เชียงราย - Chiang Rai News
ชายชาวจีน 4 คนถูกจับกุมฐานลักลอบข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่เชียงรายอย่างผิดกฎหมาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายเปิดปฏิบัติการด่วน นี่คือการจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองครั้งสำคัญในพื้นที่อำเภอเชียงแสน พวกเขาสามารถจับกุมชายชาวจีนได้ 4 คนอย่างรวดเร็ว ชาวจีนกลุ่มนี้แอบข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ
นอกจากกลุ่มชาวต่างชาติแล้ว ยังมีการรวบตัวผู้ต้องหาชาวไทยอีก 3 คนด้วย คนไทยกลุ่มนี้ทำหน้าที่ช่วยเหลือและนำพาชาวต่างชาติทั้งหมด การจับกุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการรักษาความปลอดภัยชายแดนที่เข้มงวด หากคุณสนใจอ่านข่าวต้นฉบับ สามารถคลิกไปที่ ข่าวสดออนไลน์ ได้เลย
ประเด็นสำคัญ
- รวบชาวจีน 4 ราย: ผู้ต้องหาลักลอบข้ามแม่น้ำโขงเข้าไทยอย่างผิดกฎหมาย
- จับคนไทย 3 ราย: ถูกตั้งข้อหาช่วยเหลือและซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าว
- การทำงานร่วมกัน: ทหาร ตำรวจ และ ตม.เชียงแสน ร่วมกันเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
เรื่องนี้เริ่มต้นจากการสืบสวนหาข่าวกรองของเจ้าหน้าที่อย่างลับๆ ชุดสืบสวนด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสนได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญ พวกเขาทราบว่าจะมีการลักลอบนำคนต่างด้าวเข้าไทยเร็วๆ นี้
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบพื้นที่ทันที เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังร่วมกับกองกำลังผาเมืองและตำรวจท้องที่ พวกเขาลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังจุดเสี่ยงริมฝั่งโขงอย่างระมัดระวัง
การทำงานในพื้นที่ชายแดนต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก เจ้าหน้าที่ได้ดักซุ่มสังเกตการณ์ตามแนวชายแดนอย่างใกล้ชิด พวกเขาทำงานกันอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เป้าหมายไหวตัวทัน
นาทีรวบตัวผู้ต้องหาริมตลิ่ง
เวลาประมาณ 12.30 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ก็พบความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณริมตลิ่งบ้านป่าสักหางเวียง อำเภอเชียงแสน
เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชายต้องสงสัยกำลังเดินขึ้นมาจากริมแม่น้ำโขง เมื่อเห็นดังนั้น พวกเขาจึงรีบแสดงตัวเข้าตรวจสอบทันที การเข้าชาร์จเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด
ผลการตรวจสอบพบว่าเป็นชายชาวจีน 4 คนจริงๆ พวกเขาไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งหมดจึงถูกควบคุมตัวไว้สอบสวนทันที
ข้อมูลเบื้องต้นของผู้ถูกจับกุม
สำหรับชายชาวจีนทั้ง 4 คน มีอายุระหว่าง 24 ถึง 39 ปี พวกเขาตั้งใจลักลอบเข้ามาในไทยเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเพิ่มเติมถึงเป้าหมายที่แท้จริง
นอกจากนี้ ยังมีคนไทยอีก 3 คนที่ถูกจับในที่เกิดเหตุ ได้แก่ นายพุทธชาด นางสาวรัตนาภรณ์ และนายเจษฎา ทั้งสามคนเป็นผู้ช่วยเหลือคนต่างด้าวกลุ่มนี้
การกระทำของคนไทยกลุ่มนี้ถือเป็นความผิดทางกฎหมายอย่างชัดเจน พวกเขาให้การช่วยเหลือและซ่อนเร้นผู้กระทำผิด ซึ่งมีโทษตามกฎหมายอย่างแน่นอน
ความท้าทายในการป้องกันชายแดน
พื้นที่ชายแดนเชียงแสนมีอาณาเขตติดกับแม่น้ำโขงยาวหลายกิโลเมตร ภูมิประเทศแบบนี้ทำให้การลักลอบเข้าเมืองเกิดขึ้นได้ง่ายมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องทำงานหนักตลอดทั้งวันทั้งคืน
การใช้ช่องทางธรรมชาติมักเป็นวิธีที่ผู้ลักลอบนิยมใช้ พวกเขามักจะอาศัยช่วงเวลาที่ปลอดคนหรือพื้นที่ห่างไกลชุมชนในการลักลอบข้ามแม่น้ำ
อย่างไรก็ตาม การจับกุมครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าระบบเฝ้าระวังของเรายังทำงานได้ดี ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานคือหัวใจสำคัญในการปกป้องประเทศ
การดำเนินคดีและขยายผลต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน การดำเนินคดีจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น
หลังจากนี้ ตำรวจจะทำการขยายผลเพื่อตรวจสอบเส้นทางทางการเงิน พวกเขาต้องการทราบว่ามีขบวนการใหญ่หนุนหลังคนกลุ่มนี้อยู่หรือไม่ การปราบปรามจะต้องทำให้เด็ดขาด
ประชาชนในพื้นที่สามารถช่วยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าหน้าที่ได้เสมอ หากพบเห็นเบาะแสการทำผิดกฎหมาย ควรแจ้งตำรวจทันทีเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: เหตุการณ์จับกุมชาวจีนลักลอบเข้าเมืองนี้เกิดขึ้นที่ไหน?
A: เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณริมตลิ่งแม่น้ำโขง พื้นที่บ้านป่าสักหางเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
Q2: มีผู้ถูกจับกุมทั้งหมดกี่คนในคดีนี้?
A: มีผู้ถูกจับกุมรวมทั้งหมด 7 คน แบ่งเป็นชายชาวจีน 4 คน และคนไทยที่คอยช่วยเหลืออีก 3 คน
Q3: คนไทยที่คอยช่วยเหลือคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองจะมีความผิดอย่างไร?
A: ผู้ช่วยเหลือจะถูกดำเนินคดีในข้อหาให้การช่วยเหลือ นำพา หรือซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลาวส่งตัวผู้อพยพชาวไทยผิดกฎหมาย 7 คนกลับไปยังเชียงราย
ดีเอสไอบุกยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด! สกัดขบวนการค้ายาข้ามชาติที่เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
เชียงราย – เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย: มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน: ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
เชียงราย - Chiang Rai News
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุทางถนนสุดสลดขึ้นที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะคันหนึ่งเสียหลักตกหุบเขาลึกบริเวณข้างทางอย่างรุนแรง เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยผู้ประสบเหตุทั้งหมดกำลังเดินทางไปร่วมพิธีฝังศพในหมู่บ้านบนดอยสูง
อุบัติเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 1093 ซึ่งเป็นเส้นทางสายภูชี้ฟ้า-เวียงแก่น บริเวณหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน ตำบลปอ ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารรวม 11 คน เสียหลักตกหุบเขาลึกประมาณ 10-20 เมตร ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์นี้ทำให้เยาวชนชายอายุ 15 ปี เสียชีวิต 1 ราย และมีผู้โดยสารบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย
- กลุ่มผู้ประสบเหตุกำลังเดินทางไปร่วมงานศพ โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ สภ.เวียงแก่น ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จุดเกิดเหตุเป็นถนนสองช่องจราจรที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงชัน แม้ว่าทางโค้งบริเวณนั้นจะไม่ได้คดเคี้ยวมากนัก แต่รถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิก็เสียหลักพุ่งตกขอบถนน รถได้ไถลลงไปถึงก้นหุบเขาที่ลึกกว่า 20 เมตร
สภาพรถในที่เกิดเหตุพังยับเยิน และแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงจากการกระแทกอย่างหนัก มีรอยไถลไปกับต้นไม้และหน้าผาเป็นทางยาวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บ ผู้โดยสารบางคนยังคงติดอยู่ในซากรถ ในขณะที่อีกหลายคนกระเด็นออกมาอยู่ด้านนอกตัวรถ
การปฐมพยาบาลและการนำตัวส่งโรงพยาบาล
หลังจากเจ้าหน้าที่ลงไปถึงจุดเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยพบผู้เสียชีวิตเป็นเยาวชนชายอายุประมาณ 15 ปี นอกจากนี้ ยังพบผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย และผู้บาดเจ็บทั่วไปอีก 9 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงเร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที จากนั้นได้ใช้อุปกรณ์กู้ชีพเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งไปยังโรงพยาบาลเวียงแก่นเพื่อรับการรักษาอย่างรวดเร็วที่สุด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าวคือ นายเฉลิมพล เกษตรโสภา ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ตำบลปอ เขาได้ขับรถพาลูกบ้านนั่งทั้งในห้องโดยสารและกระบะท้ายเพื่อไปร่วมงานศพ ก่อนที่รถจะมาประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง
การสืบสวนสาเหตุและข้อควรระวังในการขับขี่
ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบร่องรอยบนพื้นถนนอย่างละเอียดถี่ถ้วน พวกเขาวางแผนที่จะสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติมเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเสียการควบคุมรถ
เหตุการณ์สลดครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชัน ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังในการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ ต้องตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และที่สำคัญคือไม่ควรบรรทุกผู้โดยสารมากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เทศบาลเชียงรายติวเข้ม กปน. เขต 1 รับเลือกตั้งโปร่งใส
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งลุย! รับมือน้ำท่วม-เร่งเบิกจ่ายงบปี 70
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด

