Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวธุรกิจ Business

ยอดขายกาแฟที่มีเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์ของไทยทะลุ 1.49 พันล้านบาท

เชียงราย – กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ตอนนี้ประเทศไทยขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มสินค้า “กาแฟ” แล้ว 11 รายการ จาก 8 จังหวัด ได้แก่ กาแฟดอยตุง (เชียงราย), กาแฟดอยช้าง…

Published

on

ยอดขายกาแฟที่มีเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์ของไทยทะลุ 1.49 พันล้านบาท

เชียงราย – กรมทรัพย์สินทางปัญญา โดย นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า ตอนนี้ประเทศไทยขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ในกลุ่มสินค้า “กาแฟ” แล้ว 11 รายการ จาก 8 จังหวัด ได้แก่ กาแฟดอยตุง (เชียงราย), กาแฟดอยช้าง (เชียงราย), กาแฟเทพเสด็จ (รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่), กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน, กาแฟดอยมูเซอตาก, กาแฟวังน้ำเขียว (นครราชสีมา), กาแฟดงมะไฟ (นครราชสีมา), กาแฟระนอง, กาแฟเขาทะลุ (ชุมพร), กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร และกาแฟเมืองกระบี่

กาแฟแต่ละพื้นที่มีจุดเด่นชัด เพราะผูกกับแหล่งปลูกโดยตรง ทั้งภูมิประเทศ ความสูง ปริมาณฝน อุณหภูมิ ชนิดดิน รวมถึงความชำนาญของเกษตรกรในท้องถิ่น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพ รสชาติ กลิ่น และคาแรกเตอร์ที่ต่างกันตามถิ่นกำเนิด และกลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคยอมรับ

ในปี 2568 กาแฟ GI ไทยทั้ง 11 รายการ ทำยอดขายรวมมากกว่า 1,497 ล้านบาท โดย 5 อันดับแรก (รวมกัน 1,318 ล้านบาท) มาจาก 4 จังหวัด ดังนี้

ยอดขายกาแฟที่มีเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์ของไทยทะลุ 1.49 พันล้านบาท

อันดับ 1 กาแฟดอยสวนยาหลวงน่าน

กาแฟ GI ที่ทำมูลค่าสูงสุด ยอดขายกว่า 526 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 2,257 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นประมาณ 1.78 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 280 บาทต่อกิโลกรัม

กาแฟดอยสวนยาหลวงน่านเป็นอะราบิกา ปลูกบนดอยสวนยาหลวง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พื้นที่ต้นน้ำสูงราว 1,000-1,500 เมตร อากาศเย็นเกือบทั้งปี ดินอุดมและมีแร่ธาตุ ช่วยให้ต้นกาแฟเติบโตดี เมื่อประกอบกับการบ่มและการคั่วตามช่วงเวลาที่เหมาะสม จึงได้กลิ่นคล้ายช็อกโกแลต ถั่ว และผลไม้ รสเข้มกลมกล่อม และมีโทนสมุนไพรเผ็ดซ่านิดๆ เป็นเอกลักษณ์ที่คนดื่มจำได้

อันดับ 2 กาแฟระนอง

ทำยอดขายกว่า 262 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 947 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 600 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นประมาณ 7.5 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 80 บาทต่อกิโลกรัม

กาแฟระนองเป็นโรบัสตา มีประวัตินำสายพันธุ์เข้ามาจากปีนังเมื่อกว่าร้อยปีก่อน และพัฒนาระบบการผลิตต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี ทำให้ระนองเป็นแหล่งโรบัสตาใหญ่สุดของฝั่งอันดามันในภาคใต้ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ จุดเด่นคือดินดี ฝนชุก ความชื้นสูง เอื้อต่อการปลูก กาแฟที่ได้ให้รสเข้ม นุ่มลึก กลิ่นชัด ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ และคว้ารางวัลระดับนานาชาติหลายรายการ ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและต่อยอดรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ยอดขายกาแฟที่มีเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์ของไทยทะลุ 1.49 พันล้านบาท

อันดับ 3 กาแฟเขาทะลุ (ชุมพร)

สร้างยอดขายกว่า 234 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 390 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 450 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.95 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 230 บาทต่อกิโลกรัม

กาแฟเขาทะลุเป็นโรบัสตา ปลูกในตำบลเขาทะลุ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร สูงราว 200-300 เมตร ดินแถบเชิงเขามีแร่ธาตุและอินทรียวัตถุธรรมชาติ โดยเฉพาะมูลค้างคาวที่เป็นปุ๋ยธรรมชาติสำคัญ เมื่อรวมกับการคัดพันธุ์ การดูแล การเก็บเกี่ยวอย่างละเอียด และกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้กาแฟรสเข้มหนักแน่น กลิ่นเป็นเอกลักษณ์ มีสินค้าทั้งกาแฟคั่ว กาแฟบด และกาแฟสำเร็จรูป ตอบโจทย์คนดื่มหลายกลุ่ม

อันดับ 4 กาแฟดอยช้าง (เชียงราย)

ทำยอดขายกว่า 160 ล้านบาท จากปริมาณผลิต 75 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 1,600 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.43 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 1,120 บาทต่อกิโลกรัม

กาแฟดอยช้างเป็นอะราบิกา สายพันธุ์หลักคาทูรา คาติมอร์ และคาทุย ปลูกในหุบเขาดอยช้างที่ความสูงราว 1,000-1,700 เมตร ใช้วิธีผลิตที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และมีระบบควบคุมคุณภาพหลายขั้น ทำให้ได้ทั้งกาแฟสารและกาแฟคั่วบดคุณภาพสูง รสกลม มีความเปรี้ยวสดชื่นอ่อนๆ แฝงความหวาน และมีกลิ่นหอมเด่น เป็นที่นิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นด้วย

ยอดขายกาแฟที่มีเครื่องหมายทางภูมิศาสตร์ของไทยทะลุ 1.49 พันล้านบาท

อันดับ 5 กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร

ทำยอดขายกว่า 136 ล้านบาท จากปริมาณผลิตราว 120 ตัน ราคาขายปลีกเฉลี่ย 850 บาทต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้น 1.7 เท่า จากก่อนเป็น GI ที่ 500 บาทต่อกิโลกรัม

กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพรเป็นโรบัสตา ปลูกบนที่ราบเชิงเขาหินปูนในจังหวัดชุมพร สูงราว 85-120 เมตร เกษตรกรนำผลกาแฟสดไปบ่มและคัดเมล็ดด้วยวิธีเฉพาะตามมาตรฐาน จนได้กาแฟสาร ก่อนแปรรูปเป็นกาแฟคั่วและคั่วบด รสเข้มกลมกล่อม ไม่เปรี้ยว ไม่ฝาด และมีกลิ่นผลไม้คล้ายเชอร์รี

ทำไมกาแฟ GI ไทยถึงขายดี

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาอธิบายว่า จุดขายของกาแฟ GI ไทยคือกลิ่นและรสที่สะท้อน “ตัวตนของพื้นที่” ได้ชัด ทั้งสภาพแวดล้อม วิธีปลูก และภูมิปัญญาที่สืบต่อกันมา เมื่อรวมกับการแปรรูปที่ได้มาตรฐาน จึงรักษาคุณภาพและเอกลักษณ์ของแต่ละแหล่งผลิตไว้ได้ครบ

ผลลัพธ์คือกาแฟไทยขยับจากสินค้าเกษตรทั่วไปไปเป็นสินค้าพรีเมียมที่คนรู้จักมากขึ้น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้หลายพื้นที่ และช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นแบบต่อเนื่อง

เดินหน้าส่งเสริมกาแฟ GI ไทย

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะผลักดันกาแฟ GI ไทยต่อไป โดยเน้นเพิ่มมูลค่าสินค้าที่มีอัตลักษณ์ ควบคู่กับการกระจายรายได้สู่ชุมชน ผ่านการคุ้มครอง GI การควบคุมคุณภาพ และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทย และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร ตามแนวทาง Quick Big Win ของกระทรวงพาณิชย์

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน

ข่าวธุรกิจ Business

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

PR News

Published

on

By

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

 

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท ชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสการพักผ่อนริมแม่น้ำท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น นำเสนอโปรโมชั่น บัตรกำนัลราคาดีที่สุดแห่งปี ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 79” โดยเปิดให้จองรอบ Pre-Sale ออนไลน์ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 25 สิงหาคม 2569 ก่อนเข้าพบกัน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บูธ G36 ระหว่างวันที่ 20 – 23 สิงหาคม 2569

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่ง<a href=ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย ครั้งที่ 79" width="350" height="233" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2.png 309w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/word-image-46422-2-300x200.png 300w" sizes="auto, (max-width: 350px) 100vw, 350px" /> โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

ไฮไลต์โปรโมชั่นห้องพักสุดพิเศษ (สำหรับเข้าพักวันนี้ – 31 มี.ค. 2570):

  • ห้องดีลักซ์ การ์เดนวิว: ราคาเริ่มต้นเพียง 2,999 บาทสุทธิ / คืน (ส.ค. – 30 ก.ย. 2569) และ 3,499 บาทสุทธิ / คืน (1 ต.ค. 2569 – 31 มี.ค. 2570)
  • สิทธิพิเศษเพิ่มเติม:
    • รับสิทธิ์ซื้อบุฟเฟต์อาหารเช้าราคาพิเศษเพียง 399 บาทสุทธิ / 2 ท่าน
    • เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี เข้าพักร่วมกับผู้ปกครองฟรีสูงสุด 2 ท่าน
    • ข้อเสนอพิเศษสุด: เมื่อเข้าพักภายในเดือนสิงหาคม – กันยายน 2569 รับ รีสอร์ทเครดิต 300 บาทสุทธิ / คืน สำหรับใช้บริการห้องอาหารและสปา

โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79 โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงราย จัดโปรโมชั่นพิเศษเนื่องในงานมหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 79

แพ็กเกจสปา และผ่อนคลาย ณ ภาวาตี สปา:

  • บัตรกำนัล ภาวาตี สปา: ราคาเพียง 1,199 บาทสุทธิ / ท่าน สำหรับนวดดีพทิชชู่ นวดสวีดิช หรือนวดอโรมา 60 นาที (ใช้ได้ถึง 31 มี.ค. 2570)
  • บัตรกำนัล One Day Pass Retreat: ราคา 2,899 บาทสุทธิ / 2 ท่าน รวมนวดไทยหรือนวดอโรมา 60 นาที ที่ภาวาตี สปา พร้อมชุดชายามบ่าย 1 เซ็ต ที่ห้องอาหารฟาโวล่า

ช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (วันนี้ – 25 ส.ค. 2569):

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร. 053 603 333 อีเมล rsvn.chiangrai@lemeridien.com หรือ LINE @lmchiangrai

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกแมริออท บอนวอย®: สมัครฟรีได้ที่ https://bit.ly/lmcrpr

เกี่ยวกับ เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท

เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ถือกำเนิดขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นยุคที่การเดินทางเต็มไปด้วยเสน่ห์และความหรูหรามีสไตล์ แบรนด์ยังคงเฉลิมฉลองเสน่ห์ของวัฒนธรรมจากทั่วโลกผ่านกลิ่นอายแบบยุโรปที่สะท้อนวิถีการใช้ชีวิตอย่างมีรสนิยม ปัจจุบัน เลอ เมอริเดียน มีโรงแรมและรีสอร์ทกว่า 120  แห่งในมากกว่า 35 ประเทศและเขตปกครอง ครอบคลุมจุดหมายปลายทางตั้งแต่มัลดีฟส์ถึงโมนาโก และตั้งแต่ซานตา โมนิกาไปจนถึงมณฑลเสฉวน ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lemeridien.com หรือติดตามเราทาง เฟสบุ๊กอินสตาแกรม และ เอ็กซ์

เลอ เมอริเดียน โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ แมริออท บอนวอย® (Marriott Bonvoy®) โปรแกรมการเดินทางระดับโลกจาก Marriott International  ซึ่งมอบพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมชั้นนำ ประสบการณ์สุดพิเศษผ่าน แมริออท บอนวอย โมเมนต์ (Marriott Bonvoy Moments) และสิทธิประโยชน์เหนือระดับ อาทิ คืนเข้าพักฟรี และการยกระดับสถานะสมาชิก อีลิท (Elite) สมัครสมาชิกฟรีหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม ได้ที่ marriottbonvoy.com

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายล้ำหน้า! แม่ฟ้าหลวงเปิดตัว “M-Water” ใช้ AI รับมือวิกฤตน้ำท่วม

 

Continue Reading

ข่าวธุรกิจ Business

เชียงรายเดินหน้า “หมอหนี้ชุมชน” กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 4 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ก้าวไปอีกขั้นในการแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” อย่างเป็นทางการ งานนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมใหญ่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐและเครือข่ายชุมชนทั่วจังหวัดเข้าร่วมถึง 120 คน

ปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน การแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องสร้างความรู้ด้านการจัดการเงิน การวิเคราะห์หนี้ และปลูกฝังวินัยการออมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว

ประเด็นสำคัญ

  • การเปิดตัวโครงการ: เชียงรายเริ่มโครงการ “หมอหนี้ชุมชน” เพื่อให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวบ้านอย่างเป็นระบบ
  • ความร่วมมือระดับจังหวัด: หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินหลายแห่งจับมือกันเพื่อฝึกอบรมบุคลากรในชุมชน
  • เป้าหมายหลัก: มุ่งเน้นการให้ความรู้ด้านการเงิน ลดปัญหาหนี้ครัวเรือน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

โครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาจังหวัดเชียงราย สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พวกเขาร่วมกันฝึกอบรมและพัฒนา “หมอหนี้ชุมชน” ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น หมอหนี้เหล่านี้จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำและช่วยชาวบ้านวางแผนจัดการหนี้สินได้อย่างเหมาะสม

การทำงานร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น เมื่อผู้นำชุมชนมีความรู้ พวกเขาก็สามารถส่งต่อความเข้าใจที่ถูกต้องให้เพื่อนบ้านได้ วิธีนี้ช่วยให้ชาวบ้านเข้าถึงคำปรึกษาได้ง่ายและเป็นกันเองมากขึ้น ชุมชนจึงมีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ดีขึ้น

เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

เป้าหมายหลักและการสร้างเครือข่ายที่มั่นคง

เป้าหมายสูงสุดของโครงการนี้คือการสร้างเครือข่ายจัดการหนี้ที่เข้มแข็งในระดับหมู่บ้าน เมื่อเครือข่ายแข็งแรง ความมั่นคงทางการเงินของชุมชนก็จะตามมา โครงการนี้มุ่งหวังที่จะลดปัญหาหนี้ครัวเรือนในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงรายให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทุกคนจะได้มีชีวิตที่มั่นคงและสามารถวางแผนอนาคตได้อย่างยั่งยืน การมีสุขภาพการเงินที่ดีถือเป็นรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

เชียงรายเดินหน้า "หมอหนี้ชุมชน" กู้วิกฤตหนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

วิธีการทำงานของหมอหนี้ในพื้นที่

เมื่อผ่านการอบรมแล้ว หมอหนี้ชุมชนจะลงพื้นที่พูดคุยและรับฟังปัญหาของลูกบ้านในแต่ละชุมชน พวกเขาจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์หนี้ที่เข้าใจง่าย เพื่อช่วยแยกแยะและจัดลำดับความสำคัญของหนี้สิน จากนั้นจะร่วมกันวางแผนการจ่ายเงินคืนที่สอดคล้องกับรายได้ของแต่ละครอบครัว

การให้คำปรึกษาจะเป็นไปอย่างเป็นความลับและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะช่วยลดความเครียดของลูกหนี้ลงได้มาก ชาวบ้านจะรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยถึงปัญหาของตนเอง แทนที่จะหันไปพึ่งพาการกู้เงินนอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูง

ในท้ายที่สุด ความสำเร็จของโครงการนี้จะขึ้นอยู่กับการเปิดใจของชาวบ้านและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย จังหวัดเชียงรายกำลังเดินหน้าสู่การเป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืนให้พื้นที่อื่นๆ ได้เรียนรู้ต่อไป ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ระทึกขวัญเชียงราย! ชายป่วยจิตเวชคลั่งถือมีดบุกโรงเรียน ตำรวจล้อมจับวุ่น

สมาคมกีฬาเชียงราย จัดหนัก! มอบอุปกรณ์กีฬา-อัดฉีดโค้ช เตรียมทัพเยาวชนลุยศึก “สุราษฎร์ธานีเกมส์”

 

Continue Reading

ข่าวธุรกิจ Business

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่ – กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ 8 แห่ง ร่วมกันจัดงาน “วิจิตรภูษา ภูมิปัญญาสร้างสรรค์ แพรพรรณท้องถิ่นไทย” ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต งานนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยด้านสิ่งทอ และนำความรู้ไปช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีเปิดงานแสดงสินค้าและผลงานวิจัยด้านสิ่งทออย่างยิ่งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ งานนี้เกิดจากความร่วมมือของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคเหนือทั้ง 8 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป้าหมายหลักคือการนำความรู้จากห้องเรียนมาสู่การปฏิบัติจริงในชุมชน

นายดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงาน ท่านได้เน้นย้ำถึงการใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอของไทย ทั้งนี้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกยุคใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2569 ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
  • มุ่งเน้นการนำงานวิจัยมาพัฒนาผ้าทอไทย เพื่อสร้างรายได้จริงให้ชุมชนท้องถิ่น
  • มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น แฟชั่นโชว์ การเสวนา และร้านขายสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

เกิดอะไรขึ้นในงานนี้?

