เชียงราย - Chiang Rai News
ลาวส่งตัวผู้อพยพชาวไทยผิดกฎหมาย 7 คนกลับไปยังเชียงราย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ทางการ สปป.ลาว ได้ทำการส่งมอบตัวกลุ่มคนไทยจำนวน 7 คน ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน กลุ่มคนไทยเหล่านี้ถูกจับกุมในข้อหาลักลอบหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายในฝั่งลาว
การรับมอบตัวครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยหลังจากที่มีการตรวจคัดกรองอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบความจริงที่น่าตกใจว่าบางคนมีคดีติดตัว ตามรายงานข่าวจาก สำนักข่าวแนวหน้า
ประเด็นสำคัญ
- ทางการลาวส่งตัว 7 คนไทยที่ลักลอบเข้าเมืองกลับประเทศ ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4
- เจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีสำคัญแฝงตัวมาด้วยจำนวน 3 ราย ทั้งคดีฉ้อโกงและอาวุธปืน
- เจ้าหน้าที่ ตม. ออกโรงเตือนประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพ ที่มักหลอกลวงคนไปทำงานในต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์
จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มคนไทยทั้ง 7 คนให้การว่า พวกเขาเดินทางลักลอบเข้าไปใน สปป.ลาว เพื่อต้องการหางานทำ ทุกคนสารภาพว่าหลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โฆษณาดังกล่าวอ้างว่ามีรายได้สูงรออยู่ พร้อมทั้งเสนอที่พักและอาหารให้ฟรีตลอดการทำงาน
แต่โชคไม่ดีที่พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่ลาวตรวจพบ และถูกจับกุมตัวได้เสียก่อนที่จะได้เริ่มทำงานจริง ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดโทรศัพท์มือถือไว้ตรวจสอบจำนวน 8 เครื่อง เบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ว่า คนกลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์แต่อย่างใด
โป๊ะแตก! พบ 3 ผู้ต้องหาหนีคดีร้ายแรงแฝงตัวมา
เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม. ได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมอย่างละเอียดผ่านระบบ NRM พวกเขาพบว่า 3 ใน 7 คนนี้เป็นผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีหมายจับ รายแรกคือ นายพอเจตน์ ซึ่งมีหมายจับจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน
รายที่สองคือ นายกวินท์ อายุ 30 ปี มีหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนรายที่สามคือ น.ส.รุจิรดา อายุ 44 ปี เธอคนนี้มีหมายจับติดตัวถึง 2 ศาล ทั้งศาลจังหวัดธัญบุรีและอุบลราชธานี ในคดีฉ้อโกงและเปิดบัญชีม้า เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้ง 3 คนส่งดำเนินคดีทันที
สำหรับผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองอีก 4 คนที่เหลือ เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอนกฎหมาย หลังจากนั้นได้มีการบันทึกประวัติเอาไว้ ก่อนที่จะปล่อยตัวกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
เหตุการณ์นี้ทำให้ด่าน ตม.เชียงแสน ต้องออกมาเตือนภัยประชาชนอย่างจริงจัง ขอให้ทุกคนระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะข้อเสนอที่ดูดีและให้ผลตอบแทนเกินจริง หากคุณพบเห็นการประกาศรับสมัครงานที่ให้เงินเดือนสูงลิ่วและสวัสดิการฟรีบนโลกออนไลน์ ขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ เพราะคุณอาจตกเป็นเหยื่อหรือถูกจับกุมในต่างแดนได้
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q: เหตุการณ์การรับมอบตัวคนไทยเกิดขึ้นที่ไหน?
A: เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
Q: ผู้ต้องหา 3 รายที่ถูกจับกุมมีคดีอะไรติดตัวบ้าง?
A: มีทั้งคดีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน, คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก (เปิดบัญชีม้า)
Q: คนกลุ่มนี้อ้างว่าข้ามไปทำอะไรที่ สปป.ลาว?
A: พวกเขาอ้างว่าลักลอบเข้าไปเพื่อหางานทำ โดยหลงเชื่อประกาศรับสมัครงานรายได้ดี และมีที่พักฟรีบนโซเชียลมีเดีย
Q: หน่วยงานใดเป็นผู้เตือนภัยเรื่องการหางานออนไลน์?
A: เจ้าหน้าที่ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงแสน (ตม.เชียงแสน) เป็นผู้ออกมาเตือนภัยประชาชนให้ระวังมิจฉาชีพในรูปแบบนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดีเอสไอบุกยึดยาบ้า 10 ล้านเม็ด! สกัดขบวนการค้ายาข้ามชาติที่เชียงราย
เกิดเหตุระเบิดสุดสยอง! รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุอาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย: มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน: ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด

