ข่าวอาชญากรรม - Crime
ทหารสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่
เชียงใหม่ – ทหารม้าหน่วย ฉก.ไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง สกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ได้อีกครั้ง หลังรับเบาะแสว่ามีการขนของเข้าทางแนวชายแดนไทย-เมียนมา ผ่านเส้นอ้อมหลังบ้านอรุโณทัย หมู่ 10 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่จัดกำลังออกลาดตระเวนและวางจุดสกัดทันที
ต่อมาเวลา 04.45 น. วันที่ 27 ก.พ. เจ้าหน้าที่จาก ร้อย.ม.2 ฉก.ไชยานุภาพ นำโดย ร.อ.อัตพล ทาระสา ตรวจพบกลุ่มคนราว 20-25 คน แบกกระสอบที่ดัดแปลงเป็นเป้สะพาย เดินมุ่งหน้าไปยังรถกระบะที่จอดรออยู่บนถนนในป่าละเมาะ และมีชายต้องสงสัยเฝ้ารถอยู่อีก 1 คน
เมื่อทหารส่งสัญญาณขอตรวจค้น กลุ่มดังกล่าวแตกตื่นวิ่งหนีคนละทิศละทาง เพราะเป็นช่วงทัศนวิสัยจำกัดและพื้นที่เป็นป่าทึบ ทำให้หลายคนหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามและควบคุมตัวได้ 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายอาเบ
จากการตรวจสอบในจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีดำ ป้ายทะเบียน จ.ภูเก็ต จอดอยู่ใกล้จุดขนถ่าย นอกจากนี้ยังพบกระสอบฟางจำนวน 25 ใบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เต็มทุกใบ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังเข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางลำเลียง และขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายต่อไป
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เจ้าหน้าที่ในจังหวัดเชียงใหม่รายงานการตรวจยึดยาเสพติดหลายคดี หลังเพิ่มกำลังลาดตระเวนตามแนวชายแดนเพื่อสกัดการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ข้างเคียง เหตุใหญ่สุดเกิดช่วงวันที่ 14 ถึง 15 กุมภาพันธ์ ที่อำเภอฝาง เมื่อทหารจากกองกำลังผาเมืองออกตรวจพื้นที่แล้วปะทะกับกลุ่มต้องสงสัยขนยาเสพติด ส่งผลให้ผู้ลำเลียงที่มีอาวุธเสียชีวิต 5 ราย และพบของกลางเป็นยาบ้า (เมทแอมเฟตามีน) ราว 1.4 ล้านเม็ด ซุกในกระสอบ 14 ใบ ซึ่งถูกทิ้งไว้ในป่าบริเวณแนวชายแดน
เจ้าหน้าที่อธิบายว่า ช่วงเทศกาลมักมีความพยายามลักลอบมากขึ้น จึงต้องคุมเข้มจุดผ่านแดนและเส้นทางเสี่ยงเป็นพิเศษ ขณะเดียวกัน ตลอดทั้งเดือนยังมีปฏิบัติการอื่นๆ ในเชียงใหม่ เช่น การสกัดจับที่ด่านตรวจ และการจับกุมผู้ครอบครองหรือจำหน่ายยาบ้าในคดีขนาดย่อมๆ ซึ่งสะท้อนการทำงานต่อเนื่องของทหาร ตำรวจ และหน่วยชายแดน เพื่อสกัดการขนส่งล็อตใหญ่ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ สุดท้ายแล้ว เหตุเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การไหลเข้าของยาเสพติดสังเคราะห์ในภาคเหนือยังเป็นปัญหาเรื้อรัง แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดก็ตาม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจยึดยาบ้า 2,800,000 เม็ด และจับกุมผู้ต้องสงสัย 5 ราย ในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – ตำรวจภาค 5 และตำรวจจังหวัดลำปางประกาศผลการปฏิบัติการ “ปราบปรามแก๊งปลวก” หลังจากการไล่ล่ารถยนต์ต้องสงสัยที่หลบหนีจุดตรวจในอำเภอเทิน
พวกเขายึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ประมาณ 2,800,000 เม็ด บรรจุในกล่องกระดาษ 14 กล่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้ข้อมูลการจดจำป้ายทะเบียนรถ (LPR) ติดตามเส้นทาง นำไปสู่การจับกุมบุคคล 5 คน
คดีนี้เริ่มเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสะเลียมหวาน สภ.เวียงมอก ทำงานร่วมกับด่านตรวจหนองเชียงราน สภ.เถิน ตั้งจุดตรวจตามแผนสกัดกั้นยาเสพติดของ ภ.5
ต่อมาราว 00.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งมาสด้า สีเทา ทะเบียน ขอ 4282 นครราชสีมา มีพฤติกรรมน่าสงสัย จึงให้สัญญาณหยุดตรวจ แต่คนขับเร่งเครื่องหลบหนี ทำให้ตำรวจต้องขับติดตามอย่างกระชั้นชิด
ไม่นาน รถคันดังกล่าวเสียหลักจอดอยู่ข้างทางบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 56 ถนนสายเถิน ทุ่งเสลี่ยม อย่างไรก็ตามไม่พบคนอยู่ในรถหรือใกล้จุดเกิดเหตุ
เมื่อเข้าตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบกล่องลังกระดาษ 14 กล่อง ภายในบรรจุยาบ้ารวมประมาณ 2,800,000 เม็ด พร้อมตรวจยึดเอกสารและวัตถุพยานรวม 7 รายการ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงมอก เพื่อดำเนินคดี
ใช้กล้อง LPR แกะรอยรถร่วมขบวนการ 3 คัน
หลังยึดของกลาง ตำรวจขยายผลด้วยระบบอ่านป้ายทะเบียนรถยนต์ (LPR) จนพบรถที่เชื่อมโยงกัน 3 คัน ได้แก่
- รถเก๋งมาสด้า สีแดง ทะเบียน กม 8790 ลำปาง
- รถเก๋งมาสด้า สีเทา ทะเบียน ขอ 4282 นครราชสีมา (คันบรรทุกยาเสพติด)
- รถมินิแวนเชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน ขฉ 3550 เชียงราย
ข้อมูลระบุว่ารถทั้ง 3 คันวิ่งตามกันมาจากเชียงราย ผ่านเชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ลำปาง ดังนั้นตำรวจจึงแจ้งทุกด่านให้ช่วยสกัด
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถมาสด้าสีแดง และรถมินิแวนเชฟโรเลต ผ่านด่านตรวจห้วยไร่ จังหวัดแพร่ แล้วเข้ามาในลำปาง ก่อนเจอตัวรถทั้งสองคันบริเวณถนนคู่ขนานถนนพหลโยธิน หน้าปั๊ม ปตท. สาขาแยกป่าขาม อำเภอเมืองลำปาง
ควบคุมตัว 3 คนแรก พบคุยกันในไลน์ชื่อ “แก๊งปลวก”
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ นายวชิรวิทย์ (ปอนด์), นายธนกฤต (ดรีม), และนายหรรษา (คิม) เพื่อสอบสวนและขยายผล
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มนี้ติดต่อพูดคุยเรื่องการขนยาเสพติดผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “แก๊งปลวก” และมีสมาชิกในกลุ่มรวม 6 คน
สกัดจับเพิ่มที่สบปราบ เจอกุญแจรถคันขนยา
ระหว่างสอบสวน ผู้ถูกควบคุมตัวให้ข้อมูลว่า ยังมีบุคคลในเครือข่ายอีก 3 คน ได้แก่ นางสาววชิราภรณ์ (พลอย), นายอภิชัย (แบงค์), และนายสรรพวัต (ไนท์) หลบหนีไปทางอำเภอสบปราบ
ตำรวจจึงประสานด่านตรวจค้นยาเสพติดสบปราบ สภ.สบปราบ ให้ช่วยสกัด จนพบรถฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ขจ 2757 เชียงใหม่ มีนายอภิชัย (แบงค์) เป็นคนขับ และนางสาววชิราภรณ์ (พลอย) นั่งโดยสารมาด้วย
เมื่อตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบกุญแจของรถมาสด้า สีเทา ทะเบียน ขอ 4282 นครราชสีมา ซึ่งเป็นคันที่ใช้ขนยาเสพติด ตำรวจจึงควบคุมตัวทั้ง 2 รายไว้สอบสวนต่อ ทำให้ขณะนี้จับผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย
ภ.5 ชูการใช้เทคโนโลยีช่วยจับขบวนการ
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า งานปราบปรามยาเสพติดช่วงนี้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะกล้อง LPR และการวิเคราะห์รถที่วิ่งเส้นทางเดียวกัน เพราะช่วยต่อภาพขบวนการได้เร็วขึ้น และนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ต้นเดือนหน้า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีระกูล เตรียมมอบรถเอกซเรย์ยาเสพติดให้พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 เพิ่มอีก 4 คัน เพื่อสนับสนุนงานสกัดกั้นและปราบปรามในพื้นที่ภาคเหนือ
สถิติการจับกุมยาเสพติดในพื้นที่ ภ.5 และลำปาง
ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมคดียาเสพติดได้ 11,854 คดี เป็นคดีรายสำคัญ 142 คดี ของกลางที่ยึดได้ประกอบด้วย ยาบ้า 194,499,026 เม็ด, ไอซ์ 4,219 กิโลกรัมเศษ, เฮโรอีน 70 กิโลกรัมเศษ, เคตามีน 462 กิโลกรัมเศษ, ฝิ่น 69 กิโลกรัมเศษ พร้อมประเมินมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 460 ล้านบาทเศษ
ขณะที่พื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดลำปาง ในช่วงเวลาเดียวกัน จับกุมได้ 1,246 คดี เป็นคดีรายสำคัญ 10 คดี ของกลางยาบ้า 12,640,264 เม็ด, ไอซ์ 279,000 กรัม, ฝิ่น 174 กรัม และมูลค่าทรัพย์สินประมาณ 34 ล้านบาทเศษ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่
ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต
น่าน – เกิดเหตุยิงปะทะกันบนถนนในอำเภอท่าวังผา หลังจากชายวัย 36 ปี ขี่รถจักรยานยนต์วนไปรอบหมู่บ้านเพื่อหาตำรวจ เนื่องจากมีอาการคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดและแอลกอฮอล์ จากนั้นเขาก็ชักปืนออกมายิงใส่ตำรวจ 4 นัด ทำให้ตำรวจต้องยิงตอบโต้ ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต
พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.ภ.น่าน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 4022 บริเวณบ้านฮวก หมู่ 4 ตำบลแสนทอง อำเภอท่าวังผา หลังมีเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าวังผา ยิงปะทะกับผู้ก่อเหตุระหว่างพยายามควบคุมตัว เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.พ. 2569
ผู้เสียชีวิตคือ นายภัทรกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาวบ้านระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเขาไปร่วมวงดื่มกับชายอายุ 63 ปี ในหมู่บ้าน และมีอาการคลุ้มคลั่งเสียงดังโวยวาย ต่อมาขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่พบตัว
ระหว่างขี่รถไปมา ผู้ก่อเหตุยังไปข่มขู่ภรรยาของตำรวจรายดังกล่าว โดยหยิบลูกกระสุนจากกระเป๋าคาดเอวออกมา และพูดในลักษณะข่มขู่ว่า “เอาเม็ดไหน” ทำให้ชาวบ้านตกใจและรีบแจ้งตำรวจให้เข้าระงับเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อควบคุมสถานการณ์ ผู้ก่อเหตุกลับเร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้าไปทางบ้านนาหนุนซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ระหว่างทางรถจักรยานยนต์ล้ม ตำรวจจึงเข้าประชิดตัว แต่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่ตำรวจ 4 นัด กระสุนไปถูกหม้อน้ำและกระจกของรถสายตรวจ
ตำรวจจึงยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม กระสุนไปโดนคนที่ซ้อนท้ายผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ 1 นัด แต่ผู้ก่อเหตุยังลุกขึ้นขี่รถหนีต่อ แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่รถที่ขับสวนมา รวมถึงยิงใส่รถตำรวจที่เข้ามาเสริมกำลัง
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงตอบโต้ 2 นัด กระสุนถูกผู้ก่อเหตุจนรถล้มกลางถนน แม้ยังพยายามบรรจุกระสุนเพื่อยิงต่อ แต่สุดท้ายล้มหมดแรง เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาล ทว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังตรวจสอบกระเป๋าคาดเอว พบปลอกกระสุน ซองบรรจุยาบ้า และอุปกรณ์เสพ แต่ไม่พบยาเสพติด คาดว่าเสพหมดก่อนเกิดเหตุ
ด้าน พล.ต.ต.ดเรศ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเคยมีชีวิตปกติ มีครอบครัว และเป็นพ่อของลูกวัยขวบเศษ อีกทั้งเคยได้รับใบประกาศยกย่องระดับจังหวัดมาก่อน แต่ภายหลังเข้าไปพัวพันยาเสพติด เคยถูกส่งบำบัดที่โรงพยาบาลน่าน 3 ครั้ง และเคยถูกควบคุมเพื่อสงบสติอารมณ์หลายครั้ง
เจ้าหน้าที่ยังได้รับข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เคยมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง อ้างตนเป็นทหารของพระเจ้าตาก และถือมีดรำดาบกลางหมู่บ้าน จนถูกนำตัวส่งบำบัดมาแล้ว โดยตำรวจคาดว่าอาจมีความคับข้องใจสะสมจากเหตุที่ผ่านมา จนนำไปสู่ความรุนแรงครั้งนี้
ทั้งนี้ ตำรวจเตรียมตรวจสอบขั้นตอนการใช้อาวุธปืนตามระเบียบอย่างละเอียด เพื่อความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว
เชียงราย – บริษัทขนส่งหลายเจ้า เช่น ไปรษณีย์ไทย, Flash Express, KEX Express (Kerry), J&T Express, Best Express ฯลฯ ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มูลค่าสูง แล้วหลบเลี่ยงการจ่ายเงินด้วยสลิปปลอม ล่าสุดตำรวจท่องเที่ยวตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย
วันนี้ (26 ก.พ. 69) พล.ต.ต.โอภาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผกก.2 บก.ทท.2 และ พ.ต.ท.อิสระ บุญนำ สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.2 สั่งการให้ชุดปฏิบัติการของตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับฝ่ายสืบสวน ตม.จว.เชียงราย และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาล หลังได้รับข้อมูลว่าหลบหนีเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป้าหมายที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน ต.ดงชัย อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหานัดให้บริษัทขนส่งนำสินค้ามาส่ง จากนั้นพบ นายกฤตภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 1117/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค. 2565
ข้อกล่าวหาในหมายจับคือ “ร่วมกันฉ้อโกง โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน” เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับ แจ้งข้อหาและสิทธิ ก่อนควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย และส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับศาลแขวงบางบอนอีก 1 หมาย ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ด้านพฤติการณ์ ผู้ต้องหามักสั่งสินค้าออนไลน์ราคาแพง เช่น ทองคำ มูลค่าตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยเลือกแบบเก็บเงินปลายทาง แล้วใช้ชื่อและนามสกุลปลอม อีกทั้งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ทุกครั้ง ตระเวนสั่งตามหลายอำเภอ และเปลี่ยนจุดนัดรับตลอด ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก
เมื่อถึงเวลารับของ ผู้ต้องหาจะนำสลิปการจ่ายเงินปลอมมาแสดงให้พนักงานส่งพัสดุ เพื่อให้ส่งมอบสินค้าให้ก่อน ส่งผลให้บริษัทขนส่งหลายรายได้รับความเสียหาย
เจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนไปยังผู้ขายสินค้าออนไลน์และบริษัทรับส่งพัสดุ ให้ตรวจสอบการชำระเงินให้ชัดเจนก่อนส่งมอบสินค้า โดยเฉพาะรายการมูลค่าสูง และกรณีที่ผู้รับมีพฤติกรรมเปลี่ยนชื่อ เบอร์ หรือจุดรับสินค้าบ่อยผิดปกติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สธ. ยัน “น้ำกก” เชียงราย ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่กระทบต่อสุขภาพ
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days ago
คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
พ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวสารภาพขโมยทองคำหนัก 26 บาท
-
ข่าวระดับชาติ - National4 days ago
สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจประกาศดำเนินการปราบปรามการเมาแล้วขับทั่วประเทศ









