ฟุตบอล
ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ: ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เสมอกันสุดมันในศึกยอร์กเชียร์ดาร์บี: Leeds 1-1 Manchester United
ลีดส์, อังกฤษ – เกมที่ Elland Road เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 กลับมาทำให้แฟนบอลนึกถึงความดุเดือดแบบเดิมของคู่นี้อีกครั้ง เมื่อ Leeds United เปิดบ้านเสมอ Manchester United 1-1 ในศึก Premier League นัดที่ 20 เกมออกมาสูสี วิ่งแลกกันทั้งสองฝั่ง และมีจังหวะให้ลุ้นแทบตลอดครึ่งหลัง Brenden Aaronson ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำ แต่ Matheus Cunha ตอบโต้เร็วให้ทีมเยือนตีเสมอ ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปในเกมที่ผลออกหน้าไหนก็ไม่แปลก
บรรยากาศในสนามคึกคักตั้งแต่นาทีแรก แฟนบอลกว่า 36,900 คนแน่นอัฒจันทร์เพื่อดูศึก Roses rivalry ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง Leeds ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาเล่นลีกสูงสุดหลังทำผลงานดีใน Championship เมื่อฤดูกาลก่อน อยากพิสูจน์ตัวเองกับทีมใหญ่ของลีก ส่วน Manchester United ของกุนซือ Ruben Amorim ก็ต้องการแต้มต่อเนื่องเพื่อไล่พื้นที่ฟุตบอลยุโรป แต่เจอเจ้าถิ่นที่เล่นแบบไม่กลัวชื่อชั้น

ครึ่งแรกตึงมือ แต่โอกาสจะแจ้งยังไม่มาก
45 นาทีแรกเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งสองทีมพยายามหาช่อง แต่ยังไม่ยอมเปิดหน้ามากเกินไป Daniel Farke วางแผนเพรสซิงสูง ให้ Aaronson และ Willy Gnonto วิ่งกดดันตั้งแต่แดนบน ขณะที่ Manchester United ฝากเกมไว้กับ Bruno Fernandes ที่คุมจังหวะในแดนกลางด้วยการจ่ายบอลแม่น ๆ
Leeds เกือบได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 12 เมื่อ Gnonto ปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษ บอลเฉียดเสาออกไปแบบได้เสียว ฝั่งทีมเยือนก็ตอบโต้ทันควัน Rasmus Hojlund โหม่งจากลูกเตะมุมของ Fernandes บังคับให้ Illan Meslier ต้องออกแรงเซฟ กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กดูอันตรายตลอดครึ่งแรก แต่หลายจังหวะถูกแนวรับ Leeds ช่วยกันบล็อกไว้ได้ดี
เกมเริ่มเดือดตามสไตล์ดาร์บี ช่วงหนึ่ง Ethan Ampadu เข้าปะทะหนักใส่ Alejandro Garnacho จนเกิดชุลมุนสั้น ๆ และผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทั้งคู่ ถึงจะปะทะกันหนัก แต่สกอร์ยัง 0-0 ตอนพักครึ่ง โดยทีมเยือนครองบอลนำเล็กน้อย 51-49 แฟนบอลทั้งสองฝั่งสัมผัสได้ว่าครึ่งหลังน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน
ครึ่งหลังระเบิดทันที มีประตูแบบต่อเนื่อง
กลับมาเล่นครึ่งหลัง เกมเปิดมากขึ้นตามที่หลายคนคาด Leeds ออกสตาร์ตได้ดีกว่า และได้เตะมุมต่อเนื่องจนกด Manchester United ถอยต่ำ ช่วงนาทีที่ 62 เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดในแนวรับทีมเยือน บอลหลุดมาเข้าทาง Aaronson ที่ฉวยโอกาสแซง Ayden Heaven ก่อนแปเล่น ๆ ผ่านมือ Franco Lammens เข้าก้นตาข่าย Elland Road ดังลั่น ประตูนี้เป็นลูกที่ 5 ของเขาในฤดูกาลนี้
แต่ความดีใจของแฟน Leeds อยู่ไม่นาน แค่ 3 นาทีถัดมา Manchester United ตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 65 จาก Cunha ที่ลงมาเป็นตัวสำรองตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง Joshua Zirkzee จ่ายให้แล้ว Cunha คุมอารมณ์ได้เยี่ยม ก่อนค่อย ๆ กลิ้งบอลผ่าน Alex Perri นายทวารสำรองของ Leeds ที่ถูกส่งลงมาแทน Meslier ซึ่งเจ็บช่วงต้นครึ่งหลัง เป็นประตูที่สะท้อนให้เห็นว่าทีมเยือนมีตัวเลือกมาก และตอบโต้ได้ไวเมื่อโดนกดดัน
หลังจากนั้นเกมกลายเป็นการไล่บี้หาประตูชัยแบบแลกกันคนละหมัด Leeds เดินหน้าเต็มที่ นาทีที่ 72 Pascal Struijk โหม่งจากลูกฟรีคิก แต่ Lisandro Martinez เคลียร์จากเส้นได้แบบหวุดหวิด ส่วนฝั่ง Manchester United ก็เกือบได้เฮในนาทีที่ 78 เมื่อ Garnacho ซัดเต็มข้อ บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ทั้งสองกุนซือปรับเกมช่วงท้าย Farke ส่ง Mateo Joseph ลงมาเพิ่มความสด ขณะที่ Amorim เติมริมเส้นด้วย Amad Diallo แต่สุดท้ายไม่มีใครยิงเพิ่มได้ เมื่อครบ 5 นาทีทดเวลาบาดเจ็บ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกม และผลเสมอก็ดูยุติธรรมกับรูปเกมโดยรวม Leeds คงเสียดายที่รักษาสกอร์นำไว้ไม่ได้ ส่วน Manchester United ก็น่าจะคิดถึงโอกาสที่หลุดไปในช่วงท้าย

ฟอร์มเด่นและนักเตะที่น่าพูดถึง
ฝั่ง Leeds คนที่เด่นสุดคือ Aaronson ทั้งความขยัน การไล่เพรส และการจบสกอร์ เขาคว้ารางวัล Man of the Match ไปแบบไม่ค้านตา นักเตะวัย 25 ปีทำให้เกมรุกของทีมมีชีวิตชีวาตลอด ส่วน Manchester United ได้แรงกระตุ้นสำคัญจาก Cunha ที่ลงมาแล้วเปลี่ยนเกมทันที เป็นการแก้เกมที่คุ้มค่าของ Amorim ในช่วงโปรแกรมถี่
Fernandes ยังเป็นศูนย์กลางของทีมเยือนเหมือนเดิม เขาจ่ายบอลสำเร็จ 92% และสร้างโอกาสสำคัญได้ 3 ครั้ง
เกมรับของทั้งสองทีมมีช่วงหลุดให้เห็น Leeds นำโดย Joe Rodon ยืนคุมแนวรับได้ดีเป็นส่วนใหญ่ แต่พลาดครั้งเดียวก็โดนลงโทษ ขณะที่ Heaven ซึ่งได้ออกสตาร์ตเป็นนัดที่ 3 ยังมีแววที่ดี แต่จังหวะเสียประตูคือบทเรียนชัด ๆ
ความเห็นหลังเกม
ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports หลังจบเกม Daniel Farke พูดแบบมีทั้งพอใจและเสียดายว่า “มันคือ 1 แต้มจากทีมระดับท็อป แต่หลังเรายิงได้ เรากดเขาอยู่เหมือนกัน นักเตะทุ่มเทหมด และนั่นคือสิ่งที่สโมสรนี้ยึดถือ ความหลงใหลและการสู้ไม่ถอย”
ด้าน Ruben Amorim ก็ชื่นชมลูกทีมของตัวเองเช่นกัน “ทีมเรามีคาแรกเตอร์ เราตีเสมอได้เร็วมาก มาที่นี่ไม่ง่าย และผลเสมอช่วยให้เรารักษาโมเมนตัมได้”

ผลต่อภาพรวมของฤดูกาล
ผลนี้ทำให้ Manchester United ยังอยู่ที่อันดับ 6 เกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ Champions League ต่อไป แต่ยังต้องรักษามาตรฐานให้คงเส้นคงวาเพื่อไล่ท็อปโฟร์ ส่วน Leeds อยู่ที่อันดับ 16 เหนือโซนตกชั้นแบบหายใจรดต้นคอ แต่ฟอร์มและความมั่นใจจากเกมนี้น่าจะช่วยพวกเขาในช่วงหนีตกชั้นได้พอสมควร
ตารางคะแนน English Premier League (ณ วันที่ 5 มกราคม 2026)
ตารางล่าสุด โดยเน้นตำแหน่งของ Leeds United และ Manchester United:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | 26 | 48 |
| 2 | Manchester City | 20 | 13 | 3 | 4 | 44 | 18 | 26 | 42 |
| 3 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | 9 | 42 |
| 4 | Liverpool | 20 | 10 | 4 | 6 | 32 | 28 | 4 | 34 |
| 5 | Chelsea | 20 | 8 | 7 | 5 | 33 | 22 | 11 | 31 |
| 6 | Manchester United | 20 | 8 | 7 | 5 | 34 | 30 | 4 | 31 |
| 7 | Brentford | 20 | 9 | 3 | 8 | 32 | 28 | 4 | 30 |
| 8 | Sunderland | 20 | 7 | 9 | 4 | 21 | 19 | 2 | 30 |
| 9 | Newcastle United | 20 | 8 | 5 | 7 | 28 | 24 | 4 | 29 |
| 10 | Brighton and Hove Albion | 20 | 7 | 7 | 6 | 30 | 27 | 3 | 28 |
| 11 | Fulham | 20 | 8 | 4 | 8 | 28 | 29 | -1 | 28 |
| 12 | Everton | 20 | 8 | 4 | 8 | 22 | 24 | -2 | 28 |
| 13 | Tottenham Hotspur | 20 | 7 | 6 | 7 | 28 | 24 | 4 | 27 |
| 14 | Crystal Palace | 20 | 7 | 6 | 7 | 22 | 23 | -1 | 27 |
| 15 | Bournemouth | 20 | 5 | 8 | 7 | 31 | 38 | -7 | 23 |
| 16 | Leeds United | 20 | 5 | 7 | 8 | 26 | 33 | -7 | 22 |
| 17 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 3 | 12 | 19 | 33 | -14 | 18 |
| 18 | West Ham United | 20 | 3 | 5 | 12 | 21 | 41 | -20 | 14 |
| 19 | Burnley | 20 | 3 | 3 | 14 | 20 | 39 | -19 | 12 |
| 20 | Wolverhampton Wanderers | 20 | 1 | 3 | 16 | 14 | 40 | -26 | 6 |
โปรแกรมต่อไป
หลังพักช่วงปีใหม่สั้น ๆ ทั้งสองทีมมีงานหนักรออยู่ Leeds ต้องออกไปเยือน Aston Villa ที่ฟอร์มแรงในสุดสัปดาห์หน้า เป็นบททดสอบสำคัญของทีมที่กำลังหนีตกชั้น ส่วน Manchester United กลับไปเล่นในบ้านเจอ Chelsea ที่ Old Trafford ซึ่งน่าจะเป็นอีกเกมใหญ่ที่แต้มมีความหมายมาก
ผลเสมอครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมมากนัก แต่ย้ำชัดว่า Premier League ครึ่งฤดูกาลหลังแต้มทุกแต้มมีค่า และเกมใหญ่แบบนี้ยังมีอารมณ์ร่วมให้คนดูเสมอ ทั้งความเร็ว คุณภาพ และความเป็นคู่ปรับที่ไม่เคยจางหายไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
ฟุตบอล
เบรนท์ฟอร์ด เสมอ อาร์เซนอล 1-1 อาร์เซนอลเสียแต้มในเส้นทางลุ้นแชมป์
เบรนท์ฟอร์ดโชว์ความแข็งแกร่งในบ้าน แบ่งแต้มกับจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในเกมล่าสุด คืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนาม Gtech Community Stadium ส่งผลให้อาร์เซนอลนำแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เหลือ 4 แต้ม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน

ไฮไลท์เกมแบบจังหวะต่อจังหวะ
เกมนี้ใส่กันตลอด 90 นาที เบรนท์ฟอร์ดของโธมัส แฟรงค์ เล่นดุดันตามสไตล์ เน้นความแน่นและอาวุธลูกตั้งเตะ ส่วนอาร์เซนอลของมิเกล อาร์เตต้า ครองบอลได้มากกว่า แต่จบสกอร์ไม่คมเท่าที่ควร
ครึ่งแรกยังไม่มีประตู อาร์เซนอลมีลุ้นจากลูกนิ่งหลายครั้ง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านแนวรับเจ้าถิ่น ขณะเดียวกัน เบรนท์ฟอร์ดยืนตำแหน่งกันดี แล้วคอยสวนกลับเมื่อมีช่อง
กลับมาครึ่งหลัง อาร์เซนอลเร่งเกมบุกชัดเจน และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 61 เมื่อ Noni Madueke โหม่งจากลูกครอสเข้าเขตโทษ ส่งทีมเยือนนำ 1-0 ประตูนี้ช่วยให้เกมของกันเนอร์ไหลลื่นขึ้น เพราะเป็นโอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกของพวกเขาในนัดนี้
อย่างไรก็ตาม เบรนท์ฟอร์ดไม่ถอย และใช้ทีเด็ดเดิมตอบโต้ได้ทันที นาทีที่ 71 Keane Lewis-Potter โหม่งตีเสมอ 1-1 จากจังหวะ long throw ของ Michael Kayode ที่ทำให้กรอบเขตโทษชุลมุน นี่คือรูปแบบที่เบรนท์ฟอร์ดทำได้อันตรายเสมอ โดยเฉพาะเวลาเจอทีมใหญ่

ช่วงท้ายเกมต่างฝ่ายต่างเปิดหน้าแลก อาร์เซนอลเกือบได้ประตูชัยจาก Gabriel Martinelli ที่หลุดไปยิงตัวต่อตัว แต่ Caoimhín Kelleher เซฟสำคัญช่วยทีมไว้ได้ ด้านเบรนท์ฟอร์ดก็มีโอกาสปิดเกมเหมือนกัน เมื่อ Igor Thiago ได้จังหวะจบสกอร์ แต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้
ผลเสมอนี้ทำให้อาร์เซนอลทำแต้มหลุดมือในช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์ ขณะที่เบรนท์ฟอร์ดได้แต้มล้ำค่าในบ้าน และย้ำชัดว่าพวกเขาเป็นคู่แข่งที่ประมาทไม่ได้
หลังเกม มิเกล อาร์เตต้า พูดถึงความผิดหวังว่า “เราเสียแต้มที่น่าผิดหวัง แต่เรายังควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องกลับไปโฟกัสเกมต่อไป” ส่วน โธมัส แฟรงค์ ชมทีมของเขาว่า “นี่คือจุดแข็งของเรา เราสู้ไม่ถอยแม้เจอจ่าฝูง”

ตารางคะแนนเบรนท์ฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 7 | Brentford | 25 | 12 | 3 | 10 | – | – | 39 |
(เบรนท์ฟอร์ดรั้งอันดับ 7 ฟอร์มในบ้านแข็ง และมักทำให้ทีมใหญ่เจองานหนัก)
ผู้เล่นตัวหลักของเบรนท์ฟอร์ด (ฤดูกาล 2025/26)
| ตำแหน่ง | ชื่อผู้เล่น | เบอร์ | สัญชาติ | อายุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| GK | Caoimhín Kelleher | 1 | ไอร์แลนด์ | 27 | นายทวารมือหนึ่ง, เซฟสำคัญหลายจังหวะ |
| DF | Aaron Hickey | 2 | สกอตแลนด์ | 23 | แบ็คขวาแข็งแกร่ง |
| DF | Rico Henry | 3 | อังกฤษ | 28 | แบ็คซ้ายตัวหลัก |
| DF | Ethan Pinnock | 5 | อังกฤษ | 32 | เซ็นเตอร์แบ็คมากประสบการณ์ |
| DF | Sepp van den Berg | 4 | เนเธอร์แลนด์ | 24 | เซ็นเตอร์แบ็คหน้าใหม่ |
| MF | Jordan Henderson | 6 | อังกฤษ | – | แกนหลักแดนกลาง, กัปตันทีม |
| FW | Keane Lewis-Potter | – | อังกฤษ | – | ทำประตูตีเสมอเกมนี้ |
| FW | Kevin Schade | 7 | เยอรมนี | – | ปีกความเร็วสูง |
ตารางคะแนนอาร์เซนอล (พรีเมียร์ลีก 2025/26)
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 25 | – | – | – | – | – | – |
(อาร์เซนอลยังนำเป็นจ่าฝูง แต่ระยะห่างลดเหลือ 4 แต้มจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจบเกมนี้)
ผู้เล่นตัวหลักของอาร์เซนอล (ฤดูกาล 2025/26)
| ตำแหน่ง | ชื่อผู้เล่น | เบอร์ | สัญชาติ | อายุ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| GK | David Raya | 1 | สเปน | 30 | นายทวารตัวจริง |
| DF | William Saliba | 2 | ฝรั่งเศส | – | เซ็นเตอร์แบ็คตัวหลัก |
| DF | Gabriel | 6 | บราซิล | – | ยืนคุมแนวรับร่วมกับซาลีบา |
| DF | Ben White | 4 | อังกฤษ | – | เล่นได้หลายบทบาทในแนวรับ |
| MF | Martin Ødegaard | 8 | นอร์เวย์ | – | กัปตันทีม, ตัวทำเกม |
| FW | Bukayo Saka | 7 | อังกฤษ | – | ปีกขวาคนสำคัญ (อาจบาดเจ็บบางเกม) |
| FW | Gabriel Martinelli | 11 | บราซิล | 24 | พลาดโอกาสสำคัญช่วงท้าย |
| FW | Noni Madueke | – | อังกฤษ | – | โหม่งประตูนำ นาทีที่ 61 |
โดยรวมแล้ว เกมนี้สะท้อนความโหดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ชัด ต่อให้เป็นทีมอันดับ 1 ก็พลาดแต้มได้ทุกนัด โดยเฉพาะเมื่อเจอเบรนท์ฟอร์ดที่เล่นเป็นระบบ และอันตรายมากจากลูกตั้งเตะ
ฝั่งอาร์เซนอลน่าจะเสียดาย เพราะมีจังหวะปิดเกมแต่ทำไม่ได้ ส่วนแฟนเบรนท์ฟอร์ดมีเหตุผลให้ภูมิใจ เพราะทีมสู้ถึงที่สุด และเก็บแต้มสำคัญได้อีกครั้ง ต่อจากนี้ทั้งสองทีมต้องรีบปรับให้ไว เพื่อเดินหน้าลุ้นเป้าหมายของตัวเองในช่วงโค้งสำคัญของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
ฟุตบอล
แอตเลติโก มาดริด ถล่มบาร์เซโลนา 4-0 ในเกมที่พลิกล็อก
แอตเลติโก มาดริด ทำแฟนบอลทั้งสเปนตะลึง หลังไล่ถล่ม บาร์เซโลนา 4-0 ในศึกโคปาเดลเรย์ ฤดูกาล 2025/26 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามเมโทรโปลิตาโน่ (ริยาด แอร์ เมโทรโปลิตาโน่) ภายใต้การคุมทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ที่พาลูกทีมเล่นเกมสวนกลับได้คมกริบ และจบสกอร์ได้แบบไม่ไว้หน้า
แอตเลติโก มาดริด พบกับ บาร์เซโลนา – ชมไฮไลท์
อีกด้านหนึ่ง บาร์เซโลนาของ ฮันซี่ ฟลิค ซึ่งกำลังนำเป็นจ่าฝูงลาลีกา เจอคืนที่ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด โดยเฉพาะ 45 นาทีแรกที่โดนไปถึง 4 ประตู ทำให้นัดสองที่สปอติฟาย คัมป์ นู กลายเป็นงานหนักสุด ๆ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเตะ

ไฮไลต์เกม: ครึ่งแรกยิงกระจาย ครึ่งหลังคุมจังหวะจบงาน
เกมเปิดฉากได้ไม่นาน บาร์เซโลนาเสียหายจากความผิดพลาดของแนวรับ นาทีที่ 6 เอริค การ์เซีย พยายามคืนหลังให้ผู้รักษาประตู แต่บอลไหลผ่าน ฌอน การ์เซีย ที่ออกมาตัดสินใจพลาด สุดท้ายกลายเป็นประตูเข้าประตูตัวเอง ส่งให้แอตเลติโกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม
จากนั้นแค่ 8 นาที นาทีที่ 14 อันโตนี่ กรีซมันน์ อดีตผู้เล่นบาร์ซ่า รับบอลจากแดนกลางแล้วลากเข้าเขตโทษ ก่อนกดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายแบบเฉียบขาดเป็น 2-0 และเจ้าตัวก็ฉลองใส่อดีตทีมแบบสะใจ
เจ้าบ้านยังเดินเกมได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 33 แอตเลติโกสวนกลับเร็วจากแดนหลัง บอลไปถึง จูเลียน อัลวาเรซ ก่อนต่อให้ อเดโมลา ลุคแมน จับแล้วซัดไม่พลาด หนีเป็น 3-0

