เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาไอซ์ได้กว่า 1 ตัน
เชียงราย – กองกำลังร่วมในจังหวัดเชียงรายประสบความสำเร็จอย่างมากในการปราบปรามการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจผาเมือง กรมสอบสวนพิเศษ (DSI) และตำรวจตระเวนชายแดน ยึดยาบ้าได้ 1,000,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ใกล้หมู่บ้านรอมโพทอง ตำบลทับเตา อำเภอเติ้ง จังหวัดเชียงราย
การค้นพบครั้งนี้เป็นการต่อเนื่องจากปฏิบัติการก่อนหน้านี้ที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจและยึดยาบ้าและคีตามีนได้กว่า 1,069 กิโลกรัม (ประมาณ 1 ตัน) ที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างภูชี้ฟ้าเมื่อคืนก่อนหน้า ผู้ค้ายาเสพติดได้ทิ้งรถและหลบหนีไปในความมืด
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาไอซ์ได้กว่า 1 ตัน" width="1024" height="768" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-3.jpeg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-3-300x225.jpeg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/2-3-768x576.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />
เปิดเบื้องหลังการขยายผล: รอยล้อรถปริศนานำไปสู่ยาบ้าล้านเม็ด
การค้นพบยาบ้าล้านเม็ดในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมกำลังเดินหน้าลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมในพื้นที่รอยต่อ 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านร่มโพธิ์ไทย บ้านร่มโพธิ์ทอง และบ้านร่มฟ้าไทย
ในระหว่างการสำรวจ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบริเวณข้างทาง:
- พบร่องรอยล้อรถยนต์ลึกลับขับเข้าออกบริเวณป่าและไหล่ทาง
- จุดที่พบรอยรถอยู่ใกล้กับเขตหมู่บ้านร่มโพธิ์ทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าละเมาะหนาทึบ
- เมื่อเดินเท้าเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดในพงหญ้า พบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 5 ใบวางซ่อนอยู่
เมื่อแกะถุงพลาสติกดำออกดู เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางสีรุ้งอยู่ด้านใน ภายในบรรจุยาบ้าห่อประทับตรา Y1 สีเขียว กระสอบละประมาณ 200,000 เม็ด รวมทั้งสิ้น 1,000,000 เม็ด ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ขบวนการค้ายานำมาพักคอยไว้ในป่าเพื่อเตรียมลักลอบขนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

ลำดับเหตุการณ์ระทึกกลางดึก: สกัดรถขนยาเสพติดล็อตมหึมาบนภูชี้ฟ้า
จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทิง ร่วมกับทหารพรานร้อย ทพ.3105 และหน่วยสกัดกั้นที่ 4 ได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายความมั่นคง บริเวณบ้านไคร้ หมู่ 3 ตำบลตับเต่า ซึ่งเป็นทางลาดชันขึ้นลงภูชี้ฟ้า
เหตุการณ์ดำเนินไปตามลำดับดังนี้:
- พบรถต้องสงสัย 2 คัน: เจ้าหน้าที่พบรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ค สีขาว ทะเบียนเชียงใหม่ ขับนำหน้า และมีรถกระบะฟอร์ด สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนลำปาง มีโครงเหล็กและผ้าใบคลุมมิดชิดขับตามหลังลงมาจากดอย
- จับกุมรถนำทาง: เจ้าหน้าที่เรียกตรวจรถอีซูซุคันแรก พบชายคนขับมาคนเดียว ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในรถ คาดว่าเป็นรถส่วนหน้าทีกำลังทำหน้าที่ “เคลียร์ทาง”
- รถขนยาไหวตัวทัน: รถกระบะฟอร์ดคันที่ตามมาเห็นท่าไม่ดี ได้หยุดรถก่อนถึงด่านประมาณ 300 เมตร แล้วกลับรถพยายามหลบหนี
- ทิ้งรถหนีเข้าป่า: เจ้าหน้าที่ขับรถไล่ติดตามไปจนพบรถกระบะฟอร์ดถูกจอดทิ้งไว้บริเวณหน้าสุสานหมู่บ้านต้นเขือง ส่วนคนขับอาศัยความมืดและความชำนาญเส้นทางวิ่งหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างหวุดหวิด

สรุปยอดของกลางล็อตใหญ่: มูลค่าความเสียหายมหาศาล
จากการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ท้ายรถกระบะฟอร์ดคันที่ถูกทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ต้องตะลึงเมื่อพบกระสอบฟางมากถึง 39 ใบ บรรจุยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ล็อตใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งเมื่อนำมารวมกับยาบ้าที่ตรวจพบในช่วงบ่าย ทำให้ยอดของกลางทั้งหมดมีจำนวนดังนี้:
- ยาไอซ์ (Methamphetamine): จำนวน 20 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 549 กิโลกรัม
- เคตามีน (Ketamine): จำนวน 19 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 520 กิโลกรัม
- ยาบ้า (Amphetamine): จำนวน 5 กระสอบ ใหญ่ รวมทั้งหมด 1,000,000 เม็ด
- รวมน้ำหนักไอซ์และเคตามีน: มากถึง 1,069 กิโลกรัม
เดินหน้าขยายผล ตรวจสอบความเชื่อมโยงของขบวนการ
ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอจากรถยนต์ทั้งสองคัน รวมถึงกระสอบยาเสพติดทั้งหมด เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลอาชญากรรม
หน่วยงานความมั่นคงระบุว่า เส้นทางภูชี้ฟ้าเป็นหนึ่งในเส้นทางที่กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดมักใช้ลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงชันและมีเส้นทางแยกย่อยจำนวนมาก การจับกุมและยึดทรัพย์ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรรายได้ของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติครั้งสำคัญ โดยเจ้าหน้าที่สัญญารวมกันว่าจะสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ท่านสามารถติดตามรายละเอียดและภาพเหตุการณ์จริงจากพื้นที่เกิดเหตุเพิ่มเติมได้ที่ รายงานข่าวฉบับเต็มของสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
เชียงรายผลักดันยกระดับ “กาแฟปางโขน” สู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก
ตำรวจในจังหวัดเชียงรายได้ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามพรมแดนขนาดใหญ่
เชียงราย - Chiang Rai News
แพทย์เชียงรายถูกตั้งข้อหาเพิ่มจากอุบัติเหตุรถชนที่ทำให้มีนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย – เกิดความคืบหน้าสำคัญในคดีอุบัติเหตุสะเทือนใจชาวจังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจได้เรียกตัวอาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม เขาคือผู้ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดงชนรถจักรยานยนต์ของนักศึกษาจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ต่อครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณทางแยกนางแล ซึ่งเป็นจุดที่มักมีรถพลุกพล่าน การชนอย่างรุนแรงทำให้นักศึกษาเสียชีวิตทันทีสองราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งราย ล่าสุดทางผู้ก่อเหตุได้เดินทางมายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจแจ้งข้อหาหนักเพิ่ม: อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกสองข้อหา ทำให้ขณะนี้มีข้อหารวมเป็นห้าข้อหา
- ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ: ผู้ขับขี่รับทราบข้อกล่าวหาทั้งหมดและให้การรับสารภาพผิดตามขั้นตอนของกฎหมายโดยไม่ปฏิเสธ
- นัดเจรจาเยียวยาผู้สูญเสีย: เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการนัดหมายเจรจาค่าสินไหมทดแทนกับครอบครัวผู้เสียหายในวันที่ 15 กันยายนนี้
เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ อาจสูงเนิน พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อหาเพิ่มเติม การดำเนินการนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏชัดเจนในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งมั่นที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่
ข้อหาใหม่ที่ถูกแจ้งเพิ่มคือความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น อีกข้อหาคือความผิดฐานขับรถโดยไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจรจนนำไปสู่โศกนาฏกรรม การแจ้งข้อหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความร้ายแรงของการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายแพทย์ กมล ราชคม อาจารย์แพทย์ผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เขาให้การรับสารภาพและยอมรับผิดในทุกข้อหาที่พนักงานสอบสวนได้แจ้งเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เขายังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชนในขณะนี้
สรุปข้อกล่าวหาและผลกระทบทางกฎหมาย
การแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในครั้งนี้ทำให้อาจารย์แพทย์รายนี้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญารวมทั้งหมดถึงห้าข้อหา ข้อหาเดิมประกอบด้วยการขับรถโดยประมาทจนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งล้วนเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงตามกฎหมายจราจรของไทย
คดีนี้ได้รับความสนใจและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากสาธารณชน เนื่องจากทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหายต่างเป็นสมาชิกในประชาคมมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ยืนยันว่าจะทำคดีนี้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด การรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดจะถูกส่งต่อให้ศาลพิจารณาเพื่อลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม ทุกฝ่ายต่างหวังว่าคดีนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนให้เคารพกฎจราจร
นอกเหนือจากการดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายแล้ว กระบวนการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้สูญเสียก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน พนักงานสอบสวนได้กำหนดวันนัดหมายเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหายระหว่างสองฝ่ายแล้ว การพูดคุยเบื้องต้นจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน เวลาบ่ายโมงตรง
การเจรจาค่าสินไหมทดแทนครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย โดยตัวแทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งสามครอบครัวจะเดินทางมาร่วมพูดคุย การชดเชยเงินอาจไม่สามารถลบล้างความสูญเสียได้ แต่ก็ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบเบื้องต้นที่ควรทำ
บทเรียนสำคัญจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
สังคมและชาวเน็ตต่างเฝ้ารอผลการเจรจาและหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมที่สุด อุบัติเหตุครั้งนี้ตอกย้ำให้พวกเราเห็นถึงอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการขับรถประมาทและฝ่าฝืนกฎจราจร ทุกชีวิตมีคุณค่าและไม่ควรต้องมาจบลงก่อนวัยอันควรด้วยเหตุผลเช่นนี้
เหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ทางแยกนางแลครั้งนี้ ควรเป็นจุดเริ่มต้นในการทบทวนมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ชะลอความเร็วเพิ่มเติมในจุดเสี่ยง การป้องกันล่วงหน้าย่อมดีกว่าการตามแก้ปัญหาเมื่อเกิดความสูญเสียไปแล้ว
นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาและชุมชนควรเร่งรณรงค์เรื่องจิตสำนึกในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น หากทุกคนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมไทยต้องการความร่วมมือจากทุกคนเพื่อสร้างถนนที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปปร.30 ผนึกกำลังเชียงรายและดอยช้าง ทลายวิกฤตฝุ่น PM2.5 สู่ระดับประเทศ
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
เชียงราย - Chiang Rai News
กฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – ปัญหาหนี้สินเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนกำลังใจของคนทำงานเกษตร เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย จึงได้เร่งจัดประชุมเพื่อหาทางออก นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. เชียงราย ได้เป็นประธานชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือ งานนี้จัดขึ้นที่สำนักงาน กฟก. เชียงราย ณ ศาลากลางจังหวัด ชั้น 1 เป้าหมายเพื่อเตรียมชำระหนี้แทนเกษตรกรประจำปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มเติม)
การช่วยเหลือครั้งนี้เน้นไปที่กลุ่มหนี้เร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีที่กำลังจะถูกบังคับคดีและขายทอดตลาดที่ดินทำกิน เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นกันเอง เพื่อให้เกษตรกรสามารถเตรียมเอกสารได้อย่างถูกต้อง ทางหน่วยงานต้องการให้การจัดการหนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยถึงแผนการใช้ชีวิตหลังจากหนี้หมดไป เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถตั้งตัวได้ใหม่
สรุปประเด็นสำคัญ
- กฟก.เชียงราย อนุมัติงบ 1,968,822 บาท เพื่อชำระหนี้แทนเกษตรกรกรณีเร่งด่วน 1 ราย
- เป้าหมายหลักคือการระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดของลูกค้าสหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด
- หน่วยงานเน้นย้ำเรื่องการฟื้นฟูอาชีพหลังปลดหนี้ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เลี้ยงครอบครัวอย่างยั่งยืน
เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สิน พร้อมสร้างอาชีพใหม่
สำหรับงบประมาณที่ได้รับมานี้ จะนำไปใช้จัดการหนี้ของสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์ ซึ่งในรอบนี้คือ สหกรณ์การเกษตรแม่สรวย จำกัด การช่วยเหลือครอบคลุมถึงกรณีที่มีการใช้หลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน จำนวนเงินเกือบ 2 ล้านบาทนี้จะช่วยพลิกชีวิตเกษตรกรให้หลุดพ้นจากความเครียด และที่สำคัญที่สุดคือการช่วยรักษาที่ดินทำกินอันเป็นมรดกของครอบครัวเอาไว้ได้
สำนักงาน กฟก. เชียงราย ยืนยันว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พวกเขายังคงทำงานหนักเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบ หลังจากจัดการหนี้เรียบร้อยแล้ว เกษตรกรจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุในลักษณะนี้ จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่น้องเกษตรกรต้องกลับไปสู่วงจรหนี้ซ้ำอีกในอนาคต
พี่น้องเกษตรกรที่กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน ไม่ต้องลังเลที่จะขอคำปรึกษา คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้หนี้ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร หรือสามารถโทรศัพท์ไปพูดคุยสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่เบอร์ 053-150156 โดยสามารถติดต่อได้ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
พระสงฆ์ 3 รูปถูกจับกุมที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย หลังจากพบว่ามีการเสพยาเสพติดนกุฏิ
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – เรื่องนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากประชาชน ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงร้องเรียนว่า มีพระภิกษุหลายรูปมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พวกเขาใช้กุฏิภายในวัดแห่งหนึ่งในตำบลท่าข้าวเปลือกเป็นที่นัดพบและมั่วสุมเสพยาเสพติด นายอดิเรก ไลไธสง นายอำเภอแม่จัน ไม่ได้ปล่อยผ่านเรื่องนี้ ท่านสั่งการให้ทีมงานลงพื้นที่หาข้อมูลทันที เพื่อตรวจสอบความจริงและสร้างความสบายใจให้กับชุมชน
หลังจากสืบหาข่าวจนมั่นใจว่ามีการทำผิดจริง เจ้าหน้าที่ก็เริ่มลงมือทันที ในช่วงบ่ายของวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา นายอำเภอได้สั่งการให้นายบุรพล มุ้งทอง ปลัดอำเภอแม่จัน เป็นผู้นำทีม ปลัดอำเภอประสานงานกับสมาชิกอาสารักษาดินแดน (อส.) อำเภอแม่จันที่ 9 เพื่อเข้าไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว การบุกเข้าไปครั้งนี้ทำแบบไม่ให้ตั้งตัว เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้กระทำผิดรู้ตัวหรือหนีไปได้ทัน
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านทนไม่ไหว: เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นวัดในตำบลท่าข้าวเปลือก หลังชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่ามีพระสงฆ์มั่วสุมเสพยา
- ผลตรวจปัสสาวะสีม่วง: แม้ไม่พบยาเสพติดซุกซ่อนในกุฏิ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะพระทั้ง 3 รูป กลับพบสารเสพติดในร่างกายทั้งหมด
- จับสึกและส่งบำบัด: เจ้าหน้าที่แจ้งเจ้าอาวาสให้รับทราบ ก่อนทำพิธีจับสึกและส่งตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่ระบบบำบัดผู้ติดยา
ตรวจค้นกุฏิและผลการจับกุมเบื้องต้น
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงกุฏิเป้าหมาย พวกเขาพบพระภิกษุจำนวน 3 รูปนั่งอยู่ข้างใน จากการตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์ผิดกฎหมายซ่อนอยู่เลย แต่เพื่อความชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงขอนิมนต์พระทั้ง 3 รูปให้เข้ารับการตรวจร่างกาย ผลปรากฏว่าผลตรวจปัสสาวะของทั้ง 3 รูปออกมาเป็นสีม่วง สิ่งนี้ยืนยันชัดเจนว่าพวกเขาเพิ่งใช้สารเสพติดมาไม่นาน ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวรู้สึกผิดหวังอย่างมาก
หลังจากพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด พวกเขาแจ้งเรื่องให้เจ้าคณะตำบลท่าข้าวเปลือกและเจ้าอาวาสวัดรับทราบทันที เพื่อให้ดำเนินการตามกฎระเบียบของทางสงฆ์ พระทั้ง 3 รูปจึงถูกทำพิธีลาสิกขา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆ ว่า “จับสึก” ในวันนั้นเลย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวอดีตพระทั้ง 3 คนเข้าสู่กระบวนการบำบัดยาเสพติด เพื่อให้พวกเขาได้รับการรักษาและมีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี

เดินหน้าแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชน
ปัญหายาเสพติดในวัดเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ทางการอำเภอแม่จันยังคงขอร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาต่อไป หากใครพบเห็นพฤติกรรมแปลกๆ สามารถแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ทันที ความร่วมมือจากชุมชนคือพลังสำคัญที่สุดในการกวาดล้างยาเสพติด คุณสามารถติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เพิ่มเติมได้ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ความปลอดภัยในชุมชนของคุณ
ในขั้นตอนต่อไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขยายผลการสืบสวนอย่างจริงจัง พวกเขาต้องการหาคำตอบว่ายาเสพติดเหล่านี้หลุดรอดเข้ามาในวัดได้อย่างไร การจับกุมครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการตัดวงจรผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ทุกคนหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้หลายๆ วัดเข้มงวดมากขึ้น และช่วยให้ชุมชนท่าข้าวเปลือกกลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไร้ยาเสพติดอย่างแท้จริง
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู



