ข่าวอาชญากรรม - Crime
รวบหญิงเชียงราย เปิดบัญชีม้าให้เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์
เชียงราย – ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุม น.ส.อัจฉริยา อายุ 30 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย และความผิดทางการเงินที่เกี่ยวข้อง
คดีนี้ระบุพฤติการณ์ร่วมกันจัดให้มี ชักชวน หรือโฆษณาการพนันผิดกฎหมาย รวมถึงข้อหาฟอกเงินด้วย นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังกล่าวหาว่าเธอยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร หรือบัญชี e-money ของตน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจใช้เอง และรู้ หรือควรรู้ว่าอาจถูกนำไปใช้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือความผิดอื่น
เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่บริเวณลานจอดรถห้องเช่า ซอย 14 ตำบลแม่เจดีย์ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
เส้นทางเงินโยงเว็บพนัน YAKBET168
พล.ต.ท.ณัฐสัช ชาวนาศัย ผู้บัญชาการกองปราบปราม ระบุว่า ชุดสืบสวนติดตามกลุ่มบุคคลที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายพนันออนไลน์ ซึ่งทำหน้าที่ให้บริการพนันผิดกฎหมาย และใช้หลายบัญชีธนาคารรับโอนเงินจากผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ YAKBET168
จากการสืบสวน พบว่ากลุ่มดังกล่าวมีการส่งลิงก์ชักชวนให้สมัครสมาชิกและเล่นพนันผ่านระบบออนไลน์ ต่อมา เมื่อคดีคืบหน้า ตำรวจพบการใช้บัญชีจำนวนมากเพื่อรับเงินจากผู้เล่น
ขณะเดียวกัน การตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินหมุนเวียนระดับหลายล้านบาท และตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาทำงานเป็นกลุ่มแบบแบ่งหน้าที่ชัดเจน บางคนดูแลโอนเงินภายใน บางคนกดเงินสดจากตู้ ATM แล้วนำส่งต่อให้สมาชิกอื่น อีกส่วนหนึ่งรับหน้าที่เปิดบัญชีเพื่อรองรับเงินโอนที่เกี่ยวข้องกับการพนัน
บทบาทผู้ต้องหา และการจับกุมในเชียงราย
ตำรวจระบุว่า น.ส.อัจฉริยาเป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่าย โดยมีคนว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคาร แล้วนำไปใช้เป็นช่องทางรับโอนเงินจากนักพนันออนไลน์
หลังรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ก่อนหน้านี้ สภ.บางกรวย จังหวัดนนทบุรี จับกุมไปแล้ว 3 ราย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแต่ละคนมีหน้าที่ต่างกัน ชุดสืบสวนจึงเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลือ คือ น.ส.อัจฉริยา หลังพบว่าหลบหนีและพยายามซ่อนตัว
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากกองกำกับการ 1 พบตัวเธอในพื้นที่อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย และเข้าจับกุมได้สำเร็จ จากนั้น ตำรวจควบคุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.บางกรวย จังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจในจังหวัดพะเยา ยึดยาไอซ์ได้ 597 กิโลกรัม
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงใหม่ช่วยเหลือควายตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกฆ่าเพื่อใช้ในงานเลี้ยงศพ
เชียงใหม่ – เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบควายวิ่งหนีอยู่กลางทุ่งนา อาการตื่นตกใจหนัก และวิ่งเปลี่ยนทิศตลอดเวลา ทำให้การไล่ต้อนต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะเสี่ยงเกิดอันตรายกับชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ
ระหว่างปฏิบัติการ ปศุสัตว์ตัดสินใจใช้ปืนยิงยาสลบเพื่อหยุดควายให้นิ่งลง จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวได้ ใช้เวลารวมกว่า 1 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะจับไว้ได้สำเร็จ

จากการสอบถามเจ้าของควาย ทราบว่าเพิ่งซื้อควายมาจากอำเภอแม่แตง เพื่อนำมาชำแหละประกอบอาหารในงานศพ ก่อนเกิดเหตุเจ้าของได้ผูกเชือกกับต้นไม้ และใช้ค้อนปอนด์ทุบหัวไปแล้ว 3 ครั้ง จนมีบาดแผลที่ศีรษะ แต่ควายสะบัดเชือกจนขาด แล้ววิ่งหนีออกไปทั่วพื้นที่ตำบลสันนาเม็ง

หลังควบคุมตัวได้ ตำรวจที่ร่วมภารกิจเห็นบาดแผลและความพยายามเอาชีวิตรอดของควายแล้วรู้สึกสงสาร จึงพูดคุยกับเจ้าของเพื่อขอไถ่ชีวิต โดย พ.ต.อ.สถิตชัย นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.สันทราย พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมกันลงขันซื้อต่อจากเจ้าภาพ ซึ่งเจ้าของยินยอม
ต่อมา ตำรวจได้นำควายไปมอบให้วัดลัฏฐิวัน (วัดพระนอนขอนตาล) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ควายได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ และอยู่ในความดูแลที่เหมาะสม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
คุณภาพอากาศ PM2.5 ในเชียงใหม่ถูกยกระดับเป็นระดับวิกฤต
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่จับกุมชาวอังกฤษที่ต้องการตัวในข้อหาลักทรัพย์และอยู่เกินกำหนดวีซ่า
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจในจังหวัดพะเยา ยึดยาไอซ์ได้ 597 กิโลกรัม
เชียงราย – ตำรวจปราบปรามยาเสพติดรายงานว่า จังหวัดพะเยากำลังแสดงสัญญาณว่าเป็นทั้งจุดแวะพักและเส้นทางลำเลียงยาเสพติดผิดกฎหมาย ในสองคดีติดต่อกัน ตำรวจและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยึดยาเสพติดจำนวนมาก ทั้งยาบ้าและไอซ์ (คริสตัลเมทแอมเฟตามีน) หลังจากการบุกตรวจค้นในอำเภอเชียงคำและอำเภอภูซาง
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ตำรวจในจังหวัดพะเยา ภาคเหนือของประเทศไทย ได้รับแจ้งว่ามียาเสพติดกำลังถูกขนส่งพร้อมกับสินค้าเกษตร การขนส่งดังกล่าว reportedly เข้าสู่อำเภอเชียงคำก่อน แล้วมุ่งหน้าไปยังภาคกลาง
ตามรายงานจาก ตำรวจพะเยาได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่อำเภอเชียงคำ และทีมร่วมที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่บริหารส่วนท้องถิ่นและหน่วยอาสาป้องกันหมู่บ้าน กลุ่มเจ้าหน้าที่ประมาณ 20 นาย ได้เดินทางไปตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัย
พวกเขาตรวจค้นลานยางเก่าในบ้านเลขที่ 16 หมู่ 16 ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ ภายในศาลา เจ้าหน้าที่พบถุงสีดำวางเรียงเป็นแถว ถุงแต่ละใบบรรจุขิงสด จึงดูเหมือนการส่งสินค้าเกษตรตามปกติในแวบแรก

อย่างไรก็ตาม การตรวจค้นอย่างละเอียดเผยให้เห็นสิ่งอื่น เจ้าหน้าที่พบไอซ์ซ่อนอยู่ในทุกถุง รวมทั้งสิ้น 199 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 597 กิโลกรัมของยาไอซ์
นักสืบระบุว่า ผู้ลักลอบขนยาได้ผสมยาเข้ากับขิงเพื่อปกปิดจากเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้น กลุ่มดังกล่าว allegedly เก็บสินค้านี้ไว้ในอำเภอเชียงคำ ขณะรอเคลื่อนย้ายต่อไปยังจังหวัดลพบุรี
ชาวบ้านใกล้เคียงแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าพวกเขาเห็นชายต้องสงสัยประมาณหกคนก่อนหน้านี้ ชายเหล่านั้นสวมหมวกและปิดบังใบหน้า ขณะขนถุงสีดำเข้าไปในศาลา เมื่อสังเกตเห็นยานยนต์ของเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ พวกเขาหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยรถจักรยานยนต์
ตำรวจยึดไอซ์ทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และส่งไปยังสถานีตำรวจเชียงคำ เจ้าหน้าที่ยังเริ่มตรวจหาลายนิ้วมือแฝง และเร่งขยายผลการสืบสวนเพื่อระบุตัวและจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งวันก่อนหน้า ในวันที่ 13 มีนาคม เจ้าหน้าที่อำเภอเชียงคำสั่งดำเนินการอีกครั้งภายใต้นโยบาย Quick Big Win ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ปกป้องพะเยา” การดำเนินการนี้ต่อเนื่องจากการจับกุมเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่เจ้าหน้าที่จับผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งพร้อมยาบ้า หลังการจับกุมนั้น นักสืบได้รับข้อมูลชี้ไปยังแหล่งอื่นในเครือข่าย
เจ้าหน้าที่ตั้งการซื้อขายลับเพื่อเป้าหมายสองผู้ต้องสงสัย คือ สมยศ และ วรรณา (นามสกุลถูกปกปิด) ทั้งสองเชื่อมโยงกับตำบลสบป้อง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา

ต่อมา ผู้ต้องสงสัยนัดส่งมอบบนถนนในหมู่บ้านโคน้อย (หมู่ 1) ตำบลทุ่งกล้วย อำเภอภูซาง เจ้าหน้าที่ประสานงานกับเจ้าหน้าที่อำเภอภูซางและสถานีตำรวจภูซาง จากนั้นเคลื่อนกำลังเข้าเมื่อผู้ต้องสงสัยมาถึง
ระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้าทั้งหมด 15 ห่อ แต่ละห่อมี 2,000 เม็ด รวม 30,000 เม็ด
เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทั้งสองผู้ต้องสงสัย และดำเนินคดีข้อหาขายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อการค้า เจ้าหน้าที่ส่งตัวผู้ต้องสงสัยและของกลางให้พนักงานสอบสวน ขณะที่ทีมงานยังคงขยายผลคดีเพื่อติดตามเครือข่ายยาเสพติดที่กว้างขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
PM2.5 ย่นอายุคนไทยสั้นลง 1.8 ปี เชียงรายหนักสุด 3.7 ปี!
เชียงรายเร่งมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในอิหร่าน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจพบมือสังหารรับจ้างฉายา “หมี ช้างกลาง” ซ่อนตัวอยู่ในบ้านต้นไม้
ตำรวจและฝ่ายปกครองร่วมกันติดตามจับกุม นายโกมินทร์ หรือ “หมี ช้างกลาง” อายุ 51 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามหมายจับศาลจังหวัดเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังสืบพบว่าเจ้าตัวหนีไปกบดานบนภูเขาสูง และใช้บ้านต้นไม้เป็นที่ซ่อนตัว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 พันตำรวจเอกชัยภัทร ศรีเรือง ผู้กำกับการ สภ.ถ้ำพรรณรา นำกำลังตำรวจ สภ.ถ้ำพรรณรา ประสานชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 และฝ่ายปกครองอำเภอถ้ำพรรณรา ลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งมีประวัติพัวพันคดีรุนแรงหลายคดี
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่า “หมี” หลบหนีขึ้นไปอยู่บริเวณภูเขาถ้ำกัลยาณมิตร หมู่ 7 ตำบลดุสิต อำเภอถ้ำพรรณรา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับเขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเชื่อว่าใช้ป่าบนเขาเป็นจุดซ่อนตัวหลัก

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่าเขามักลงจากเขามาหาเสบียงเป็นระยะ ดังนั้นจึงวางกำลังเฝ้าติดตาม จนพบตัวผู้ต้องหาขณะลงมาซื้อของจำเป็น เมื่อตรวจสอบและแสดงหมายจับก็ยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ และตรวจค้นพบอาวุธปืนพกขนาด 11 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนหลายนัด จึงยึดไว้เป็นของกลาง
หลังถูกจับกุม ผู้ต้องหารับสารภาพว่าไปซ่อนตัวอยู่บนภูเขาจริง และสร้างบ้านต้นไม้บนต้นไม้สูงเพื่อหลบสายตาคน โดยจุดดังกล่าวมองผ่านๆ แทบไม่เห็น เพราะกลืนไปกับแนวป่า เจ้าหน้าที่จึงพาไปตรวจค้นพื้นที่กบดาน ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นเขาระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

เมื่อถึงจุดซ่อนตัว เจ้าหน้าที่พบบ้านต้นไม้ตามที่ให้การไว้ และตรวจพบอาวุธปืนลูกซองยาวอีก 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จึงตรวจยึดเพิ่มเติมเพื่อนำไปตรวจสอบ
ผู้ต้องหาระบุว่า ตลอดชีวิตเคยรับจ้างก่อเหตุสังหารหลายครั้ง ทั้งคดีที่ถูกจับได้และหลุดรอดไป โดยเคยมีคดีใหญ่ในอดีตที่เกี่ยวข้องกับการสังหารผู้ใหญ่บ้านในอำเภอถ้ำพรรณรา และเคยถูกจำคุก 8 ปี หลังพ้นโทษก็ยังวนกลับไปอยู่ในเส้นทางเดิม และอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตจากการกระทำของตนรวมแล้วนับสิบราย ได้ค่าจ้างเป็นเงินหลักแสนต่อราย แต่สุดท้ายไม่เหลือเงิน และต้องหนีซ่อนตัวตลอด
นอกจากนี้ เขายังบอกกับตำรวจว่า ระยะหลังมีคนส่งมือปืนมาตามล่าเพื่อ “ตัดตอน” ทำให้ต้องหนีเข้าป่าลึก และเลือกทำที่ซ่อนบนเขา อย่างไรก็ตาม เขาไม่คิดว่าจะถูกจับได้ระหว่างลงมาหาเสบียง
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติคดีค้างเก่า รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และดำเนินการตามหมายจับที่มีผลอยู่ เพื่อส่งตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การบินไทยขยับราคาตั๋ว 10-15% รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง, สายการบินไทยรายอื่นเริ่มปรับตาม
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจเชียงใหม่จำลองเหตุการณ์ฆาตกรรมของ “ปอนด์” ผู้ต้องสงสัยที่พบศพในสวนลำไย อำเภอหางดง
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่
ฟุตบอล6 days agoลีดส์ ยูไนเต็ด เอาชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเตือนพายุฤดูร้อนภาคเหนือ 11-13 มีนาคม 2026



