ข่าวธุรกิจ Business
การปฏิรูปการนำเงินตราต่างประเทศกลับประเทศของไทยก่อให้เกิดการถกเถียง
กฎระเบียบของประเทศไทยเกี่ยวกับการโอนเงินรายได้จากต่างประเทศ: การปรับปรุงล่าสุดและแนวทางแก้ไขที่ถกเถียงกันในหมู่ชาวต่างชาติและผู้พำนักอาศัยในประเทศไทย กรุงเทพฯ 22 มกราคม 2569…
กฎระเบียบของประเทศไทยเกี่ยวกับการโอนเงินรายได้จากต่างประเทศ: การปรับปรุงล่าสุดและแนวทางแก้ไขที่ถกเถียงกันในหมู่ชาวต่างชาติและผู้พำนักอาศัยในประเทศไทย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ 22 มกราคม 2569 รายละเอียดเกี่ยวกับภาษีเงินได้ที่โอนมาจากต่างประเทศของไทยยังคงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชาวต่างชาติที่ทำงานในภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย นักท่องเที่ยวอิสระ ผู้เกษียณอายุ และคนไทยที่มีรายได้จากต่างประเทศ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2567 กรมสรรพากรได้เริ่มใช้การตีความที่เข้มงวดมากขึ้นในการจัดเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศ ทำให้เกิดการอภิปรายเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม การยกเว้น และข้อเสนอผ่อนปรนสำหรับปี 2568
ประเด็นสำคัญอยู่ที่ระบบภาษีเงินได้จากต่างประเทศของไทย การเก็บภาษีตามการโอนเงิน และวิธีการที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศไทย (พำนักอยู่ในประเทศไทย 180 วันขึ้นไปต่อปี) ต้องจัดการรายได้จากต่างประเทศ เช่น เงินเดือน เงินบำนาญ เงินปันผล รายได้จากการลงทุน ค่าเช่า หรือกำไรจากการขายสินทรัพย์
การปรับปรุงครั้งสำคัญในปี 2567 การปิดช่องโหว่สำหรับการโอนเงินข้ามปี
ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ประเทศไทยโดยทั่วไปใช้ระบบที่รายได้จากต่างประเทศ… รายได้ที่ได้รับในต่างประเทศและโอนเข้ามาในประเทศไทยในปีเดียวกันกับที่ได้รับรายได้นั้น จะถูกเก็บภาษีเป็นหลัก ดังนั้น รายได้ที่ได้รับในต่างประเทศและโอนเข้ามาในปีต่อๆ ไป โดยปกติแล้วจะไม่อยู่ภายใต้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้าอัตรา 5% ถึง 35%
ต่อมา กรมสรรพากรได้ออกคำสั่ง พ.ศ. 2509 และ พ.ศ. 2509 และ พ.ศ. 2509 ซึ่งเป็นการตีความมาตรา 41 แห่งประมวลกฎหมายรายได้ใหม่ คำสั่งดังกล่าวระบุว่า รายได้ที่ได้รับในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป เมื่อโอนเข้ามาในประเทศไทย จะถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี หากบุคคลนั้นเป็นผู้มีถิ่นพำนักอาศัยในประเทศไทยในปีที่ได้รับรายได้นั้น รายได้ที่ได้รับก่อนปี 2567 ยังคงได้รับการคุ้มครอง การโอนที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นจะไม่ถูกเก็บภาษีภายใต้แนวทางใหม่นี้
เป้าหมายของนโยบายนี้คือการทำให้ประเทศไทยใกล้เคียงกับมาตรฐานภาษีระหว่างประเทศ ลดการหลีกเลี่ยงภาษี และเพิ่มฐานรายได้จากผู้มีรายได้สูงที่ย้ายมาอยู่ประเทศไทย รวมถึงผู้ถือวีซ่าพำนักระยะยาว (LTR) อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ได้ก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ผู้เกษียณอายุและนักลงทุน เนื่องจากเงินบำนาญหรือรายได้จากแหล่งอื่น ๆ แม้จะโอนมาในภายหลัง ก็อาจกลายเป็นภาระภาษีได้
ผลกระทบต่อชาวต่างชาติและผู้พำนักในประเทศไทย
สำหรับผู้พำนักจำนวนมาก กฎใหม่นี้ทำให้การวางแผนทางการเงินซับซ้อนขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ถือวีซ่าเกษียณอายุ ผู้ทำงานทางไกล หรือผู้ที่มีรายได้จากนอกประเทศไทย พวกเขาจะต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดการโอนเงินมากขึ้น การไม่ส่งหรือรายงานข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนอาจส่งผลให้ถูกตรวจสอบ ถูกปรับ หรือต้องชำระภาษีย้อนหลัง
อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับวีซ่าบางประเภท เช่น วีซ่า LTR ภายใต้หมวดหมู่พลเมืองโลกผู้มั่งคั่ง ผู้รับบำนาญผู้มั่งคั่ง หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทย ซึ่งในบางกรณีจะได้รับอัตราภาษี 0% สำหรับรายได้จากต่างประเทศที่ตรงตามเงื่อนไขบางประการ
ในทางกลับกัน กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของเงินทุน เนื่องจากบางคนอาจเลือกที่จะชะลอการโอนเงินกลับประเทศไทย หรือหลีกเลี่ยงการนำเงินเข้ามาโดยสิ้นเชิงเพื่อลดความเสี่ยงด้านภาษี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงินฝากและการลงทุนภายในประเทศ
ข้อเสนอสำหรับปี 2025: มาตรการผ่อนปรนที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
หลังจากได้รับความคิดเห็นจำนวนมาก กรมสรรพากรได้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมสำหรับกลางปี 2025 เพื่อบรรเทาภาระดังกล่าว แนวคิดหลักคือการเพิ่ม “ระยะเวลายกเว้น 2 ปี” สำหรับการโอนรายได้จากต่างประเทศกลับประเทศไทย ภายใต้ร่างนี้ รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่ง (เช่น ปี 2025) จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากโอนในปีเดียวกันหรือปีถัดไป (ปี 2025 หรือ 2026) อย่างไรก็ตาม หากโอนหลังจากนั้น (ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป) จะกลับไปใช้ระบบภาษีเดิม
นายพานุวัฒน์ หลวงวิไล รองอธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการโอนเงินจากต่างประเทศ เพิ่มสภาพคล่องภายในประเทศ และดึงดูดกลุ่มบุคคลร่ำรวย โดยไม่ย้อนกลับไปสู่สถานการณ์ก่อนปี 2567 หากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน จะครอบคลุมรายได้ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไปในหลายกรณี
ณ ต้นปี 2569 ร่างแก้ไขกฎหมายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและรอขั้นตอนทางกฎหมาย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหลายท่านแนะนำให้ยื่นภาษีสำหรับปี 2568 ภายใต้กฎระเบียบปัจจุบัน โดยพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการโอนเงินจากต่างประเทศหลังปี 2566 และติดตามความคืบหน้า เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้อาจเปลี่ยนแปลงภาระการยื่นภาษีในฤดูกาลถัดไป (ครอบคลุมรายได้ตั้งแต่ปี 2568) อย่างมีนัยสำคัญ
ภาพรวมและประเด็นสำคัญ:
ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่สำคัญของประเทศไทยในการหาความสมดุลระหว่างรายได้ภาษีของรัฐบาลและการเป็นประเทศที่น่าดึงดูดใจสำหรับชาวต่างชาติ การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้นนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น โดยมีการตรวจสอบการโอนเงินและบัญชีต่างประเทศมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงหันไปหาที่ปรึกษาด้านภาษีเพื่อวางแผนภาษีส่วนบุคคล เช่น การจัดเตรียมเอกสารแสดงแหล่งที่มาของรายได้ที่ชัดเจน การกำหนดเวลาการโอนเงิน หรือการใช้สิทธิยกเว้นวีซ่า สำหรับผู้ที่มีสินทรัพย์ในต่างประเทศจำนวนมาก การวางแผนล่วงหน้ามักช่วยลดความเสี่ยงและจัดการภาษีได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังปรับปรุงระเบียบภาษีเงินได้ทั่วโลกและกฎภาษีสำหรับชาวต่างชาติ
ตำรวจกำลังใช้สุนัขและโดรนในการติดตามตัวชายชาวเมียนมาร์วัย 20 ปีที่ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ข่าวธุรกิจ Business
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
เชียงใหม่ – กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แห่ง ร่วมกันจัดงาน “วิจิตรภูษา ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ แพรพรรณท้องถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านสิ่งทอ และนำความรู้ไปช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและผลงานวิจัยด้านสิ่งทออย่างยิ่งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ งานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือการนำความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน
นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอของไทย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกยุคใหม่
ประเด็นสำคัญ
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
- มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาพัฒนาผ้าทอไทย เพื่อสร้างรายได้จริงให้ชุมชนท้องถิ่น
- มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แฟชั่นโชว์ การเสวนา และร้านขายสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน
เกิดอะไรขึ้นในงานนี้?
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จับมือกับเพื่อนมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง จัดงานใหญ่นี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่ร่วมจัดงานได้แก่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิบูลสงคราม และเพชรบูรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานมากมายที่ได้จากการลงพื้นที่วิจัยจริงๆ ของอาจารย์และนักศึกษา
ในวันเปิดงาน มีผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงความตั้งใจของงาน งานนี้ช่วยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับชาวบ้านเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่น่าสนใจอย่างการเสวนาเรื่องการปรับตัวของผ้าไทยในยุคปัจจุบัน และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ แฟชั่นโชว์ชุด “มรดกโขน ผ้าทอพิษณุโลก สู่ชุดพระราชทาน” แสดงให้เห็นถึงการนำผ้าทอท้องถิ่นมาตัดเย็บได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อชุมชน?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปเพื่อขายของ แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้าน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำความรู้สมัยใหม่มาช่วยชาวบ้านทำงาน การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
นายดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวว่า การเล่าเรื่องราวหรือประวัติความเป็นมาของผ้าแต่ละผืน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราต้องสอนให้เยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่รู้จักการทำการตลาดแบบบอกเล่าเรื่องราว สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากขึ้นกว่าเดิม
หากเราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความเก่งกาจดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ผ้าทอไทยก็จะไม่ใช่แค่ของฝากตามเทศกาลอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาสูง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?
กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการผลิตผ้าให้มีสีสันสวยงามและใช้งานได้ทนทานมากขึ้น กลุ่มที่สองคือนักศึกษาและอาจารย์ ที่ได้นำทฤษฎีจากในห้องเรียนมาทดลองแก้ปัญหาจริงในพื้นที่
นอกจากนี้ ผู้บริโภคหรือผู้ที่มาร่วมงานก็จะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสอนทำงานฝีมือให้ผู้ที่สนใจได้ลองทำด้วยตัวเอง ถือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและได้ลงมือทำจริง
ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย คุณจะได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเล่นดนตรีพื้นบ้าน และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเป็นกันเอง
สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคืออะไร?
ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากงานนี้ จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือต่อไป มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งยืนยันที่จะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะช่วยดูแลตั้งแต่การออกแบบลายผ้า ไปจนถึงการหาช่องทางขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน
การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และชาวบ้าน จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศ หากคุณสนใจอ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงานวิจัยมาช่วยชุมชน สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
สำหรับใครที่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ยังคงเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน คุณสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ที่ลาน GRAND HALL 03 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้สนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ค้างชำระค่าปรับจราจรในประเทศไทย? บอกลาป้ายภาษีประจำปีของคุณได้เลย!
คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงของประเทศไทย: พื้นที่สีแดงเผชิญอุทกภัยและภัยแล้งรุนแรง
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายสนับสนุนเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออนาคตเมืองอัจฉริยะ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางไปพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรการพัฒนาเมืองอัจฉริยะสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น การพบปะครั้งนี้จัดขึ้น ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 ภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมแนวคิดการพัฒนาท้องถิ่นให้พร้อมก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน
การอบรมในหลักสูตรพิเศษนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือครั้งสำคัญของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยนเรศวร และสมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 ถึง 17 กรกฎาคม 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและบุคลากรภาครัฐจากหลายพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ประเด็นสำคัญ
- วิสัยทัศน์ร่วมกัน: ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายร่วมมือกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่มาใช้สร้างเมืองอัจฉริยะทั่วทั้งจังหวัด
- ยกระดับความรู้ผู้นำ: การอบรมมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัล การใช้พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมยุคใหม่แก่บุคลากรภาครัฐ
- เป้าหมายเพื่อประชาชน: โครงการนี้ต้องการให้ผู้บริหารนำความรู้ไปพัฒนางานบริการสาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
เจาะลึกเนื้อหาหลักสูตร: พลิกโฉมการบริหารด้วยระบบดิจิทัล
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เป็นหลัก เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถนำเครื่องมือเหล่านี้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเองได้อย่างแท้จริง เนื้อหาในการอบรมครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้านที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณะแก่ประชาชนทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ การอบรมยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้พลังงานสะอาดและการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในชุมชนระยะยาว ทั้งนี้ ทางหน่วยงานภาครัฐได้สนับสนุนข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง เว็บไซต์จังหวัดเชียงราย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อย่างต่อเนื่อง
สร้างเครือข่ายความร่วมมือ มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ได้จากการอบรมครั้งนี้คือการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษา การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารจากต่างพื้นที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การขับเคลื่อนนโยบายเมืองอัจฉริยะในระดับท้องถิ่นสามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้นำท้องถิ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอนาคต การนำนวัตกรรมมาปรับใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว แต่ยังช่วยกระจายโอกาสการพัฒนาไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ท่านสามารถศึกษาแนวคิดและหลักสูตรการศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเริ่มใช้มาตรการควบคุมการค้าชายแดนใหม่ ณ ด่านตรวจ 3 แห่ง
ทางการลาวได้เนรเทศชาวไทย 22 คนกลับไปยังเชียงรายแล้ว หลังจากถูกจับกุมในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับศูนย์รับโทรศัพท์หลอกลวง
ข่าวธุรกิจ Business
เตือนภัยด่วน! สมาคมสื่อมวลชนเชียงรายประกาศระวังมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อรีดไถเงินผู้ประกอบการ
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด">เชียงราย – เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 สมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหลังพบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างตัวเป็นสื่อมวลชน เพื่อเข้าไปข่มขู่และกรรโชกทรัพย์จากหน่วยงานต่างๆ ทางสมาคมฯ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับบุคคลกลุ่มนี้อย่างแน่นอน
กลุ่มผู้แอบอ้างได้ใช้วิธีการเรียกรับผลประโยชน์จากองค์กรและผู้จัดกิจกรรมต่างๆ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย พวกเขาใช้คำว่า “ค่าสื่อ” ระบุในหลักฐานการโอนเงินเพื่อหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อ พร้อมทั้งข่มขู่ว่าจะนำเสนอข่าวในเชิงลบหากเหยื่อไม่ยอมจ่ายเงินตามที่เรียกร้อง ทางสมาคมฯ ถือว่าเรื่องนี้สร้างความเสียหายร้ายแรง และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- กลุ่มมิจฉาชีพกำลังแอบอ้างเป็นสื่อมวลชนเชียงราย เพื่อข่มขู่และเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการต่างๆ
- สมาคมสื่อมวลชนฯ ยืนยันชัดเจนว่า ไม่มีนโยบายเรียกเก็บเงิน หรือส่งตัวแทนไปเรี่ยไรเงินใดๆ ทั้งสิ้น
- หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยหรือถูกข่มขู่ ให้รีบตรวจสอบกับทางสมาคมฯ หรือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้อย่างชัดเจนเพื่อลดความตื่นตระหนก ท่านระบุว่าได้สั่งการให้มีการตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง ในสื่อสังคมออนไลน์อย่างละเอียดแล้ว ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่า บุคคลเหล่านั้นไม่ได้เป็นสมาชิก หรือเป็นกรรมการบริหารของสมาคมฯ แต่อย่างใด
นายโชติสิริเน้นย้ำเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนว่า สมาคมไม่เคยขอรับเงินบริจาคจากองค์กรใดๆ และสมาคมไม่เคยอนุญาตให้บุคคลภายนอกใดๆ ขอรับหรือรับสินบนในนามของสมาคม
คำแนะนำสำหรับหน่วยงานและช่องทางการแจ้งเบาะแส
ทางสมาคมสื่อมวลชนฯ ขอฝากเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดในระยะนี้ หากมีผู้ใดมาติดต่อโดยแอบอ้างชื่อสมาคมฯ เพื่อขอรับการสนับสนุน หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ขอให้ท่านระงับการจ่ายเงิน และทำการตรวจสอบข้อมูลก่อนเสมอ การยืนยันตัวตนกับทางสมาคมฯ โดยตรงคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยของทุกภาคส่วนในสังคม หากท่านพบเห็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกรรโชกทรัพย์ หรือการหลอกลวงดังกล่าว ขอให้รีบดำเนินการปกป้องสิทธิ์ของท่านทันที ท่านสามารถแจ้งเบาะแสและส่งหลักฐานมายังสมาคมฯ หรือติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ เพื่อให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ตลอดเวลา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเมืองเชียงรายตรวจสอบสถานบันเทิงยามค่ำคืนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เชียงรายเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เปิดโครงการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุม “ผู้ต้องสงสัยรายใหญ่” ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายลดลง 24 เซนติเมตร ขณะที่งานสำคัญในเชียงของยังคงดำเนินต่อไป








