่า | กองหลัง/ปีก | เสียเหลี่ยมในจังหวะประกบก่อนเสียประตู |
| มูริลโล่ | กองหลัง | ยืนตำแหน่งดี แต่เกมรุกยังไม่ต่อเนื่อง |
| เฟลิเป้ โมราตู | กองหลัง | ช่วยคุมแนวรับแข็งแรง |
| ไจร์ คูนญ่า | กองหลัง | เติมเกมริมเส้นและช่วยขึ้นเกม |
| เอลเลียต แอนเดอร์สัน | กองกลาง | คุมจังหวะได้ดี ช่วยไล่เพรส |
| นิโคลัส ดอมิงเกซ | กองกลาง | ช่วยต่อบอลและพาบอลขึ้นหน้า |
| คัลลัม ฮัดสัน-โอโดอี้ | ปีก | สร้างโอกาสหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายไม่ผ่าน |
| โอมารี ฮัทชินสัน | กองรุก | ยิงไกลได้ลุ้น แต่ไม่เป็นประตู |
| มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ | กองรุก | กัปตันทีม เก็บบอลดี พยายามปั้นเกม |
| อิกอร์ เจซุส | กองหน้า | ขยันกดดัน แต่หาช่องจบไม่ถนัด |
หลังเกม เปเรย์ร่าสรุปตรงๆ ว่าทีมเล่นดีพอจะยิงได้ 3-4 ลูก แต่ถ้าปิดสกอร์ไม่ได้ โอกาสก็จะตกไปอยู่ฝั่งคู่แข่งทันที ดังนั้นเลกสองวันที่ 19 มีนาคม ฟอเรสต์ต้องบุกไปเดนมาร์กเพื่อแก้ตัว และต้องเร่งให้เกมรุกคมกว่านี้ หากหวังผ่านเข้ารอบต่อไป
โดยรวมแล้ว เกมนี้เป็นบทเรียนของฟอเรสต์เรื่องความเด็ดขาด ขณะที่มิทจิลลันด์ได้เปรียบชัดเจนก่อนกลับไปเล่นในบ้าน และยังย้ำอีกครั้งว่าพวกเขารับแน่นและฉกฉวยโอกาสได้ดีในรายการยุโรป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล6 days agoอาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสั่งทบทวนความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เชียงราย หลังแผ่นดินไหวถี่ขึ้น
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
ฟุตบอล6 days agoแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1







