ข่าวอาชญากรรม - Crime
รถกระบะคันหนึ่งหลบหนีจุดตรวจของตำรวจในแม่สาย จังหวัดเชียงราย พบยาบ้าชนิดผลึกกว่า 240 กิโลกรัม
เชียงราย – เชียงรายยังมีเหตุไล่ล่าร้อนๆ ตอนกลางคืน ตำรวจ สภ.แม่สาย ตั้งจุดสกัดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนไทย-เมียนมา ก่อนเจอกระบะต้องสงสัยฝ่าด่านเร่งหนี สุดท้ายคนขับทิ้งรถกลางถนนแล้ววิ่งหายไป ทิ้งของกลางไอซ์ล็อตใหญ่ไว้ในรถ
วันที่ 10 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.เชียงราย นำโดยผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัด และชุดสืบสวน สภ.แม่สาย เข้าตรวจยึดของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวม 240 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์กระบะ 1 คัน และหลักฐานอื่นๆ ที่พบในรถ
ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจได้รับแจ้งว่าจะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดจากชายแดนด้าน อ.แม่สาย เข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้ถนนสายรองที่แยกจากถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปทางหมู่บ้านน้ำจำ-หนองอ้อ ต.โป่งผา อ.แม่สาย จึงจัดกำลังออกตรวจเพื่อสกัดกั้น
เวลาประมาณ 01.30 น. เจ้าหน้าที่พบรถกระบะโตโยต้า รุ่นไฮลั๊ก รีโว่ สีเทา ป้ายทะเบียน จ.เชียงราย ขับเข้ามาตามเส้นทางที่ได้รับแจ้ง เมื่อรถเข้าพื้นที่หมู่บ้านน้ำจำ หมู่ 5 ต.โป่งผา ตำรวจส่งสัญญาณให้หยุดตรวจ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องฝ่าการสกัดแล้วขับหนีทันที
ตำรวจขับติดตามอย่างใกล้ชิด ระหว่างที่รถยังอยู่ในเขตหมู่บ้านน้ำจำ คนขับหยุดรถและจอดทิ้งไว้กลางถนน ก่อนเปิดประตูวิ่งหลบหนีไป อาศัยความชำนาญพื้นที่และความมืด ทำให้หลุดรอดไปได้
เมื่อตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟาง 7 ใบ บรรจุไอซ์รวมทั้งหมด 240 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบกุญแจรถติดอยู่ในรถ สำเนาคู่มือรถ เอกสารซื้อขายรถ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ใบเสร็จรับเงิน และเอกสารอื่นๆ ซึ่งถูกเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ตำรวจระบุว่า ผู้หลบหนีจะถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันจำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายเรียกร้องให้ทบทวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งที่ยิงปืน 4 นัดใส่บ้านนักการเมืองอ้างว่าถูกผีสิง
สมุทรปราการ – ตำรวจสมุทรปราการเร่งไล่กล้องวงจรปิดและแกะรอยรถเก๋ง หลังมีชายบุกเข้าไปยิงปืนภายในบ้านของ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ก่อนขับรถหลบหนี ตรวจค้นบ้านผู้ต้องหาพบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยาเสพติด เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การสับสน อ้างมีองค์เทพเข้าสิง
เหตุเกิดช่วงเวลา 10.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ ศรีโรจนกูร ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีชายบุกรุกเข้าไปก่อเหตุยิงปืนในบ้านพักของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักการเมืองชื่อดัง บริเวณถนนท้ายบ้าน ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ จึงสั่งชุดสายตรวจเข้าตรวจสอบทันที
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง ผู้ดูแลบ้านให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ออกไปก่อนตำรวจถึงพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าใช้หลบหนี ก่อนตามไปควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านซอยทรัพย์บุญชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยจัดกำลังมากกว่า 20 นายเพื่อควบคุมสถานการณ์
จากการตรวจค้นบ้านพัก พบอาวุธปืนแบลงค์กัน 2 กระบอก ปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาทราบชื่อ นายพรเทพ อายุ 48 ปี
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่พาผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านหลังเกิดเหตุ ระหว่างทำแผนผู้ต้องหามีอาการคลุ้มคลั่งและขัดขืน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้ปืนไฟฟ้าและสเปรย์พริกไทยเพื่อระงับเหตุ เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาพูดจาวกวน คล้ายมีอาการมึนเมาสารเสพติด และอ้างว่ามีองค์เทพนาจาเข้าสิง
นายวีระพจน์ วิมลชญากร อายุ 49 ปี ผู้ดูแลบ้าน เล่าว่า ผู้ก่อเหตุขับรถเข้ามาภายในบ้าน โดยบอก รปภ. ว่าได้รับการว่าจ้างจาก “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ให้มาขุดดิน จากนั้นขับเข้ามาจอด ก่อนลงไปไหว้องค์เฮ่งเจียบริเวณลานจอดรถ แล้วเดินเข้าไปในเขตรั้วบ้าน
ผู้ดูแลบ้านระบุว่า เมื่อทักท้วงว่าเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ผู้ก่อเหตุชักปืนยิงขึ้นฟ้า 4 นัด ก่อนปืนเกิดขัดข้อง ผู้ดูแลบ้านจึงเข้าชาร์จและแย่งปืนไว้ได้ แต่ผู้ก่อเหตุหยิบอาวุธอีกกระบอกขึ้นมาจ่อข่มขู่ ผู้ดูแลบ้านอาศัยจังหวะหลบหนี ก่อนผู้ก่อเหตุจะขับรถออกจากพื้นที่ไป
พ.ต.อ.จักรกฤษณ์ เปิดเผยว่า ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบทะเบียนรถ และติดตามเส้นทางหลบหนี จนจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางทั้งอาวุธปืนและยาเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนอย่างละเอียด เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชายคนหนึ่งสารภาพหลังยิงตำรวจว่า “ผมไม่อยากติดคุกเป็นครั้งที่สาม”
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งสารภาพหลังยิงตำรวจว่า “ผมไม่อยากติดคุกเป็นครั้งที่สาม”
เชียงใหม่ ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาคดียิงตำรวจ สภ.สันกำแพง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนส่งดำเนินคดีข้อหาหนักฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน ผู้ต้องหาให้การรับว่า สาเหตุที่ตัดสินใจยิง เพราะกลัวถูกจับเข้าคุกเป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากพกทั้งยาเสพติดและอาวุธปืนติดตัว
คดีนี้เริ่มจากเหตุยิงกันบนถนนในหมู่บ้านบ้านไร่พัฒนา หมู่ 8 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 19.00 น.
ขณะนั้น ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา อายุ 27 ปี ตำรวจสายตรวจ สภ.สันกำแพง พบรถจักรยานยนต์ Honda Cub สีชมพู-ขาว ทะเบียน 3กฐ 5694 เชียงใหม่ จอดอยู่บนถนนสาธารณะ จึงเข้าไปตรวจสอบชายต้องสงสัยและรถคันดังกล่าว
ระหว่างตรวจ ชายคนดังกล่าวชักปืนจากกางเกง แล้วยิงใส่ตำรวจ 3 นัด ส.ต.ต.อภิวัฒน์ วิ่งหลบและยิงตอบโต้ 1 นัด ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป
ออกหมายจับ “วิภาค วงค์วรรณ์” ตามตัวต่อเนื่อง
พนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับ นายวิภาค วงค์วรรณ์ อายุ 36 ปี ในข้อหา
- พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่
- พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน และเป็นคนไทยเชื้อสายชนเผ่า มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
ต่อมาเวลา 19.30 น. วันที่ 9 ก.พ. 2569 ตำรวจภูธรภาค 5 ได้รับการประสานจากฝ่ายทหารพื้นที่ชายแดน อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ว่าเจ้าหน้าที่ฝั่งเมียนมาควบคุมตัวนายวิภาคได้แล้วในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน หลังตำรวจไทยประสานขอความร่วมมือ
จากนั้นเจ้าหน้าที่เมียนมาส่งมอบตัวผู้ต้องหาให้ทหารไทยในพื้นที่ชายแดน อ.แม่อาย-ฝาง ก่อนนำส่งตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
เวลา 11.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 2569 ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภาค 5 สอบปากคำผู้ต้องหาอีกครั้ง ก่อนส่งตัวกลับไปยัง สภ.สันกำแพง เพื่อให้พนักงานสอบสวนทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ
ผู้ต้องหารับ “ยิงเพราะกลัวติดคุกซ้ำ”
พล.ต.ท.กฤตธาพล เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่า “ที่ต้องชักปืนยิง เพราะไม่อยากติดคุกรอบที่ 3 ในตัวมียาเสพติดและอาวุธปืน”
หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาหลบหนีไปหาแฟน และไปพักบังกะโลในพื้นที่ อ.แม่ริม ก่อนว่าจ้างคนพาหลบหนีข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตำรวจยังระบุว่า ผู้ต้องหาเคยถูกจับคดียาเสพติดและติดคุกมาแล้ว 2 ครั้ง และมีผู้ร่วมขบวนการชื่อ “เบิร์ด” ที่ยังหลบหนีและมีหมายจับ
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณชายแดนบ้านอรุโณทัย ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยฝ่ายทหารประสานงานกับเจ้าหน้าที่ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนส่งต่อผู้ต้องหากลับเข้าสู่ฝั่งไทย และแจ้งให้ตำรวจภูธรภาค 5 รับตัวดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่
ขณะรับตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเป้สีดำ 1 ใบ เมื่อตรวจค้นพบกล่องโทรศัพท์มือถือ ภายในมียาบ้าแยกใส่ถุงพลาสติก 2 ถุง ได้แก่
- ถุงสีน้ำเงิน บรรจุยาบ้าสีส้ม เม็ดกลมแบน มีอักษร “MY” จำนวน 288 เม็ด
- ถุงสีน้ำตาล บรรจุยาบ้าสีแดง เม็ดกลมแบน มีอักษร “WY” จำนวน 83 เม็ด และยาบ้า “WY” อีก 5 เม็ด
รวมทั้งสิ้น 376 เม็ด
ผู้ต้องหารับว่าเป็นของตนเอง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.สุรมนต์ เฉลิมจันทร์ ผกก.สภ.สันกำแพง พร้อมกำลังตำรวจคุมตัวนายวิภาคไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียด ในพื้นที่หมู่บ้าน “ปงป่าเอื้อง” ถนนบ้านไร่พัฒนา-แม่ปูคา ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง
ผู้ต้องหารับว่าเป็นคนยิงตำรวจจริง ส่วนปืนของกลางขนาด 9 มม. อ้างว่านำไปทิ้งระหว่างหลบหนี และไม่ทราบแน่ชัดว่าอยู่ที่ใด
หลังทำแผนเสร็จ เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาเข้าห้องควบคุม สภ.สันกำแพง เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รถตู้สาธารณสุขอุทัยธานีชนท้ายรถทางหลวง เสียชีวิต 3 เจ็บ 7
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 5.3 ล้านเม็ด
เชียงราย – เกิดเหตุรถยนต์ปาเจโรขับอยู่บนถนนชายแดนช่วงกลางดึก ก่อนเจอจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ คนขับเร่งเครื่องและหักเลี้ยวกลับกะทันหัน แต่คุมรถไม่อยู่จนตกไหล่ทาง จากนั้นคนขับเปิดประตูวิ่งหนีหายไปในความมืด เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในรถและตรวจตามแนวถนน พบของกลางเป็นยาบ้าล็อตใหญ่รวมมากกว่า 5,300,000 เม็ด พร้อมบัตรประชาชนของชายชาวอำเภอสีคิ้ว
ก่อนเกิดเหตุ ทหาร ร้อย.ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ร่วมกับชุดปฏิบัติการ ร้อย.คทร. และชุดปฏิบัติการสุนัขทหารที่ 10 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดแบบไม่ประจำที่ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณถนนพื้นที่บ้านเหมืองแดงใต้ หมู่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย ติดชายแดนไทย-เมียนมา
เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัย เป็นรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร แบบ 7 ที่นั่ง สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ ขับมาตามถนนสายดังกล่าว
เมื่อรถเข้าใกล้จุดตรวจ ห่างราว 500 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณฐานปฏิบัติการนเรศวร บก.มว.ม.2 ร้อย.ม.3 ฉก.ทัพเจ้าตาก คนขับกลับหักพวงมาลัยอย่างรวดเร็วเพื่อวนกลับทางเดิม ทำให้รถเสียหลักตกลงไปที่ไหล่ทางหน้าฐานปฏิบัติการ และไม่สามารถขับขึ้นถนนได้ คนที่อยู่ในรถจึงรีบลงจากรถแล้ววิ่งหลบหนี
เปิดรถพบกระสอบยาบ้าเต็มคัน รวม 4.72 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรถ พบกระสอบฟางห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำบรรทุกมาเต็มคัน เบื้องต้นจำนวน 24 ใบ เมื่อตรวจดูพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)
- กระสอบละ 200,000 เม็ด จำนวน 23 ใบ
- กระสอบละ 120,000 เม็ด จำนวน 1 ใบ
รวมยาบ้าในรถประมาณ 4,720,000 เม็ด
ภายในรถยังพบเอกสารส่วนตัว เป็นบัตรประจำตัวประชาชนของชายอายุ 29 ปี ชาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ลาดตระเวนต่อ พบกระเป๋าซุกในพงหญ้าอีก 6.2 แสนเม็ด
ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 9 ก.พ. 2569 กองร้อยทหารม้าที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก (ม.2) กองกำลังผาเมือง จัดกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่บ้านเหมืองแดงใต้ หมู่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างลาดตระเวน เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางซุกในพงหญ้าและมีหญ้าแห้งกลบไว้ เมื่อตรวจสอบพบเป็นยาบ้า
- กระเป๋าสีชมพู ประมาณ 260,000 เม็ด
- กระเป๋าสีขาว ประมาณ 360,000 เม็ด
รวมของกลางจากกระเป๋าทั้งหมดประมาณ 620,000 เม็ด
เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ด่านชายแดนเชียงรายปะทะกับผู้ค้ายาเสพติด ยึดยาไอซ์ได้ 300 กิโลกรัม
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days ago
เชียงรายยกระดับด่านแม่สายให้เป็นประตูการค้าแม่น้ำโขง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ชาวเยอรมันถูกจับกุมฐานพ่นสีข้อความ “ช่วยกาซา” ทั่วเกาะพะงัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดประตูสู่ฤดูกาลแห่งความรัก: ดื่มด่ำช่วงเวลาพิเศษริมแม่น้ำกกกับแคมเปญ ‘AVEC AMOUR’ ณ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท









