ข่าวอาชญากรรม - Crime
ปฏิบัติการจับกุมยาเสพติดสุดประหลาดในเชียงราย!! ผู้ต้องสงสัยแกล้งทำเป็น “ถูกผีสิง” เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม
000 บาท">เชียงราย – เตรียมพบกับช่วงเวลาที่ทั้งตลกและตึงเครียด! เมื่อทีมตำรวจเวรบุกเข้าจับกุมแก๊งค้ายาเสพติด พวกเขาได้พบกับกลยุทธ์ที่คาดไม่ถึง: ผู้ต้องสงสัยหญิงคนหนึ่งแกล้งทำเป็นถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิงเพื่อหลบหนีการจับกุม ผู้นำชุมชนต้องเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์
สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวที่ทั้งจริงจังและแปลกประหลาดมาฝาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าฉงนที่สุดครั้งหนึ่ง ผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดรายนี้ไม่ได้พกอาวุธ แต่เธอถูก “วิญญาณ” เข้าสิง ซึ่งญาติของเธออ้างว่าวิญญาณนั้นได้เข้าสิงร่างเธอ! เกิดอะไรขึ้นในเรื่องราวที่วุ่นวายนี้กันแน่? มาติดตามรายละเอียดที่ครบถ้วนและเข้าใจง่ายกันเลย
ตามรายงานข่าวจาก ช่อง 7HD เหตุการณ์สุดระทึกและชวนงงนี้ เกิดขึ้นที่บ้านดงมะตื๋น หมู่ที่ 5 อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ “ชุดสืบสวนหมาป่าราตรี” ได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า มีการลักลอบซื้อขายและมั่วสุมเสพยาบ้ากันอย่างโจ่งครึ่ม สร้างความเดือดร้อนรำคาญและหวาดระแวงให้กับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก
หลังจากได้รับแจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รอช้าครับ ได้ทำการวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อทำการ “ล่อซื้อ” ยาเสพติดจากเป้าหมายหลัก ซึ่งก็คือ “นางสาวอาหมี่” หญิงชาวอาข่าที่มีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัย เมื่อได้จังหวะที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังบุกเข้าไปยังเพิงพักเป้าหมายทันที
ภาพที่เจ้าหน้าที่เห็นคือ กลุ่มคนประมาณ 4-5 คนกำลังมั่วสุมเสพยาบ้ากันอยู่ เมื่อเห็นตำรวจบุกเข้ามา ทุกคนก็ตกใจสุดขีด วงแตกกระจาย วิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง ทิ้งให้นางสาวอาหมี่นั่งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
มุกเด็ดเอาตัวรอด: อาการ “ผีเข้า”
แต่แทนที่นางสาวอาหมี่จะยอมจำนนโดยดี เธอกลับงัด “ไม้ตาย” ที่ทำให้ตำรวจถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อตำรวจเข้าไปใกล้เพื่อทำการจับกุม เธอเริ่มมีอาการสั่นเทาอย่างรุนแรง พูดจาไม่รู้เรื่อง และแสดงท่าทีแปลกประหลาด ทางฝั่งญาติๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รีบตะโกนบอกตำรวจทันทีว่า “ไม่ได้เป็นอะไรนะ แค่ผีเข้า!”
งานนี้ทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงกับไปไม่เป็น เพราะผู้ต้องหาเอาแต่สั่นและสื่อสารไม่ได้เลย สถานการณ์ตึงเครียดปนตลกนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจตามผู้นำหมู่บ้านมาช่วยเจรจาและเคลียร์สถานการณ์ให้สงบลง เพื่อให้สามารถควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปได้
หลังจากใช้เวลาเคลียร์สถานการณ์และเจรจากันอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมตัวนางสาวอาหมี่และผู้ร่วมขบวนการที่วิ่งหนีไม่รอดได้สำเร็จ โดยมีการสรุปผลการจับกุมได้อย่างชัดเจนดังนี้ครับ:
- นางสาวอาหมี่: ผู้ต้องหาหลัก (ที่อ้างว่าถูกผีเข้า) ถูกจับกุมพร้อมของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 118 เม็ด
- นายอาชา: ผู้ร่วมขบวนการ ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า จำนวน 35 เม็ด
- นายหล่อแบ: ผู้ร่วมขบวนการ ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า จำนวน 3 เม็ด
ความร่วมมือของชุมชนคือสิ่งสำคัญ
ยาเสพติดไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้เสพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวและชุมชน ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและความหวาดระแวง การที่ชาวบ้านร่วมมือกันแจ้งเบาะแสให้ตำรวจในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการเป็นหูเป็นตา ช่วยกันปกป้องลูกหลานจากภัยร้ายที่แฝงตัวอยู่ในชุมชน หากใครพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันทีครับ ข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับและเป็นประโยชน์อย่างมาก
ในท้ายที่สุด ไม่ว่าจะมีวิญญาณเข้าสิงจริงหรือเป็นเพียงการแสดงละครเพื่อเอาตัวรอด ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน พวกเขายอมรับสารภาพแต่โดยดีว่ายาบ้าทั้งหมดที่ตำรวจค้นพบนั้นเป็นของพวกตนจริงๆ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนว่า การทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะงัดกลยุทธ์ไหนมาใช้ ก็ไม่สามารถหลีกหนีความยุติธรรมไปได้อย่างแน่นอนครับ
ข่าวเชียงรายยอดนิยม
เรื่องช็อก! ชายชาวเชียงรายถูกจับกุมฐานบุกรุกห้องพักหญิงสาววัย 18 ปี
ไขปริศนาเชียงราย! โรงพยาบาลเชียงแสนประสบปัญหาขาดแคลนแพทย์จริงหรือไม่?
ข่าวอาชญากรรม - Crime
อุบัติเหตุชนแล้วหนีในจังหวัดเชียงราย: ครอบครัวผู้เสียหายเสนอเงินรางวัล 100,000 บาท
เชียงราย – เกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้นบนท้องถนนในจังหวัดเชียงราย เมื่อหนุ่มไรเดอร์ถูกรถกระบะชนท้ายอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชนต่างๆ โดยหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากสังคมในการตามหาคนร้าย
บรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พวกเขาจึงตัดสินใจประกาศมอบเงินรางวัลเงินสดจำนวน 100,000 บาท ให้กับพลเมืองดีที่สามารถแจ้งเบาะแสคนร้ายได้สำเร็จ นี่ถือเป็นความหวังสุดท้ายของครอบครัวที่จะนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมให้จงได้
ประเด็นสำคัญ
- หนุ่มไรเดอร์ชาวเชียงใหม่ถูกรถกระบะชนท้ายเสียชีวิตอย่างน่าสลดที่จังหวัดเชียงราย
- เหตุการณ์ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือน แต่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวคนขับรถกระบะที่หลบหนีได้
- ญาติผู้เสียชีวิตประกาศตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท สำหรับผู้แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย
ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชนแล้วหนีครั้งนี้คือ นายกรกช ดวงสุวรรณ ชายหนุ่มอายุ 33 ปี เขาเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่โดยกำเนิด แต่ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เหตุผลหลักที่เขาต้องจากบ้านเกิดมาคือ เขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับลูกสาววัย 2 ขวบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ลูกสาวตัวน้อยของเขาอาศัยอยู่กับอดีตภรรยาที่จังหวัดเชียงรายหลังจากที่ทั้งคู่เลิกรากันไป นายกรกชจึงเลือกทำงานเป็นพนักงานขับรถส่งอาหาร หรือไรเดอร์ เพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและส่งเสียครอบครัว เขาเป็นคนขยันขันแข็งและรักลูกสาวอย่างสุดหัวใจ แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างกะทันหันบนท้องถนน
อุบัติเหตุอันน่าเศร้าสลดใจนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 00.51 น. ตามรายงานข่าวระบุว่า นายกรกชกำลังขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ เพื่อเดินทางกลับบ้านพักตามปกติเหมือนในทุกๆ วัน
นาทีชีวิตบนถนนสายเลี่ยงเมืองเชียงราย
นายกรกชขับขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนสายเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก หรือที่รู้จักกันในชื่อทางหลวงชนบท ชร.1023 เมื่อเขาขับมาถึงบริเวณใกล้กับทางแยกเข้าท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น รถกระบะสีเทาปริศนาพุ่งชนท้ายรถของเขาอย่างจัง
รถกระบะคันก่อเหตุขับตามมาด้วยความเร็วสูงมากจนเบรกไม่ทัน แรงชนมหาศาลทำให้รถจักรยานยนต์ของนายกรกชไถลไปกับพื้นถนนหลายเมตรจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ แทนที่คนขับรถกระบะจะจอดรถลงมาดูเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือ เขากลับเร่งเครื่องยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้นายกรกชนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนอย่างโดดเดี่ยว
หลังจากได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้รีบนำตัวนายกรกชส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อย่างเร่งด่วนที่สุด แต่เนื่องจากบาดแผลตามร่างกายของเขานั้นฉกรรจ์มากเกินไป เขาจึงทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในช่วงเช้าของวันเดียวกัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัว
หลังจัดงานศพเสร็จสิ้น ญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ เพื่อขอให้ตำรวจช่วยติดตามหาตัวคนขับรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม การสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดกลับไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น
แม้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกป่าแดง ตำบลริมกก จะบันทึกภาพรถกระบะต้องสงสัยไว้ได้ แต่ภาพไม่ชัดเจนพอที่จะระบุหมายเลขทะเบียนหรือยี่ห้อรถได้อย่างแม่นยำ
ทางครอบครัวของนายกรกชยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะมอบเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท ทันที หากมีพลเมืองดีคนใดมีข้อมูล หรือเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัวคนขับรถกระบะคันนี้ได้ สังคมไทยต้องร่วมมือกันไม่ให้คนทำผิดลอยนวล และช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัวของผู้สูญเสียในครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น “อ่างรับมลพิษ”จากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
สามีขู่ฆ่าภรรยาภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดช็อกขึ้นที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่น แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรช่วงดึก ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งอยู่ในภาวะเครียดจัด ได้ใช้มีดคมจี้ภรรยาของตนเองเป็นตัวประกัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในบริเวณตลาดคลองลาน อำเภอคลองลาน ผู้ก่อเหตุคือ นายวุฒิไกร ชายวัย 30 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เขาย้ายมาทำงานและอาศัยอยู่กับภรรยาในพื้นที่นี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นในคืนดังกล่าว
ประเด็นสำคัญ
- ชายวัย 30 ปีเกิดอาการเครียดสะสม และใช้มีดจี้คอภรรยาเป็นตัวประกันในร้านสะดวกซื้อ
- ต้นเหตุมาจากความน้อยใจที่เกิดอุบัติเหตุรถล้ม แต่รู้สึกว่าไม่มีใครสนใจหรือเป็นห่วงตนเอง
- ตำรวจใช้เวลาพูดคุยเกลี้ยกล่อมกว่า 1 ชั่วโมง จนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัวและภรรยาปลอดภัย
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน นายวุฒิไกรได้ขับรถจักรยานยนต์แล้วเกิดล้มเองที่ตลาด เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมยามได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ตำรวจช่วยทำแผลถลอกให้เขา ก่อนจะพาเขากลับไปส่งที่บ้านพัก ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นถูกนำไปจอดเก็บไว้ที่ป้อมยามตำรวจเพื่อความปลอดภัย
เมื่อนายวุฒิไกรกลับมาถึงบ้าน เขากลับไม่พบภรรยาของตนเองรออยู่ ทำให้เขาเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิดและโวยวายออกมา เขาบ่นว่าไม่มีใครสนใจเขาเลยเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ทุกคนเอาแต่ถามหารถจักรยานยนต์ โดยไม่ได้เป็นห่วงร่างกายของเขาเลย ความรู้สึกน้อยใจนี้เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเครียดอย่างหนัก
การทะเลาะวิวาทและจุดเริ่มของการจี้ตัวประกัน
ตกเย็น ภรรยาของเขากลับมาถึงบ้านหลังจากเลิกงานรับจ้าง ผู้ใหญ่บ้านได้พยายามเข้ามาพูดคุยเพื่อให้เขาใจเย็นลง แต่เขาก็ยังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียว เขาบ่นว่าอยากกลับบ้านที่โคราชแต่ก็ไม่ได้กลับ รู้สึกเหมือนอยู่ที่นี่แล้วไม่มีใครเข้าใจและคอยดูแลเขา
ช่วงค่ำเวลาประมาณ 21.00 น. เขาเริ่มอาละวาดหนักขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเชิญตัวเขาไปพูดคุยที่ตู้ยาม เพื่อให้เขาสงบสติอารมณ์ลง แต่ในระหว่างที่ตำรวจเตรียมจะพาเขากลับบ้าน นายวุฒิไกรได้ดึงตัวภรรยาเดินไปทางตลาด ทั้งคู่มีปากเสียงกันตลอดทาง ทำให้ความเครียดของเขาพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด
เหตุการณ์เผชิดหน้าสุดระทึกขวัญภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น
นายวุฒิไกรได้ฉุดกระชากภรรยาเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งอยู่ห่างจากป้อมตำรวจเพียงแค่ 200 เมตร จากนั้นเขาได้หยิบมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ออกมาจี้ที่บริเวณคอด้านหน้าของภรรยา เขาเรียกร้องให้ทุกคนหันมาสนใจและแก้ไขปัญหาของเขา เขาขอเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อพูดคุย และสัญญาว่าจะยอมมอบตัวหากทุกอย่างตกลงกันได้
ท่ามกลางความตกใจของพนักงานและลูกค้าในร้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รีบอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
พ.ต.ท.ถนอม อิ่มมณี และ พ.ต.ท.บันลัง สถิตย์แจ้ง ได้นำกำลังตำรวจกว่า 20 นายเข้ามาระงับเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยและเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุอย่างใจเย็น การเจรจาดำเนินไปอย่างตึงเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน
ในที่สุดความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นผลสำเร็จ นายวุฒิไกรเริ่มมีท่าทีอ่อนลงและสงบสติอารมณ์ได้ เขายอมวางมีดและปล่อยตัวภรรยาแต่โดยดี เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย
หลังจากที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด ตำรวจได้นำตัวนายวุฒิไกรไปสอบสวนอย่างละเอียดที่สถานีตำรวจ การสอบสวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารภายในครอบครัว ความน้อยใจเพียงเล็กน้อยอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ หากบุคคลนั้นไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ การรับฟังและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ขึ้นในสังคมของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางถนนในอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อชายหนุ่มฟิวส์ขาดตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง เขาได้ขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างจัง ร่างของผู้บาดเจ็บกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง ในขณะที่รถเก๋งคันดังกล่าวยังคงลากรถจักรยานยนต์ติดหน้ารถไปไกลกว่า 200 เมตร
หลังเกิดเหตุการณ์สุดระทึก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที ทีมกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรได้เข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้น โชคดีที่มีพลเมืองดีและญาติของผู้บาดเจ็บเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทำให้ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลคลองขลุงได้อย่างปลอดภัยในที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- การก่อเหตุสุดอุกอาจ: อดีตสามีขับรถเก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ของอดีตภรรยาอย่างแรง และลากรถมอเตอร์ไซค์ไปไกลกว่า 200 เมตรกลางถนน
- มูลเหตุจากความหึงหวง: ผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำไปเพราะความหึงหวง หลังจากเห็นอดีตภรรยาโพสต์ภาพคู่กับแฟนใหม่ลงในสื่อสังคมออนไลน์
- ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด: ผู้ก่อเหตุได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจฆ่า แต่ทำไปเพราะต้องการให้หยุดรถเพื่อพูดคุยกัน
ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้คือ น.ส.นรีรัตน์ หญิงสาวอายุ 39 ปี เธอได้เปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังสุดสะเทือนใจกับสื่อมวลชน เธอเล่าว่าได้ตัดสินใจเลิกรากับอดีตสามีมาประมาณ 2 เดือนแล้ว เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันบ่อยครั้ง
ตลอดเวลาที่เลิกรากันไป ฝ่ายชายยังคงพยายามตามง้อขอคืนดีอยู่เสมอ แต่เธอได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและเลือกที่จะบล็อกช่องทางการติดต่อทุกทาง การกระทำนี้ทำให้อดีตสามีต้องพยายามติดต่อผ่านคนรอบข้างแทน และบางครั้งก็มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายร่วมด้วย
จุดแตกหักที่นำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์ เมื่อฝ่ายชายเห็นภาพของเธอและแฟนใหม่บนโซเชียลมีเดีย ภาพบาดใจเหล่านั้นทำให้ความหึงหวงปะทุขึ้นขีดสุด จนนำไปสู่การวางแผนขับรถสะกดรอยตามเพื่อก่อเหตุร้ายแรงในเวลาต่อมา
ในเช้าวันเกิดเหตุ น.ส.นรีรัตน์ กำลังขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำงานตามปกติ เธอสังเกตเห็นรถเก๋งฮอนด้าซีวิคสีดำของอดีตสามีขับตามมา ภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้นเผยให้เห็นชัดเจนว่า รถเก๋งเร่งเครื่องพุ่งชนท้ายรถของเธออย่างแรงที่บริเวณหน้าธนาคาร
ร่างของเธอกระเด็นตกลงบนพื้นถนนอย่างรุนแรง สิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดคือ ล้อรถเก๋งได้ทับไปที่ขาขวาของเธอด้วย โชคดีอย่างยิ่งที่กระดูกไม่หักและไม่ได้รับบาดเจ็บถึงแก่ชีวิต หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุได้ลงจากรถมาดึงรถจักรยานยนต์ที่ติดหน้ารถออก แล้วขับหลบหนีไป
ผู้ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายบรรเจิด ชายอายุ 41 ปี ซึ่งในเวลาต่อมาได้ติดต่อผ่านผู้นำชุมชนเพื่อขอเข้ามอบตัว เขาให้การสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะความหึงหวงสะสม เขารู้สึกโกรธจัดและยอมรับว่าฟิวส์ขาดเมื่อเห็นอดีตภรรยามีคนรักใหม่
นายบรรเจิดพยายามอธิบายว่า เขาไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าอดีตภรรยาให้เสียชีวิต เขาเพียงต้องการขับรถชนเพื่อให้เธอตกใจและหยุดรถเพื่อเคลียร์ใจกันเท่านั้น แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันบานปลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจหลบหนีไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
อย่างไรก็ตาม ข้อแก้ตัวของผู้กระทำความผิดไม่สามารถลบล้างความผิดได้ ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยาน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ร้ายแรง ซึ่งสังคมต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
คนขับรถเมาสุราชนรถจักรยานยนต์ คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 14 ปี
ตำรวจเชียงรายจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนำไปขายข้ามพรมแดน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
ข่าวกีฬา Sports4 days agoเชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoแพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย