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+2 จูเลียน อัลวาเรซ จัดให้แฟนบอลทั้งสนามลุกฮือ ด้วยการยิงไกลนอกกรอบด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบมุมบนอย่างสวยงาม จบครึ่งแรกที่ 4-0
ครึ่งหลัง บาร์เซโลนาพยายามเร่งเกมเพื่อเอาประตูคืน อย่างไรก็ตาม แอตเลติโกยืนตำแหน่งแน่น และปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้โอกาสจบแบบจะแจ้งแทบไม่มา แม้ฟลิคส่ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ ลามีน ยามาล ลงมาเพิ่มมิติเกมรุก แต่ก็ยังเจาะไม่เข้า สุดท้ายจบเกมด้วยชัยชนะขาดลอยของแอตเลติโก 4-0

สถิติทีมแอตเลติโก มาดริด
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ได้ | 4 |
| ประตูเสีย | 0 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 48% |
| ช็อตทั้งหมด | 12 (เข้ากรอบ 6) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | สูง |
| ผู้ทำประตู | Eric Garcia (OG), Griezmann, Lookman, Alvarez |
| ผู้เล่นเด่น | Griezmann, Alvarez, Lookman |
ภาพรวมแล้ว แอตเลติโกยังคงเป็นทีมสไตล์ซิเมโอเน่ที่แฟนบอลคุ้นตา พวกเขารับให้แน่น แล้วสวนกลับเร็วและตรงจุด ที่สำคัญคือแนวรุก 4 คนอย่าง Griezmann, Alvarez, Lookman และ Giuliano Simeone ช่วยกดดันแนวรับบาร์ซ่าจนเล่นเกมไลน์สูงได้ไม่ถนัด
สถิติทีมบาร์เซโลนา
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ได้ | 0 |
| ประตูเสีย | 4 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 52% |
| ช็อตทั้งหมด | 8 (เข้ากรอบ 2) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | ปานกลาง |
| โอกาสสำคัญ | น้อยมาก |
| ผู้เล่นเด่น | ยังไม่มีใครเด่นชัด |
ฝั่งบาร์เซโลนามีปัญหาชัดในแนวรับ โดยเฉพาะจังหวะเสียบอลและการยืนสูงที่โดนสวนกลับทันที นอกจากนี้ เกมรุกก็ขาดความเฉียบคม พอเสียประตูเร็ว ความมั่นใจก็ยิ่งหาย ทำให้รูปเกมยิ่งเข้าทางเจ้าบ้าน
ซิเมโอเน่ ชนะฟลิคแบบขาด ๆ ในเกมแท็กติก
หลังเกม ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ พูดประมาณว่า ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ทีมเล่นด้วยพลังและความตั้งใจเต็มที่ และพร้อมสำหรับนัดสอง ส่วน ฮันซี่ ฟลิค ยอมรับว่านี่คือคืนที่แย่มาก เพราะทีมเสียประตูเร็วเกินไป แล้วแก้เกมกลับมาไม่ได้ เขายังขอโทษแฟนบอล และยืนยันว่าจะสู้ต่อในบ้าน
สำหรับนัดที่สอง จะเตะวันที่ 3 มีนาคม 2569 ที่สปอติฟาย คัมป์ นู ซึ่งบาร์เซโลนาต้องยิงอย่างน้อย 4 ลูกและห้ามเสียประตู เพื่อมีโอกาสกลับมาเข้ารอบ และถ้าโดนสวนเสียเพิ่ม งานจะยากขึ้นไปอีก
ผลสกอร์นัดแรกทำให้แอตเลติโก มาดริด ขยับเข้าใกล้รอบชิงชนะเลิศมากขึ้น โดยทีมที่ผ่านเข้าชิงจะต้องไปเจอกับผู้ชนะระหว่าง เรอัล โซเซียดาด หรือ แอธเลติก บิลเบา ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชลซีสะดุดคาบ้าน! ลีดส์ ยูไนเต็ด ฮึดไล่เจ๊า 2-2 ชวดแต้มลุ้นท็อปโฟร์
ฟุตบอล
เชลซีสะดุดคาบ้าน! ลีดส์ ยูไนเต็ด ฮึดไล่เจ๊า 2-2 ชวดแต้มลุ้นท็อปโฟร์
ค่ำคืนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมเหมือนจะเป็นของเชลซีเต็มๆ ทีมของ ลิอัม โรเซนิเออร์ เกือบคว้าชัยในลีกเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกัน และมีโอกาสขยับขึ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ด้วย แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปในครึ่งหลัง เมื่อลีดส์ ยูไนเต็ดที่กำลังมั่นใจ ไล่จากตาม 0-2 กลับมาเสมอ 2-2 ทำให้ “สิงห์บลู” ทำแต้มหล่นแบบน่าเสียดาย
เชลซีออกสตาร์ตได้ดี ครองบอลมากกว่าและเจาะได้ต่อเนื่อง นาทีที่ 24 โคล พาลเมอร์ แทงทะลุช่องให้ โจเอา เปดรู หลุดเดี่ยว ก่อนยกบอลข้ามหัวคาร์ล ดาร์โลว์เข้าไปอย่างเหนือชั้น เจ้าถิ่นนำ 1-0 แบบสมเหตุสมผล – ชมไฮไลท์
จบครึ่งแรก เชลซีดูคุมเกมได้ชัด ลีดส์แทบไม่ค่อยมีจังหวะจบสกอร์ใส่โรเบิร์ต ซานเชซ

ครึ่งหลังเชลซีมาได้เพิ่ม นาทีที่ 58 ผู้ตัดสินให้จุดโทษหลังเปดรูโดน แจกา บิโจล เบียดล้มในเขตโทษ พาลเมอร์รับหน้าที่สังหาร ยิงเรียดไปมุมขวาล่างไม่พลาด สกอร์เป็น 2-0 บรรยากาศในสนามเหมือนชัยชนะกำลังอยู่แค่เอื้อม
แต่ลีดส์ไม่ยอมง่ายๆ นาทีที่ 67 ทีมเยือนได้จุดโทษคืน เมื่อ โมอิเซส ไกเซโด ไปทำฟาวล์ เจย์เดน โบเกิล ในกรอบเขตโทษ ลุคัส นเมชา ยิงเข้ามุมซ้ายอย่างเฉียบคม ไล่มา 2-1
จากนั้นอีก 6 นาที เกมก็กลับมาเท่ากัน นาทีที่ 73 แนวรับเชลซีมีพลาดจังหวะสำคัญ เปิดทางให้ โนอาห์ โอกาฟอร์ ตัวสำรองของลีดส์ หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบตาข่ายเป็น 2-2 ทำเอาสแตมฟอร์ด บริดจ์เงียบลงทันที ขณะที่แฟนทีมเยือนฉลองกันสุดเสียง

ท้ายเกมเชลซีเร่งหาประตูชัย ช่วงทดเจ็บ โจเรล ฮาโต้ เปิดบอลโค้งให้เปดรูโหม่ง แต่บอลชนคานเต็มๆ ต่อด้วยโอกาสทองของพาลเมอร์จากจังหวะเปิดต่ำเข้ามาหน้าประตู เขายิงข้ามคานจากระยะใกล้มากแบบไม่น่าเชื่อ กลายเป็นช็อตที่แฟนบอลพูดถึงกันทั้งเกม
หลังจบเกม ลิอัม โรเซนิเออร์ ให้สัมภาษณ์ว่า “เราน่าเก็บชัยชนะได้ เราเริ่มเกมดีมาก แต่เราเสียประตูจากจุดโทษ และมีข้อผิดพลาดในแนวรับจนเสียแต้ม พาลเมอร์พลาดโอกาสท้ายเกมก็จริง แต่เขาคือนักเตะระดับท็อป เราไม่โทษใคร นี่คือฟุตบอล เราต้องเรียนรู้และไปต่อ”
ฝั่ง แดเนียล ฟาร์เก้ กุนซือลีดส์พอใจกับหนึ่งแต้ม “กลับมาจากตามหลังสองประตูที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ไม่ใช่เรื่องง่าย นักเตะสู้กันสุดใจ แต้มนี้สำคัญมากกับเป้าหมายหนีโซนตกชั้นของเรา”

สรุปผลการแข่งขันและไฮไลท์สำคัญ
- เชลซีคุมบอลและสร้างโอกาสได้เยอะ แต่จบไม่เด็ดขาด
- ลีดส์อาศัยจุดโทษและความผิดพลาดคู่แข่ง กลับมามีแต้ม
- VAR มีบทบาทกับจุดโทษทั้งสองฝั่ง แต่ไม่มีดราม่าใหญ่
- เชลซีอดขยับขึ้นอันดับ 4 หลังแมนยูฯ เสมอเวสต์แฮม

ตารางนักเตะเชลซี (ตัวจริงและเปลี่ยนตัวหลัก พร้อมบทบาท)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | โรเบิร์ต ซานเชซ | มีเซฟสำคัญ แต่ช่วยไม่ได้กับ 2 ประตู |
| กองหลัง | มาร์ค คูคูเรญ่า (ออก) → โจเรล ฮาโต้ | เปลี่ยนครึ่งหลัง ฮาโต้เติมเกมและสร้างโอกาส |
| กองหลัง | เวสลีย์ โฟฟานา | โดยรวมแน่น แต่มีส่วนกับจังหวะเสียประตูตีเสมอ |
| กองหลัง | เทรโวห์ ชาโลบาห์ | อ่านเกมดี แต่แผงหลังหลุดสมาธิช่วงสำคัญ |
| กองหลัง | ริซ เจมส์ | จ่ายบอลดี แต่จังหวะเข้าพื้นที่อันตรายมีไม่มาก |
| กองกลาง | โมอิเซส ไกเซโด | เสียจุดโทษและโดนใบเหลือง |
| กองกลาง | เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ | คุมจังหวะและเชื่อมเกมได้ดี |
| ปีกขวา | โคล พาลเมอร์ | ยิงจุดโทษ 1 ประตู แต่พลาดโอกาสทองท้ายเกม |
| ปีกซ้าย | เอสเตวอง วิลเลียน | มีส่วนกับการขึ้นเกม แต่จังหวะจบยังไม่คม |
| กองหน้า | โจเอา เปดรู | ยิง 1 ประตู เรียกจุดโทษ เกือบเป็นฮีโร่ช่วงท้าย |
| กองหน้า | นิโคลัส แจ็คสัน | ลงมาเพิ่มมิติในแดนหน้า |
เชลซีมีเพิ่มเป็น 44 คะแนน จาก 26 นัด รั้งอันดับ 5 ชั่วคราว
ตารางนักเตะลีดส์ ยูไนเต็ด (ตัวจริงและเปลี่ยนตัวหลัก พร้อมบทบาท)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | คาร์ล ดาร์โลว์ | เจองานหนัก เซฟหลายครั้งแต่เสีย 2 ประตู |
| กองหลัง | แจกา บิโจล | เสียจุดโทษให้เชลซี |
| กองหลัง | โจ ราดซินสกี้ | ช่วยเกมรับดี โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรก |
| กองหลัง | เบน คริสเตนเซ่น | อ่านเกมรับและซ้อนตำแหน่งได้ดี |
| แบ็กขวา | เจย์เดน โบเกิล | เรียกจุดโทษให้ทีม จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม |
| กองกลาง | อิลลาน เมซลิเยร์ | ทำหน้าที่กลางสนามได้เนียน คุมจังหวะช่วยทีม |
| กองกลาง | อาร์เซน ซัคก้า | ช่วยต่อบอลและพาเกมรุกเดินหน้า |
| ปีก | ลุคัส นเมชา | ยิงจุดโทษไล่คืน เป็นคีย์แมนของการคัมแบ็ก |
| ปีก | ดาเนียล เจมส์ | ลงมาเพิ่มความเร็วและช่วยไล่เพรส |
| กองหน้า | โจเอล พิโร่ | ลงมาช่วยเก็บบอลและกดดันแนวรับ |
| กองหน้า | โนอาห์ โอกาฟอร์ | ตัวสำรองซูเปอร์ซับ ยิงประตูตีเสมอ 2-2 |
ลีดส์เก็บเพิ่มเป็น 30 คะแนน ขึ้นมาอยู่อันดับ 15 ปลอดภัยขึ้นจากโซนตกชั้น
เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเชลซี แม้จะเล่นดีแต่การเสียสมาธิเพียงชั่วครู่ก็ทำให้เสียแต้มสำคัญ ส่วนลีดส์แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณนักสู้ ภายใต้แดเนียล ฟาร์เก้ พวกเขายังมีลุ้นรอดพ้นตกชั้นต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เวสต์แฮม vs แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ประตูของเชโก้ทำให้สถิติชนะรวดของคาร์ริคต้องหยุดลง
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวระดับชาติ - National2 days ago“หมอปลา” พาเหยื่อหญิงไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหา “บิ๊กเทา” หมอผีชราชื่อดัง ว่าล่วงละเมิดทางเพศพวกเธอ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
-
ข่าวการเมือง6 days agoซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น คว้าชัยในการเลือกตั้งปี 2026 และก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างมั่นคง

