เชียงราย - Chiang Rai News
สั่งทบทวนความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เชียงราย หลังแผ่นดินไหวถี่ขึ้น
เชียงราย – กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติจับตาแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เกิดถี่ขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้ในพื้นที่เชียงราย แม้ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงพอทำให้อาคารหลักเสียหาย แต่หลายครั้งแรงสั่นสะเทือนทำให้ประชาชนรับรู้ได้ชัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ…
เชียงราย – กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติจับตาแผ่นดินไหวขนาดเล็กที่เกิดถี่ขึ้นตั้งแต่ต้นปีนี้ในพื้นที่เชียงราย แม้ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงพอทำให้อาคารหลักเสียหาย แต่หลายครั้งแรงสั่นสะเทือนทำให้ประชาชนรับรู้ได้ชัด โดยเฉพาะในภาคเหนือ
เพราะพื้นที่ภาคเหนืออยู่ใกล้แนวรอยเลื่อนมีพลังหลายจุด และยาบ้าอีกราย">เชียงรายเองก็ยังมีบทเรียนจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐจึงขยับจากการติดตามแบบรายเหตุ ไปสู่การเฝ้าระวังอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมากขึ้น
วันที่ 4 มีนาคม 2026 กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติจัดประชุมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (DDPM) โดยมีนายสักดา วิชัยศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เพื่อทบทวนสถานการณ์แผ่นดินไหว เพิ่มความพร้อมในจังหวัดเสี่ยง และสั่งตรวจสอบเขื่อนรวมถึงโครงสร้างสำคัญทั่วประเทศ
ข้อมูลในที่ประชุมชี้ว่ามากกว่า 90% ของแผ่นดินไหวในไทยมีขนาดต่ำกว่า 3.0 แมกนิจูด อย่างไรก็ตาม หลายเหตุการณ์เกิดตื้น จึงทำให้คนรู้สึกได้แม้ตัวเลขไม่สูง ผลที่ตามมาคือความกังวลของประชาชนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่

แผ่นดินไหวเชียงราย ขนาดไม่ใหญ่แต่คนรู้สึกได้
ช่วงที่ผ่านมา เชียงรายมีแผ่นดินไหวขนาดเล็กหลายครั้งที่ประชาชนรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ เช่น เหตุขนาด 3.3 ในอำเภอแม่สาย ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2026 และอีกเหตุขนาด 3.1 ในอำเภอพาน ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026
รายงานเหตุการณ์เหล่านี้ปรากฏใน Nakorn News (ภาษาไทย) และ Chiang Rai Times (ภาษาอังกฤษ) โดยย้ำตรงกันว่า “ความรู้สึก” ไม่ได้ขึ้นกับขนาดอย่างเดียว ระยะห่างจากจุดศูนย์กลางและความลึกของแผ่นดินไหวก็มีผลมากพอ ๆ กัน
ดังนั้น การสื่อสารกับประชาชนต้องเดินคู่กับการติดตามด้านวิศวกรรมและธรณีวิทยา เมื่อข้อมูลชัด คนจะรู้ว่าอะไรคือความเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ และเมื่อไรที่ควรเฝ้าระวังมากขึ้น ความกลัวก็จะไม่วิ่งนำข้อเท็จจริง
ในที่ประชุม รัฐมนตรีช่วยฯ เน้นชัดว่าแผ่นดินไหว “ทำนายล่วงหน้าไม่ได้” เพราะฉะนั้น โฟกัสควรอยู่ที่การเตรียมพร้อมแบบทำได้จริง เช่น ซ้อมอพยพ เตรียมอุปกรณ์กู้ภัย และตรวจความปลอดภัยของโครงสร้างที่อาจเป็นจุดเสี่ยง

ประเด็นหลักที่ประชุมเน้นย้ำ
- ติดตามแนวรอยเลื่อนมีพลังและแนวโน้มแผ่นดินไหวล่าสุด
- ประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างสำคัญ โดยเฉพาะเขื่อนและสาธารณูปโภค
- ส่งข้อมูลที่ถูกต้องให้เร็ว เพื่อลดข่าวลือและความสับสน
ฝั่งเชียงราย รายงานความพร้อมผ่านรองผู้ว่าราชการจังหวัด โดยชี้ว่ามีการอัปเดตแผนตอบโต้เหตุ ซักซ้อมการปฏิบัติ และทำงานสื่อสารความเสี่ยงในพื้นที่ที่มีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่า
อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงคือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของไทยที่สัมพันธ์กับภูมิประเทศและธรณีวิทยา หน่วยงานด้านธรณีระบุว่าไทยรับรู้แนวรอยเลื่อนมีพลังอยู่ 16 แนวรอยเลื่อน และกำลังศึกษาเพิ่มอีก 13 แนวรอยเลื่อน เพื่อทำฐานข้อมูลให้ครบและแม่นยำขึ้น (1รอยเลื่อนที่ยังทำงานอยู่ 16 แห่ง)
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ตกใจ แต่มีไว้เพื่อยืนยันว่าความเสี่ยงมีจริง และการวางแผนต้องอิงข้อมูลปัจจุบัน เมื่อคนเข้าใจพื้นฐาน ก็จะตัดสินใจได้ดีขึ้น เช่น อาคารไหนควรตรวจซ้ำ จุดรวมพลควรอยู่ตรงไหน โรงเรียนและโรงพยาบาลควรซ้อมอพยพอย่างไร

แจ้งเตือน Cell Broadcast และการตรวจอาคารเสี่ยง
ที่ประชุมสั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจอาคารสูง โครงป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่อาจพังเสียหายเมื่อเกิดการสั่นไหว ควบคู่กับการตรวจเขื่อนขนาดเล็ก ฝาย และคันกั้นน้ำ หากพบความเสียหายต้องเร่งซ่อมทันที และทุกพื้นที่ต้องทำแผนฉุกเฉินให้ใช้งานได้จริง ไม่ใช่มีแค่ในเอกสาร
ด้านการแจ้งเตือน รัฐเน้นให้สื่อสารเร็วและชัด เพื่อให้ประชาชนรับข้อมูลที่ถูกต้องก่อนข่าวลือ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ส่งตรงถึงโทรศัพท์มือถือ และใช้ควบคู่ช่องทางทางการของ DDPM และกรมอุตุนิยมวิทยา
สรุประดับการส่งข้อความเตือนภัยแผ่นดินไหวผ่าน Cell Broadcast ถูกกำหนดเพื่อเตือนให้ทันเวลา และไม่ทำให้ตื่นตระหนกเกินจำเป็น ได้แก่
- แผ่นดินไหวบนบกในประเทศไทย ขนาด 4.0 ขึ้นไป
- แผ่นดินไหวบนบกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาด 6.0 ขึ้นไป
- แผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน ขนาด 7.0 ขึ้นไป
ขณะเดียวกัน รัฐยังปรับปรุงแอป ประกาศเตือนภัยภัยพิบัติในประเทศไทย ให้เป็นศูนย์รวมข้อมูลภัยหลายประเภท เป้าหมายคือให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันในเวลาใกล้เคียงกัน
เชียงรายกับผลกระทบที่มากกว่าแค่ความรู้สึกสั่น
สำหรับเชียงราย แผ่นดินไหวไม่ได้กระทบแค่ชีวิตประจำวัน แต่ยังโยงไปถึงความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว ธุรกิจท้องถิ่น และการดูแลโบราณสถานด้วย เพราะฉะนั้น การสื่อสารต้องทำสองอย่างพร้อมกัน
อย่างแรกคือยึดข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ เหตุส่วนใหญ่ยังเป็นขนาดเล็ก และมีระบบติดตามตลอดเวลา อย่างที่สองคือบอกสิ่งที่ทำได้ทันที เพื่อให้ความไม่แน่ใจไม่กลายเป็นความเสี่ยงเพิ่ม
ในที่ประชุมยังขอให้โรงเรียน โรงพยาบาล และอาคารสูงในโซนเสี่ยง ซ้อมอพยพสม่ำเสมอ พร้อมย้ำคำแนะนำมาตรฐานระหว่างเกิดแรงสั่นสะเทือนคือ “หมอบ คลุม ยึด” (หมอบลง ปิดบังศีรษะ และยึดเกาะไว้ให้แน่น) และหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟต์ในช่วงเกิดแผ่นดินไหว
ทำวันนี้ให้พร้อมขึ้น ลดกังวลได้จริง
เพื่อให้การเตรียมพร้อมในบ้านทำได้ไม่ยาก หน่วยงานด้านภัยพิบัติแนะนำแนวทางพื้นฐานดังนี้
- ยึดตู้ ชั้นวาง และเฟอร์นิเจอร์หนักกับผนัง ลดการล้มทับ
- เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน เช่น น้ำ อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาประจำตัว และเอกสารสำคัญ
- กำหนดจุดนัดพบครอบครัว และวิธีติดต่อกันหากสัญญาณโทรศัพท์ล่ม
- ติดตามข้อมูลจากแหล่งทางการก่อน และงดแชร์โพสต์ที่ยังไม่ยืนยัน
สรุปแล้ว ข้อความจากภาครัฐชัดเจน แผ่นดินไหวคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ แต่เราลดการบาดเจ็บและความเสียหายได้ การลงมือทำให้ถูกและเร็วช่วยได้มาก และถ้าชุมชนซ้อมและเตรียมพร้อมร่วมกัน ความปลอดภัยจะเพิ่มขึ้นแบบจับต้องได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เครือข่ายสิทธิชุมชนเชียงรายจี้รัฐเร่งแก้ปัญหาแม่น้ำปนเปื้อนสารพิษ
เชียงราย - Chiang Rai News
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ
ประเด็นสำคัญ
- กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
- เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
- ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว
ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่
การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน
นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที
การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย
ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร
การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว
เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย
ประเด็นสำคัญ
- ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
- เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
- เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี
ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์
แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง
ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม
คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป
คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน
งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม
การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
- นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
- กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน
หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้
หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย
ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด
ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย
การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว
กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก
นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว
การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ
ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoอัปเดตด่วน! ปิดถนนแม่สายเชียงรายนาน 2 เดือน


