Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

Naree Srisuk

Published

on

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เมื่อ “อำเภอพาน” รวมพลังกัน: บทเรียนจากการสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ที่เปลี่ยนความกังวลให้เป็นพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็งของชุมชน

การเปลี่ยนผ่านไปสู่ ​​”สังคมผู้สูงอายุขั้นสูง” เป็นหนึ่งในความท้าทายระดับชาติที่ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยกำลังเผชิญ ครอบครัวจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามถึงวิธีการดูแลสมาชิกในครอบครัวผู้สูงอายุที่บ้าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าพวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ในขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งหาแนวทางการบริหารจัดการที่ยั่งยืน

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้นำร่องเปิดมุมมองใหม่ ผ่านการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (Press Tour) เพื่อพาไปสัมผัสความสำเร็จของพื้นที่ต้นแบบในจังหวัดเชียงราย ที่มีการนำ “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุระดับตำบล” มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย ซึ่งข้อมูลอ้างอิงและรายละเอียดเจาะลึกจาก บทความต้นฉบับของ The Coverage ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการระดับท้องถิ่นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เรามาร่วมถอดรหัสกันว่า “เชียงรายโมเดล” มีกลไกการทำงานอย่างไร และทำไมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบที่ทรงพลังในการรับมือกับยุคสังคมสูงวัย

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

เปิดสถิติอำเภอพาน: ทำไมถึงต้องตื่นตัวเรื่องผู้สูงอายุ?

เมื่อมองเจาะลงไปที่ระดับพื้นที่ นายสัจจะ บุญมาเกี๋ยง สาธารณสุขอำเภอพาน (สสอ.พาน) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันอำเภอพานถือเป็นพื้นที่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบเรียบร้อยแล้ว โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ มีตัวเลขผู้สูงอายุทะลุถึง 32,232 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 29.32% ของประชากรทั้งหมดในพื้นที่

หากเราแยกย่อยกลุ่มผู้สูงอายุเหล่านี้ จะพบว่ามีความต้องการการดูแลที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่:

  • กลุ่มติดสังคม (มีสุขภาพดี ออกนอกบ้านได้): 31,478 คน
  • กลุ่มติดบ้าน (เริ่มมีปัญหาสุขภาพ ต้องอยู่กับบ้าน): 547 คน
  • กลุ่มติดเตียง (ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด): 207 คน

แม้ที่ผ่านมาจะมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นชมรมผู้สูงอายุระดับตำบล 16 แห่ง หรือโรงเรียนผู้สูงอายุอีก 17 แห่ง แต่สิ่งที่อำเภอพานค้นพบคือ “การทำงานแบบแยกส่วนไม่ตอบโจทย์” จึงเกิดการบูรณาการผ่านกลไก คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอพาน (พชอ.พาน) เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่น และผลักดันยุทธศาสตร์ “กองทุนคนพานไม่ทิ้งกัน” ขึ้นมารองรับ

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

กุญแจแห่งความสำเร็จ: ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย 6 มิติ

สิ่งที่ทำให้โมเดลของจังหวัดเชียงรายโดดเด่นและแตกต่าง คือการสร้างกติกาทางสังคมร่วมกันผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัย จังหวัดเชียงราย” ซึ่งประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2565

นายนิรันดร์ แปงคำ ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดเชียงราย ขยายความว่า ธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายที่บังคับใช้แบบแข็งกร้าว แต่เป็น “ข้อตกลงร่วมกันของชุมชน” ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยทั้งในด้าน กาย จิต และความสุข โดยครอบคลุมการดูแลอย่างรอบด้านถึง 6 มิติ ได้แก่:

  1. มิติสุขภาพ: ส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ การดูแลตัวเอง และสนับสนุนแนวคิด “การตายดี” หรือการจากไปอย่างสงบสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  2. มิติสังคมและสวัสดิการ: เน้นการรวมกลุ่มทำกิจกรรม ขยายเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุ และริเริ่มระบบ “ธนาคารเวลา” เพื่อช่วยเหลือพึ่งพากัน
  3. มิติสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย: ผลักดันการปรับปรุงโครงสร้างบ้านให้ปลอดภัย รองรับสรีระของผู้สูงวัยตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design)
  4. มิติศาสนา วัฒนธรรม และภูมิปัญญา: เปิดพื้นที่ให้ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมงานบุญ ปฏิบัติธรรม และส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ลูกหลาน
  5. มิติเศรษฐกิจและอาชีพ: สนับสนุนการใช้เวลาว่างให้เกิดรายได้ เช่น การปลูกสมุนไพร ทำงานจักสาน หรือทำขนมพื้นบ้าน
  6. มิติเทคโนโลยีและนวัตกรรม: สอนการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย เพื่อให้ผู้สูงวัยเท่าทันสื่อและเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้น

ความสำเร็จของแนวคิด 6 มิตินี้ ถูกนำไปใช้เป็นแกนหลักในหลักสูตร “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ทั่วประเทศ โดยเน้นให้ผู้สูงวัยมีกิจกรรมพบปะสังสรรค์ ออกกำลังกาย และแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าหน้าชั้นเรียนทุกเช้า เพื่อฝึกสมองและสร้างความเบิกบานใจ

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

‘ตำบลหัวง้ม’ ต้นแบบการดูแลจากใจ สู่ระบบ ‘ธนาคารความดี’

เพื่อให้เห็นภาพการปฏิบัติจริงที่ชัดเจนขึ้น เราต้องมาดูที่ “ตำบลหัวง้ม” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 33%

นางอัญชลี ไก่งาม อดีตข้าราชการครูที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสา และ น.ส.ศรีวรรณ แก้วสืบ ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.หัวง้ม ได้เล่าถึงนวัตกรรมทางสังคมที่ชื่อว่า “ธนาคารความดีตำบลหัวง้ม” ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีสโลแกนกินใจว่า “ทำความดี สร้างค่าความเป็นคน ยามขัดสนเราให้แลกเป็นสิ่งของ”

ธนาคารความดีแห่งนี้ ทำหน้าที่เป็นร่มคันใหญ่ที่ครอบคลุมโครงการดูแลผู้สูงวัยมากมาย ตัวอย่างเช่น:

  • โครงการบ้านชื่นสุข: ศูนย์บริการสำหรับดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) โดยบูรณาการความร่วมมือจาก ครูจิตอาสา, รพ.สต., พัฒนาชุมชน และคณะสงฆ์
  • การดูแลด้านสุขภาพและจิตใจ: มีทีมแพทย์แผนไทยเข้ามาช่วยทำกายภาพบำบัด แช่มือ แช่เท้า ประคบสมุนไพร ในขณะที่ด้านจิตใจ มีการนำหลักธรรมะมาใช้บำบัดความทุกข์
  • สมุดเบาใจ (Living Will): เป็นการเปิดกว้างให้ผู้สูงอายุได้วางแผนชีวิตบั้นปลายของตนเองล่วงหน้า เพื่อให้สามารถจากโลกนี้ไปได้อย่างสงบ และลดภาระความกังวลใจของลูกหลานในยามวิกฤต

สิ่งที่ตำบลหัวง้มทำได้ดีเยี่ยม คือการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุกลุ่มติดสังคมที่มีโรงเรียนผู้สูงอายุรองรับ หรือกลุ่มติดบ้านและติดเตียงที่มี “อาสาสมัครบริบาล” (Caregiver) คอยลงพื้นที่ไปดูแลถึงเตียงนอน

เชียงรายเป็นผู้นำต้นแบบชุมชนเพื่อสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย

บทสรุป: อนาคตสังคมสูงวัยไทย เรียนรู้อะไรจากที่นี่?

จากข้อมูลทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่า “ความเข้มแข็งของชุมชน” คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาสังคมสูงวัย การสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น แต่การสร้างข้อตกลงร่วมกันอย่าง “ธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุ” จะช่วยร้อยเรียงให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน จิตอาสา และตัวผู้สูงอายุเอง เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

โมเดลของอำเภอพานและตำบลหัวง้ม จังหวัดเชียงราย จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสำเร็จระดับท้องถิ่น แต่ยังเป็น “พิมพ์เขียว” ชั้นดีที่พร้อมให้พื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทยนำไปปรับใช้ เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมสูงวัยได้อย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

ข่าวเชียงรายยอดนิยม

เหตุยิงปะทะรุนแรงในเชียงราย: ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มค้ายาเสพติดในแม่จัน

ปฏิบัติการจับกุมยาเสพติดสุดประหลาดในเชียงราย!! ผู้ต้องสงสัยแกล้งทำเป็น”ถูกผีสิง” เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม

 

 

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายเปิดตัว “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

เชียงรายจังหวัดเชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ล่าสุดหน่วยงานท้องถิ่นได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อเป็นผู้นำเที่ยว เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 มีการเปิดโครงการอบรมยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่ กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงแรมลักษวรรณ รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมมากมาย นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารสถานศึกษาและนักเรียนในพื้นที่มาร่วมงานอย่างคึกคัก

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานใหญ่ในการผลักดันเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ เป้าหมายหลักคือการสอนให้เยาวชนเข้าใจความสำคัญของการท่องเที่ยววิถีชุมชนอย่างลึกซึ้ง พวกเขาจะสามารถนำเสนออัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างน่าสนใจและเป็นธรรมชาติ

ประเด็นสำคัญ  

  • ปั้นเยาวชนสู่มัคคุเทศก์: จังหวัดเชียงรายจัดอบรมเยาวชนเพื่อเตรียมพร้อมเป็นผู้นำเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน
  • เรียนรู้จากพื้นที่จริง: นักเรียนได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่นและธรรมชาติในสถานที่จริง
  • ต่อยอดเมืองสุขภาพ: โครงการนี้ช่วยผลักดันให้จังหวัดเชียงรายก้าวสู่การเป็นเมืองสุขภาพที่ยั่งยืน

การอบรมครั้งนี้ใช้เวลาทั้งหมดสามวัน ตั้งแต่วันที่ 17 ถึง 19 สิงหาคม 2569 นักเรียนทุกคนจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น เนื้อหาเริ่มต้นจากการปูพื้นฐานแนวคิดเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน หลังจากนั้นจะเป็นการฝึกทักษะสำคัญที่มัคคุเทศก์ต้องมี เช่น การเล่าเรื่อง การใช้เสียง และการทำงานเป็นทีม

วิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน พวกเขาได้เรียนรู้วิธีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้น่าสนใจและดึงดูดใจนักท่องเที่ยว การสื่อสารด้วยความมั่นใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่วิทยากรเน้นย้ำตลอดการอบรม ทักษะเหล่านี้จะช่วยให้เยาวชนพร้อมรับมือกับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบในอนาคตได้อย่างมืออาชีพ

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

การลงพื้นที่จริงเพื่อสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น

เพื่อเพิ่มประสบการณ์จริง นักเรียนจะได้ลงพื้นที่ไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งของจังหวัด พวกเขาจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้านที่ศูนย์วัฒนธรรมอาข่าและควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ รวมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตเชิงสุขภาพที่น้ำพุร้อนโป่งพระบาท นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเรื่องสมุนไพรที่วิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด ซึ่งเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับเยาวชนได้อย่างดีเยี่ยม

จุดเด่นของงานนี้คือการให้นักเรียนได้แสดงฝีมือผ่านกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถ กิจกรรมแรกคือ Young Wellness Guide Challenge ที่ให้เยาวชนลองทำหน้าที่มัคคุเทศก์จริง นอกจากนี้ยังมีการประกวด Mini Tour Guide Show เพื่อนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มา ข้อมูลสนับสนุนจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ากิจกรรมรูปแบบนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้เด็กๆ ในการนำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นได้อย่างมาก

เชียงรายเปิดตัว "ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่" หนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชน

ก้าวต่อไปของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเชียงราย

โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างผู้สื่อความหมายรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง เยาวชนเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของบ้านเกิดตนเอง พวกเขาไม่เพียงแค่นำความรู้ไปใช้ประกอบอาชีพ แต่ยังมีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้านให้คงอยู่ ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและพัฒนาจังหวัดเชียงรายต่อไป

การมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อเยาวชนเข้าใจและรักในท้องถิ่น พวกเขาจะปกป้องและดูแลทรัพยากรของตนเองอย่างดี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของเชียงรายจึงมีอนาคตที่สดใสและพร้อมต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับจังหวัดอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาชุมชนในรูปแบบเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถาม: โครงการอบรมนี้จัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?

คำตอบ: โครงการนี้มุ่งหวังที่จะพัฒนาทักษะเยาวชนในพื้นที่ให้กลายเป็นยุวมัคคุเทศก์ที่มีความสามารถ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวิถีชุมชนของจังหวัดเชียงรายให้เติบโต

คำถาม: นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ไปทัศนศึกษาที่ไหนบ้าง?

คำตอบ: แหล่งเรียนรู้หลักในโครงการนี้ ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมอาข่า ควายดินดากอาร์ทเฮ้าส์ น้ำพุร้อนโป่งพระบาท และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรท่าสุด

คำถาม: โครงการนี้มีประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นอย่างไร?

คำตอบ: โครงการนี้ช่วยสร้างทักษะอาชีพให้เยาวชน อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และสนับสนุนให้เชียงรายก้าวขึ้นเป็นเมืองสุขภาพระดับประเทศ ซึ่งจะนำรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

รักบี้เชียงรายระดมเยาวชนกว่า 600 ชีวิต โชว์พลังความสามัคคีเต็มสนาม

 

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

Rebecca Kim

Published

on

ข่าวดีชาวเหนือ! รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จรายที่ 3

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้สร้างความสำเร็จครั้งใหญ่อีกครั้ง ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังได้สำเร็จด้วยดี โดยผู้ป่วยรายนี้ได้ลงทะเบียนรอรับการบริจาคอวัยวะมาเป็นเวลานาน

การผ่าตัดครั้งนี้ถือเป็นการปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นรายที่ 3 ของโรงพยาบาล ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคน นอกจากนี้ยังยืนยันว่าระบบบริการของโรงพยาบาลมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลผู้ป่วยหนัก

ประเด็นสำคัญ 

  • โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ผ่าตัดปลูกถ่ายไตสำเร็จเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569
  • ความสำเร็จนี้ช่วยลดเวลาการรอคอย และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ภาคเหนือ
  • ทีมแพทย์และโรงพยาบาลขอบคุณผู้บริจาคอวัยวะที่มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ให้กับผู้ป่วย

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการบริจาคอวัยวะ การประสานงาน และการเตรียมความพร้อมของผู้ป่วย ไปจนถึงการผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจและรัดกุม

การปลูกถ่ายไตในพื้นที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ง่ายขึ้นมาก ผู้ป่วยไม่ต้องเดินทางไกลไปถึงกรุงเทพฯ ทำให้ลดเวลาการรอคอยอวัยวะลงได้อย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตในภาคเหนือให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อนในเชียงราย

ทีมแพทย์ของ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการโรคร้ายแรง การผ่าตัดที่ซับซ้อนเช่นนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงมาก ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องทำงานสอดประสานกันเป็นทีมเดียว

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์จากการฟอกเลือด การฟอกเลือดแต่ละครั้งใช้เวลานานและทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย ดังนั้นการได้รับโอกาสปลูกถ่ายไตจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้

ระบบบริการปลูกถ่ายอวัยวะของโรงพยาบาลได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พร้อมรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน การมีศูนย์การแพทย์ที่เชี่ยวชาญอยู่ใกล้บ้านถือเป็นเรื่องดีและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่

เชิดชูผู้บริจาค ผู้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต”

นอกเหนือจากความสามารถของแพทย์แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของผู้บริจาคอวัยวะ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ขอร่วมยกย่องและอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ ครอบครัวของผู้บริจาคได้มอบ “ของขวัญแห่งชีวิต” ที่มีค่าที่สุดให้กับเพื่อนมนุษย์

เมื่อผู้ป่วยได้รับการเปลี่ยนไตใหม่ ร่างกายจะกลับมาทำงานได้ใกล้เคียงปกติ พวกเขาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน และมีความสุขกับครอบครัวได้อีกครั้ง การบริจาคอวัยวะจึงเป็นการต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยที่เคยหมดหวังให้กลับมามีรอยยิ้มได้

โรงพยาบาลขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย ครอบครัว และทีมงานผู้ดูแลทุกคน ความสำเร็จนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ระบบสาธารณสุขไทยก้าวหน้าต่อไป คุณสามารถติดตามข่าวสารสาธารณสุขเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข

ประเด็นสำคัญ

ตำรวจเชียงรายไล่ล่าโจรปล้นทองในลาว: ตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก:สุราษฎร์ธานีเกมส์”

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

เชียงรายตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก”

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อยกระดับพื้นที่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ภายใต้ชื่อโครงการ “Chiang Rai Wellness City” อย่างเป็นทางการ เป้าหมายหลักคือการก้าวขึ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก โครงการนี้เน้นการนำจุดแข็งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น มาสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

