ข่าว - News
เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว
หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – ประเทศไทยกำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ล่าสุดได้เปิดใช้งานทางหลวงหมายเลข 101 อย่างเต็มรูปแบบแล้ว โดยเป็นเส้นทางที่ได้รับการยกระดับและก่อสร้างใหม่ทั้งหมด โครงการนี้เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดน่านกับชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เส้นทางสายใหม่นี้มีระยะทางรวม 33.8 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากช่วงบ้านปอนไปยังอำเภอเฉลิมพระเกียรติในจังหวัดน่าน การอัปเกรดถนนครั้งนี้ช่วยย่นระยะเวลาการเดินทาง และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมาก จากการรายงานของ สำนักข่าว The Nation เส้นทางนี้จะกลายเป็นประตูการค้าสำคัญที่เชื่อมตรงสู่ด่านชายแดนถาวรห้วยโก๋น
Key Takeaways (ประเด็นสำคัญ):
- เส้นทางใหม่ที่ปลอดภัยกว่าเดิม: ถนนสาย 101 ได้รับการปรับปรุงเป็นทางหลวงมาตรฐานชั้น 1 ระยะทาง 33.8 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มเลนพิเศษสำหรับรถบรรทุกที่วิ่งขึ้นเขา
- เชื่อมโยง 3 เมืองหลักของลาว: เส้นทางนี้มุ่งตรงสู่ด่านชายแดนห้วยโก๋น ซึ่งช่วยยกระดับการขนส่งไปยังแขวงไชยบูลี หลวงพระบาง และอุดมไซ
- หนุนเศรษฐกิจชุมชนและการท่องเที่ยว: โครงการนี้ใช้งบประมาณกว่า 1.5 พันล้านบาท เพื่อส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ การค้าชายแดน และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่
ในอดีตนั้น ถนนเส้นนี้เป็นทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว มีผิวจราจรคับแคบ และมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุค่อนข้างสูง กรมทางหลวงจึงได้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงและก่อสร้างโครงสร้างทางใหม่ทั้งหมด เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนถนนสายเล็ก ๆ ให้กลายเป็นทางหลวงมาตรฐานชั้น 1 ที่รองรับปริมาณรถยนต์ได้มากขึ้น
ถนนสายใหม่นี้ปูด้วยผิวแอสฟัลต์คอนกรีตอย่างดี มีช่องจราจร 2 เลนวิ่งสวนทางกัน แต่ละเลนมีความกว้างมาตรฐานที่ 3.50 เมตร นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงไหล่ทางให้กว้างถึง 2.50 เมตรทั้งสองฝั่ง เพื่อให้รถสามารถจอดฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย
เพิ่มความปลอดภัยด้วยการขยายเลนพิเศษ
สำหรับช่วงที่เป็นทางลาดชันหรือเส้นทางขึ้นเขา ได้มีการสร้างช่องจราจรเพิ่มเติมสำหรับรถบรรทุกหนักโดยเฉพาะ การออกแบบลักษณะนี้ช่วยป้องกันปัญหารถติดสะสม และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนภูเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเส้นทางเข้าสู่เขตชุมชน ถนนจะถูกขยายออกเป็น 4 ช่องจราจร เพื่อรองรับปริมาณรถที่พลุกพล่านมากขึ้น พร้อมติดตั้งแบริเออร์คอนกรีต (Single Slope Concrete Barrier Type II) เพื่อแบ่งทิศทางการเดินรถอย่างชัดเจน โครงการนี้ยังมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างและสัญญาณไฟจราจรตลอดเส้นทาง เพื่อความอุ่นใจในการเดินทางยามค่ำคืน
โครงการก่อสร้างทางหลวงสายนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก รวมใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 1,545 ล้านบาท ระยะแรกครอบคลุมระยะทาง 18.245 กิโลเมตร ใช้งบประมาณก่อสร้าง 797.56 ล้านบาท ส่วนระยะที่สองครอบคลุมระยะทาง 15.653 กิโลเมตร ใช้งบประมาณไป 747.75 ล้านบาท
ปัจจุบันโครงสร้างทั้งสองส่วนก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ และเปิดให้ประชาชนทั่วไปสัญจรได้อย่างเป็นทางการแล้ว เส้นทางนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้เดินทางง่ายขึ้น แต่ยังเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญระหว่างไทยและลาวอีกด้วย
นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการขนส่ง สามารถเดินทางจากจังหวัดน่านผ่านด่านห้วยโก๋น สู่ประเทศลาวได้อย่างสะดวกรวดเร็ว การเชื่อมต่อนี้จะช่วยกระตุ้นการค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่น
นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจระดับประเทศแล้ว ถนนสายนี้ยังสร้างประโยชน์โดยตรงต่อคนในพื้นที่จังหวัดน่านและบริเวณใกล้เคียง เกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตทางการเกษตรเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งช่วยลดต้นทุนและรักษาสภาพสินค้าให้สดใหม่เสมอ
กรมทางหลวงเน้นย้ำว่า โครงการนี้ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมระดับประเทศ การเชื่อมต่อระบบขนส่งเข้ากับประเทศเพื่อนบ้าน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีอาเซียน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รถตู้สาธารณสุขอุทัยธานีชนท้ายรถทางหลวง เสียชีวิต 3 เจ็บ 7
เชียงรายเปิดอุโมงค์ลอดใต้ถนนทางหลวงหมายเลข 1152 อย่างเป็นทางการแล้ว
ข่าว - News
นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในสถานศึกษาชื่อดังของจังหวัดลำปาง เมื่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถูกเพื่อนร่วมชั้นทำร้ายร่างกาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้องเรียนเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บาดเจ็บเป็นเด็กชายที่ทำหน้าที่จดชื่อเพื่อนส่งครู ทำให้เพื่อนอีกคนเกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ชนวนเหตุเริ่มจากการที่เด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุส่งเสียงดังและไม่สนใจทำงานกลุ่มในเวลาเรียน เมื่อถูกจดชื่อรายงานครูจึงเกิดบันดาลโทสะ คว้ากรรไกรในห้องเรียนแทงเพื่อนร่วมชั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บาดแผลฉกรรจ์ส่งผลให้ผู้เสียหายต้องเย็บแผลถึง 16 เข็ม ทางครอบครัวผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันทีที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง
ประเด็นสำคัญ
- สาเหตุความรุนแรง: เหตุการณ์เกิดจากความขัดแย้งเรื่องการจดชื่อนักเรียนที่ส่งเสียงดังในห้องเรียน ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจและใช้กรรไกรทำร้ายเพื่อนจนต้องเย็บถึง 16 เข็ม
- การเจรจาเยียวยา: ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปางนำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมและขอโทษผู้ปกครองอย่างเป็นทางการ โดยครอบครัวผู้เสียหายพอใจและเตรียมถอนแจ้งความ
- การปรับปรุงมาตรการ: โรงเรียนเตรียมยกเลิกระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนบนกระดาน เพื่อลดความขัดแย้งในวัยเดียวกัน และส่งตัวผู้ก่อเหตุเข้ารับการประเมินจิตใจ
2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg" alt="นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร" width="1920" height="1080" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1920&ssl=1 1920w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=300%2C169&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1024%2C576&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=768%2C432&ssl=1 768w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?resize=1536%2C864&ssl=1 1536w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/745343151_1062271876150881_7475197659180972707_n.jpg?w=1480&ssl=1 1480w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ความคืบหน้าล่าสุดในเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภราดา ดร.วิทยา เทพกอม ผู้อำนวยการโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง ได้นำคณะครูและสมาคมผู้ปกครองเข้าพบครอบครัวผู้เสียหาย ทางผู้บริหารได้มอบกระเช้าขอโทษและร่วมพูดคุยแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ
มารดาของเด็กชายที่บาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนต้องการให้เหตุการณ์นี้เป็นกรณีศึกษาของโรงเรียน การลงโทษและดูแลเด็กต้องทำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เด็กพัฒนาพฤติกรรมที่รุนแรงมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังขอให้โรงเรียนประสานผู้ปกครองฝ่ายผู้ก่อเหตุ พาลูกไปตรวจสภาพจิตใจด้วย
โรงเรียนเตรียมปรับกฎห้องเรียน ลดขัดแย้งในกลุ่มนักเรียน
หลังจากการพูดคุยอย่างยาวนาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้าใจอันดีและได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย ครอบครัวผู้เสียหายระบุว่าเห็นความตั้งใจจริงของโรงเรียนในการแก้ปัญหา จึงเตรียมเดินทางไปถอนแจ้งความที่สถานีตำรวจ
ด้านผู้บริหารโรงเรียนระบุว่า ผู้ปกครองของเด็กผู้ก่อเหตุยอมรับผิดและพร้อมให้ความร่วมมือในการเยียวยาทุกขั้นตอน โรงเรียนจะนำเด็กเข้าสู่กระบวนการดูแลตามระเบียบของสถานศึกษาอย่างใกล้ชิดต่อไป
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนรับปากจะทบทวนวิธีดูแลนักเรียนในห้องเรียนร่วมกับครูประจำชั้น โดยจะปรับเปลี่ยนระบบการให้เด็กจดชื่อเพื่อนที่คุยกันบนกระดาน เนื่องจากวิธีนี้อาจสร้างแรงกดดันและความขัดแย้งในกลุ่มเด็กวัยเดียวกันโดยไม่จำเป็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
เหตุไฟฟ้ารั่วที่ค่ายพักแรมของโรงเรียน ส่งผลให้นักเรียนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย
ข่าว - News
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – บดบังไปด้วยคราบน้ำตาและความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อครอบครัวและเพื่อนพ้องตำรวจเดินทางมาร่วมส่งดวงวิญญาณของข้าหลวงตัวน้อยอย่างสมเกียรติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ณ ร้านโรงเบียร์ชื่อดังย่านลาดพร้าว
ทางด้านครอบครัวของ ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี ยังคงอยู่ในอาการช็อกและปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างเข้าใจได้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความวังเวียงขณะที่ญาติสนิทร่วมกันเคาะโลงศพเพื่อเรียกประคองดวงวิญญาณให้เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเดิม ณ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- การสูญเสียบุคลากรตำรวจ: ส.ต.ต.หญิง เปมิกา อ่อนศรี วัย 24 ปี สังกัดตำรวจสันติบาล ปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เสียชีวิตจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
- เพิ่งเริ่มต้นชีวิตราชการ: ผู้เสียชีวิตเพิ่งได้รับการประดับยศตำรวจมาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ก่อนจะประสบอุบัติเหตุทางอัคคีภัยร้ายแรงในครั้งนี้
- ส่งร่างกลับมาตุภูมิ: ครอบครัวได้รับศพออกจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
สำหรับผู้เสียชีวิตรายนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญ ณ ทำเนียบรัฐบาล การจากไปก่อนวัยอันควรสร้างความตกใจและสะเทือนใจให้แก่เพื่อนร่วมงานในองค์กรเป็นอย่างมาก
ตามรายงานข่าวสารของสำนักข่าวชื่อดังอย่าง ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า มีกลุ่มเพื่อนข้าราชการตำรวจจำนวนมากเดินทางมาร่วมไว้อาลัยในพิธีรับร่าง หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเมื่อต้องส่งเพื่อนรักกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้าย
นอกจากนี้ในเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวดังกล่าวยังส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งนาย คือ สิบตำรวจตรี สิทธิโชค ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทร่วมงานของผู้ตายด้วยเช่นกัน
อนาคตที่ดับวูบลงในเวลาเพียง 3 เดือน
ผู้ร่วมพิธีเปิดเผยว่า ส.ต.ต.หญิง เปมิกา เพิ่งจะผ่านพิธีประดับยศข้าราชการตำรวจอย่างเป็นทางการมาได้เพียงแค่ 3 เดือนเศษเท่านั้น ความฝันในเส้นทางสีกากีที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องมาจบลงอย่างกะทันหันจากภัยพิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด
ในขณะนี้ร่างอันไร้วิญญาณได้ถูกเคลื่อนย้ายโดยรถกู้ภัยของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มุ่งหน้าสู่บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อจัดพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่พรากชีวิตบุคลากรที่มีความสามารถไป แต่ยังสร้างบาดแผลลึกในใจให้กับครอบครัวและสะท้อนถึงความปลอดภัยในสถานบันเทิงที่ต้องได้รับการกวดขันอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! น้ำป่าซัดพญาเม็งราย เชียงราย อพยพชาวบ้านกลางดึก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ข่าว - News
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
กรุงเทพฯ – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางกรุงช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อเกิดเพลิงไหม้รุนแรงภายในร้านอาหารชื่อดังย่านลาดพร้าว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุจำนวนมากถึง 27 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบรายที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งเหตุร้ายเมื่อเวลาประมาณ 23.57 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยจุดเกิดเหตุคือร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รถดับเพลิงจากหลายสถานีต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ยอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 27 ราย: แบ่งเป็นชาย 9 ราย และหญิง 18 ราย โดยส่วนใหญ่ติดอยู่ภายในบริเวณห้องน้ำของร้าน
- ผู้บาดเจ็บอีก 18 ราย: เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันทีหลังจากช่วยเหลือออกมาได้
- ใช้เวลาควบคุมเพลิง 35 นาที: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจาก 4 สถานีหลักร่วมมือกันฉีดน้ำสกัดจนสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้สำเร็จ
เมื่อเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุทธิสารเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเปลวไฟกำลังลุกไหม้โครงสร้างอาคารอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ที่อยู่ด้านในไม่สามารถมองเห็นทางออกได้สะดวก
รายงานข่าวจาก สำนักข่าว MGR Online ระบุว่ามีผู้ติดค้างอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมากในขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องจัดกำลังพร้อมถังเคมีและสายฉีดน้ำแรงดันสูงจำนวน 3 หัวฉีด เพื่อลุยฝ่ากลุ่มควันเข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอย่างสุดความสามารถ
นักดับเพลิงต้องใช้เวลาทำงานอย่างต่อเนื่องประมาณ 35 นาที จึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์และทำให้เพลิงสงบลงได้ จากนั้นทีมกู้ภัยได้เริ่มภารกิจค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บตามจุดต่างๆ ภายในตัวอาคารที่ถูกไฟไหม้เสียหาย
ความสูญเสียครั้งใหญ่และจุดพบศพสะเทือนใจ
จากการเดินสำรวจและตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดหลังจากเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่ต้องพบกับภาพที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งสูงถึง 27 ราย โดยแบ่งออกเป็นผู้ชาย 9 ราย และผู้หญิงอีก 18 ราย นอนเสียชีวิตในสภาพถูกไฟคลอกและสำลักควัน
จุดที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือบริเวณห้องน้ำของร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตแออัดกันอยู่เป็นจำนวนมาก คาดว่าผู้ตายพยายามวิ่งหนีเปลวไฟเข้าไปหลบภัยในห้องน้ำ แต่กลับติดอยู่ภายในและไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้เนื่องจากไฟล้อมรอบไว้หมดแล้ว
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บล่าสุดมีจำนวนทั้งหมด 18 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีบาดแผลจากการถูกไฟลวกตามร่างกายและระบบทางเดินหายใจขัดข้อง โดยทีมแพทย์และพยาบาลได้เร่งให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดอยู่ในโรงพยาบาลหลายแห่งรอบพื้นที่เกิดเหตุ
2026/07/article_image.webp" alt="โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย" width="1477" height="1108" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?w=1477&ssl=1 1477w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?resize=300%2C225&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?resize=1024%2C768&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/07/article_image.webp?resize=768%2C576&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ขั้นตอนต่อไปและการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง
ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เนื่องจากโครงสร้างอาคารบางส่วนอาจจะมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลงมาหลังจากโดนความร้อนเป็นเวลานาน
ทีมกองพิสูจน์หลักฐานเตรียมเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการสรุปว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความประมาทจากส่วนใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งสรุปความเสียหายทั้งหมดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้รถทัวร์ นครชัยแอร์ กรุงเทพฯ-น่าน ผู้โดยสาร 21 ชีวิตหนีรอดหวุดหวิด
-
ข่าวธุรกิจ Business7 days ago
ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
อัปเดต: เหตุการณ์ยิงกันในครอบครัวที่เชียงรายส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย





