ข่าวธุรกิจ Business
ยอดขายกาแฟที่มีเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์ของไทยทะลุ 1.49 พันล้านบาท
เชียงราย – กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ตอนนี้ประเทศไทยขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มสินค้า “กาแฟ” แล้ว 11 รายการ จาก 8 จังหวัด ได้แก่ กาแฟดอยตุง (เชียงราย), กาแฟดอยช้าง…
เชียงราย – กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ตอนนี้ประเทศไทยขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มสินค้า “กาแฟ” แล้ว 11 รายการ จาก 8 จังหวัด ได้แก่ กาแฟดอยตุง (ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย), กาแฟดอยช้าง (เชียงราย), กาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่), กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน, กาแฟดอยมูเซอตาก, กาแฟวังน้ำเขียว (นครราชสีมา), กาแฟดงมะไฟ (นครราชสีมา), กาแฟระนอง, กาแฟเขาทะลุ (ชุมพร), กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร และกาแฟเมืองกระบี่
กาแฟแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นชัด เพราะผูกกับแหล่งปลูกโดยตรง ทั้งภูมิประเทศ ความสูง ปริมาณฝน อุณหภูมิ ชนิดดิน รวมถึงความชำนาญของเกษตรกรในท้องถิ่น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพ รสชาติ กลิ่น และคาแรกเตอร์ที่ต่างกันตามถิ่นกำเนิด และกลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคยอมรับ
ในปี 2568 กาแฟ GI ไทยทั้ง 11 รายการ ทำยอดขายรวมมากกว่า 1,497 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรก (รวมกัน 1,318 ล้านบาท) มาจาก 4 จังหวัด ดังนี้
อันดับ 1 กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน
กาแฟ GI ที่ทำมูลค่าสูงสุด ยอดขายกว่า 526 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 2,257 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นประมาณ 1.78 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 280 บาทต่อกิโลกรัม
กาแฟดอยสวนยาหลวงน่านเป็นอะราบิกา ปลูกบนดอยสวนยาหลวง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พื้นที่ต้นน้ำสูงราว 1,000-1,500 เมตร อากาศเย็นเกือบทั้งปี ดินอุดมและมีแร่ธาตุ ช่วยให้ต้นกาแฟเติบโตดี เมื่อประกอบกับการบ่มและการคั่วตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงได้กลิ่นคล้ายช็อกโกแลต ถั่ว และผลไม้ รสเข้มกลมกล่อม และมีโทนสมุนไพรเผ็ดซ่านิดๆ เป็นเอกลักษณ์ที่คนดื่มจำได้
อันดับ 2 กาแฟระนอง
ทำยอดขายกว่า 262 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 947 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 600 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นประมาณ 7.5 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม
กาแฟระนองเป็นโรบัสตา มีประวัตินำสายพันธุ์เข้ามาจากปีนังเมื่อกว่าร้อยปีก่อน และพัฒนาระบบการผลิตต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี ทำให้ระนองเป็นแหล่งโรบัสตาใหญ่สุดของฝั่งอันดามันในภาคใต้ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ จุดเด่นคือดินดี ฝนชุก ความชื้นสูง เอื้อต่อการปลูก กาแฟที่ได้ให้รสเข้ม นุ่มลึก กลิ่นชัด ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ และคว้ารางวัลระดับนานาชาติหลายรายการ ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและต่อยอดรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง
อันดับ 3 กาแฟเขาทะลุ (ชุมพร)
สร้างยอดขายกว่า 234 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 390 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 450 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.95 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 230 บาทต่อกิโลกรัม
กาแฟเขาทะลุเป็นโรบัสตา ปลูกในตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร สูงราว 200-300 เมตร ดินแถบเชิงเขามีแร่ธาตุและอินทรียวัตถุธรรมชาติ โดยเฉพาะมูลค้างคาวที่เป็นปุ๋ยธรรมชาติสำคัญ เมื่อรวมกับการคัดพันธุ์ การดูแล การเก็บเกี่ยวอย่างละเอียด และกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้กาแฟรสเข้มหนักแน่น กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ มีสินค้าทั้งกาแฟคั่ว กาแฟบด และกาแฟสำเร็จรูป ตอบโจทย์คนดื่มหลายกลุ่ม
อันดับ 4 กาแฟดอยช้าง (เชียงราย)
ทำยอดขายกว่า 160 ล้านบาท จากปริมาณผลิต 75 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 1,600 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.43 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 1,120 บาทต่อกิโลกรัม
กาแฟดอยช้างเป็นอะราบิกา สายพันธุ์หลักคาทูรา คาติมอร์ และคาทุย ปลูกในหุบเขาดอยช้างที่ความสูงราว 1,000-1,700 เมตร ใช้วิธีผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมีระบบควบคุมคุณภาพหลายขั้น ทำให้ได้ทั้งกาแฟสารและกาแฟคั่วบดคุณภาพสูง รสกลม มีความเปรี้ยวสดชื่นอ่อนๆ แฝงความหวาน และมีกลิ่นหอมเด่น เป็นที่นิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นด้วย
อันดับ 5 กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร
ทำยอดขายกว่า 136 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 120 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 850 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม
กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพรเป็นโรบัสตา ปลูกบนที่ราบเชิงเขาหินปูนในจังหวัดชุมพร สูงราว 85-120 เมตร เกษตรกรนำผลกาแฟสดไปบ่มและคัดเมล็ดด้วยวิธีเฉพาะตามมาตรฐาน จนได้กาแฟสาร ก่อนแปรรูปเป็นกาแฟคั่วและคั่วบด รสเข้มกลมกล่อม ไม่เปรี้ยว ไม่ฝาด และมีกลิ่นผลไม้คล้ายเชอร์รี
ทำไมกาแฟ GI ไทยถึงขายดี
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่า จุดขายของกาแฟ GI ไทยคือกลิ่นและรสที่สะท้อน “ตัวตนของพื้นที่” ได้ชัด ทั้งสภาพแวดล้อม วิธีปลูก และภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมา เมื่อรวมกับการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน จึงรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของแต่ละแหล่งผลิตไว้ได้ครบ
ผลลัพธ์คือกาแฟไทยขยับจากสินค้าเกษตรทั่วไปไปเป็นสินค้าพรีเมียมที่คนรู้จักมากขึ้น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้หลายพื้นที่ และช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นแบบต่อเนื่อง
เดินหน้าส่งเสริมกาแฟ GI ไทย
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะผลักดันกาแฟ GI ไทยต่อไป โดยเน้นเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีอัตลักษณ์ ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชน ผ่านการคุ้มครอง GI การควบคุมคุณภาพ และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทย และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร ตามแนวทาง Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน
ข่าวธุรกิจ Business
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเปิดตัวแผนส่งเสริมการค้าปี 2026 เพื่อสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น
ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – เมื่อวานนี้ (10 กรกฎาคม 2569) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้เปิดตัวโครงการส่งเสริมการค้าและการลงทุนประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ งานแถลงข่าวนี้จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน
โครงการนี้เป็นการจับมือกันระหว่าง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน เป้าหมายหลักคือการนำสินค้าท้องถิ่นไปขายในตลาดที่ใหญ่ขึ้น ทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยทางคณะผู้จัดงานคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนได้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท และตั้งเป้าให้เกิดการจับคู่ธุรกิจอย่างน้อย 20 คู่
ประเด็นสำคัญ
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งสร้างยอดขายกว่า 20 ล้านบาท พร้อมดันการจับคู่ธุรกิจ 20 คู่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน
- รวมพลัง 4 จังหวัด: เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมกันนำของดีประจำถิ่นมาต่อยอดและเพิ่มมูลค่า
- เตรียมจัด 2 งานใหญ่: เตรียมพบกับมหกรรมสินค้าที่จังหวัดน่านในเดือนกรกฎาคม และที่กรุงเทพมหานครในเดือนสิงหาคม
จุดเด่นของโครงการนี้คือการนำของดีประจำแต่ละจังหวัดมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรปลอดสารพิษ หรืองานหัตถกรรมที่ทำด้วยมือ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเฉพาะถิ่น หรือสินค้า GI เช่น ชาและกาแฟคุณภาพสูง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก
โครงการนี้ไม่ได้เน้นแค่การขายของเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการโปรโมตการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมล้านนาด้วย รัฐบาลท้องถิ่นต้องการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) สามารถเติบโตและเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ได้จริง คุณสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
สองงานแสดงสินค้าฟื้นเศรษฐกิจ
เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม จะมีการจัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ถึง 2 งาน งานแรกมีชื่อว่า “Northern Best Deal” จัดขึ้นที่ลานหนองน้ำครก อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569 ภายในงานจะมีร้านค้ามาออกบูธมากกว่า 100 ร้าน
ส่วนงานที่สองคือ “Northern Business Hub” ซึ่งจะยกขบวนสินค้าเหนือไปขายถึงใจกลางเมืองหลวง งานนี้จัดที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม 2569 โดยจะมีร้านค้าเด่นกว่า 80 ร้านไปให้ชาวกรุงเทพฯ ได้เลือกซื้ออย่างจุใจ
โปรโมชันจัดเต็ม ดึงดูดนักลงทุน
ทั้งสองงานนี้เปิดโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าท้องถิ่นได้พบเจอกับผู้ซื้อและนักลงทุนจากทั่วประเทศ ภายในงานมีกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการสั่งซื้อล่วงหน้าและสร้างเครือข่ายการค้าในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาและมินิคอนเสิร์ตให้ชมฟรี
ผู้จัดงานยังเตรียมโปรโมชันพิเศษมากมายเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ มีการแจกเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 รางวัลต่อวัน และบัตรของขวัญมูลค่ารวม 20,000 บาททุกวัน ไฮไลต์สำคัญคือการลุ้นรับทองคำหนัก 1 สลึง และช่วงนาทีทองที่ลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 80% ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างดีเยี่ยม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
ข่าวธุรกิจ Business
เชียงรายเปิดงานมหกรรมอุตสาหกรรมภาคเหนือ-ตะวันออก 2026
ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – จังหวัดเชียงรายเปิดตัวงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ระดมผู้ประกอบการจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 กิจการ นำสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพมาจัดแสดงและจำหน่ายในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ณ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ภายในงานผู้เข้าชมจะได้ชม ชิม ช้อป และสัมผัสอัตลักษณ์ล้านนาผ่านสินค้า ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
ประเด็นสำคัญ
- ผู้ประกอบการจากเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน กว่า 100 กิจการ จะนำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายโดยตรง
- สินค้าครอบคลุม 5 กลุ่ม ได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม สมุนไพร ผ้าและเครื่องแต่งกาย รวมถึงของใช้และของตกแต่ง
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ที่ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว พร้อมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การแสดง และโปรโมชั่นตลอด 5 วัน
การแถลงข่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องเชียงราย 2 โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ภายในงานแถลงข่าวมีการนำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการจาก 4 จังหวัด ผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยชุด “อลังการสีสันชาติพันธุ์ล้านนา” ผู้ร่วมงานยังได้ชมผลิตภัณฑ์เด่นจากแต่ละจังหวัด รวมถึงมินิแฟชั่นโชว์จากนางแบบและนายแบบมืออาชีพ
นายชูชีพกล่าวว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีจุดเด่นด้านทรัพยากร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งยังมีฐานการผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีคุณภาพ ตลอดจนสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อีกหลายประเภท
การจัดงานครั้งนี้ต้องการเพิ่มช่องทางการค้าให้ผู้ประกอบการ พัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้ซื้อ และนักลงทุน เพื่อให้ธุรกิจในภูมิภาคเติบโตได้อย่างมั่นคงทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
ที่ผ่านมา กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์สู่สินค้าและบริการ รวมถึงสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการใน 4 จังหวัด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นพัฒนาสินค้าได้ตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น
สินค้าเด่นจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน
งาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำสินค้ามาจัดแสดงและจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ผู้เข้าชมจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน มีเอกลักษณ์ และนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับแนวคิดร่วมสมัย
สินค้าภายในงานแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่
- อาหารและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- เครื่องดื่ม
- สมุนไพร
- ผ้าและเครื่องแต่งกาย
- ของใช้และของตกแต่ง
แต่ละกลุ่มมีผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งนำวัตถุดิบ เรื่องราว และฝีมือของคนในท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานในปัจจุบัน งานนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพจากผู้ผลิตโดยตรง พร้อมสนับสนุนธุรกิจไทยในภูมิภาค
นอกจากโซนจำหน่ายสินค้าแล้ว งานยังมีนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รวมถึงนิทรรศการและการสาธิตผลิตภัณฑ์เด่นจากผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2
ผู้เข้าชมยังจะได้ชมการจัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีภาคอุตสาหกรรม สินค้าคุณภาพจากโรงงานในราคาพิเศษ การแสดงแฟชั่นโชว์ และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดการจัดงาน
เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับผู้ซื้อและนักลงทุน
ผู้จัดงานเตรียมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ หรือ Business Matching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการพบผู้ซื้อ นักลงทุน และคู่ค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กิจกรรมนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการได้พูดคุยทางธุรกิจโดยตรง รวมถึงมองเห็นช่องทางขยายตลาดและสร้างเครือข่ายใหม่
ตลอด 5 วัน ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินควบคู่กับการเลือกซื้อสินค้า
ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักลงทุน สามารถเข้าร่วมงาน “อุตสาหกรรมแฟร์ล้านนาตะวันออก 2026” ได้ระหว่างวันที่ 12-16 สิงหาคม 2569 ณ BCC Hall ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ภายในงานมีสินค้าคุณภาพจากล้านนาตะวันออก ราคาพิเศษ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด และโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้สนใจหลายรูปแบบ.
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
การจำหน่ายทรายจากแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโลหะหนักที่เป็นพิษ
พลิกโฉมธุรกิจไทย: ปรับเพิ่มประสิทธิภาพด้วยซอฟต์แวร์สั่งตัดพิเศษ (ซอฟต์แวร์ที่กำหนดเอง)
ข่าวธุรกิจ Business
อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – ที่นี่ในจังหวัดเชียงราย พวกเรากำลังจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเดินทาง โครงการก่อสร้าง “สถานีรถไฟเชียงราย” ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตัวเลขการก่อสร้างโดยรวมเดินหน้าไปแล้วถึง 66.907% ซึ่งถือว่ารวดเร็วมาก
เส้นทางสายใหม่นี้มีระยะทางรวมยาวถึง 323 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางจะมีสถานีคอยให้บริการผู้โดยสารทั้งหมด 26 สถานี รูปแบบการก่อสร้างมีทั้งทางวิ่งบนพื้นดิน ทางยกระดับ และการขุดเจาะอุโมงค์ โครงการทั้งหมดมีกำหนดการสร้างเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดให้ประชาชนใช้งานในปี พ.ศ. 2571
ประเด็นสำคัญ
- สร้างเร็วกว่าแผน: การก่อสร้างสถานีรถไฟเชียงรายและเส้นทางทั้งหมด มีความคืบหน้าทะลุ 66.907% ไปแล้ว
- เดินทางสะดวกขึ้น: โครงการนี้เชื่อมต่อ 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีระยะทาง 323 กิโลเมตร พร้อมให้บริการ 26 สถานี
- เตรียมตัวเดินทางปี 2571: รัฐบาลตั้งเป้าก่อสร้างให้เสร็จ และเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการภายในปี พ.ศ. 2571
เมื่อรถไฟทางคู่สร้างเสร็จ การเดินทางข้ามจังหวัดในภาคเหนือจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประชาชนจะสามารถเดินทางได้รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถคำนวณเวลาเดินทางได้แม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความแออัดของรถยนต์บนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในมุมของเศรษฐกิจ เส้นทางนี้จะเป็นช่องทางใหม่ในการขนส่งสินค้าที่สำคัญมาก สินค้าเกษตรจากบ้านเราจะถูกส่งไปยังจุดหมายปลายทางได้ไวขึ้น ต้นทุนการขนส่งจะลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่
เส้นทางนี้จะไปสิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นประตูการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ข้อมูลล่าสุดจาก สำนักข่าวประชาชาติธุรกิจ ชี้ว่าเส้นทางนี้จะช่วยกระจายความเจริญได้อย่างมหาศาล การมีรถไฟทางคู่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาสู่จังหวัดของเราได้อย่างแน่นอน
ความท้าทายในงานวิศวกรรมที่คำนึงถึงชุมชน
งานก่อสร้างโครงการระดับประเทศนี้ ไม่ได้มีแค่การวางรางเหล็กบนพื้นดินเพียงอย่างเดียว โครงการนี้ยังรวมถึงงานทางวิศวกรรมขั้นสูง เช่น การเจาะอุโมงค์ผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ทีมวิศวกรต้องทำงานอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อคนงานและชาวบ้าน
ทางยกระดับเป็นอีกหนึ่งการออกแบบที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชุมชนตลอดแนวเส้นทาง การยกระดับรางรถไฟช่วยลดจุดตัดกับถนนของชาวบ้าน ทำให้รถไฟทำความเร็วได้คงที่ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุบริเวณทางข้ามได้อย่างเด็ดขาด
ตอนนี้ชาวเวียงชัยและพื้นที่ใกล้เคียง ต่างรู้สึกตื่นเต้นกับภาพสถานีที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง หลายครอบครัวเริ่มเตรียมปรับตัวทางธุรกิจ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวและโอกาสใหม่ๆ ที่กำลังจะเดินทางมาถึง
เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวสู่ล้านนา
เมื่อสถานีรถไฟเชียงรายเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ จังหวัดของเราจะกลายเป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาได้ง่ายขึ้น คนจากกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดอื่นๆ สามารถนั่งรถไฟชมวิวธรรมชาติมาพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบาย การเดินทางด้วยรถไฟจะช่วยให้ทุกคนไม่ต้องเหนื่อยล้ากับการขับรถไกลๆ อีกต่อไป
ทางหน่วยงานท้องถิ่นก็เริ่มวางแผนล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานรอบสถานี มีการหารือเรื่องการปรับปรุงถนนสายหลัก เพื่อให้เชื่อมต่อกับตัวสถานีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมจัดหารถโดยสารสาธารณะ เพื่อรับส่งผู้โดยสารเข้าสู่ตัวเมืองอย่างราบรื่น
โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือเส้นนี้ คือก้าวสำคัญที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย พวกเรามาร่วมนับถอยหลังสู่ปี 2571 เพื่อสัมผัสการเดินทางรูปแบบใหม่ การเดินทางนี้จะสร้างรอยยิ้มและรายได้ให้กับชาวภาคเหนือทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไขความลับ: กลยุทธ์สร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย
เชียงรายรับมือด่วน! กางแผนเชิงรุกสู้ภัยแล้งเอลนีโญ มุ่งเป้าจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
สุขภาพและการแพทย์ Health6 days ago
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าโครงการ “การดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้สูงอายุ” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
กลุ่มผู้พิทักษ์แม่น้ำเชียงรายเรียกร้องความเป็นธรรมหลังเกิดการปะทะกันในการประท้วงกรณีเหมืองแร่พิษ





