เชียงราย - Chiang Rai News
การต่อสู้เร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการทำเหมืองผิดกฎหมายและปกป้องแม่น้ำในจังหวัดเชียงราย
ชียงราย – กลุ่มภาคประชาสังคมและนักวิชาการกำลังเตรียมจัด “ธรรมะยาตรา” (การแสวงบุญทางพุทธศาสนา) เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศใช้เวทีระหว่างประเทศกดดันประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากการค้นพบเหมืองแร่ผิดกฎหมายกว่า 2,500 แห่ง ที่ปล่อยโลหะหนักปนเปื้อนซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำสำหรับคนไทยหลายแสนคน
เรื่องของสิ่งแวดล้อมและน้ำที่เราใช้ดื่มใช้กินทุกวัน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนต้องให้ความสำคัญครับ ล่าสุด ประเทศไทยทางภาคเหนือของเรากำลังเจอกับปัญหาใหญ่ นั่นคือ “มลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน” ซึ่งปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 1 ปีเต็มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาจากทางภาครัฐจะยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้แม่น้ำสายสำคัญถึง 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน กำลังตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ เพราะเต็มไปด้วยสารเคมีและโลหะหนักที่อันตรายต่อสุขภาพ
สาเหตุหลักของเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านเราครับ แต่มาจากเหมืองแร่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้หนักหนาจนกลุ่มชาวบ้าน นักอนุรักษ์ และนักวิชาการต้องจับมือกัน เตรียมจัดกิจกรรมเดินขบวนที่เรียกว่า “ธรรมยาตรา” เพื่อส่งเสียงดังๆ ไปถึงรัฐบาลไทย ให้เร่งหาทางออกในระดับนานาชาติอย่างเร่งด่วน
สัญญาณอันตราย: เหมืองเถื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
เพื่อให้เข้าใจปัญหาได้ง่ายขึ้น เราต้องมองย้อนกลับไปถึงความต้องการแร่ธาตุในตลาดโลกครับ ทุกวันนี้โลกเราต้องการ “แร่หายาก” (Rare Earth) รวมถึงแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เพื่อเอาไปผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า พอความต้องการสูงขึ้น เหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านก็ผุดขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย
จากรายงานของ สำนักข่าว News1 ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากสถาบันวิจัยระดับโลก ยืนยันว่าเหมืองแร่ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและควบคุมอย่างถูกต้องเหล่านี้ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจมากครับ จากเดิมปีที่แล้วมีประมาณ 2,300 แห่ง ตอนนี้พุ่งสูงถึง 2,582 แห่งแล้ว การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ ส่งผลให้สารเคมีและโลหะหนักจากการทำเหมืองไหลลงสู่แม่น้ำทั้ง 5 สายอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ประเทศไทยของเราเองก็เป็นทางผ่านของการนำเข้าแร่ธาตุเหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแร่พลวง แมงกานีส ตะกั่ว หรือดีบุก โดยขนส่งผ่านด่านชายแดนหลายแห่ง ตั้งแต่เชียงแสน แม่สาย แม่สอด ยาวไปจนถึงประจวบคีรีขันธ์และระนอง เพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน กลายเป็นว่าบ้านเราต้องมารับผลกระทบจากกระบวนการผลิตและการค้าเหล่านี้เต็มๆ
ผลกระทบถึงหน้าบ้าน: เมื่อแหล่งน้ำประปาเต็มไปด้วยโลหะหนัก
มลพิษเหล่านี้ไม่ได้ลอยอยู่แค่ในอากาศหรือจบแค่ที่ชายแดน แต่มันซึมลึกเข้าไปในน้ำ ดิน และตะกอนดิน ที่ชาวบ้านใช้ทำไร่ทำนาและใช้ในชีวิตประจำวัน หากสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย ก็จะสะสมและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในระยะยาวได้
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ลองมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกันครับ:
- วิกฤตแหล่งน้ำดิบ: การประปาส่วนภูมิภาคไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกได้อีกต่อไป เพราะมีสารปนเปื้อนโลหะหนักสูงมาก จนต้องมีแผนสร้างที่กั้นแม่น้ำลาวเพื่อดึงน้ำมาใช้แทน ซึ่งโครงการนี้ต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลถึง 2,100 ล้านบาท
- ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก: เฉพาะคนที่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำกกก็มีมากถึง 40,000 ครอบครัว หรือราวๆ 160,000 คนแล้ว ถ้ารวมชาวบ้านริมแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเข้าไปด้วย จะมีคนเดือดร้อนรวมกันไม่ต่ำกว่า 70,000 ครอบครัว
- ผลกระทบต่อดินและการเกษตร: สารปนเปื้อนในดินทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีความเสี่ยงที่จะมีสารพิษตกค้าง ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค
ธรรมยาตรา: ก้าวเดินเพื่อทวงคืนสายน้ำที่ใสสะอาด
เมื่อปีก่อน (วันที่ 5 มิถุนายน 2568) เครือข่ายประชาชนได้เคยจัดกิจกรรมและยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลไทย จีน และเมียนมา ช่วยกันแก้ปัญหานี้แล้ว แต่หลังจากนั้น รัฐบาลไทยมีการพูดคุยกับเมียนมาเพียงแค่ครั้งเดียวในเดือนสิงหาคม 2568 แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกเลย
เมื่อเสียงเรียกร้องเดิมยังไม่เป็นผล ภาคีเครือข่าย นำโดย อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา พร้อมด้วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงตัดสินใจจัดกิจกรรม “ธรรมยาตรา” ขึ้นอีกครั้ง
เป้าหมายและเส้นทางของกิจกรรมธรรมยาตรา มีดังนี้:
- วันเวลาจัดงาน: เริ่มเดินตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 (ตรงกับวันวิสาขบูชา) ยาวไปจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก รวมเวลาจัดกิจกรรม 6 วันเต็ม
- เส้นทางก้าวเดิน: ขบวนจะเริ่มต้นจาก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเดินเลาะฝั่งซ้ายของแม่น้ำกก ไปสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
- การแวะรับฟังปัญหา: ตลอดเส้นทาง ขบวนจะแวะพักตามหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เช่น บ้านหาดชมพู บ้านใหม่หมอกจ๋าม และบ้านรวมมิตร เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ระบายความเดือดร้อน
- รวมพลังทางน้ำในวันสุดท้าย: คณะสงฆ์และภาคประชาชนจะร่วมกันล่องเรือ 15 ลำ ไปยังสะพานแม่ฟ้าหลวง เพื่อร่วมกับกลุ่มศิลปินในการแสดงสัญลักษณ์ปกป้องแม่น้ำ
ข้อเรียกร้องถึงผู้นำ: ถึงเวลาต้องใช้เวทีโลกกดดัน
การเดินขบวนครั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านและนักวิชาการตั้งใจที่จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเองที่จังหวัดเชียงราย
อาจารย์เตือนใจ ได้ให้มุมมองที่สำคัญมากว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องภายในท้องถิ่น แต่เป็น “ปัญหาระดับโลก” ไปแล้ว ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในระบบการค้าแร่ธาตุ จะยอมให้มีการทำเหมืองผิดกฎหมายที่ปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมแบบนี้ต่อไปไม่ได้ รัฐบาลควรใช้เวทีเจรจาระดับนานาชาติ เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) หรือ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เข้ามากดดัน เพื่อให้เกิดการทำเหมืองที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และปลอดภัย
แม่น้ำทั้ง 5 สายเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนนับแสน การที่เราปล่อยให้สายน้ำเหล่านี้ถูกทำลายจากสารเคมีข้ามพรมแดน ก็เหมือนกับการปล่อยให้วิถีชีวิตและสุขภาพของคนไทยแย่ลงทุกวัน ปัญหานี้ใหญ่เกินกว่าที่ชาวบ้านจะแก้ไขกันเองได้ หวังว่าการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ จะเป็นเสียงที่ดังพอให้รัฐบาลตื่นตัว และร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะเรื่องของแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม คือเรื่องของชีวิตที่รอไม่ได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตแม่น้ำโขงเชียงรายน่าห่วง! พบ “สารหนู” พุ่งสูงเกินมาตรฐาน สัตว์หน้าดินเสี่ยงสูญพันธุ์กว่า 60%
ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตฝนถล่มเชียงราย!! ดินสไลด์ตัดขาดถนนแม่ฟ้าหลวง-น้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือน
เชียงราย – วันนี้ (31 ก.ค.) เกิดเหตุฝนตกหนักและดินสไลด์ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทำให้ถนนพังเสียหายและรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ขณะเดียวกันแม่น้ำลาวได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนในอำเภอเมืองเชียงรายกว่า 50 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือและซ่อมแซมจุดที่เสียหายแล้ว
เมื่อเวลา 04.53 น. ของวันที่ 31 กรกฎาคม กรมทรัพยากรน้ำรายงานสภาพอากาศที่แปรปรวนหนัก มีปริมาณฝนตกสะสมสูงถึง 89 มิลลิเมตรในพื้นที่ตำบลแม่สลองใน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดดินสไลด์อย่างรุนแรง ทับเส้นทางหลักที่ใช้เข้าสู่หมู่บ้านห้วยผึ้ง อำเภอแม่ฟ้าหลวง
ดินที่ถล่มลงมาทำให้พื้นผิวถนนทรุดตัวและพังเสียหายในหลายจุด รถยนต์ทั่วไปไม่สามารถขับผ่านเส้นทางนี้ได้เลย ขณะที่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ยังพอสัญจรผ่านได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุด ติดตามข้อมูลภัยพิบัติเพิ่มเติมได้ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สรุปประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักสะสม 89 มิลลิเมตร ทำให้เกิดดินถล่มและถนนทรุดตัวในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง
- ระดับน้ำในแม่น้ำสายลดลงแล้ว แต่แม่น้ำลาวเอ่อท่วมบ้านเรือนในอำเภอเมืองเชียงราย
- หน่วยงานท้องถิ่นเร่งเข้าช่วยเหลือ ซ่อมแซมถนน และเตือนให้ชาวบ้านหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมถนนและช่วยเหลือชาวบ้าน
นอกจากถนนที่ถูกตัดขาดแล้ว ยังมีดินโคลนไหลเข้าสู่บ้านเรือนประชาชนบางส่วน โชคดีที่ความเสียหายไม่รุนแรง และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและฝ่ายปกครองได้ลงพื้นที่ทันที พวกเขาช่วยกันซ่อมแซมถนนในจุดที่สามารถแก้ไขได้ เพื่อให้ชาวบ้านกลับมาเดินทางได้ตามปกติโดยเร็ว
สำหรับพื้นที่ที่เสียหายหนักและต้องใช้เวลาซ่อมแซมนาน เจ้าหน้าที่ได้ติดป้ายประกาศเตือนอย่างชัดเจน โดยขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางเหล่านั้นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน พื้นที่นี้เพิ่งเผชิญปัญหาดินทรุดและน้ำกัดเซาะในหมู่บ้านใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เมืองเชียงราย
ข่าวดีสำหรับวันนี้คือ ระดับน้ำในแม่น้ำสายเริ่มลดระดับลงอย่างช้าๆ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณชายแดนไทยและเมียนมาคลี่คลายลง พื้นที่ทั้งสองฝั่งปลอดภัยจากการถูกน้ำกัดเซาะตลิ่ง
แต่ในทางกลับกัน แม่น้ำลาวที่ไหลผ่านอำเภอเมืองเชียงรายกลับมีระดับน้ำสูงขึ้นถึง 4.69 เมตร มวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมหมู่บ้านร่องขุ่น ทำให้มีน้ำท่วมขังราว 10 ครัวเรือน
นอกจากนี้ พื้นที่บ้านสันสลีซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ล่าสุดมีรายงานว่าน้ำได้เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 40 ครัวเรือนแล้ว
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประเมินความเสียหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ ประชาชนสามารถติดตามประกาศสภาพอากาศได้จาก กรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุการณ์ยิงกันสุดเศร้าในเชียงราย!!เจ้าหน้าที่หมู่บ้านยิงคนร้ายใช้มีดทำร้ายเพื่อช่วยชีวิตลูกชาย
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรจังหวัดเชียงรายอนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก
เชียงราย - Chiang Rai News
สำนักงานส่งเสริมการเกษตรจังหวัดเชียงรายอนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก
เชียงราย – เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) จังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมทำสัญญาเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยจำนวน 265,800 บาท ให้กับกลุ่มเกษตรกร โครงการนี้มุ่งสนับสนุนการเลี้ยงปลาดุกเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิก 13 คน ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 3 ปี
นายนิยม สุวรรณประภา หัวหน้าสำนักงาน กฟก. สาขาเชียงราย ได้นำทีมงานลงพื้นที่พบปะเกษตรกรอย่างใกล้ชิด การลงพื้นที่ครั้งนี้จัดขึ้นที่บ้านป่าบงงาม ตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พวกเขาได้จัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารเงินทุน
เจ้าหน้าที่ได้อธิบายขั้นตอนปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขของสัญญาให้ทุกคนทราบอย่างชัดเจน การพูดคุยนี้ช่วยให้สมาชิกเข้าใจตรงกันก่อนที่จะลงนามและรับเงินไปใช้ โครงการนี้มุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถนำเงินไปลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อครอบครัว
ประเด็นสำคัญ
- กฟก. เชียงราย อนุมัติเงินทุน 265,800 บาท แบบไม่มีดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่
- โครงการนี้เน้นการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงปลาดุก โดยมีสมาชิกร่วมโครงการจำนวน 13 คน
- ระยะเวลาของโครงการอยู่ที่ 3 ปี เพื่อให้เกษตรกรมีเวลาพัฒนาธุรกิจของตนเองอย่างมั่นคง
คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้มีมติอนุมัติแผนงานนี้เพื่อช่วยเหลือและยกระดับกลุ่มเกษตรกร โครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้แผนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประจำปี 2569 ซึ่งตั้งเป้าหมายในการสร้างรายได้เสริม กลุ่มเป้าหมายหลักคือองค์กรเกษตรกรพัฒนาสวนแตงโมที่ต้องการขยายโอกาสทำกิน
เงินทุนสนับสนุนจำนวน 265,800 บาทนี้ เป็นเงินกู้ยืมที่ไม่มีการคิดดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงใดๆ สมาชิกทั้ง 13 คนจะได้รับโอกาสในการนำทุนก้อนนี้ไปบริหารจัดการฟาร์มปลาดุกของตนเองตลอด 3 ปี สิ่งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มพูนรายได้ให้กับชุมชน
2026/08/2-1.jpg" alt="124 สำนักงานส่งเสริมการเกษตรจังหวัดเชียงรายอนุมัติสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุก" width="1477" height="1108" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpg?w=1477&ssl=1 1477w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpg?resize=300%2C225&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpg?resize=1024%2C768&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-1.jpg?resize=768%2C576&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย
การสนับสนุนจาก กฟก. ไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงโครงการนี้เท่านั้น เกษตรกรกลุ่มอื่นๆ ในจังหวัดที่สนใจสามารถรวมกลุ่มเพื่อเสนอแผนงานได้เช่นกัน กฟก. พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาปรึกษาและขอรับการสนับสนุน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก
เป้าหมายระยะยาวคือการทำให้เกษตรกรสามารถยืนหยัดและพึ่งพาตนเองได้ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน การให้ความรู้ควบคู่ไปกับเงินทุนคือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้โครงการต่างๆ ประสบความสำเร็จ คุณสามารถติดตามข่าวสารและการสนับสนุนอื่นๆ เพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เพื่ออัปเดตข้อมูลใหม่ๆ
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นเสนอโครงการ สามารถติดต่อสำนักงาน กฟก. สาขาจังหวัดเชียงรายได้โดยตรง สำนักงานตั้งอยู่ที่ชั้น 1 ของศาลากลางจังหวัดเชียงราย หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่เบอร์ 053-150156 ในวันและเวลาราชการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายตั้งเป้าเป็น”ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก”
เหตุการณ์ยิงกันสุดเศร้าในเชียงราย!!เจ้าหน้าที่หมู่บ้านยิงคนร้ายใช้มีดทำร้ายเพื่อช่วยชีวิตลูกชาย
เชียงราย - Chiang Rai News
เหตุการณ์ยิงกันสุดเศร้าในเชียงราย!!เจ้าหน้าที่หมู่บ้านยิงคนร้ายใช้มีดทำร้ายเพื่อช่วยชีวิตลูกชาย