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้จับมือกับเพื่อนมหาวิทยาลัยอีก 7 แห่ง จัดงานใหญ่นี้ขึ้นมา มหาวิทยาลัยที่ร่วมจัดงานได้แก่ เชียงราย ลำปาง อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิบูลสงคราม และเพชรบูรณ์ ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานมากมายที่ได้จากการลงพื้นที่วิจัยจริงๆ ของอาจารย์และนักศึกษา

ในวันเปิดงาน มีผู้บริหารจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนมาร่วมงานอย่างคับคั่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ได้กล่าวรายงานถึงความตั้งใจของงาน งานนี้ช่วยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษากับชาวบ้านเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิด สิ่งนี้จะช่วยเปลี่ยนภูมิปัญญาดั้งเดิมให้กลายเป็นสินค้าที่ทันสมัยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงที่น่าสนใจอย่างการเสวนาเรื่องการปรับตัวของผ้าไทยในยุคปัจจุบัน และที่พลาดไม่ได้คือแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ แฟชั่นโชว์ชุด “มรดกโขน ผ้าทอพิษณุโลก สู่ชุดพระราชทาน” แสดงให้เห็นถึงการนำผ้าทอท้องถิ่นมาตัดเย็บได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อชุมชน?

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปเพื่อขายของ แต่เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับหมู่บ้าน กระทรวง อว. ให้ความสำคัญอย่างมากกับการนำความรู้สมัยใหม่มาช่วยชาวบ้านทำงาน การทำเช่นนี้สอดคล้องกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

นายดนุพร ปุณณกันต์ กล่าวว่า การเล่าเรื่องราวหรือประวัติความเป็นมาของผ้าแต่ละผืน จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ เราต้องสอนให้เยาวชนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่รู้จักการทำการตลาดแบบบอกเล่าเรื่องราว สิ่งนี้จะทำให้ลูกค้าเข้าใจและเห็นคุณค่าของผ้าไทยมากขึ้นกว่าเดิม

หากเราสามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาผสมผสานกับความเก่งกาจดั้งเดิมของชาวบ้านได้ ผ้าทอไทยก็จะไม่ใช่แค่ของฝากตามเทศกาลอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีราคาสูง ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องปากท้องในชุมชนได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุด?

กลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือชาวบ้านและกลุ่มแม่บ้านทอผ้าในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง พวกเขาจะได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการผลิตผ้าให้มีสีสันสวยงามและใช้งานได้ทนทานมากขึ้น กลุ่มที่สองคือนักศึกษาและอาจารย์ ที่ได้นำทฤษฎีจากในห้องเรียนมาทดลองแก้ปัญหาจริงในพื้นที่

นอกจากนี้ ผู้บริโภคหรือผู้ที่มาร่วมงานก็จะได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ยุติธรรมโดยตรงจากผู้ผลิต ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสอนทำงานฝีมือให้ผู้ที่สนใจได้ลองทำด้วยตัวเอง ถือเป็นการเรียนรู้ที่สนุกและได้ลงมือทำจริง

ตลอดทั้ง 3 วันของการจัดงาน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับความสวยงามของวัฒนธรรมที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย คุณจะได้เห็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม การเล่นดนตรีพื้นบ้าน และเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายอย่างเป็นกันเอง

มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตคืออะไร?

ความรู้และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากงานนี้ จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือต่อไป มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 8 แห่งยืนยันที่จะทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะช่วยดูแลตั้งแต่การออกแบบลายผ้า ไปจนถึงการหาช่องทางขายของออนไลน์ให้ชาวบ้าน

การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และชาวบ้าน จะเป็นรากฐานที่แข็งแรงในการพัฒนาประเทศ หากคุณสนใจอ่านข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำงานวิจัยมาช่วยชุมชน สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

สำหรับใครที่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่หรือพื้นที่ใกล้เคียง วันนี้ (26 กรกฎาคม 2569) ยังคงเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน คุณสามารถเดินทางไปร่วมงานได้ที่ลาน GRAND HALL 03 ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นี่คือโอกาสดีที่คุณจะได้สนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ค้างชำระค่าปรับจราจรในประเทศไทย? บอกลาป้ายภาษีประจำปีของคุณได้เลย!

คำเตือนสภาพอากาศรุนแรงของประเทศไทย: พื้นที่สีแดงเผชิญอุทกภัยและภัยแล้งรุนแรง

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending