Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น ‘อ่างรับมลพิษ’ จากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย

Published

on

เชียงรายกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่? เขื่อนใหม่จะยิ่งทำให้แม่น้ำโขงปนเปื้อนมากขึ้นหรือไม่?

 น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงรายแม่น้ำโขงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน แต่วันนี้สายน้ำที่ยิ่งใหญ่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โครงการสร้างเขื่อนขนาดมหึมาที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งบริเวณต้นน้ำและปลายน้ำ กำลังสร้างความกังวลใจอย่างหนักให้กับคนในพื้นที่ วิกฤตนี้อาจเปลี่ยนแม่น้ำโขงที่เคยไหลเวียนอย่างอิสระ ให้กลายเป็นเพียงอ่างเก็บน้ำที่นิ่งสนิท

หากโครงการเมกะโปรเจกต์เหล่านี้เดินหน้าจนเสร็จสมบูรณ์ พื้นที่แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านเชียงรายจะถูกปิดกั้นทั้งสองด้าน สภาพเช่นนี้เปรียบเสมือนการสร้างประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ขนาบหัวและท้ายเมือง ผลที่ตามมาคือความเสี่ยงที่แม่น้ำโขงช่วงนี้จะกลายเป็น “อ่างรับมลพิษ” ขนาดมหึมา ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของชาวริมฝั่งโขงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประเด็นสำคัญ

  • โครงการเขื่อนปากแบงตอนล่างและเขื่อนพม่า-ลาวตอนบน กำลังเปลี่ยนพื้นที่แม่น้ำโขงในเชียงรายให้กลายเป็นแหล่งน้ำปิดตาย
  • การกั้นแม่น้ำโขงทั้งสองด้านมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดการสะสมของตะกอนและสารพิษ กระทบต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง
  • ชาวบ้านในพื้นที่เวียงแก่นและเชียงแสนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของระดับน้ำ และวิถีชีวิตที่อาจเปลี่ยนไปตลอดกาล

เขื่อนปากแบง: มหึมาโปรเจกต์ที่ปลายน้ำ

เมื่อมองลงไปทางตอนใต้ของแม่น้ำโขง โครงการ เขื่อนปากแบง กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โครงการนี้กำลังอยู่ในช่วงการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างอย่างจริงจัง จุดที่ตั้งของเขื่อนอยู่ห่างจากพรมแดนไทยเพียงไม่ถึง 100 กิโลเมตร โดยจุดที่ใกล้ที่สุดคือบริเวณแก่งผาได ในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย การเตรียมการก่อสร้างนี้ทำให้หลายฝ่ายเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา

โครงการเขื่อนปากแบงถูกออกแบบมาให้เป็นเขื่อนแบบน้ำไหลผ่านที่ยกระดับน้ำให้สูงขึ้น แม้จะระบุว่าน้ำยังคงไหลผ่านได้ แต่ความจริงคือกระแสน้ำจะถูกควบคุมและกักเก็บไว้ด้านหลังเขื่อน การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นจนไปถึงพรมแดนไทย แก่งหินและกระแสน้ำวนตามธรรมชาติจะหายไป และกลายเป็นเพียงผืนน้ำที่นิ่งสงบ

สำหรับชุมชนในอำเภอเวียงแก่น การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลย แก่งผาไดซึ่งเคยเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งหาปลาที่สำคัญ จะจมอยู่ใต้น้ำที่สูงขึ้นและนิ่งผิดปกติ การสูญเสียสภาพแวดล้อมดั้งเดิมหมายถึงการสูญเสียแหล่งรายได้ของชาวบ้าน ความมั่นคงทางอาหารของชุมชนริมแม่น้ำโขงกำลังถูกท้าทายอย่างหนัก

เขื่อนร่วมพม่า-ลาว: ภัยเงียบที่ต้นน้ำ

ในขณะที่เขื่อนปากแบงกำลังคืบหน้า ทางตอนบนของแม่น้ำโขงก็มีความเคลื่อนไหวที่น่ากังวลไม่แพ้กัน เมื่อไม่นานมานี้ มีการลงนามเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของ โครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงระหว่างพม่าและลาว โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในแนวคิดการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าร่วมกันในภูมิภาคมาตั้งแต่ปี 2018

บริษัท Primus Sapphire Power Co., Ltd. ได้ร่วมมือกับกลุ่มทุนต่างๆ เพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการนี้ โดยมีระยะเวลาในการศึกษาที่กำหนดไว้ประมาณ 34 เดือน หากโครงการนี้ได้รับการอนุมัติและสร้างจริง จะเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตมากถึง 2,790 เมกะวัตต์ เขื่อนยักษ์แห่งนี้จะตั้งตระหง่านอยู่ทางตอนบนของแม่น้ำโขง ก่อนที่น้ำจะไหลเข้าสู่จังหวัดเชียงราย

การปรากฏตัวของเมกะโปรเจกต์ต้นน้ำนี้ ทำให้สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของเชียงรายยิ่งน่าเป็นห่วง เมื่อมีเขื่อนกั้นทั้งด้านบนและด้านล่าง กระแสน้ำที่เคยเป็นอิสระจะถูกควบคุมโดยมนุษย์อย่างสมบูรณ์ แม่น้ำโขงที่ไหลผ่านภาคเหนือของไทยจะสูญเสียความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติไปอย่างสิ้นเชิง

วิกฤต ‘อ่างรับมลพิษ’: เมื่อสายน้ำถูกปิดตาย

สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมกังวลมากที่สุด คือการเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “อ่างรับมลพิษ” เมื่อแม่น้ำโขงถูกขนาบด้วยเขื่อนยักษ์ทั้งสองแห่ง การไหลเวียนของกระแสน้ำจะลดความเร็วลงอย่างมาก น้ำที่เคยไหลเชี่ยวและมีพลวัตจะกลายเป็นน้ำที่นิ่งสนิท ซึ่งสภาพน้ำนิ่งนี้เอื้อต่อการสะสมของสารเคมีและมลพิษต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ในอดีต กระแสน้ำที่ไหลแรงจะทำหน้าที่พัดพาตะกอนและล้างทำความสะอาดแม่น้ำตามธรรมชาติ แต่เมื่อทางน้ำถูกกักไว้ มลพิษจากการทำเกษตรกรรมและน้ำเสียจากชุมชน จะตกตะกอนสะสมอยู่ในเขตพื้นที่เชียงราย สภาพการณ์เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการนำน้ำไปขังไว้ในอ่างขนาดใหญ่ ที่ไม่มีประตูให้ระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว การลดลงของออกซิเจนในน้ำนิ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสัตว์น้ำ ปลาแม่น้ำโขงหลายชนิดที่ต้องการกระแสน้ำไหลแรงเพื่อวางไข่ จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ระบบนิเวศทางน้ำของเชียงรายอาจถึงขั้นวิกฤต หากปัญหาเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไข

ผลกระทบต่อตะกอนดินและเกษตรกรรมริมโขง

นอกจากเรื่องมลพิษแล้ว ปัญหาการกักเก็บตะกอนดินก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ แม่น้ำโขงขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่อุดมไปด้วยตะกอนดินที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุ ตะกอนเหล่านี้คือปุ๋ยชั้นดีตามธรรมชาติที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมริมตลิ่งมาอย่างยาวนาน เมื่อเขื่อนต้นน้ำสร้างเสร็จ ตะกอนเหล่านี้จะถูกกักไว้ที่หน้าเขื่อนทั้งหมด

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “น้ำหิวตะกอน” เมื่อน้ำที่ไหลลงมาไม่มีตะกอนผสมอยู่ กระแสน้ำจะพยายามกัดเซาะตลิ่งเพื่อชดเชยตะกอนที่หายไป สิ่งนี้จะทำให้ตลิ่งฝั่งไทยพังทลายรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ชาวบ้านสูญเสียที่ดินทำกินริมน้ำไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พื้นที่เกษตรกรรมที่เคยได้ผลผลิตดีในช่วงหน้าแล้ง จะไม่สามารถพึ่งพาดินปนทรายที่อุดมสมบูรณ์ได้อีกต่อไป ชาวบ้านจะต้องหันไปพึ่งพาปุ๋ยเคมีมากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต ยิ่งไปกว่านั้น สารเคมีตกค้างเหล่านี้ก็จะไหลกลับลงสู่แม่น้ำ ซ้ำเติมปัญหามลพิษให้รุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ความกังวลเรื่องการจัดการน้ำ

หลายคนอาจได้รับข้อมูลว่า เขื่อนแบบน้ำไหลผ่านนั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเขื่อนขนาดใหญ่ แต่สำหรับแม่น้ำโขง เขื่อนประเภทนี้ยังคงสร้างความเปลี่ยนแปลงที่มหาศาล การยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเพื่อปั่นไฟ หมายถึงการสร้างผืนน้ำที่ทอดยาวไปไกลหลายสิบกิโลเมตร ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของลำน้ำไปอย่างสิ้นเชิง

การยกระดับน้ำหน้าเขื่อนปากแบง จะทำให้น้ำไหลย้อนกลับหรือเท้อขึ้นมาถึงเขตแดนไทยอย่างแน่นอน แม้จะมีการปรับลดระดับความสูงของเขื่อนเพื่อพยายามลดผลกระทบแล้วก็ตาม นักวิชาการยังคงมีข้อสงสัยถึงสถานการณ์ในฤดูน้ำหลาก เมื่อปริมาณน้ำฝนสมทบกับระดับน้ำที่สูงอยู่แล้ว อาจทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ตลิ่งของจังหวัดเชียงราย

ความไม่แน่นอนของการบริหารจัดการน้ำคือสิ่งที่ชาวบ้านหวาดกลัวที่สุด การที่ระดับน้ำจะสูงหรือต่ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลตามธรรมชาติอีกต่อไป แต่อยู่ที่การเปิดปิดประตูระบายน้ำของผู้ดูแลโครงการ สิ่งนี้สร้างความสับสนและทำลายภูมิปัญญาการหาปลาและการเพาะปลูกดั้งเดิมไปจนหมดสิ้น

สัญญาณเตือนจากบทเรียนในอดีต

ปัญหาที่เรากำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเป็นเพียงการคาดเดาถึงอนาคต ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนได้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบเชิงประจักษ์มาแล้ว ระดับน้ำที่ขึ้นลงอย่างผิดธรรมชาติ ทำให้ปลาหลายชนิดสูญพันธุ์ และทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัด

การเพิ่มเขื่อนปากแบงและเขื่อนพม่า-ลาวเข้าไปในพื้นที่นี้ เปรียบเสมือนการปิดช่องทางหายใจของแม่น้ำโขงตอนล่าง หากพื้นที่แม่น้ำถูกตัดขาดเพิ่มอีก ชีวิตของสายน้ำแห่งนี้ก็จะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง เชียงรายจะกลายเป็นเพียงทางผ่านของน้ำที่ถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์แบบ

บทเรียนจากอดีตเหล่านี้ควรเป็นเครื่องเตือนใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความเสียหาย การพัฒนาพลังงานเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนท้องถิ่นต้องแบกรับ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนากับธรรมชาติ

อนาคตที่ท้าทายของการท่องเที่ยวเชียงราย

ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายเอง ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จุดชมวิวริมแม่น้ำโขงและแก่งหินที่สวยงามในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน อาจถูกน้ำท่วมมิดตลอดทั้งปี ความสวยงามตามธรรมชาติที่เคยเป็นจุดเด่นของอำเภอเวียงแก่นและเชียงแสนจะเลือนหายไป

ธุรกิจร้านอาหารริมน้ำ ที่พักโฮมสเตย์ และกลุ่มเรือท่องเที่ยวท้องถิ่น จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากระดับน้ำที่คาดเดาไม่ได้ การลงทุนด้านการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำจะยากลำบากขึ้น การสูญเสียเสน่ห์ของแม่น้ำโขงตามธรรมชาติ คือการสูญเสียรายได้ก้อนใหญ่ของชาวบ้านในจังหวัด

หากเชียงรายต้องเผชิญกับปัญหาน้ำนิ่งและคุณภาพน้ำที่แย่ลง ภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ก็จะถูกสั่นคลอน การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมา จะเป็นงานที่ท้าทายและต้องใช้เวลาอย่างมหาศาล

บทสรุป: การตัดสินใจที่เดิมพันด้วยชีวิตสายน้ำ

ชะตากรรมของแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านเชียงรายกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ โครงการเขื่อนปากแบงและเมกะโปรเจกต์เขื่อนพม่า-ลาว อาจนำมาซึ่งการผลิตพลังงานไฟฟ้าจำนวนมหาศาล แต่คำถามสำคัญคือ การแลกมาด้วยความเสื่อมโทรมของแม่น้ำสายหลักนี้ คุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่?

การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม คือสิ่งที่จำเป็นอย่างเร่งด่วนที่สุด รัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงของชาวบ้านอย่างจริงใจ การรักษาแม่น้ำโขงให้มีชีวิตต่อไป คือการรักษาความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิตของคนนับล้าน

สุดท้ายแล้ว เราต้องตระหนักว่าการพัฒนาที่ทำลายระบบนิเวศและวิถีชีวิตดั้งเดิม จะไม่ใช่ความเจริญที่ยั่งยืน การปกป้องแม่น้ำโขงในวันนี้คือการพยายามส่งต่อสายน้ำที่สะอาด อุดมสมบูรณ์ และมีชีวิต ให้กับชุมชนริมน้ำและคนรุ่นหลังต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกาแฟปางขอนครั้งแรก

วิกฤตแม่น้ำกก: “ฆาตกรเงียบ” สีแดงขุ่น ภัยคุกคามข้ามพรมแดนที่กำลังทำลายล้างเชียงราย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว

Naree Srisuk

Published

on

ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว

เชียงราย – วันที่ 7 กันยายน 2569 สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายกลับมาน่าเป็นห่วงและตึงเครียดอีกครั้ง หลังจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถานีโทรมาตรในฝั่งประเทศเมียนมารายงานตัวเลขที่น่าตกใจ ปริมาณน้ำฝนที่สถานีบ้านโจตาดา ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอแม่สายไปประมาณ 25 กิโลเมตร พุ่งสูงถึง 89.4 มิลลิเมตรในช่วงเช้า ระดับน้ำในพื้นที่พุ่งสูงถึงร้อยละ 77.41 ของความจุ ทำให้หลายฝ่ายต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับมวลน้ำระลอกใหม่

บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 สถานการณ์ยิ่งวิกฤติมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนวัดได้สูงถึง 102.44 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่เกินกว่าตลิ่งจะรับไหว โชคดีที่ฝั่งไทยยังคงมีแนวกั้นน้ำช่วยป้องกันไว้ ทำให้น้ำยังไม่ล้นเข้ามา แต่น่าเสียดายที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แนวบิ๊กแบ็คต้านทานกระแสน้ำไม่ไหว ทำให้น้ำล้นทะลักเข้าท่วมชุมชนฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญ:

  • ฝนตกหนักทำให้น้ำแม่น้ำสายพุ่งสูงใกล้จุดวิกฤติที่ 4.30 เมตร ล่าสุดแตะระดับ 4.07 เมตรแล้ว
  • แนวป้องกันบิ๊กแบ็คฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา พังทลาย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน
  • พบรอยรั่วที่ถุงบิ๊กแบ็คฝั่งไทย ชุมชนเกาะทราย ตรงจุดที่เจ้าหน้าที่เคยเตือนชายสูงวัยที่ชอบแอบรื้อแนวกั้น

ส่วนฝั่งไทยก็เกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจอย่างชุมชนเกาะทราย หมู่ 7 อำเภอแม่สาย เจ้าหน้าที่พบว่าถุงบิ๊กแบ็คที่วางป้องกันน้ำริมอาคารโรงแรมมีรอยรั่วและรูโหว่ขนาดใหญ่หลายจุด รอยรั่วเหล่านี้ทำให้น้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนเกาะทราย และกำลังไหลเข้าไปยังเขตชั้นในทางฝั่งตะวันออกอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างต้องรีบตื่นขึ้นมาขนของขึ้นที่สูงกันอย่างยากลำบาก

เรื่องที่น่าตกใจคือ จุดที่น้ำรั่วเข้ามานี้เป็นจุดเดียวกับที่เคยมีปัญหามาก่อนหน้านี้ นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย เคยลงพื้นที่ไปเจรจาและตักเตือนชายสูงวัยคนหนึ่งมาแล้วถึง 3-4 ครั้ง ชายคนดังกล่าวมักจะมีพฤติกรรมแอบรื้อแนวบิ๊กแบ็คออก เพียงเพื่อต้องการจะเดินเข้าไปในอาคารได้สะดวกขึ้น โดยครั้งล่าสุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเตือนอย่างจริงจังคือเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายก็ยังเกิดรูโหว่จนน้ำทะลักเข้ามาได้อีกจนได้

ภัยคุกคามจากน้ำท่วมในแม่สาย <a href=จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว" width="2048" height="1536" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n.jpg 2048w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-300x225.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-1024x768.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-768x576.jpg 768w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/798047081_1726951059437869_1419280619196321491_n-1536x1152.jpg 1536w" sizes="auto, (max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />

ระดับน้ำจ่อแตะเส้นวิกฤติ เฝ้าระวังสูงสุด

นายวรายุทธ ค่อมบุญ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ระดับน้ำในแม่น้ำสายบริเวณบ้านถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ วัดได้ที่ความลึกประมาณ 4.07 เมตร ซึ่งถือว่าสูงมากและกระแสน้ำไหลเชี่ยวจัด ระดับน้ำวิกฤติที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่เต็มรูปแบบคือ 4.30 เมตร นั่นหมายความว่าตอนนี้เหลืออีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้นก็จะถึงจุดอันตรายแล้ว

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งมือซ่อมแซมแนวกั้นน้ำและอุดรอยรั่วที่เสียหายอย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำให้เตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา หากสถานการณ์เลวร้ายลงอาจต้องมีการอพยพ คุณสามารถติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์ การเตรียมตัวล่วงหน้าและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดคือสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับภัยธรรมชาติในเวลานี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

Naree Srisuk

Published

on

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมานาน ล่าสุดได้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม โดยมีนายชินกรณ์ บั้งเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของพื้นที่ โดยมีงบประมาณสนับสนุนสูงถึง 329,784,000 บาท ทางโครงการได้ตกลงว่าจ้าง บริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลัก สัญญาการทำงานได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 16 มกราคม 2572 การเปิดเวทีพูดคุยครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย

ประเด็นสำคัญ

  • โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 329 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2572
  • มีการลงนาม “ข้อตกลงคุณธรรม” เพื่อรับประกันความโปร่งใส โดยเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน
  • เป้าหมายหลักของโครงการคือการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ช่วยให้การเดินทางในเมืองเชียงรายรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากงานก่อสร้างทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับความโปร่งใสอย่างสูงสุด ภายในงานประชุมได้มีการจัดทำ “บันทึกข้อตกลงคุณธรรม” ขึ้นระหว่างสามฝ่ายหลัก ฝ่ายแรกคือบริษัทผู้รับจ้างที่ให้คำมั่นว่าจะทำงานตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พวกเขาต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย จัดการจราจรระหว่างการทำงาน และลดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ฝ่ายที่สองคือประชาชนในพื้นที่ที่จะเข้ามาเป็นหูเป็นตา ช่วยติดตามและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

อบต.แม่ข้าวต้ม หนุนเต็มที่เพื่อประโยชน์ชุมชน

สำหรับฝ่ายที่สามคือ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎระเบียบ การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการนี้จะช่วยให้โครงการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน ว่างบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า

ทางด้านองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม ก็พร้อมให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างนี้อย่างเต็มที่ นายชินกรณ์ บั้งเงิน ยืนยันว่าทางชุมชนยินดีให้ความร่วมมือภายใต้หลักการมีส่วนร่วม การให้ชาวบ้านเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะช่วยป้องกันปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคต ทำให้การทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

เมื่อสะพานข้ามแยกแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางในจังหวัดเชียงราย ผู้ใช้รถใช้ถนนจะสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาคอขวดบริเวณทางแยกได้อย่างชะงัด นับเป็นโครงการพัฒนาที่ไม่ได้เน้นแค่ความเจริญทางวัตถุ แต่ยังใส่ใจคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและรักษามาตรฐานการทำงานที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย

วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็นอ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ

Naree Srisuk

Published

on

จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย กรณีมีบุคคลโพสต์ข้อความพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ล่าสุดเหตุการณ์ความขัดแย้งนี้จบลงด้วยความเข้าใจอันดี เมื่อผู้โพสต์ตัดสินใจเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ด้วยตัวเอง ชายคนดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่อเจ้าพนักงานอย่างเป็นทางการ เขายอมรับว่าทำไปเพราะความอารมณ์ชั่ววูบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมรับปากอย่างหนักแน่นว่าจะระมัดระวังและไม่ให้เกิดเหตุการณ์พาดพิงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เกิดกระแสดราม่า: มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความเชิงลบ พาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ขณะกำลังดูแลการจราจร
  • จบด้วยความเข้าใจ: เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้โพสต์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกล่าวขอโทษ และสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมนี้อีก
  • ตำรวจเปิดกว้าง: เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนสอบถามข้อมูลโดยตรง หากมีข้อสงสัย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์

บทเรียนจากโลกโซเชียลสู่การแก้ปัญหาในโลกความจริง

พื้นที่ตำบลบ้านดู่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีชุมชนหนาแน่น ทำให้การจราจรในบางช่วงเวลาค่อนข้างติดขัด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าการใช้ถนนในชั่วโมงเร่งด่วนมักทำให้ผู้ขับขี่เกิดความหงุดหงิดได้ง่าย จนบางครั้งนำไปสู่การพิมพ์ข้อความระบายอารมณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่กระทบกระทั่งเจ้าพนักงาน ย่อมส่งผลเสียต่อความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานเสมอ

เมื่อผู้โพสต์ได้พูดคุยอย่างเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็เข้าใจถึงข้อจำกัดและเจตนาที่แท้จริงของตำรวจในการรักษาความปลอดภัย บรรยากาศระหว่างการสนทนาเป็นไปอย่างประนีประนอมและเป็นมิตร

สภ.บ้านดู่ ย้ำชัด พร้อมเปิดรับฟังทุกปัญหาของประชาชน

ทางด้านตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้ออกมากล่าวขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญและเข้าใจความเหนื่อยยากของการทำงาน พวกเขายืนยันว่าตำรวจคือที่พึ่งของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น หากใครมีข้อสงสัยหรือรู้สึกไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจหรือจัดการจราจร เจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีให้คำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาเสมอ

นอกจากนี้ ทางสถานีตำรวจยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง การตั้งคำถามสามารถทำได้ แต่ควรประสานงานหรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด หากชุมชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ สังคมในพื้นที่ก็จะปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending