ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจสกัดกลุ่ม “นักต้มตุ๋นชาวจีน” ที่ลักลอบเข้าประเทศไทย
กรุงเทพฯ – ตำรวจทางหลวงจังหวัดปราจีนบุรี สกัดกลุ่มผู้รับจ้างลักลอบขน “นักต้มตุ๋นชาวจีน” ซึ่งเชื่อว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายนักต้มตุ๋นที่ปฏิบัติการจากชายแดนจังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้าไปยังกรุงเทพฯ และรังสิต คนขับรถสารภาพว่าได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 10,000 บาท ส่วนอีกคนสารภาพว่าคิดค่าบริการคนละ 3,000 บาท และนี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ตำรวจกำลังขยายการสอบสวน
เหตุเกิดช่วงเวลา 11.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ต.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. พร้อมกำลังตำรวจทางหลวง ออกตรวจเส้นทางถนนสาย 359 (ปราจีนบุรี สระแก้ว) แล้วพบรถต้องสงสัยขับเร็ว มีลักษณะบรรทุกหนัก ท้ายรถห้อยผิดปกติ เจ้าหน้าที่จึงติดตามและเรียกตรวจ
รถคันแรกเป็นโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กฎ 701 กรุงเทพมหานคร คนขับชื่อ นายชลธิศ มณีโท อายุ 36 ปี จาก ต.ด่านช้าง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เมื่อตรวจค้นภายในรถ พบชาวจีน 9 คน (ชาย 8 คน หญิง 1 คน) แต่ละคนสะพายกระเป๋าเป้คนละ 1 ใบ ภายในมีอุปกรณ์จำนวนมาก เช่น โทรศัพท์มือถือ สายเน็ต ซิมการ์ด รวมโทรศัพท์มือถือ 244 เครื่อง (ยังเปิดเครื่องอยู่) โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง เมาส์ 1 ชิ้น ซิมการ์ด 32 อัน และของอื่นๆ อีกหลายรายการ ที่สำคัญคือผู้โดยสารทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี
จากคำให้การเบื้องต้น นายชลธิศรับว่า รับจ้างพาชาวจีนจากพื้นที่ชายแดน อ.เขาสอยดาว จ.จันทบุรี ค่าจ้าง 10,000 บาท เพื่อไปส่งที่ตลาดรังสิต และยังระบุด้วยว่า มีรถอีกคันรับคนในลักษณะเดียวกัน ใช้เส้นทางถนนสาย 359 เข้ากรุงเทพฯ
หลังได้ข้อมูลดังกล่าว ตำรวจจึงออกตรวจติดตามเพิ่มเติม แล้วพบรถต้องสงสัยอีกราย เป็นรถมิตซูบิชิ ปาเจโร สีดำ ทะเบียน 4 ขญ 3603 กรุงเทพมหานคร จึงเรียกให้หยุดตรวจ พบคนขับคือ นายณัฐพงษ์ คำพิลึก อายุ 35 ปี ภายในรถมีชาวจีน 4 คน เป็นชายทั้งหมด แต่ละคนมีกระเป๋าเป้ 1 ใบ ในกระเป๋ามีโน้ตบุ๊ก ของใช้ส่วนตัว เสื้อผ้า และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนมาก ก่อนนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีเช่นกัน
นายณัฐพงษ์ให้การว่า รับจ้างพาชาวจีนไปกรุงเทพฯ คิดค่าจ้างหัวละ 3,000 บาท โดยรับมาจากอำเภอสอยดาว ผ่านช่องทางธรรมชาติ และเคยทำมาแล้วรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3
ด้าน พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ เคหะทุ่ม รอง ผกก.3 บก.ทล. ระบุว่า วันนี้ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบแล้วพบรถต้องสงสัย 1 คัน ก่อนตรวจค้นพบชาวจีนหลายรายและโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก รวมแล้วเกือบ 300 เครื่อง ต่อมาจากคำให้การของคันแรก ทำให้ทราบว่ายังมีการลำเลียงคนลักษณะเดียวกันอีก ตำรวจจึงเพิ่มการตรวจบนถนนสาย 359 และพบรถต้องสงสัยอีก 1 คัน ซึ่งมีชาวจีน 4 ราย พร้อมโทรศัพท์มือถือจำนวนมากเช่นกัน
เบื้องต้นตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีประเมินว่า ชาวจีนทั้งหมดอาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ที่เคลื่อนไหวในประเทศกัมพูชา และเมื่อถูกกดดันจากทางการจีน จึงมีการพาคนข้ามแดนเข้ามาไทย อีกทั้งยังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าอาจมีความพยายามตั้งฐานทำงานในประเทศไทย ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน
ข่าวอาชญากรรม - Crime
กองกำลังผาเมืองยึดยาบ้า 8 แสนเม็ด ที่แม่ฟ้าหลวง
เชียงราย – วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายงานว่า กองกำลังผาเมือง โดยกองร้อยทหารพราน 3109 ภายใต้ฉก.ทพ.31 ยึดยาบ้าประมาณ 800,000 เม็ด หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่รับผิดชอบ
ผู้บังคับบัญชาสั่งจัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ตั้งจุดสกัดบนเส้นทางบ้านธาตุไปบ้านอาแบ ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ช่วงเวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ 2 คันมีท่าทีผิดสังเกต ขับเข้ามาในพื้นที่
ทันทีที่ผู้ขับขี่เห็นเจ้าหน้าที่ ทั้งสองคนทิ้งรถไว้แล้วอาศัยความมืดหลบหนีไป
จากการตรวจค้น พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 2 คัน สีแดงดำ และสีน้ำเงินดำ ทั้งคู่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บนรถแต่ละคันมีถุงกระสอบสาน 2 ใบ รวม 4 ใบ ภายในเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ด) กระสอบละราว 200,000 เม็ด รวมของกลางประมาณ 800,000 เม็ด
หลังยึดของกลาง เจ้าหน้าที่เสริมกำลังเพิ่มอีก 2 ชุด เพื่อคุมพื้นที่ เร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย และขยายผลการตรวจสอบ ก่อนส่งมอบของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
สรุปปฏิบัติการยึดจับยาเสพติดของกองกำลังผาเมือง
กองกำลังผาเมือง (กองกำลังผาเมือง) เป็นหน่วยของกองทัพบกที่ทำงานตามแนวชายแดนภาคเหนือ ภารกิจหลักคือดูแลความมั่นคงชายแดน และสกัดกั้นยาเสพติด
ในปี 2569 จังหวัดเชียงรายมีรายงานการจับกุมหลายครั้ง โดยมักเกิดในอำเภอชายแดน เช่น แม่สาย และแม่ฟ้าหลวง เส้นทางลำเลียงส่วนใหญ่เชื่อมโยงจากฝั่งเมียนมา ของกลางที่พบเป็นยาบ้า และบางครั้งพบไอซ์ด้วย
- ปลายเดือนมกราคม 2569 (ราว 30 ม.ค.) ที่อำเภอแม่สาย เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มลำเลียงใกล้บ้านห้วยน้ำริน ก่อนยึดยาบ้ามากกว่า 6 ล้านเม็ด ยาบ้าถูกบรรจุในกระสอบฟางดัดแปลง 30 กระสอบ กระสอบละราว 200,000 เม็ด โดยมีชุดลาดตระเวนจากกองร้อยทหารม้าที่ 3 ฉก.ทัพเจ้าตากร่วมปฏิบัติการ
- 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 01.00 น. ในพื้นที่แม่สาย เจ้าหน้าที่สกัดการลำเลียงและยึดยาบ้าราว 4.72 ล้านเม็ด (4,720,000) ภายหลังการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจตามแนวชายแดน รวมถึงโซนใกล้บ้านห้วยน้ำรินและเส้นทางใกล้เคียง
- 9 กุมภาพันธ์ 2569 (อีกคดีในวันเดียวกัน) ที่แม่สาย พบกระเป๋าเดินทาง 2 ใบถูกซุกไว้ในพงหญ้าใกล้บ้านห้วยแดงใต้ (พิกัด NC 934610) ภายในมียาบ้าประมาณ 620,000 เม็ด ผู้ต้องสงสัยหลบหนี ทิ้งกระเป๋าไว้
- 11 กุมภาพันธ์ 2569 ในอำเภอแม่ฟ้าหลวง บริเวณใกล้ดอยแม่สลอง ฉก.ทพ.31 (กองร้อยทหารพราน 3109) ยึดยาบ้าประมาณ 900,000 เม็ด โดยรายงานระบุว่าผู้ต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียน 2 คัน ก่อนทิ้งของกลางแล้วหลบหนี เหตุเกิดบนเส้นทางเชื่อมบ้านธาตุและบ้านอาแบ ตำบลแม่สลองนอก
นอกจากนี้ ยังมีรายงานภาพรวมการสกัดกั้นต่อเนื่อง โดยตัวเลขหนึ่งที่ถูกอ้างในข่าวระบุว่า กองกำลังผาเมืองยึดยาบ้ารวม 151 ล้านเม็ดในปีงบประมาณต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า และครอบคลุมปฏิบัติการมากกว่าคดีที่ยกตัวอย่างข้างต้น
ภาพที่พบซ้ำในหลายคดีคือ การไล่ติดตาม การปะทะเป็นบางจุด และผู้ต้องสงสัยอาศัยภูมิประเทศชายแดนหลบหนี โดยมักซุกซ่อนยาเสพติดในกระสอบ กระเป๋า หรือพาหนะที่ใช้ลำเลียง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งที่ยิงปืน 4 นัดใส่บ้านนักการเมืองอ้างว่าถูกผีสิง
สมุทรปราการ – ตำรวจสมุทรปราการเร่งไล่กล้องวงจรปิดและแกะรอยรถเก๋ง หลังมีชายบุกเข้าไปยิงปืนภายในบ้านของ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ก่อนขับรถหลบหนี ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาเสพติด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การสับสน อ้างมีองค์เทพเข้าสิง
เหตุเกิดช่วงเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ ศรีโรจนกูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีชายบุกรุกเข้าไปก่อเหตุยิงปืนในบ้านพักของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักการเมืองชื่อดัง บริเวณถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงสั่งชุดสายตรวจเข้าตรวจสอบทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ผู้ดูแลบ้านให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ออกไปก่อนตำรวจถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าใช้หลบหนี ก่อนตามไปควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านซอยทรัพย์บุญชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยจัดกำลังมากกว่า 20 นายเพื่อควบคุมสถานการณ์
จากการตรวจค้นบ้านพัก พบอาวุธปืนแบลงค์กัน 2 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาทราบชื่อ นายพรเทพ อายุ 48 ปี
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่พาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุ ระหว่างทำแผนผู้ต้องหามีอาการคลุ้มคลั่งและขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ปืนไฟฟ้าและสเปรย์พริกไทยเพื่อระงับเหตุ เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาพูดจาวกวน คล้ายมีอาการมึนเมาสารเสพติด และอ้างว่ามีองค์เทพนาจาเข้าสิง
นายวีระพจน์ วิมลชญากร อายุ 49 ปี ผู้ดูแลบ้าน เล่าว่า ผู้ก่อเหตุขับรถเข้ามาภายในบ้าน โดยบอก รปภ. ว่าได้รับการว่าจ้างจาก “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ให้มาขุดดิน จากนั้นขับเข้ามาจอด ก่อนลงไปไหว้องค์เฮ่งเจียบริเวณลานจอดรถ แล้วเดินเข้าไปในเขตรั้วบ้าน
ผู้ดูแลบ้านระบุว่า เมื่อทักท้วงว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ผู้ก่อเหตุชักปืนยิงขึ้นฟ้า 4 นัด ก่อนปืนเกิดขัดข้อง ผู้ดูแลบ้านจึงเข้าชาร์จและแย่งปืนไว้ได้ แต่ผู้ก่อเหตุหยิบอาวุธอีกกระบอกขึ้นมาจ่อข่มขู่ ผู้ดูแลบ้านอาศัยจังหวะหลบหนี ก่อนผู้ก่อเหตุจะขับรถออกจากพื้นที่ไป
พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ เปิดเผยว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบทะเบียนรถ และติดตามเส้นทางหลบหนี จนจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางทั้งอาวุธปืนและยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชายคนหนึ่งสารภาพหลังยิงตำรวจว่า “ผมไม่อยากติดคุกเป็นครั้งที่สาม”
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งสารภาพหลังยิงตำรวจว่า “ผมไม่อยากติดคุกเป็นครั้งที่สาม”
เชียงใหม่ ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดียิงตำรวจ สภ.สันกำแพง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งดำเนินคดีข้อหาหนักฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ผู้ต้องหาให้การรับว่า สาเหตุที่ตัดสินใจยิง เพราะกลัวถูกจับเข้าคุกเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากพกทั้งยาเสพติดและอาวุธปืนติดตัว
คดีนี้เริ่มจากเหตุยิงกันบนถนนในหมู่บ้านบ้านไร่พัฒนา หมู่ 8 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 19.00 น.
ขณะนั้น ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา อายุ 27 ปี ตำรวจสายตรวจ สภ.สันกำแพง พบรถจักรยานยนต์ Honda Cub สีชมพู-ขาว ทะเบียน 3กฐ 5694 เชียงใหม่ จอดอยู่บนถนนสาธารณะ จึงเข้าไปตรวจสอบชายต้องสงสัยและรถคันดังกล่าว
ระหว่างตรวจ ชายคนดังกล่าวชักปืนจากกางเกง แล้วยิงใส่ตำรวจ 3 นัด ส.ต.ต.อภิวัฒน์ วิ่งหลบและยิงตอบโต้ 1 นัด ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป
ออกหมายจับ “วิภาค วงค์วรรณ์” ตามตัวต่อเนื่อง
พนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ นายวิภาค วงค์วรรณ์ อายุ 36 ปี ในข้อหา
- พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
- พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน และเป็นคนไทยเชื้อสายชนเผ่า มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ต่อมาเวลา 19.30 น. วันที่ 9 ก.พ. 2569 ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับการประสานจากฝ่ายทหารพื้นที่ชายแดน อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ว่าเจ้าหน้าที่ฝั่งเมียนมาควบคุมตัวนายวิภาคได้แล้วในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน หลังตำรวจไทยประสานขอความร่วมมือ
จากนั้นเจ้าหน้าที่เมียนมาส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้ทหารไทยในพื้นที่ชายแดน อ.แม่อาย-ฝาง ก่อนนำส่งตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
เวลา 11.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 สอบปากคำผู้ต้องหาอีกครั้ง ก่อนส่งตัวกลับไปยัง สภ.สันกำแพง เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ
ผู้ต้องหารับ “ยิงเพราะกลัวติดคุกซ้ำ”
พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่า “ที่ต้องชักปืนยิง เพราะไม่อยากติดคุกรอบที่ 3 ในตัวมียาเสพติดและอาวุธปืน”
หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีไปหาแฟน และไปพักบังกะโลในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนว่าจ้างคนพาหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตำรวจยังระบุว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับคดียาเสพติดและติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง และมีผู้ร่วมขบวนการชื่อ “เบิร์ด” ที่ยังหลบหนีและมีหมายจับ
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณชายแดนบ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยฝ่ายทหารประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนส่งต่อผู้ต้องหากลับเข้าสู่ฝั่งไทย และแจ้งให้ตำรวจภูธรภาค 5 รับตัวดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่
ขณะรับตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเป้สีดำ 1 ใบ เมื่อตรวจค้นพบกล่องโทรศัพท์มือถือ ภายในมียาบ้าแยกใส่ถุงพลาสติก 2 ถุง ได้แก่
- ถุงสีน้ำเงิน บรรจุยาบ้าสีส้ม เม็ดกลมแบน มีอักษร “MY” จำนวน 288 เม็ด
- ถุงสีน้ำตาล บรรจุยาบ้าสีแดง เม็ดกลมแบน มีอักษร “WY” จำนวน 83 เม็ด และยาบ้า “WY” อีก 5 เม็ด
รวมทั้งสิ้น 376 เม็ด
ผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สุรมนต์ เฉลิมจันทร์ ผกก.สภ.สันกำแพง พร้อมกำลังตำรวจคุมตัวนายวิภาคไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียด ในพื้นที่หมู่บ้าน “ปงป่าเอื้อง” ถนนบ้านไร่พัฒนา-แม่ปูคา ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง
ผู้ต้องหารับว่าเป็นคนยิงตำรวจจริง ส่วนปืนของกลางขนาด 9 มม. อ้างว่านำไปทิ้งระหว่างหลบหนี และไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ใด
หลังทำแผนเสร็จ เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุม สภ.สันกำแพง เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รถตู้สาธารณสุขอุทัยธานีชนท้ายรถทางหลวง เสียชีวิต 3 เจ็บ 7
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายยกระดับด่านแม่สายให้เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขง
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวหลัก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องสงสัยซื้อเสียงในอำเภอพาน
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้