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านต้องตัดสินใจใช้ปืนประจำกายเพื่อปกป้องชีวิตลูกชายของตนเอง เหตุการณ์สุดระทึกนี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ยาว ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้ง
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อเห็นลูกชายถูกคนร้ายใช้มีดปลายแหลมบุกเข้ามาทำร้ายต่อหน้าต่อตา ด้วยสัญชาตญาณความเป็นพ่อที่ต้องปกป้องครอบครัว เขาจึงตัดสินใจชักปืนพกขนาด 9 มม. ยิงสวนไปยังมือมีดเพื่อหยุดยั้งเหตุร้าย กระสุนเข้าเป้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตคาที่ในเวลาต่อมา
ประเด็นสำคัญ
- ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตัดสินใจใช้ปืน 9 มม. ยิงชายวัย 55 ปีจนเสียชีวิต หลังจากเห็นว่าชายคนดังกล่าวใช้มีดทำร้ายร่างกายลูกชายของตนเอง
- จุดเกิดเหตุอยู่ที่บ้านห้วยขมนอก ตำบลแม่ยาว จังหวัดเชียงราย โดยผู้เสียชีวิตมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ
- ผู้ก่อเหตุไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่เลือกที่จะยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ยาว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นาทีชีวิต เมื่อพ่อต้องปกป้องลูกจากคมมีด
ตามรายงานข่าวจาก ข่าวสดออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุชายถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณท้ายหมู่บ้านจะแตะ พื้นที่นี้เป็นหมู่บ้านบริวารของบ้านห้วยขมนอก หมู่ 10 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งปกติแล้วเป็นชุมชนที่ค่อนข้างเงียบสงบ
เมื่อทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายจะคือ อายุ 55 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บนพื้น บริเวณศีรษะมีบาดแผลจากการถูกยิงด้วยกระสุนปืนอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน นายนิคม อายุ 45 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ
ต้นตอความขัดแย้งที่นำไปสู่เหตุสลด
จากการสอบสวนเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย นายจะคือได้ใช้มีดปลายแหลมเข้าทำร้ายนายสิทธิ์ ลูกชายวัย 24 ปีของนายนิคมอย่างอุกอาจ โดยคมมีดได้ฟันเข้าที่บริเวณแขนของนายสิทธิ์จนได้รับบาดเจ็บ
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน นายนิคมผู้เป็นพ่อเห็นลูกชายกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาจึงตัดสินใจชักปืนพกประจำตัวยิงเข้าที่ศีรษะของนายจะคือ การตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้มีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งอันตราย ส่งผลให้นายจะคือสิ้นใจในที่เกิดเหตุทันที
รอมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมาย
แม้จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมา แต่นายนิคมก็ไม่ได้มีความคิดที่จะหลบหนีความผิด เขาเลือกที่จะยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการสงบ เพื่อแสดงเจตนาว่าตนเองทำไปเพื่อปกป้องลูกชายและพร้อมรับผิดชอบตามกฎหมาย
ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายนิคมพร้อมของกลางไปยังสถานีตำรวจ เพื่อทำการสอบปากคำพยานและดำเนินคดีตามขั้นตอน คดีนี้เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความรักของพ่อที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก แม้จะต้องเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมก็ตาม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโล”
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
ข่าวธุรกิจ Business6 days ago
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
กรมทางหลวงกำลังปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย-เชียงของ ให้เป็น 4 เลน เพื่อการค้าข้ามพรมแดนที่ดีขึ้น
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ด่วน! บ้านสองชั้นในจังหวัดพะเยาถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ทำให้ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิก 6 คนไร้ที่อยู่อาศัย








