เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนกรณีเจ้าอาวาสวัดแม่คำสูญเสียเงิน 8.7 ล้านบาท
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจชาวพุทธในจังหวัดเชียงราย เมื่อชาวบ้านรวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาสวัดแม่คำออกจากพื้นที่ พวกเขาเรียกร้องให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างเร่งด่วน หลังพบว่าเงินบริจาคของวัดหายไปจำนวนมหาศาล เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนในชุมชนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
พระมหาหน่อแก้ว เป็งใจ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัด อ้างว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ท่านระบุว่าถูกหลอกให้โอนเงินไปกว่า 207 ครั้ง รวมเป็นเงินสูงถึง 8.7 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงกังขาในคำอธิบายนี้และต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่าเดิม
Key Takeaways:
- ชาวบ้านรวมตัวประท้วง: ผู้นำชุมชนและชาวบ้านตำบลแม่คำ เรียกร้องให้เจ้าอาวาสย้ายออกจากวัดทันที เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ
- ข้ออ้างเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์: เจ้าอาวาสระบุว่าถูกมิจฉาชีพปลอมเป็นตำรวจข่มขู่ และหลอกให้โอนเงินไปถึง 207 ครั้ง สูญเงินรวมกว่า 8.7 ล้านบาท
- ข้อสงสัยเรื่องบัญชีวัด: คณะกรรมการวัดพบข้อพิรุธหลายจุด โดยเฉพาะการโอนเงินผ่านมือถือ ซึ่งผิดระเบียบการจัดการเงินส่วนกลางของวัด
จุดเริ่มต้นของความสงสัยเกิดขึ้นเมื่อการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ต้องหยุดชะงักลง ผู้รับเหมาทิ้งงานเพราะไม่ได้รับเงินค่าจ้างตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ทั้งที่มีผู้ใจบุญบริจาคเงินทำบุญมาให้วัดแล้วมากกว่า 4 ล้านบาท
เมื่อชาวบ้านสอบถามความจริง เจ้าอาวาสกลับบ่ายเบี่ยงและให้เหตุผลว่าถูกหลอกลวง นายนิวัฒ ซาวคำเขต อดีตผู้ใหญ่บ้านและกรรมการวัด เปิดเผยว่าเงินกฐินอีก 5 แสนบาทก็ไม่ได้ถูกนำเข้าบัญชีของวัด สิ่งนี้ยิ่งทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่เชื่อใจท่านมากขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังตั้งข้อสังเกตว่าการโอนเงินผิดพลาดถึง 207 ครั้งเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก หากโดนหลอกจริง ก็น่าจะรู้ตัวตั้งแต่การโอนเงินครั้งแรกๆ แล้ว ที่สำคัญ เงินทำบุญของวัดควรฝากธนาคาร และไม่ควรโอนผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ง่ายขนาดนี้

ข้อมูลจากตำรวจ: ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงยืนยันถูกข่มขู่จริง
ในขณะที่ชาวบ้านกำลังโกรธแค้น ข้อมูลจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับเปิดเผยเหตุการณ์อีกมุมหนึ่ง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าได้ส่งทีมเข้าช่วยเหลือเจ้าอาวาสจริง หลังจากสืบพบว่าท่านตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568
แก๊งมิจฉาชีพใช้วิธีวิดีโอคอลปลอมตัวเป็นตำรวจ และข่มขู่ว่าเจ้าอาวาสมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบัญชีม้าออนไลน์ พวกเขาขู่ว่าหากบอกเรื่องนี้กับใคร จะทำให้ท่านเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างหนัก ด้วยความกลัว ท่านจึงยอมโอนเงินไปเพื่อตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
ความหวาดกลัวทำให้ท่านโอนเงินไปยังบัญชีม้ากว่า 50 บัญชี ทั้งเงินส่วนตัวและเงินของวัด เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นาน กว่าที่เจ้าอาวาสจะยอมเปิดใจและเข้าแจ้งความกับตำรวจในที่สุด

บทสรุปชั่วคราวและการเดินหน้าทางกฎหมาย
แม้จะมีหลักฐานยืนยันจากตำรวจ แต่ชาวบ้านทั้ง 3 หมู่บ้านก็ยังคงยืนยันมติเดิม พวกเขาต้องการให้พระมหาหน่อแก้วย้ายออกจากวัดไปก่อน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายในระหว่างที่รอการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียด
ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน กำลังเร่งอายัดบัญชีปลายทางที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พวกเขาเดินหน้าสืบสวนอย่างหนักเพื่อติดตามจับกุมคนร้าย และนำเงินทำบุญกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุด สามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับและติดตามความคืบหน้าได้ที่ เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์
ติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย: ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว
แจ้งเตือนน้ำท่วมเร่งด่วนในเชียงรายและพะเยา เตรียมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง
เชียงราย - Chiang Rai News
มทบ.37 ปั้น “รด.ไซเบอร์” ลงพื้นที่จริง! เรียนรู้ประวัติศาสตร์และฝึกจัดรายการวิทยุเชียงราย
เชียงราย – การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเยาวชน เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 หน่วยฝึกอบรมกำลังพลสำรอง (ROTC) กองบังคับการทหารที่ 37 ได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อพัฒนาทักษะรอบด้านสำหรับนักเรียน ROTC ชั้นปีที่ 2 และ 3
กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมคือ ทีม ROTC ไซเบอร์ และทีมยุวกาชาด ROTC กิจกรรมนี้ดำเนินการโดยหน่วยประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชนที่ 4 ซึ่งพานักเรียนไปทัศนศึกษาเพื่อเรียนรู้ภายนอกห้องเรียน กิจกรรมจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ทหารกองบังคับการทหารที่ 37 และสถานีวิทยุในจังหวัดเชียงราย
จุดหมายแรกของวันคือ ศูนย์การเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ ชุมชนดอยทอง ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวสำคัญของชาติไทยและจังหวัดเชียงราย นักศึกษาได้เรียนรู้รากเหง้าและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า พันโทหญิง ดังหทัย หาญนภา หัวหน้าสถานีวิทยุกระจายเสียงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเชียงราย ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยาย ท่านได้นำชมนิทรรศการและเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้เยาวชนรู้สึกสนุกและเข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การเรียนรู้จากสถานที่จริงช่วยให้พวกเขาจดจำและเห็นภาพได้ชัดเจนกว่าการอ่านจากหนังสือเพียงอย่างเดียว
ประเด็นสำคัญ
- เปิดห้องเรียนนอกสถานที่: รด.ไซเบอร์ และ รด.มัคคุเทศก์น้อย ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เชียงรายแบบเจาะลึก ณ พิพิธภัณฑ์ทหาร มทบ.37
- ลงมือจัดรายการจริง: นักศึกษาได้ทดลองจัดรายการ “กำเมือง เรดิโอ” ทางคลื่น FM 90.75 MHz เพื่อฝึกทักษะการพูดต่อหน้าสาธารณะ
- ปูทางสู่มืออาชีพ: กิจกรรมมุ่งพัฒนากระบวนการคิดและการสื่อสาร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นมัคคุเทศก์และนักประชาสัมพันธ์ที่ดีในอนาคต
สัมผัสประสบการณ์หน้าไมค์วิทยุ
หลังจากรับความรู้ทางประวัติศาสตร์กันอย่างเต็มอิ่ม ขบวนนักศึกษาได้เดินทางไปยังสถานีวิทยุกระจายเสียงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเชียงราย ที่นี่พวกเขาได้เรียนรู้เบื้องหลังการทำงานของสื่อวิทยุอย่างใกล้ชิด นักศึกษาไม่ได้มาเพียงเพื่อดูงานเท่านั้น แต่ยังได้ลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือต่างๆ ในห้องส่งวิทยุ การฝึกฝนเช่นนี้ช่วยสร้างความกล้าแสดงออก และเสริมความมั่นใจในการสื่อสารได้อย่างยอดเยี่ยม
ไฮไลท์ที่สร้างความตื่นเต้นที่สุดคือ การได้ร่วมจัดรายการวิทยุออกอากาศจริงๆ นักศึกษาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในรายการ “กำเมือง เรดิโอ” ซึ่งกระจายเสียงทางคลื่นความถี่ FM 90.75 MHz โดยมี คุณธนัยนันท์ พัฒน์จิรวัชร ผู้ดำเนินรายการมืออาชีพคอยเป็นพี่เลี้ยง การจัดรายการครั้งนี้เน้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน พร้อมกับนำเสนอ ข่าวสารท้องถิ่น ที่น่าสนใจ เยาวชนได้ฝึกการใช้เสียง การเว้นจังหวะพูด และการสื่อสารเรื่องราวให้น่าติดตาม
สรุปบทเรียนและก้าวต่อไป
ในช่วงบ่ายของการศึกษาดูงาน เวลาประมาณ 15.30 น. กิจกรรมได้ดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย นักศึกษาได้แบ่งกลุ่มเพื่อสรุปผลการเรียนรู้ตลอดทั้งวัน แต่ละกลุ่มต้องร่วมกันจัดทำสื่อนำเสนอเพื่อบอกเล่าประสบการณ์ที่ตนเองได้รับ การทำงานเป็นทีมช่วยให้พวกเขาได้แลกเปลี่ยนมุมมองที่หลากหลาย เป็นการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์และการจับใจความสำคัญ ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอย่างมากในยุคข้อมูลข่าวสาร
กิจกรรมดีๆ จาก มทบ.37 ในครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ที่คุ้มค่าสำหรับเยาวชน นักศึกษาวิชาทหารไม่เพียงแต่ได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังได้พัฒนาทักษะด้านการบรรยายและการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ ประสบการณ์ทั้งหมดนี้จะถูกนำไปต่อยอดในการปฏิบัติงานจริง เยาวชนกลุ่มนี้จะเติบโตไปเป็น รด.มัคคุเทศก์น้อย ที่สามารถสื่อสารเรื่องราวของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพร้อมเป็นกระบอกเสียงที่ดีให้กับสังคมต่อไปในอนาคต
2026/08/4-9.jpg" alt="มทบ.37 ปั้น "รด.ไซเบอร์" ลงพื้นที่จริง! เรียนรู้ประวัติศาสตร์และฝึกจัดรายการวิทยุเชียงราย" width="1477" height="1108" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/4-9.jpg?w=1477&ssl=1 1477w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/4-9.jpg?resize=300%2C225&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/4-9.jpg?resize=1024%2C768&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/4-9.jpg?resize=768%2C576&ssl=1 768w" sizes="auto, (max-width: 740px) 100vw, 740px" />
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: กิจกรรมนี้จัดขึ้นสำหรับนักศึกษาวิชาทหารกลุ่มใด?
A: กิจกรรมนี้จัดขึ้นสำหรับนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ 2 และ 3 โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ปฏิบัติหน้าที่ในชุด รด.ไซเบอร์ และ ชุด รด.มัคคุเทศก์น้อย
Q: สถานที่หลักในการศึกษาดูงานครั้งนี้มีที่ไหนบ้าง?
A: นักศึกษาได้ไปทัศนศึกษาที่ พิพิธภัณฑ์ทหาร มทบ.37, ศูนย์การเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ ชุมชนดอยทอง และสถานีวิทยุกระจายเสียงหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนเชียงราย
Q: นักศึกษาได้รับประโยชน์อะไรจากการเข้าห้องส่งสถานีวิทยุ?
A: เยาวชนได้ฝึกความกล้าแสดงออก พัฒนาทักษะการพูด และเรียนรู้วิธีการใช้สื่อวิทยุเพื่อการประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำหน้าที่มัคคุเทศก์น้อยได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ลุงหลานหลงป่าเชียงม่วนรอดชีวิต หลังระดมกำลังค้นหานาน 6 วัน
วอนสังคมช่วย “น้องยี่หว้า” วัย 9 ขวบ ป่วยโรคกล้ามเนื้อเสื่อม ฝันอยากกลับไปเรียน
เชียงราย - Chiang Rai News
เจ้าหน้าที่บรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงรายกำลังเร่งซ่อมแซม “สะพานที่พังถล่ม” ในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงรายลงพื้นที่ตรวจสอบสะพานข้ามแม่น้ำอย่างเร่งด่วนในวันนี้ สะพานแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมระหว่างตำบลป่าแดดและตำบลแม่พริกในอำเภอแม่สรวย สาเหตุหลักเกิดจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากพัดกัดเซาะฐานรากของสะพานอย่างหนัก แรงกระแทกของน้ำทำให้โครงสร้างสะพานทรุดตัวลงมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ส่งผลให้สะพานพังเสียหายและไม่สามารถรองรับน้ำหนักของยานพาหนะทุกชนิดได้อีกต่อไป
สถานการณ์ปัจจุบันถือว่าอยู่ในขั้นอันตรายมากสำหรับผู้สัญจรไปมา ด้วยเหตุนี้ทางการจึงมีคำสั่งเด็ดขาดให้งดใช้สะพานแห่งนี้ในทุกกรณีเพื่อความปลอดภัย ชาวบ้านในพื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น การปิดสะพานครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคนในชุมชนอย่างมาก ทั้งในเรื่องการขนส่งสินค้าเกษตรและการเดินทางไปทำงาน
สรุปประเด็นสำคัญ
- สะพานเชื่อมตำบลป่าแดดและตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย ทรุดตัวหนักจากกระแสน้ำกัดเซาะ
- ทางการสั่งปิดสะพานและห้ามรถทุกชนิดสัญจรผ่านโดยเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
- เจ้าหน้าที่เตรียมติดตั้งสะพานเหล็กชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในพื้นที่
ผลกระทบต่อชุมชนและการช่วยเหลือ
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์นี้คือชาวบ้านในสองหมู่บ้านหลัก ได้แก่ หมู่ 7 บ้านทุ่งฟ้าผ่า ตำบลแม่พริก และหมู่ 3 บ้านป่าแดด ตำบลป่าแดด ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ต้องใช้เส้นทางอ้อมซึ่งทำให้ใช้เวลาเดินทางนานกว่าปกติ ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น จึงได้เร่งประสานงานไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย เพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน โดยประชาชนสามารถติดตามการแจ้งเตือนเพิ่มเติมได้จาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ซึ่งคอยอัปเดตสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่
การช่วยเหลือเบื้องต้นคือการนำสะพานเหล็กชั่วคราวหรือที่เรียกกันว่าสะพานเบลีย์มาติดตั้งในจุดที่เสียหาย สะพานชนิดนี้มีข้อดีคือสามารถประกอบและติดตั้งได้รวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้ชาวบ้านกลับมาเดินทางข้ามฝั่งได้ตามปกติในเวลาไม่นาน การดำเนินการนี้เป็นไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกให้ทุกคนอย่างเต็มที่ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้สะพานชั่วคราวพร้อมเปิดใช้งานโดยเร็วที่สุด
ในระหว่างที่รอการติดตั้งสะพานชั่วคราว ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่สะพานที่พังเสียหาย ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามป้ายเตือนและคำแนะนำจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย การให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย ทางการยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการซ่อมแซมเส้นทางจนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทลายแก๊งค้ายาข้ามชาติ! ปส. ผนึกกำลังทหาร ยึดไอซ์ 300 กิโลกรัม ที่เชียงราย
สะพานข้ามแม่น้ำลาวในอำเภอแม่สวาย จังหวัดเชียงราย ถูกปิดใช้งานเนื่องจากสะพานพังถล่ม
เชียงราย - Chiang Rai News
เจ้าหน้าที่ในอำเภอแม่สุ่ย จังหวัดเชียงราย ได้เริ่มปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด “ปฏิบัติการ 90 วัน”
เชียงราย– เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เดินหน้าจัดระเบียบสังคมเพื่อความสงบสุขของประชาชนอย่างเต็มที่ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างจริงจังในสัปดาห์นี้ โดยร่วมมือกับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สรวยที่ 12 ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดในพื้นที่เป้าหมายสำคัญ เพื่อป้องกันและลดปัญหา อาชญากรรม">อาชญากรรม ทุกรูปแบบในชุมชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเร่งด่วนที่ชื่อว่า Operation 90 Days หรือแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด เจ้าหน้าที่ได้ยกระดับการทำงานเชิงรุกเพื่อตรวจค้นและควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเป้าไปที่หมู่บ้านเสี่ยงในพื้นที่ตำบลศรีถ้อยและตำบลท่าก๊อ การทำงานที่รัดกุมนี้ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- ฝ่ายความมั่นคงอำเภอแม่สรวยและเจ้าหน้าที่ อส. ตั้งด่านตรวจเข้มงวดเพื่อลดปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่
- ปฏิบัติการนี้อยู่ในแผน “Operation 90 Days” มุ่งเน้นการปราบปรามยาเสพติดและควบคุมอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด
- พื้นที่เป้าหมายหลักในการตั้งจุดสกัดคือ บ้านใหม่ยางมิ้น (ตำบลศรีถ้อย) และบ้านดอนแก้ว (ตำบลท่าก๊อ)
ยกระดับการป้องกัน สร้างชุมชนปลอดภัยปราศจากยาเสพติด
พื้นที่เป้าหมายหลักในการตั้งจุดสกัดครั้งนี้คือ บ้านใหม่ยางมิ้น หมู่ 11 ตำบลศรีถ้อย และ บ้านดอนแก้ว หมู่ 27 ตำบลท่าก๊อ พื้นที่ทั้งสองแห่งนี้เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังด้านความมั่นคงเป็นพิเศษ การตรวจค้นเน้นไปที่กลุ่มบุคคลต้องสงสัยและยานพาหนะที่สัญจรผ่านไปมา เพื่อสกัดกั้นการลำเลียง ยาเสพติด เข้าสู่หมู่บ้านชั้นใน
ผู้นำชุมชนและชาวบ้านต่างให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีในการตั้งด่านตรวจครั้งนี้ ทุกคนในชุมชนตระหนักดีว่าปัญหายาเสพติดและอาวุธปืนผิดกฎหมายคือภัยร้ายแรงที่ทำลายอนาคตของเยาวชน การตั้งด่านตรวจลักษณะนี้จึงไม่ใช่แค่การจับกุมผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ยังเป็นการป้องปรามไม่ให้ผู้มีอิทธิพลเข้ามาสร้างความวุ่นวายได้อีกด้วย

เดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อความสงบสุขของชาวเชียงราย
เจ้าหน้าที่จะยังคงดำเนินการตามแผนยุทธการนี้อย่างต่อเนื่องจนครบกำหนดเวลา 90 วัน ประชาชนที่พบเห็นสิ่งผิดปกติหรือเบาะแสคนร้ายสามารถแจ้งให้ฝ่ายปกครองทราบได้ตลอดเวลา ความร่วมมือจากประชาชนทุกคนคือหัวใจสำคัญที่สุดในการทำงานครั้งนี้ เจ้าหน้าที่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปฏิบัติการนี้จะทำให้ชุมชนกลับมาน่าอยู่และปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ปัญหาอาชญากรรมในระดับท้องถิ่นมักมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ การตัดวงจรตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจึงเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดีที่สุด ทางอำเภอแม่สรวยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม การลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดช่องว่างระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในพื้นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย”ลดลงต่ำกว่าระดับอันตรายแล้ว”
ทลายแก๊งค้ายาข้ามชาติ! ปส. ผนึกกำลังทหาร ยึดไอซ์ 300 กิโลกรัม ที่เชียงราย
-
ข่าว - News5 days agoน้ำท่วมรุนแรงถล่มภาคเหนือของประเทศไทย!! ทีมกู้ภัยเร่งให้ความช่วยเหลือ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเตือนภัยน้ำท่วม!! อ่างเก็บน้ำแม่ช้างขาว จังหวัดเชียงราย มีระดับน้ำสูง ใกล้ล้นแล้ว
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoหญิงชาวเชียงรายรายหนึ่งสารภาพว่า “ฆ่าเพื่อนบ้านและขโมยเงินของเธอ” ขณะกำลังเก็บเห็ด
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai5 days agoโซเชียลเดือด! แก๊งวัยรุ่นหญิงเชียงใหม่ลวงเด็ก 13 รุมทำร้าย ปมเข้าใจผิดโพสต์คำคม