เทรนด์การท่องเที่ยวทั่วโลกในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการเดินทางเพื่อพักผ่อนธรรมดา เป็นการเน้นดูแลสุขภาพและฟื้นฟูจิตใจ จังหวัดเชียงรายจึงนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น น้ำพุร้อน ชา กาแฟ และสมุนไพร มาเป็นจุดขายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ประเด็นสำคัญ

  • เป้าหมายระดับโลก: เชียงรายเร่งพัฒนาเมือง เพื่อก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับนานาชาติ
  • การพัฒนาชุมชน: มีการจัดอบรม 4 หลักสูตรใหญ่ตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการและชาวบ้าน
  • กิจกรรมแจกรางวัล: เปิดตัวแคมเปญประกวดคลิปวิดีโอและบทความ ชิงรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 120,000 บาท

การผลักดันโครงการนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน นำโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และ ททท. สำนักงานเชียงราย ทุกฝ่ายตั้งใจเตรียมความพร้อมให้คนในพื้นที่อย่างจริงจัง คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก สยามรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข่าวต้นฉบับของการแถลงข่าวครั้งนี้

การทำงานครั้งนี้เน้นการพัฒนาคน พัฒนาพื้นที่ และสร้างการรับรู้ไปพร้อมกัน ตลอดเดือนสิงหาคมและกันยายน 2569 จะมีกิจกรรมมากมาย เพื่อวางรากฐานให้เชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพอย่างแท้จริง

ด้านการพัฒนาคน จะมีการจัดอบรมอย่างเข้มข้นถึง 4 หลักสูตร เริ่มจาก “Chiang Rai Wellness Business Academy” ที่ช่วยเสริมความรู้ด้านการตลาดให้ธุรกิจสุขภาพ ต่อด้วยหลักสูตร “ยุวมัคคุเทศก์รุ่นใหม่” ที่สอนให้เด็กๆ ถ่ายทอดเรื่องราวของชุมชนได้อย่างน่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร “นักสื่อความหมายท้องถิ่น” เพื่อยกระดับคนในพื้นที่ให้แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ปิดท้ายด้วยหลักสูตร “Local Food Stylist” ที่สอนการจัดจานอาหารพื้นถิ่น ให้กลายเป็นเมนูสุขภาพที่น่าทานและมีราคา

การพัฒนาทักษะเหล่านี้ จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เมื่อชุมชนเข้มแข็ง การท่องเที่ยวก็จะเติบโตตามไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงในระยะยาว

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

แคมเปญสุดสร้างสรรค์ ดึงคนรุ่นใหม่โปรโมทเมือง

นอกจากการสอนคนในพื้นที่แล้ว เชียงรายยังจัดแคมเปญการตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แคมเปญแรกคือการประกวดคลิปวิดีโอสั้น “Chiang Rai Wellness Moment” เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาแชร์ช่วงเวลาดีๆ เพื่อชิงเงินรางวัลรวม 70,000 บาท

แคมเปญที่สองคือ “Wellness Storytelling” เป็นการประกวดบทความและภาพถ่ายสะท้อนวิถีชีวิต ผู้ชนะจะได้รับบัตรกำนัลที่พักและบริการสปา มูลค่ารวม 50,000 บาท แคมเปญเหล่านี้จะช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวผ่านโซเชียลมีเดียได้เป็นอย่างดี

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ย้ำว่ากิจกรรมนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันชิงรางวัล แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าประสบการณ์จริง การพูดกันปากต่อปากบนโลกออนไลน์ จะช่วยให้คนรู้จักเมืองเชียงรายมากขึ้น

เชียงรายตั้งเป้าเป็น "ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก"

สัมผัสธรรมชาติกับแคมป์ปิ้งสุขภาพ และก้าวต่อไปของเชียงราย

อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์คือ “Wellness Camping Life” ซึ่งเตรียมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 งานนี้ชวนนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนและทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

นางสาวยุรีพรรณ แสนใจยา ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย ระบุว่า ททท. พร้อมเดินหน้าโปรโมทผ่านสื่อทุกช่องทาง โดยจะพาสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์มาร่วมทริป เพื่อช่วยรีวิวและสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวตามรอยมาเที่ยวเชียงราย

ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต ในอนาคตอันใกล้ เชียงรายจะกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ และเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลกที่ทุกคนต้องห้ามพลาด

การเปลี่ยนผ่านสู่เมืองสุขภาพ ไม่เพียงแต่ดีต่อนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายด้วย เมื่อธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และเศรษฐกิจดีขึ้น ความสุขของคนในพื้นที่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending