Connect with us

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว

Published

on

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว

เชียงราย – บริษัทขนส่งหลายเจ้า เช่น ไปรษณีย์ไทย, Flash Express, KEX Express (Kerry), J&T Express, Best Express ฯลฯ ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มูลค่าสูง แล้วหลบเลี่ยงการจ่ายเงินด้วยสลิปปลอม ล่าสุดตำรวจท่องเที่ยวตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ในพื้นที่ จ.เชียงราย

วันนี้ (26 ก.พ. 69) พล.ต.ต.โอภาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผกก.2 บก.ทท.2 และ พ.ต.ท.อิสระ บุญนำ สว.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.2 สั่งการให้ชุดปฏิบัติการของตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับฝ่ายสืบสวน ตม.จว.เชียงราย และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาล หลังได้รับข้อมูลว่าหลบหนีเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเป้าหมายที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน ต.ดงชัย อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหานัดให้บริษัทขนส่งนำสินค้ามาส่ง จากนั้นพบ นายกฤตภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาว ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ 1117/2565 ลงวันที่ 12 ต.ค. 2565

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว

ข้อกล่าวหาในหมายจับคือ “ร่วมกันฉ้อโกง โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน” เจ้าหน้าที่แสดงหมายจับ แจ้งข้อหาและสิทธิ ก่อนควบคุมตัวไปทำบันทึกจับกุมที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย และส่งต่อให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมยังพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับศาลแขวงบางบอนอีก 1 หมาย ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว

ด้านพฤติการณ์ ผู้ต้องหามักสั่งสินค้าออนไลน์ราคาแพง เช่น ทองคำ มูลค่าตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยเลือกแบบเก็บเงินปลายทาง แล้วใช้ชื่อและนามสกุลปลอม อีกทั้งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ทุกครั้ง ตระเวนสั่งตามหลายอำเภอ และเปลี่ยนจุดนัดรับตลอด ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก

เมื่อถึงเวลารับของ ผู้ต้องหาจะนำสลิปการจ่ายเงินปลอมมาแสดงให้พนักงานส่งพัสดุ เพื่อให้ส่งมอบสินค้าให้ก่อน ส่งผลให้บริษัทขนส่งหลายรายได้รับความเสียหาย

เจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนไปยังผู้ขายสินค้าออนไลน์และบริษัทรับส่งพัสดุ ให้ตรวจสอบการชำระเงินให้ชัดเจนก่อนส่งมอบสินค้า โดยเฉพาะรายการมูลค่าสูง และกรณีที่ผู้รับมีพฤติกรรมเปลี่ยนชื่อ เบอร์ หรือจุดรับสินค้าบ่อยผิดปกติ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สธ. ยัน “น้ำกก” เชียงราย ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่กระทบต่อสุขภาพ

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

Published

on

ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

น่าน – เกิดเหตุยิงปะทะกันบนถนนในอำเภอท่าวังผา หลังจากชายวัย 36 ปี ขี่รถจักรยานยนต์วนไปรอบหมู่บ้านเพื่อหาตำรวจ เนื่องจากมีอาการคลุ้มคลั่งจากยาเสพติดและแอลกอฮอล์ จากนั้นเขาก็ชักปืนออกมายิงใส่ตำรวจ 4 นัด ทำให้ตำรวจต้องยิงตอบโต้ ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิต

พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.ภ.น่าน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบนถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 4022 บริเวณบ้านฮวก หมู่ 4 ตำบลแสนทอง อำเภอท่าวังผา หลังมีเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ท่าวังผา ยิงปะทะกับผู้ก่อเหตุระหว่างพยายามควบคุมตัว เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.พ. 2569

ผู้เสียชีวิตคือ นายภัทรกร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาวบ้านระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเขาไปร่วมวงดื่มกับชายอายุ 63 ปี ในหมู่บ้าน และมีอาการคลุ้มคลั่งเสียงดังโวยวาย ต่อมาขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่พบตัว

ระหว่างขี่รถไปมา ผู้ก่อเหตุยังไปข่มขู่ภรรยาของตำรวจรายดังกล่าว โดยหยิบลูกกระสุนจากกระเป๋าคาดเอวออกมา และพูดในลักษณะข่มขู่ว่า “เอาเม็ดไหน” ทำให้ชาวบ้านตกใจและรีบแจ้งตำรวจให้เข้าระงับเหตุ

ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อควบคุมสถานการณ์ ผู้ก่อเหตุกลับเร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้าไปทางบ้านนาหนุนซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ ระหว่างทางรถจักรยานยนต์ล้ม ตำรวจจึงเข้าประชิดตัว แต่ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่ตำรวจ 4 นัด กระสุนไปถูกหม้อน้ำและกระจกของรถสายตรวจ

ตำรวจจึงยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว อย่างไรก็ตาม กระสุนไปโดนคนที่ซ้อนท้ายผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ 1 นัด แต่ผู้ก่อเหตุยังลุกขึ้นขี่รถหนีต่อ แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่รถที่ขับสวนมา รวมถึงยิงใส่รถตำรวจที่เข้ามาเสริมกำลัง

ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงตอบโต้ 2 นัด กระสุนถูกผู้ก่อเหตุจนรถล้มกลางถนน แม้ยังพยายามบรรจุกระสุนเพื่อยิงต่อ แต่สุดท้ายล้มหมดแรง เจ้าหน้าที่รีบนำส่งโรงพยาบาล ทว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังตรวจสอบกระเป๋าคาดเอว พบปลอกกระสุน ซองบรรจุยาบ้า และอุปกรณ์เสพ แต่ไม่พบยาเสพติด คาดว่าเสพหมดก่อนเกิดเหตุ

ด้าน พล.ต.ต.ดเรศ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเคยมีชีวิตปกติ มีครอบครัว และเป็นพ่อของลูกวัยขวบเศษ อีกทั้งเคยได้รับใบประกาศยกย่องระดับจังหวัดมาก่อน แต่ภายหลังเข้าไปพัวพันยาเสพติด เคยถูกส่งบำบัดที่โรงพยาบาลน่าน 3 ครั้ง และเคยถูกควบคุมเพื่อสงบสติอารมณ์หลายครั้ง

เจ้าหน้าที่ยังได้รับข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้เคยมีพฤติกรรมคลุ้มคลั่ง อ้างตนเป็นทหารของพระเจ้าตาก และถือมีดรำดาบกลางหมู่บ้าน จนถูกนำตัวส่งบำบัดมาแล้ว โดยตำรวจคาดว่าอาจมีความคับข้องใจสะสมจากเหตุที่ผ่านมา จนนำไปสู่ความรุนแรงครั้งนี้

ทั้งนี้ ตำรวจเตรียมตรวจสอบขั้นตอนการใช้อาวุธปืนตามระเบียบอย่างละเอียด เพื่อความโปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังกลายเป็นอาชญากร

Published

on

นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม

เชียงราย – 24 ก.พ. 2569 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) นำกำลังกว่า 40 นาย บุกตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการซื้อขายซิมการ์ดข้ามชาติ เพื่อนำไปใช้ก่อเหตุฉ้อโกงออนไลน์ โดยเข้าตรวจทั้งหมด 8 จุด ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย

ผลการตรวจค้น ชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ น.ส.จิราภรณ์ อายุ 36 ปี จับได้ที่บ้านในเชียงใหม่ พร้อมของกลางซิมโทรศัพท์จำนวนมากบรรจุในกล่องพัสดุ, น.ส.เบญจมาศ อายุ 29 ปี จับได้ที่บ้านในเชียงใหม่, และนายปรัชญา อายุ 36 ปี จับได้ในเชียงราย ซึ่งทำงานเป็นพนักงานขายของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนอีกทีมเข้าตรวจค้นบ้านที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 5 จุด ในอำเภอแม่สายและอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อหาหลักฐานและขยายผลผู้ร่วมขบวนการ

ต้นเรื่องเริ่มจาก “คดีแจ้งความออนไลน์” แต่เจอความผิดปกติของซิม

คดีนี้เริ่มจากวันที่ 4 ธ.ค. 2568 เมื่อศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ตรวจพบการร้องทุกข์ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 จำนวน 8 เคสไอดี ต่อมาพบหมายเลขโทรศัพท์คนร้าย 7 หมายเลขมีพฤติกรรมการลงทะเบียนซิมที่ผิดจากคดีอื่นอย่างชัดเจน

เมื่อตรวจสอบเชิงลึก ตำรวจพบว่าเบอร์ต้องสงสัยเหล่านี้ลงทะเบียนในชื่อเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และยังเกี่ยวพันกับรูปแบบหลอกลวงปลอมเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA THAILAND) หลอกให้โอนเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า

จากข้อมูลนี้ ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้ตำรวจและชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. ที่รับผิดชอบพื้นที่เชียงใหม่ ลงพื้นที่หาข้อเท็จจริงทันที

พบพฤติการณ์เข้าหาโรงเรียน อ้างแจกซิมเพื่อการศึกษา แต่สแกนหน้าเปิดหลายซิม

ตำรวจลงพื้นที่แล้วพบเหตุการณ์ที่น่าสงสัยเกิดขึ้น 2 ครั้งในโรงเรียนพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ครั้งแรก วันที่ 17 พ.ย. 2568 เวลา 09.00-12.00 น. ที่โรงเรียนบ้านสุขฤทัย (ระดับมัธยมศึกษา) และอีกครั้งวันที่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 09.00-12.00 น. ที่โรงเรียนบ้านห้วยศาลา (ระดับประถมศึกษา)

ทั้งสองเหตุมีลักษณะคล้ายกัน คือมีกลุ่มคนประมาณ 4 คน อ้างตัวว่ามาจากบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ สาขาจังหวัดเชียงราย โดยติดต่อโรงเรียนว่าอยากแจกซิมอินเทอร์เน็ตให้นักเรียนเพื่อสนับสนุนการเรียน

เมื่อเด็กสนใจสมัครใช้งาน กลุ่มดังกล่าวขอบัตรประชาชนของนักเรียน นำไปสแกนพร้อมผูกเบอร์ และให้เด็กสแกนใบหน้าหลายครั้งเพื่อ “เปิดใช้งานซิม”

ตำรวจเชื่อว่ากลุ่มที่อ้างเป็นพนักงานบริษัทเครือข่าย 4 คน นำข้อมูลซิมไปขายต่อให้เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ เพื่อนำไปใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ เพราะมีพฤติการณ์สแกนใบหน้าเด็กอายุราว 8-10 กว่าปี เพื่อเปิดซิมหลายหมายเลขต่อคน แต่ให้เด็กกลับบ้านไปเพียงคนละ 1 ซิมเท่านั้น

ต่อมาตำรวจแจ้งผู้อำนวยการทั้งสองโรงเรียนให้รับทราบ และให้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.แม่อาย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2568 เพื่อยืนยันว่าเด็กนักเรียนถูกหลอกและได้รับความเสียหาย

หลังรวบรวมพยานหลักฐาน ตำรวจขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย และติดตามจับกุมได้ในที่สุด

ผอ.โรงเรียนเล่าเหตุการณ์ เห็นว่าเป็นกิจกรรมให้ความรู้ จึงอนุญาตให้เข้ามา

นายนิรันดร์ อวรรณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยศาลา เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ มีกลุ่มคนติดต่อโรงเรียนพร้อมเอกสาร ระบุว่าจะมาจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องแก๊งสแกมเมอร์ และแจกซิมอินเทอร์เน็ตให้นักเรียนเพื่อใช้ในการเรียน

โรงเรียนเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อเด็กและครอบครัว จึงอนุญาตให้จัดกิจกรรมได้ พอถึงวันนัดหมาย มีกลุ่มคน 4 คน ชาย 2 หญิง 2 สวมเสื้อสีส้มของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เข้ามาเป็นวิทยากร โดยโรงเรียนคัดนักเรียนที่มีบัตรประชาชนราว 40 คนเข้าร่วม

หลังให้ความรู้ กลุ่มดังกล่าวเริ่มแจกซิม และขอให้เด็กสแกนบัตรประชาชนกับสแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งาน จุดที่ดูผิดปกติคือเด็กบางคนต้องสแกนหน้าซ้ำหลายครั้ง โดยอีกฝ่ายอ้างว่าสแกนไม่ติด โรงเรียนจึงไม่ได้คิดว่าจะเป็นการสแกนเพื่อเปิดซิมหลายใบในชื่อเด็กคนเดียว

สุดท้ายเด็กแต่ละคนได้ซิมกลับบ้านคนละ 1 ซิม บางคนใช้งานไม่ได้ จนต่อมาตำรวจกองปราบฯ เข้ามาประสานที่โรงเรียน จึงรู้ว่าซิมที่ลงทะเบียนชื่อเด็กบางรายถูกนำไปใช้ก่อเหตุผิดกฎหมาย

ผู้อำนวยการระบุว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้ปกครองและครูกังวลมาก เพราะเด็กที่ไม่รู้เรื่องอาจถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับคดี ทั้งที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ

เขายังฝากเตือนโรงเรียนอื่นๆ ให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนรับกิจกรรมจากบุคคลภายนอก และได้แจ้งหน่วยงานการศึกษาแล้ว เพราะเชื่อว่าโรงเรียนในพื้นที่อื่นอาจเสี่ยงตกเป็นเหยื่อเช่นกัน

เด็กสองโรงเรียนอาจโดนหลอกเกิน 200 คน ตำรวจเร่งประสานค่ายมือถือระงับเบอร์

แนวทางสืบสวนล่าสุดพบว่า เด็กนักเรียนที่อาจตกเป็นเหยื่อจาก 2 โรงเรียนรวมกันมากกว่า 200 คน และอาจมีโรงเรียนอื่นในภาคเหนือได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

ตำรวจเชื่อว่าซิมที่เปิดในชื่อเด็กถูกขายต่อไปยังเครือข่ายสแกมเมอร์ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ซึ่งติดชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ขณะนี้ตำรวจกำลังประสานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อระงับหมายเลขที่เปิดจากข้อมูลเด็กโดยเร่งด่วน

ข้อหาที่แจ้งเบื้องต้น และท่าทีผู้ต้องหา

ตำรวจแจ้งข้อหาเบื้องต้น ได้แก่

  • ร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อหรือขายหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ลงทะเบียนผู้ใช้ในนามของบุคคลอื่น โทษจำคุก 2-5 ปี ปรับ 2-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ร่วมกันใช้ข้อมูลของบุคคลอื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่น โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ร่วมกันเก็บ รวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลบุคคล เพื่อนำไปให้ผู้อื่นใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยการขายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้กระทำผิด ตำรวจนำตัวส่ง สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อสอบสวน ฝากขัง และเดินหน้าขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

“นานา ไรบีนา” และ “เวย์ ไทยทาเนียม” ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงเป็นจำนวนเงินเกิน 100 ล้านบาท

Published

on

"นานา-เวย์" ลุ้นประกันตัว หลังอัยการยื่นฟ้อง คดีฉ้อโกงฯ เสียหายกว่า 100 ล้าน

กรุงเทพฯ – อัยการยื่นฟ้อง “นานา ไรบีนา” และ “เวย์ ไทเทเนียม” พร้อมนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต่อศาลอาญาในคดีฉ้อโกงและกู้ยืมเงินที่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มูลค่าความเสียหายรวมมากกว่า 100 ล้านบาท ขณะเดียวกันฝ่ายจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ก.พ. ที่ศาลอาญา พนักงานอัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 ยื่นฟ้อง นางไรบีนา อินทชัย อายุ 44 ปี, นายปริญญา อินทชัย อายุ 44 ปี, บริษัท ฟลิกค์ออฟ เดอะ ไลท์ โปรดักส์ชั่นส์ จำกัด (โดยนางไรบีนา), และบริษัท ไรบีนา 2016 จำกัด (โดยนางไรบีนา) เป็นจำเลยที่ 1-4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม

อัยการระบุในคำฟ้องว่า ช่วงเดือนเมษายน 2564 ถึงเดือนตุลาคม 2568 จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายรวม 11 ราย (มากกว่า 10 ราย) ด้วยการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ และปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ เพื่อชักชวนให้โอนเงินร่วมลงทุน โดยอ้างว่าจะนำไปทำธุรกิจหลายประเภท เช่น ปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล, ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์, ธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทกีฬา, กองทุนเพื่อลงทุนในกิจการต่าง ๆ, ซื้อหุ้น, ธุรกิจร้านอาหารต่างประเทศ และการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

ในคำฟ้องยังระบุว่า จำเลยเสนอผลตอบแทนในอัตราร้อยละ 4 หรือร้อยละ 7 ต่อเดือน หรือร้อยละ 40 ของเงินที่นำมาลงทุน ซึ่งสูงกว่ากรอบดอกเบี้ยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้เสียหายทั้ง 11 รายจึงตัดสินใจโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่จำเลยและพวกแจ้ง

อย่างไรก็ตาม อัยการกล่าวหาว่าการชักชวนทั้งหมดเป็นข้อความเท็จ เพราะจำเลยไม่มีเจตนานำเงินไปลงทุนตามที่อ้าง แต่กลับนำเงินไปหมุนเวียนจ่ายให้ผู้ลงทุนรายอื่นในลักษณะต่อเงินกันไปมา และตั้งใจใช้กลอุบายตั้งแต่ต้นเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของผู้เสียหาย ขณะที่ชั้นสอบสวน จำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ

อัยการยังชี้ว่า คดีมีความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท ส่งผลต่อผู้เสียหายทั้ง 11 ราย และกระทบเป็นวงกว้าง จึงขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก หากจำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โจทก์ขอคัดค้านด้วย

ส่วนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย อัยการขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย พร้อมดอกเบี้ยอัตราสูงสุดตามกฎหมาย นับตั้งแต่วันที่กู้ยืมจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยระบุยอดตามคำฟ้องดังนี้

  • ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 41,683,337 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 46,394,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 3 จำนวน 28,795,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 3,550,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 5 จำนวน 3,150,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 6 จำนวน 4,364,500 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 7 จำนวน 2,970,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 8 จำนวน 1,500,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 9 จำนวน 13,951,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 10 จำนวน 4,000,000 บาท
  • ผู้เสียหายที่ 11 จำนวน 23,684,077 บาท

ศาลรับฟ้องไว้เป็นคดีดำที่ อ.508/2569 โดยอัยการนำตัวจำเลยมายื่นฟ้องต่อศาล และจำเลยบางรายยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ประเทศไทยเปิดแคมเปญ “ทุกการเกิดมีความสำคัญ” รับมืออัตราเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime12 hours ago

ชายสติไม่สมประกอบยิงปืนใส่ตำรวจ 4 นัด ก่อนถูกยิงเสียชีวิต

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime13 hours ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว

สธ. ยัน “น้ำกก” เชียงราย ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่กระทบต่อสุขภาพ
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

สธ. ยัน “น้ำกก” เชียงราย ยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ไม่กระทบต่อสุขภาพ

องชำแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายถูกเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น หลังมีผู้ร้องเรียนว่าจำหน่ายน้ำกระท่อมให้แก่นักเรียน
เชียงราย - Chiang Rai News14 hours ago

ร้านขายของชำแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายถูกเจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น หลังมีผู้ร้องเรียนว่าจำหน่ายน้ำกระท่อมให้แก่นักเรียน

Samsung S26 Ultra วันเปิดตัวในไทย: เปิดตัว 26 ก.พ. 2026, จองถึง 10 มี.ค., ขายจริง 11 มี.ค.
เทคโนโลยี1 day ago

Samsung S26 Ultra วันเปิดตัวในไทย: เปิดตัว 26 ก.พ. 2026, จองถึง 10 มี.ค., ขายจริง 11 มี.ค.

เรอัล มาดริด เอาชนะ เบนฟิก้า 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก
ฟุตบอล1 day ago

เรอัล มาดริด เอาชนะ เบนฟิก้า 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก

ผงะ! พนักงานประจำรถโดยสารพบศพเด็กทารกแรกเกิดในถังขยะในห้องน้ำ
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

เรื่องน่าตกใจ! พนักงานประจำรถบัสพบศพเด็กทารก “แรกเกิด” ในถังขยะในห้องน้ำ

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ริกเตอร์ในประเทศเมียนมาร์ ห่างจากแม่สาย จังหวัดเชียงราย 494 กิโลเมตร
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ริกเตอร์ในประเทศเมียนมาร์ ห่างจากแม่สาย จังหวัดเชียงราย 494 กิโลเมตร

จังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

จังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน

นักแสดง Robert Carradine เสียชีวิตแล้ววัย 71 ปี
บันเทิง - Entertainment2 days ago

นักแสดง Robert Carradine เสียชีวิตในวัย 71 ปี หลังเผชิญโรคไบโพลาร์มานาน

นิวคาสเซิล คว้าชัยเหนือ คาราบัก 3-2
ฟุตบอล2 days ago

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เอาชนะ คาราบัก 3-2 การันตีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ลีก

นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังกลายเป็นอาชญากร

ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู
เชียงราย - Chiang Rai News3 days ago

ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู

สาวเชียงรายป่วยโปลิโอ เล่านาทีหนีแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา เหยื่อในตึกเดิมหนีออกมาได้อีกนับสิบ หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน พ่อลูกเข้าขอบคุณตำรวจ หลังช่วยพากลับไทย วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้ ถูกชวนทำงานแอดมิน เงินเดือน 20,000 ก่อนพาไปชายแดน น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกยึดบัตรและโทรศัพท์ ก่อนบังคับสแกนหน้าโอนเงิน เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา "ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว" เธอเล่า ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้ รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่ * น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา * น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี * น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม * นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น * นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้ "ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้" เขากล่าว ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
เชียงราย - Chiang Rai News3 days ago

หญิงชาวเชียงรายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกหลอกลวงในประเทศกัมพูชา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0
ฟุตบอล3 days ago

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าชัยชนะนอกบ้านเหนือเอฟเวอร์ตัน 1-0

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ครูเทควันโดเชียงรายถูกจับ หลังถูกร้องเรียนล่วงละเมิดเด็กหญิงวัย 10 ปี

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจยึดยาบ้า 3.26 ล้านเม็ด และทรัพย์สินมูลค่า 135 ล้านบาท

บาร์เซโลนา vs โคเปนเฮเกน 4-1
ฟุตบอล4 weeks ago

“บาร์เซโลนา” เอาชนะโคเปนเฮเกน 4-1ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปี้ยนส์ลีก

ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ทหารเชียงใหม่ปะทะขบวนค้ายา ชาย 2 รายเสียชีวิต ยึดยาบ้า 1.5 ล้านเม็ดใกล้ชายแดน

พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์
ข่าวการเมือง4 weeks ago

พรรคประชาชนมีคะแนนนำอย่างชัดเจน ขณะที่ประเทศไทยใกล้จะถึงการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกห้ามทั่วประเทศในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกห้ามทั่วประเทศในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป

เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 ของกองทัพอากาศไทยตกที่เชียงใหม่
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 ของกองทัพอากาศไทยตกที่เชียงใหม่, รายงานเบื้องต้นเสียชีวิต 2 นาย

ตำรวจเชียงรายสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจเชียงรายสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 ราย

ตำรวจกำลังไล่ล่าชายคนหนึ่งที่ใช้มีดปาดคอเหยื่อที่เป็นนักศึกษาอายุ 18 ปี แล้วหลบหนีไป
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ตำรวจกำลังไล่ล่าชายคนหนึ่งที่ใช้มีดปาดคอเหยื่อที่เป็นนักศึกษาอายุ 18 ปี แล้วหลบหนีไป

เกิดแผ่นดินไหวที่เชียงราย ขนาด 2.9 ลึก 5 กม. รับรู้ได้ถึงอาคารสั่นไหว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2.9 ริกเตอร์ในอำเภอแม่สวาย จังหวัดเชียงราย

แอสตัน วิลล่า พลิกเกมกลับมาชนะ RB ซัลซ์บวร์ก 3-2 ด้วยดราม่าปลายเกม!
ฟุตบอล4 weeks ago

แอสตัน วิลล่า พลิกเกมกลับมาชนะ RB ซัลซ์บวร์ก 3-2 ด้วยดราม่าปลายเกม!

พบศพเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่หายตัวไปจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำปิง
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

เกิดเรื่องเศร้า!! พบศพเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่หายตัวไปจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำปิง

OBEC กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของครูรายหนึ่งเนื่องจาก 'ทำงานหนักเกินไป'
ข่าวระดับชาติ - National3 weeks ago

OBEC กำลังสอบสวนกรณีครูหญิงคนหนึ่งในเชียงใหม่ฆ่าตัวตายเนื่องจาก ‘ทำงานหนักเกินไป’

แอร์ราเซเด อัสปัญญอล พบ อลาเบส
ฟุตบอล4 weeks ago

อาร์ซีดี เอสปันยอล แพ้ อลาเบส 2-1

Trending