เชียงราย - Chiang Rai News
การต่อสู้เร่งด่วนเพื่อหยุดยั้งการทำเหมืองผิดกฎหมายและปกป้องแม่น้ำในจังหวัดเชียงราย
ชียงราย – กลุ่มภาคประชาสังคมและนักวิชาการกำลังเตรียมจัด “ธรรมะยาตรา” (การแสวงบุญทางพุทธศาสนา) เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศใช้เวทีระหว่างประเทศกดดันประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากการค้นพบเหมืองแร่ผิดกฎหมายกว่า 2,500 แห่ง ที่ปล่อยโลหะหนักปนเปื้อนซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศและแหล่งน้ำสำหรับคนไทยหลายแสนคน
เรื่องของสิ่งแวดล้อมและน้ำที่เราใช้ดื่มใช้กินทุกวัน เป็นเรื่องใกล้ตัวที่พวกเราทุกคนต้องให้ความสำคัญครับ ล่าสุด ประเทศไทยทางภาคเหนือของเรากำลังเจอกับปัญหาใหญ่ นั่นคือ “มลพิษทางน้ำข้ามพรมแดน” ซึ่งปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 1 ปีเต็มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาจากทางภาครัฐจะยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทำให้แม่น้ำสายสำคัญถึง 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน กำลังตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ เพราะเต็มไปด้วยสารเคมีและโลหะหนักที่อันตรายต่อสุขภาพ
สาเหตุหลักของเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านเราครับ แต่มาจากเหมืองแร่ผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้หนักหนาจนกลุ่มชาวบ้าน นักอนุรักษ์ และนักวิชาการต้องจับมือกัน เตรียมจัดกิจกรรมเดินขบวนที่เรียกว่า “ธรรมยาตรา” เพื่อส่งเสียงดังๆ ไปถึงรัฐบาลไทย ให้เร่งหาทางออกในระดับนานาชาติอย่างเร่งด่วน
สัญญาณอันตราย: เหมืองเถื่อนที่เพิ่มขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
เพื่อให้เข้าใจปัญหาได้ง่ายขึ้น เราต้องมองย้อนกลับไปถึงความต้องการแร่ธาตุในตลาดโลกครับ ทุกวันนี้โลกเราต้องการ “แร่หายาก” (Rare Earth) รวมถึงแร่ธาตุสำคัญอื่นๆ เพื่อเอาไปผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โทรศัพท์มือถือ และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า พอความต้องการสูงขึ้น เหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านก็ผุดขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะในรัฐคะฉิ่นและรัฐฉาน ซึ่งเป็นบริเวณต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายที่ไหลเข้ามาในประเทศไทย
จากรายงานของ สำนักข่าว News1 ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากสถาบันวิจัยระดับโลก ยืนยันว่าเหมืองแร่ที่ไม่ได้รับการตรวจสอบและควบคุมอย่างถูกต้องเหล่านี้ เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน่าตกใจมากครับ จากเดิมปีที่แล้วมีประมาณ 2,300 แห่ง ตอนนี้พุ่งสูงถึง 2,582 แห่งแล้ว การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ ส่งผลให้สารเคมีและโลหะหนักจากการทำเหมืองไหลลงสู่แม่น้ำทั้ง 5 สายอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ประเทศไทยของเราเองก็เป็นทางผ่านของการนำเข้าแร่ธาตุเหล่านี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแร่พลวง แมงกานีส ตะกั่ว หรือดีบุก โดยขนส่งผ่านด่านชายแดนหลายแห่ง ตั้งแต่เชียงแสน แม่สาย แม่สอด ยาวไปจนถึงประจวบคีรีขันธ์และระนอง เพื่อส่งต่อไปยังประเทศจีน กลายเป็นว่าบ้านเราต้องมารับผลกระทบจากกระบวนการผลิตและการค้าเหล่านี้เต็มๆ

ผลกระทบถึงหน้าบ้าน: เมื่อแหล่งน้ำประปาเต็มไปด้วยโลหะหนัก
มลพิษเหล่านี้ไม่ได้ลอยอยู่แค่ในอากาศหรือจบแค่ที่ชายแดน แต่มันซึมลึกเข้าไปในน้ำ ดิน และตะกอนดิน ที่ชาวบ้านใช้ทำไร่ทำนาและใช้ในชีวิตประจำวัน หากสารโลหะหนักเข้าสู่ร่างกาย ก็จะสะสมและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในระยะยาวได้
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ลองมาดูผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงกันครับ:
- วิกฤตแหล่งน้ำดิบ: การประปาส่วนภูมิภาคไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกได้อีกต่อไป เพราะมีสารปนเปื้อนโลหะหนักสูงมาก จนต้องมีแผนสร้างที่กั้นแม่น้ำลาวเพื่อดึงน้ำมาใช้แทน ซึ่งโครงการนี้ต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลถึง 2,100 ล้านบาท
- ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก: เฉพาะคนที่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำกกก็มีมากถึง 40,000 ครอบครัว หรือราวๆ 160,000 คนแล้ว ถ้ารวมชาวบ้านริมแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเข้าไปด้วย จะมีคนเดือดร้อนรวมกันไม่ต่ำกว่า 70,000 ครอบครัว
- ผลกระทบต่อดินและการเกษตร: สารปนเปื้อนในดินทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีความเสี่ยงที่จะมีสารพิษตกค้าง ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค

ธรรมยาตรา: ก้าวเดินเพื่อทวงคืนสายน้ำที่ใสสะอาด
เมื่อปีก่อน (วันที่ 5 มิถุนายน 2568) เครือข่ายประชาชนได้เคยจัดกิจกรรมและยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลไทย จีน และเมียนมา ช่วยกันแก้ปัญหานี้แล้ว แต่หลังจากนั้น รัฐบาลไทยมีการพูดคุยกับเมียนมาเพียงแค่ครั้งเดียวในเดือนสิงหาคม 2568 แล้วทุกอย่างก็เงียบหายไป ไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีกเลย
เมื่อเสียงเรียกร้องเดิมยังไม่เป็นผล ภาคีเครือข่าย นำโดย อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา พร้อมด้วยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงตัดสินใจจัดกิจกรรม “ธรรมยาตรา” ขึ้นอีกครั้ง
เป้าหมายและเส้นทางของกิจกรรมธรรมยาตรา มีดังนี้:
- วันเวลาจัดงาน: เริ่มเดินตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 (ตรงกับวันวิสาขบูชา) ยาวไปจนถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก รวมเวลาจัดกิจกรรม 6 วันเต็ม
- เส้นทางก้าวเดิน: ขบวนจะเริ่มต้นจาก ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ แล้วเดินเลาะฝั่งซ้ายของแม่น้ำกก ไปสิ้นสุดที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
- การแวะรับฟังปัญหา: ตลอดเส้นทาง ขบวนจะแวะพักตามหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เช่น บ้านหาดชมพู บ้านใหม่หมอกจ๋าม และบ้านรวมมิตร เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ระบายความเดือดร้อน
- รวมพลังทางน้ำในวันสุดท้าย: คณะสงฆ์และภาคประชาชนจะร่วมกันล่องเรือ 15 ลำ ไปยังสะพานแม่ฟ้าหลวง เพื่อร่วมกับกลุ่มศิลปินในการแสดงสัญลักษณ์ปกป้องแม่น้ำ
ข้อเรียกร้องถึงผู้นำ: ถึงเวลาต้องใช้เวทีโลกกดดัน
การเดินขบวนครั้งนี้ กลุ่มชาวบ้านและนักวิชาการตั้งใจที่จะเชิญผู้บริหารระดับสูงของประเทศ ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการต่างประเทศ ให้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาด้วยตัวเองที่จังหวัดเชียงราย
อาจารย์เตือนใจ ได้ให้มุมมองที่สำคัญมากว่า ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องภายในท้องถิ่น แต่เป็น “ปัญหาระดับโลก” ไปแล้ว ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในระบบการค้าแร่ธาตุ จะยอมให้มีการทำเหมืองผิดกฎหมายที่ปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อมแบบนี้ต่อไปไม่ได้ รัฐบาลควรใช้เวทีเจรจาระดับนานาชาติ เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) หรือ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เข้ามากดดัน เพื่อให้เกิดการทำเหมืองที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และปลอดภัย
แม่น้ำทั้ง 5 สายเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนนับแสน การที่เราปล่อยให้สายน้ำเหล่านี้ถูกทำลายจากสารเคมีข้ามพรมแดน ก็เหมือนกับการปล่อยให้วิถีชีวิตและสุขภาพของคนไทยแย่ลงทุกวัน ปัญหานี้ใหญ่เกินกว่าที่ชาวบ้านจะแก้ไขกันเองได้ หวังว่าการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ จะเป็นเสียงที่ดังพอให้รัฐบาลตื่นตัว และร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะเรื่องของแหล่งน้ำและสิ่งแวดล้อม คือเรื่องของชีวิตที่รอไม่ได้ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิกฤตแม่น้ำโขงเชียงรายน่าห่วง! พบ “สารหนู” พุ่งสูงเกินมาตรฐาน สัตว์หน้าดินเสี่ยงสูญพันธุ์กว่า 60%
ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายได้ยื่นคำร้องต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ลุยตรวจสถานบันเทิงและร้านอาหารยามค่ำคืนในเขตตัวเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุอาชญากรรม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว การมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิดช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจมากขึ้น
เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเชียงรายได้เรียกประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้ชาวบ้านชุมชนน้ำลัด การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลากลางจังหวัด โดยมีนายลิขิต มีเสรี เป็นประธาน เพื่อหารือกรณีชาวบ้านได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำริมแม่น้ำกก โครงการนี้สร้างความเดือดร้อนให้คนในพื้นที่มาพักใหญ่จนต้องร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน
โครงการดังกล่าวเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์และวางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวแทนบริษัทผู้รับเหมาและเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงรายได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาโดยตรง นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านกว่า 20 คน นำโดยนายวิชัย ตาแปง ประธานชุมชน มาร่วมสะท้อนความเดือดร้อนอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านชุมชนน้ำลัดได้รับความเดือดร้อนหนักจากการก่อสร้าง ทั้งปัญหาฝุ่นควัน ถนนพัง และบ้านเรือนแตกร้าว
- ศูนย์ดำรงธรรมสั่งผู้รับเหมาเร่งแก้ปัญหาและเตรียมทีมช่างลงพื้นที่ประเมินค่าชดเชยให้ชาวบ้าน
- ถนนทางเข้าชุมชนจะซ่อมแซมเสร็จและเปิดใช้งานได้ภายใน 10 ธันวาคม 2569
นายวิชัย ประธานชุมชนเปิดเผยว่า โครงการนี้สร้างความลำบากให้ชาวบ้านอย่างหนัก ปัญหาเร่งด่วนคือฝุ่นจากการก่อสร้างที่ปลิวเข้าบ้านตลอดเวลา ทำให้หลายคนมีอาการระคายเคืองและป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้สภาพถนนที่ขรุขระยังทำให้ชาวบ้านเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งไปกว่านั้น บ้านหลายหลังได้รับความเสียหาย ทั้งรอยร้าว รั้วพัง และพื้นทรุดตัว
นายลิขิต ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม ย้ำว่าการช่วยเหลือต้องครอบคลุมและเป็นธรรมที่สุด เขาได้สั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งทำงานในจุดที่กระทบกับชาวบ้านให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบเพิ่มเติม จึงจะส่งทีมช่างลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย การทำเช่นนี้จะช่วยให้ประเมินและจ่ายเงินเยียวยาได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนตามความจริง
ผู้รับเหมาพร้อมรับผิดชอบ เปิดถนนธันวาคมนี้
ด้านนายทรงพล สุอ่ำ วิศวกรโครงการ ยืนยันว่าทางบริษัทจะรีบแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด สำหรับเส้นทางเข้าชุมชนน้ำลัด ซอย 1 คาดว่าจะซ่อมแซมและเปิดให้รถวิ่งได้ตามปกติในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ หากต้องการติดตามประกาศเพิ่มเติมของหน่วยงานรัฐ สามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนชาวบ้านที่ขาดรายได้จากการค้าขายในช่วงที่มีการก่อสร้าง ทางโครงการก็พร้อมให้การชดเชย ขอเพียงนำเอกสารรายรับรายจ่ายหรือสเตทเมนต์มาทำข้อตกลงที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อรับเงินเยียวยา หลังจากจบการประชุม ทุกฝ่ายได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายของบ้านเรือน การลงพื้นที่ครั้งนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน และหาแนวทางซ่อมแซมบ้านที่เสียหายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สส.เชียงราย โต้กัมพูชากลางเวที IPU ยันเลือกความก้าวหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News
บุกยึด! ยาบ้า 20 กระสอบ ริมโขงเชียงแสน
เชียงราย – เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.เชียงราย ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งสำคัญ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้สำเร็จ ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก น.อ.อูนนที มุสิกะนันทน์ ผู้บังคับหน่วย นรข.เขตเชียงราย ได้สั่งการด่วน น.ท.วรวิทย์ นพเก้า หัวหน้าสถานีเรือเชียงแสน จึงนำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษลงพื้นที่เป้าหมาย พวกเขาเข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านแซวอย่างละเอียดเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมายที่อาจซ่อนอยู่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากถึง 20 กระสอบ บริเวณริมแม่น้ำโขง
- พบรถยนต์ต้องสงสัย: มีการยึดรถยนต์ 1 คันในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้กระทำผิด
- เร่งตรวจสอบหลักฐาน: ของกลางทั้งหมดถูกส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อตามหาตัวผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ผลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวน 20 กระสอบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอีก 1 คันจอดทิ้งไว้ใกล้กับจุดที่พบยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด
หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดเดินทางกลับไปยังกองบังคับการ นรข.เขตเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจนับจำนวนเม็ดยาบ้าอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างรัดกุมที่สุด

การเฝ้าระวังตามแนวชายแดน
จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนยาเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดที่ยึดได้ และยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมใดๆ ทุกอย่างยังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติมและการประกาศอย่างเป็นทางการ
การตรวจยึดยาเสพติดในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่มักมีการลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมายอยู่เสมอ ดังนั้น การลาดตระเวนและการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก
เจ้าหน้าที่จะยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่ตอนในของประเทศ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ช่วยให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่เองก็สามารถเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าหน้าที่ได้เช่นกัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะตกเหวลึกที่เวียงแก่น เชียงราย ดับ 1 บาดเจ็บ 10 ราย
สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด

