Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

เหตุยิงปะทะรุนแรงในเชียงราย: ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มค้ายาเสพติดในแม่จัน

Naree Srisuk

Published

on

เหตุยิงปะทะรุนแรงในเชียงราย: ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มค้ายาเสพติดในแม่จัน

เชียงราย – เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากในจังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย ตำรวจได้เข้าสกัดเครือข่ายค้ายาเสพติดในอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะกัน ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต 1 ราย และยึดยาเสพติดได้จำนวนมาก

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของทางการในการปกป้องชุมชนจากปัญหายาเสพติด วันนี้เราจะสรุปรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ และชี้แจงขั้นตอนต่อไปที่ทางการจะดำเนินการ

สรุปข้อมูลสำคัญของเหตุการณ์

เพื่อให้ทุกคนเข้าใจภาพรวมได้รวดเร็ว นี่คือข้อมูลสำคัญที่ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง:

  • วันที่เกิดเหตุ: 24 พฤษภาคม 2569
  • สถานที่: บริเวณกลางทุ่งนา บ้านแม่คีหลวง ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
  • ผู้เสียชีวิต: ชาย 1 ราย (ปัจจุบันยังไม่ทราบชื่อและสัญชาติ)
  • ของกลางที่ยึดได้: กระสอบดัดแปลงสำหรับบรรจุยาเสพติด จำนวน 6 กระสอบ
  • หน่วยงานหลักที่ลงพื้นที่: สภ.แม่จัน, หน่วยกู้ภัยแสงธรรมอำเภอแม่จัน และทีมแพทย์เวร

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่า จะมีกลุ่มคนร้ายใช้เส้นทางธรรมชาติในพื้นที่ตำบลป่าซาง เพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังลงพื้นที่เพื่อดักซุ่มและเตรียมสกัดจับอย่างรัดกุม

เมื่อถึงบริเวณกลางทุ่งนาในหมู่บ้านแม่คีหลวง เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนต้องสงสัยกำลังแบกสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกระสอบดัดแปลง จึงได้แสดงตัวและส่งสัญญาณเพื่อขอเข้าตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับขัดขืน ไม่ยอมให้ตรวจค้น และพยายามวิ่งหลบหนี พร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อเปิดทาง

การปะทะกันเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ แต่มีความรุนแรง เพื่อเป็นการป้องกันตัวและหยุดยั้งคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ (ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่าการวิสามัญฆาตกรรม) เมื่อเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และพบว่ามีผู้ต้องสงสัยถูกยิงเสียชีวิต 1 รายในที่เกิดเหตุ

เหตุยิงปะทะรุนแรงในเชียงราย: ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มค้ายาเสพติดในแม่จัน

การตรวจสอบพื้นที่และการทำงานของทีมกู้ภัย

หลังจากควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจได้ประสานงานไปยังทีมกู้ภัยแสงธรรมอำเภอแม่จัน รวมถึงแพทย์เวร ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและรัดกุมที่สุด

ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่พบกระสอบดัดแปลงจำนวน 6 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบชนิดและปริมาณที่แน่ชัด

ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ จากนั้นทีมกู้ภัยแสงธรรมได้ทำหน้าที่ช่วยเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิต ส่งไปยัง โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียดและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

หากมองในมุมกว้าง ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นสิ่งที่มีมาอย่างยาวนาน จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มีช่องทางธรรมชาติหลายแห่งที่กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้เป็นเส้นทางลักลอบขนยาเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย

อำเภอแม่จัน ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางผ่านที่สำคัญ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นทั้งภูเขา ป่าไม้ และทุ่งนากว้างขวาง ทำให้ยากต่อการลาดตระเวนให้ครอบคลุมได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าตำรวจมีการสืบหาข่าวที่แม่นยำ และทำงานกันอย่างหนักเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดหลุดรอดไปได้

เหตุยิงปะทะรุนแรงในเชียงราย: ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มค้ายาเสพติดในแม่จัน

ผลกระทบต่อชุมชนและคำแนะนำเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์ปะทะกันกลางทุ่งนาซึ่งใกล้กับพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ย่อมสร้างความตกใจให้กับคนในชุมชนบ้านแม่คีหลวง อย่างไรก็ตาม ทางผู้นำชุมชนและตำรวจได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและให้ความมั่นใจกับชาวบ้านแล้วว่า สถานการณ์ปลอดภัยและอยู่ภายใต้การควบคุม

คำแนะนำง่ายๆ สำหรับประชาชนในพื้นที่:

  • หากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ไม่ควรเข้าไปทักทายหรือตรวจสอบด้วยตนเอง
  • หากพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายกระสอบหรือหีบห่อถูกทิ้งไว้ตามป่าหรือทุ่งนา ห้ามเปิดดูเด็ดขาด ให้รีบโทรแจ้งตำรวจทันที
  • ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งเบาะแสได้โดยไม่ต้องเปิดเผยชื่อ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง

แผนการทำงานขั้นต่อไปของตำรวจ

แม้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถยึดของกลางได้ถึง 6 กระสอบ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าคดียังไม่จบเพียงเท่านี้ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคนที่สามารถอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไปได้

สิ่งที่เจ้าหน้าที่จะทำต่อไปเพื่อขยายผล ได้แก่:

  • การตรวจสอบเส้นทางหลบหนี: ปูพรมค้นหาพื้นที่ใกล้เคียงและตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
  • การเก็บหลักฐานจากของกลาง: ตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ (DNA) บนกระสอบเพื่อระบุตัวตนของเครือข่ายค้ายากลุ่มนี้
  • การเพิ่มกำลังลาดตระเวน: อุดช่องโหว่ตามเส้นทางธรรมชาติในพื้นที่อำเภอแม่จันและพื้นที่ใกล้เคียงให้แน่นหนาขึ้น

เราต้องขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและเสี่ยงอันตราย เพื่อให้ชุมชนของเราปลอดภัยจากยาเสพติด หากใครมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถแจ้งไปยังสถานีตำรวจภูธรแม่จัน หรือสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวเชียงรายยอดนิยม

เรื่องช็อก! ชายชาวเชียงรายถูกจับกุมฐานบุกรุกห้องพักหญิงสาววัย 18 ปี

ไขปริศนาเชียงราย! โรงพยาบาลเชียงแสนประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์จริงหรือไม่?

 

ข่าวอาชญากรรม - Crime

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

Naree Srisuk

Published

on

อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท

น้ำท่วมในแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำใกล้ถึงระดับวิกฤตแล้ว">เชียงราย – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นบนท้องถนนในจังหวัดเชียงราย เมื่อหนุ่มไรเดอร์ถูกรถกระบะชนท้ายอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนต่างๆ โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากสังคมในการตามหาคนร้าย

บรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พวกเขาจึงตัดสินใจประกาศมอบเงินรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท ให้กับพลเมืองดีที่สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายได้สำเร็จ นี่ถือเป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวที่จะนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้จงได้

ประเด็นสำคัญ

  • หนุ่มไรเดอร์ชาวเชียงใหม่ถูกรถกระบะชนท้ายเสียชีวิตอย่างน่าสลดที่จังหวัดเชียงราย
  • เหตุการณ์ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน แต่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับรถกระบะที่หลบหนีได้
  • ญาติผู้เสียชีวิตประกาศตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย

ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้คือ นายกรกช ดวงสุวรรณ ชายหนุ่มอายุ 33 ปี เขาเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิด แต่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เหตุผลหลักที่เขาต้องจากบ้านเกิดมาคือ เขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับลูกสาววัย 2 ขวบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ลูกสาวตัวน้อยของเขาอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาที่จังหวัดเชียงรายหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไป นายกรกชจึงเลือกทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งอาหาร หรือไรเดอร์ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและส่งเสียครอบครัว เขาเป็นคนขยันขันแข็งและรักลูกสาวอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันบนท้องถนน

อุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 00.51 น. ตามรายงานข่าวระบุว่า นายกรกชกำลังขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ เพื่อเดินทางกลับบ้านพักตามปกติเหมือนในทุกๆ วัน

นาทีชีวิตบนถนนสายเลี่ยงเมืองเชียงราย

นายกรกชขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อทางหลวงชนบท ชร.1023 เมื่อเขาขับมาถึงบริเวณใกล้กับทางแยกเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น รถกระบะสีเทาปริศนาพุ่งชนท้ายรถของเขาอย่างจัง

รถกระบะคันก่อเหตุขับตามมาด้วยความเร็วสูงมากจนเบรกไม่ทัน แรงชนมหาศาลทำให้รถจักรยานยนต์ของนายกรกชไถลไปกับพื้นถนนหลายเมตรจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ แทนที่คนขับรถกระบะจะจอดรถลงมาดูเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือ เขากลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นายกรกชนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอย่างโดดเดี่ยว

หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รีบนำตัวนายกรกชส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วนที่สุด แต่เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของเขานั้นฉกรรจ์มากเกินไป เขาจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัว

หลังจัดงานศพเสร็จสิ้น ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เพื่อขอให้ตำรวจช่วยติดตามหาตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น

แม้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกป่าแดง ตำบลริมกก จะบันทึกภาพรถกระบะต้องสงสัยไว้ได้ แต่ภาพไม่ชัดเจนพอที่จะระบุหมายเลขทะเบียนหรือยี่ห้อรถได้อย่างแม่นยำ

ทางครอบครัวของนายกรกชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะมอบเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ทันที หากมีพลเมืองดีคนใดมีข้อมูล หรือเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัวคนขับรถกระบะคันนี้ได้ สังคมไทยต้องร่วมมือกันไม่ให้คนทำผิดลอยนวล และช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียในครั้งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น “อ่างรับมลพิษ”จากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

Rebecca Kim

Published

on

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดช็อกขึ้นที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรช่วงดึก ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในภาวะเครียดจัด ได้ใช้มีดคมจี้ภรรยาของตนเองเป็นตัวประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในบริเวณตลาดคลองลาน อำเภอคลองลาน ผู้ก่อเหตุคือ นายวุฒิไกร ชายวัย 30 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เขาย้ายมาทำงานและอาศัยอยู่กับภรรยาในพื้นที่นี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในคืนดังกล่าว

ประเด็นสำคัญ  

  • ชายวัย 30 ปีเกิดอาการเครียดสะสม และใช้มีดจี้คอภรรยาเป็นตัวประกันในร้านสะดวกซื้อ
  • ต้นเหตุมาจากความน้อยใจที่เกิดอุบัติเหตุรถล้ม แต่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจหรือเป็นห่วงตนเอง
  • ตำรวจใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมกว่า 1 ชั่วโมง จนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัวและภรรยาปลอดภัย

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน นายวุฒิไกรได้ขับรถจักรยานยนต์แล้วเกิดล้มเองที่ตลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมยามได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตำรวจช่วยทำแผลถลอกให้เขา ก่อนจะพาเขากลับไปส่งที่บ้านพัก ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นถูกนำไปจอดเก็บไว้ที่ป้อมยามตำรวจเพื่อความปลอดภัย

เมื่อนายวุฒิไกรกลับมาถึงบ้าน เขากลับไม่พบภรรยาของตนเองรออยู่ ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดและโวยวายออกมา เขาบ่นว่าไม่มีใครสนใจเขาเลยเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ทุกคนเอาแต่ถามหารถจักรยานยนต์ โดยไม่ได้เป็นห่วงร่างกายของเขาเลย ความรู้สึกน้อยใจนี้เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเครียดอย่างหนัก

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

การทะเลาะวิวาทและจุดเริ่มของการจี้ตัวประกัน

ตกเย็น ภรรยาของเขากลับมาถึงบ้านหลังจากเลิกงานรับจ้าง ผู้ใหญ่บ้านได้พยายามเข้ามาพูดคุยเพื่อให้เขาใจเย็นลง แต่เขาก็ยังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียว เขาบ่นว่าอยากกลับบ้านที่โคราชแต่ก็ไม่ได้กลับ รู้สึกเหมือนอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครเข้าใจและคอยดูแลเขา

ช่วงค่ำเวลาประมาณ 21.00 น. เขาเริ่มอาละวาดหนักขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเชิญตัวเขาไปพูดคุยที่ตู้ยาม เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ลง แต่ในระหว่างที่ตำรวจเตรียมจะพาเขากลับบ้าน นายวุฒิไกรได้ดึงตัวภรรยาเดินไปทางตลาด ทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอดทาง ทำให้ความเครียดของเขาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด

สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

เหตุการณ์เผชิดหน้าสุดระทึกขวัญภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น

นายวุฒิไกรได้ฉุดกระชากภรรยาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจเพียงแค่ 200 เมตร จากนั้นเขาได้หยิบมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ออกมาจี้ที่บริเวณคอด้านหน้าของภรรยา เขาเรียกร้องให้ทุกคนหันมาสนใจและแก้ไขปัญหาของเขา เขาขอเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อพูดคุย และสัญญาว่าจะยอมมอบตัวหากทุกอย่างตกลงกันได้

ท่ามกลางความตกใจของพนักงานและลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

พ.ต.ท.ถนอม อิ่มมณี และ พ.ต.ท.บันลัง สถิตย์แจ้ง ได้นำกำลังตำรวจกว่า 20 นายเข้ามาระงับเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุอย่างใจเย็น การเจรจาดำเนินไปอย่างตึงเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน

ในที่สุดความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นผลสำเร็จ นายวุฒิไกรเริ่มมีท่าทีอ่อนลงและสงบสติอารมณ์ได้ เขายอมวางมีดและปล่อยตัวภรรยาแต่โดยดี เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย

หลังจากที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิไกรไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ การสอบสวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารภายในครอบครัว ความน้อยใจเพียงเล็กน้อยอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากบุคคลนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ การรับฟังและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ขึ้นในสังคมของเรา

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

Published

on

ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร

กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร

หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด

ประเด็นสำคัญ

  • การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
  • มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
  • ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน

ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง

ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย

จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา

ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร

ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป

ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่

นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน

อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี

ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending