ข่าวกีฬา
“ทีมชาติไทย” แพ้ญี่ปุ่น 0-5 อุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ
วันที่ 1 มกราคม 2567 ฟุตบอลอุ่นเครื่องนัดพิเศษ ต้อนรับวันขึ้นปีใหม่ ทีมชาติญี่ปุ่น เบอร์ 1 ของเอเชีย และอันดับ 17 ของโลก เปิดสนามกีฬาแห่งชาติญี่ปุ่น เอาชนะ ทีมชาติไทย อันดับ 21 ของเอเชีย และอันดับ 113 ของโลก ซึ่งประเดิมการคุมทีมนัดแรกของ มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ชาวญี่ปุ่น ไปแบบท่วมท้น 5-0
โดย 5 ประตูของทีมชาติญี่ปุ่น ได้จาก อาโอะ ทานากะ นาทีที่ 50, เคโตะ นากามุระ นาทีที่ 72, เอเลียส ดอเลาะ ทำเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 74, ทาคุมุ คาวามุระ นาทีที่ 82 และ ทาคุมิ มินามิโนะ ช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+1
ธีราทร เปิดใจกับสื่อญี่ปุ่นหลังเกมว่า “ดีใจที่ได้เล่นกับทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งพวกเขาคือทีมระดับโลก ทุกคนได้ประสบการณ์แน่นอน เพื่อเตรียมจะลงแข่งขันในศึก เอเชียน คัพ ที่จะถึงนี้ในประเทศกาตาร์”

“แม้เราจะแพ้ในเกมนี้ แต่ควรมองความล้มเหลว เพื่อก้าวต่อไปให้มันดีขึ้น ซึ่งโค้ชอิชิอิเองก็คงจะเห็นอะไรหลายๆ อย่างเพื่อจะปรับ และทำให้ดีขึ้น เราเองยังไม่มีโอกาสเตรียมทีมจริงๆ จังๆ เสียที เพราะติดภารกิจกับสโมสร การแพ้ญี่ปุ่นไม่ใช่สิ่งที่น่าอายหรือผิดหวังสักเท่าไร เพราะพวกเขาคือทีมระดับโลก ขนาดส่งผู้เล่นครึ่งแรกที่เล่นในเจลีกมากกว่าครึ่งทีมด้วยซ้ำพวกเราก็ยังเป็นรอง แต่ครึ่งหลังพวกเขาส่งตัวที่เล่นในยุโรปลงมา มันก็เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ในระดับไหน อย่างที่โค้ชบอกด้วย ไม่อยากให้เล่นเกมรับมากเกินไป ให้เดินเข้าหาคู่ต่อสู้ ความพ่ายแพ้มันสามารถเกิดขึ้นได้อยู่แล้วในเกมนี้ ซึ่งทั้งทีมของเราพยายามเดินเข้าหา และเพรสซิง แต่คุณภาพมันแตกต่างกันแบบเห็นได้ชัด”
สำหรับโปรแกรมต่อไปอย่าง ศึก เอเชียน คัพ 2023 นั้น ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มเอฟ ร่วมกับ ซาอุดีอาระเบีย, คีร์กีซสถาน และ โอมาน โดยมีโปรแกรมการแข่งขันดังนี้
16 มกราคม 2567 ทีมชาติไทย พบ คีร์กีซสถาน เวลา 21.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ อับดุลดาห์ บิน คอลิฟา สเตเดียม
21 มกราคม 2567 โอมาน พบ ทีมชาติไทย เวลา 21.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ อับดุลดาห์ บิน คอลิฟา สเตเดียม
25 มกราคม 2567 ซาอุดีอาระเบีย พบ ทีมชาติไทย เวลา 22.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ เอดูเคชั่น ซิตี้ สเตเดียม – Thairath
ดูบอลสด ฟอเรสต์ พบ แมนยู ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก พร้อมช่องถ่ายทอดสด
https://www.chiangraitimes.com/th/sports-news/football/27548/
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนนิวคาสเซิล 2-1 ที่เอติฮัด
แมนเชสเตอร์, 22 กุมภาพันธ์ 2026 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 นิโก้ โอ’ไรลีย์ ดาวรุ่งทำสองประตูในครึ่งแรก ช่วยให้ทีมได้แต้มสำคัญและลดช่องว่างกับทีมจ่าฝูงเหลือเพียงสองแต้ม (อ้างอิงจากข้อมูลการแข่งขันในปัจจุบัน) – รับชมไฮไลท์
รูปเกมช่วงต้นเดือดตั้งแต่นาทีแรก ซิตี้ครองบอลมากกว่า แต่ฝั่งนิวคาสเซิลสวนกลับได้วูบวาบหลายครั้ง ทำให้บรรยากาศในสนามตึงมือ แฟนบอลต้องลุ้นกันยาวจนหมดเวลา

ไฮไลท์สำคัญ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
- นาทีที่ 14: นีโก โอ’ไรลลี่ ยิงให้ซิตี้นำก่อน 1-0 หลัง โอมาร์ มาร์มูช หลุดแนวรับแล้วไหลต่อให้ โอ’ไรลลี่ กดด้วยขวานอกกรอบเต็มข้อ
- นาทีที่ 22: นิวคาสเซิลตามตีเสมอ 1-1 อย่างรวดเร็วจาก ลูอิส ฮอลล์ แบ็กซ้ายที่เติมขึ้นมายิง หลังรับบอลจาก จาค็อบ แรมซีย์
- นาทีที่ 27: ซิตี้กลับมานำอีกครั้ง 2-1 เมื่อ นีโก โอ’ไรลลี่ โหม่งเข้าประตูจากการเปิดของ เออร์ลิง ฮาลันด์ โดยมีจังหวะชงต่อจาก เซเมนโย ก่อนถึงฮาลันด์
- ครึ่งหลัง: ทั้งสองทีมมีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มจากลูกเตะมุมและจังหวะเข้าทำหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม แนวรับและการเซฟสำคัญช่วยให้สกอร์ไม่ขยับ
สุดท้ายเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่รักษาสกอร์ไว้ได้ เก็บชัยชนะต่อหน้าแฟนบอล และยังเดินหน้ากดดันกลุ่มหัวตารางต่อไป ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา

สถิติการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| การครองบอล | 60% |
| การยิงทั้งหมด | 18 (ตรงกรอบ 7) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 85% (จาก 300 ครั้ง) |
| ฟาวล์ | 6 (ใบเหลือง 2) |
| ลูกเตะมุม | 7 |
| ประตูที่ทำได้ | 2 (โอ’ไรลลี่ 2) |
โดยรวมซิตี้ยังคุมจังหวะเกมได้ดี และสร้างโอกาสจากริมเส้นกับแดนกลางต่อเนื่อง ที่สำคัญคือความเด็ดขาดของ โอ’ไรลลี่ ที่ทำให้ครึ่งแรกเป็นของเจ้าถิ่น

สถิติการแข่งขัน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| การครองบอล | 40% |
| การยิงทั้งหมด | 10 (ตรงกรอบ 4) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 80% (จาก 194 ครั้ง) |
| ฟาวล์ | 6 (ใบเหลือง 2) |
| ลูกเตะมุม | 4 |
| ประตูที่ทำได้ | 1 (ฮอลล์ 1) |
แม้นิวคาสเซิลครองบอลน้อยกว่า แต่ยังอันตรายในจังหวะสวนกลับเร็ว โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่ ลูอิส ฮอลล์ เติมขึ้นมามีบทบาททั้งเกมรับและเกมรุก
มุมมองหลังเกม
เกมนี้ชัดเจนว่า นีโก โอ’ไรลลี่ ใช้โอกาสได้คุ้ม และทำหน้าที่แทนตัวหลักได้ดี ขณะเดียวกัน นิวคาสเซิล ของ เอ็ดดี้ ฮาว ยังเป็นทีมที่เล่นยาก แม้ต้องออกมาเยือน แต่พวกเขาพลาดโอกาสช่วงครึ่งหลังไปหลายครั้ง จึงไม่มีแต้มกลับบ้าน
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 แบบเข้มข้น หลังเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา พูดถึงผลงานทีมว่า “ครึ่งแรกเราทำได้ดี แต่ครึ่งหลังเราต้องจบให้คมกว่านี้ นิวคาสเซิลเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก”
ส่วนทางนิวคาสเซิลต้องรีบปรับจังหวะเข้าทำ และเพิ่มความเฉียบคมในเกมต่อไป เพื่อเก็บแต้มไล่ล่าอันดับท็อปเท็น และรักษาความหวังโควต้ายุโรปให้ได้ตามเป้า
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด: ช็อกลาลีกา!
ฟุตบอล
โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด: ช็อกลาลีกา!
ปัมโปลนา, 21 กุมภาพันธ์ 2569 ในศึกลาลีกาสัปดาห์ที่ 25 ที่สนามเอล ซาดาร์ โอซาซูน่าทำให้ทั้งลีกต้องหันมามอง เมื่อเปิดบ้านเฉือน เรอัล มาดริด 2-1 แบบมีดราม่าจนวินาทีสุดท้าย ประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บของราอูล การ์เซีย ส่งผลให้ทีมเยือนพลาด 3 แต้มสำคัญ และทำให้ภาพรวมการลุ้นแชมป์กลับมาตึงมืออีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อบาร์เซโลน่ามีโอกาสขึ้นไปเป็นผู้นำตาราง
ตลอดเกม โอซาซูน่าเล่นด้วยความกล้าและมีวินัย แฟนบอลเจ้าถิ่นช่วยเติมพลังให้ทีมกดดันคู่แข่งได้ต่อเนื่อง แม้มาดริดจะครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์กลับไม่คมพอ และสุดท้ายต้องมาเสียหายจากความผิดพลาดช่วงท้ายเกม – รับชมไฮไลท์

ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาที 38: โอซาซูน่าได้จุดโทษหลัง VAR ยืนยันว่า ทิโบต์ กูร์กัวส์ นายด่านเรอัล มาดริด ไปเหยียบเท้า อันเต้ บูดิมีร์ ในเขตโทษ จากนั้นบูดิมีร์รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เจ้าบ้านออกนำ 1-0
- จบครึ่งแรก: โอซาซูน่านำ 1-0 เพราะเกมรับแน่นและสวนกลับเร็ว ขณะที่เรอัล มาดริดแม้คุมเกมได้มากกว่า แต่โอกาสจะแจ้งมีไม่เยอะ
- นาที 73: เรอัล มาดริดตีเสมอ 1-1 เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงระยะเผาขน หลังรับบอลจากเฟเดริโก บัลเบร์เด้ที่พาบอลลุยขึ้นมาทะลุแนวรับ
- นาที 90: ช่วงท้ายเกมกลายเป็นฉากสำคัญ ราอูล การ์เซีย (ราอูล การ์เซีย เด ฮาโร) ซัดระยะใกล้เข้าไป หลังแนวรับมาดริดพลาดจังหวะเคลียร์บอล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับดานิ เซบายอสและราอูล อาเซนซิโอ โอซาซูน่าจึงแซงนำ 2-1 และรักษาสกอร์จนจบเกม
โอซาซูน่าคุมเกมรับได้ดีแทบทั้งนัด และรอจังหวะที่ใช่ได้อดทน ที่สำคัญคือพวกเขาเปลี่ยนความผิดพลาดของคู่แข่งให้เป็นประตูได้ทันที ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้ทีมยืดสถิติไม่แพ้ในลีกเป็น 6 เกมติด (ชนะ 4 เสมอ 2)

สถิติทีมโอซาซูน่า (โอซาซูน่า)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 38% |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| ยิงทั้งหมด | 9 |
| จังหวะผ่านบอลสำเร็จ | 72% |
| ฟาวล์ | 12 |
| การเตะมุม | 3 |
| การเซฟ | 5 |
| การ์ดเหลือง | 3 (รวม Oroz, Moncayola และคนอื่นๆ) |
| ผู้ทำประตู | Ante Budimir (จุดโทษ), Raúl García |
ภาพรวมของโอซาซูน่าดูเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะการยืนตำแหน่งและช่วยกันปิดพื้นที่ ทำให้เกมรุกของเรอัล มาดริดเงียบไปนานช่วงใหญ่ของเกม

สถิติทีมเรอัล มาดริด (เรอัล มาดริด)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 62% |
| ยิงเข้ากรอบ | 6 |
| ยิงทั้งหมด | 15 |
| จังหวะผ่านบอลสำเร็จ | 88% |
| ฟาวล์ | 10 |
| การเตะมุม | 7 |
| การเซฟ | 2 |
| การ์ดเหลือง | 2 (Courtois, Alexander-Arnold และ Alaba) |
| ผู้ทำประตู | Vinícius Júnior |
แม้มาดริดจะมีตัวเลขเหนือกว่าแทบทุกด้าน แต่หลายจังหวะจบไม่ลง และยังติดเซฟสำคัญจากเซร์คิโอ เอร์เรรา ผู้รักษาประตูโอซาซูน่าอยู่หลายครั้ง สุดท้ายพอมาเสียประตูท้ายเกม ก็ทำให้แผนเก็บสามแต้มต้องพังลงทันที
ผลต่อคะแนนและบรรยากาศลุ้นแชมป์
ผลนัดนี้ช่วยให้ โอซาซูน่า เก็บแต้มก้อนใหญ่และขยับขึ้นโซนกลางค่อนไปทางบนของตาราง ส่วน เรอัล มาดริด ที่นำเป็นจ่าฝูงก่อนแข่ง (19 ชนะ 3 เสมอ 3) ต้องเสียจังหวะสำคัญ หลังจากก่อนหน้านี้กำลังชนะต่อเนื่อง 8 นัดติดในลีก ความพ่ายแพ้ยังเปิดช่องให้บาร์เซโลน่ามีลุ้นแซงขึ้นนำ หากพวกเขาเอาชนะเลบันเต้ได้ในวันอาทิตย์
ด้านเรอัล มาดริดภายใต้การคุมทีมของอัลบาโร อาร์เบโลอา (กุนซือชั่วคราว?) เกมนี้น่าผิดหวังพอสมควร เพราะทีมกลับมาได้แล้วจากประตูของวินิซิอุส จูเนียร์ แต่กลับปิดเกมไม่อยู่ในช่วงสุดท้าย
สรุปภาพรวม
นัดนี้ย้ำชัดว่าลาลีกาคาดเดายาก โอซาซูน่าพิสูจน์ว่า ถ้าวินัยแน่นและใช้โอกาสคมพอ ก็โค่นทีมใหญ่ได้จริง ขณะที่เรอัล มาดริดต้องรีบจัดการรายละเอียดเล็กๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม เพราะแต้มที่หลุดไปแบบนี้อาจมีผลต่อการลุ้นแชมป์แบบเต็มๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชลซีทำได้เพียงเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง
เชียงราย ยูไนเต็ด พ่ายในบ้าน ชลบุรี เอฟซี บุกถล่ม 3-1
ฟุตบอล
เชลซีทำได้เพียงเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง
ลอนดอน – เชลซีต้องผิดหวังอีกครั้งในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อโดนเบิร์นลีย์ตามตีเสมอนาที 90+3 จบเกม 1-1 ทั้งที่ออกนำเร็ว และคุมจังหวะได้แทบทั้งนัด อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญคือเวสลีย์ ฟอฟานาโดนใบแดง ทำให้ทีมเหลือ 10 คน และเสียโมเมนตัมช่วงท้าย

ไฮไลท์สำคัญของเกม – รับชมไฮไลท์
- นาทีที่ 4: เชลซีเริ่มต้นได้ดี โมอิเซส ไกเซโดแทงทะลุช่องให้เปโดร เนโต้ขึ้นทางซ้าย ก่อนปาดเรียดเข้ากลาง แล้วโจอาว เปโดร (João Pedro) จบสกอร์ไม่พลาด เจ้าถิ่นนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม
- ครึ่งแรก: เชลซีครองบอลมากกว่า และหาโอกาสเข้าทำต่อเนื่อง แต่ยังบวกสกอร์เพิ่มไม่ได้ โคล พาล์มเมอร์ได้ลุ้นหลายจังหวะ ทว่าเบิร์นลีย์ยืนโซนแน่น และรอสวนกลับเป็นหลัก
- ครึ่งหลัง: เจ้าถิ่นเร่งเกมมากขึ้น แต่ความคมยังไม่มา มีจังหวะที่พาล์มเมอร์ล้มในเขตโทษและขอจุดโทษ แต่ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อ
- นาทีที่ 72: เกมพลิกทันที เวสลีย์ ฟอฟานาโดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะฟาวล์หนัก เชลซีเหลือ 10 คน จากนั้นเบิร์นลีย์เริ่มดันสูง และกดดันต่อเนื่อง
- นาทีที่ 90+3: เบิร์นลีย์ได้ลูกเตะมุม เจมส์ วอร์ด-พราวส์เปิดเข้าไป และซิอัน เฟลมมิง (Zian Flemming) โหม่งเต็มศีรษะบอลพุ่งเข้าประตู ตีเสมอ 1-1 ท่ามกลางความผิดหวังของแฟนเชลซีหลังจบเกม
ภาพรวมเชลซีครองบอลเกิน 60% และยิงเข้ากรอบหลายครั้ง แต่ปัญหาจบสกอร์ไม่เด็ดขาด รวมถึงใบแดงช่วงครึ่งหลัง ทำให้หลุดแต้มสำคัญต่อหน้ากองเชียร์ ขณะที่เบิร์นลีย์ได้แต้มล้ำค่าในการหนีตกชั้น

สถิติผู้เล่นและทีมเชลซี
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | ใบเหลือง/แดง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| โรเบิร์ต ซานเชซ | ผู้รักษาประตู | 90 | – | – | – | เซฟได้หลายครั้ง แต่เสียช่วงท้าย |
| เวสลีย์ ฟอฟานา | กองหลัง | 72 | – | – | 2 (ใบแดง) | โดนไล่ออกแล้วเกมเปลี่ยน |
| โจอาว เปโดร | กองหน้า | 90 | 1 | – | – | ยิงให้ทีมออกนำ |
| เปโดร เนโต้ | ปีกซ้าย | 85 | – | 1 | – | ทำแอสซิสต์จากเกมริมเส้น |
| โคล พาล์มเมอร์ | กองกลาง | 75 | – | – | – | มีโอกาสหลายครั้ง แต่ยังไม่คม |
| โมอิเซส ไกเซโด | กองกลาง | 90 | – | 1 | – | จ่ายทะลุสวยนำไปสู่ประตูแรก |
| อื่นๆ (โดยรวม) | – | – | – | – | – | คุมเกมได้มากกว่า แต่ปิดเกมไม่ลง |
เชลซีมีตัวสร้างสรรค์เกมอย่างพาล์มเมอร์ และเนโต้ที่พาบอลขึ้นหน้าได้ดี แต่พอเหลือ 10 คน ทีมต้องถอยต่ำมากขึ้น และคุมพื้นที่ในช่วงท้ายได้ยาก

สถิติผู้เล่นและทีมเบิร์นลีย์
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | นาทีเล่น | ประตู | แอสซิสต์ | ใบเหลือง/แดง | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ซิอัน เฟลมมิง | กองกลาง/หน้า | 90 | 1 | – | – | โหม่งตีเสมอช่วงทดเวลา |
| เจมส์ วอร์ด-พราวส์ | กองกลาง | 90 | – | 1 | – | เปิดมุมแม่น นำไปสู่ประตู |
| ลิอัม เดแลป | กองหน้า | 80 | – | – | – | วิ่งกดดันแนวรับตลอดเกม |
| ผู้รักษาประตูเบิร์นลีย์ | ผู้รักษาประตู | 90 | – | – | – | รับแน่น และช่วยทีมประคองเกม |
| อื่นๆ (โดยรวม) | – | – | – | – | – | ตั้งรับมีวินัย รอโอกาสจากลูกนิ่ง |
เบิร์นลีย์มาแบบทีมที่เน้นรัดกุม พวกเขาอดทนรอจังหวะ และสุดท้ายก็ได้ผลจากลูกตั้งเตะตามแผน
ความเห็นหลังเกม
ลิอัม โรเซนเนียร์ เฮดโค้ชเชลซีกล่าวหลังเกมว่า ทีมทำแต้มหลุดมือ ทั้งจากความไม่เด็ดขาดในการปิดเกม และจังหวะใบแดงที่ทำให้รูปเกมเปลี่ยนไป เขาย้ำว่าทีมต้องแก้เรื่องวินัย และการจบสกอร์ให้ชัดเจนกว่านี้
แฟนเชลซีผิดหวังไม่น้อย เพราะนี่เป็นอีกนัดที่ทีมออกนำก่อน แต่สุดท้ายเก็บชัยชนะไม่ได้ในบ้าน (ก่อนหน้านี้เสมอลีดส์ 2-2) ผลเสมอนัดนี้ทำให้เชลซีเสียโอกาสไล่ล่าพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนเบิร์นลีย์ได้แต้มสำคัญต่อการหนีตกชั้น
เกมถัดไปเชลซีต้องเจองานหนักกว่าเดิม ดังนั้นพวกเขาต้องยกระดับความสม่ำเสมอ และคุมอารมณ์เกมให้ดีกว่าเดิม ถ้ายังหวังเก็บแต้มต่อเนื่องในพรีเมียร์ลีก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย ยูไนเต็ด พ่ายในบ้าน ชลบุรี เอฟซี บุกถล่ม 3-1
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoคนขับรถประสบอุบัติเหตุในลำปางหลังจากหลับในขณะขับรถ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด

