ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ดอัด สเปอร์ส 2-0 คว้าชัย 4 นัดติด
ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มี ไมเคิล แคร์ริค ทำหน้าที่กุนซือชั่วคราว เดินหน้าเก็บสามแต้มสำคัญ หลังเอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 25 ส่งให้ “ปีศาจแดง” ชนะต่อเนื่องเป็นนัดที่ 4 ยึดอันดับ 4 แบบแน่น ๆ และตามหลังอันดับ 2 แค่ 3 คะแนน
เกมนี้เตะในช่วงเวลาพิเศษ เพราะเป็นวันถัดจากการรำลึกครบรอบ 68 ปี โศกนาฏกรรมมิวนิก แฟนบอลเจ้าถิ่นร่วมกันทำให้บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยความหมาย ก่อนที่ทีมจะตอบแทนด้วยฟอร์มที่ดุดัน โดยเฉพาะครึ่งหลังที่คุมเกมได้ชัดเจนกว่า
จังหวะที่ทำให้เกมเปลี่ยน: โรเมโรโดนแดง
ช่วงต้นเกมสูสีกันพอสมควร สเปอร์สของ โธมัส แฟรงค์ พยายามครองบอลและขึ้นเกมรุกเป็นระยะ แต่สถานการณ์เปลี่ยนทันทีในนาทีที่ 29 เมื่อ คริสเตียน โรเมโร กัปตันทีมสเปอร์ส โดนใบแดงโดยตรงจากจังหวะยกเท้าสูงใส่ คาเซมิโร แบบอันตราย ทำให้ทีมเยือนต้องเล่น 10 คนยาว ๆ
หลังเสียคน สเปอร์สดูเสียทรง เกมรับเริ่มหลวม และยูไนเต็ดก็เพิ่มแรงกดดันต่อเนื่อง

L
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 38: ไบรอัน เอ็มเบวโม ยิงให้แมนฯ ยูไนเต็ดขึ้นนำ 1-0 จากลูกเตะมุมที่ซ้อมกันมา บอลโดนสกัดออกมาเข้าทางก่อนเอ็มเบวโมกดแบบไม่จับส่งบอลเข้าไปอย่างคมกริบ
- ครึ่งหลัง ยูไนเต็ดคุมจังหวะได้มากกว่า อามาด ดิอัลโล และ มาเตอุส คุนญา เคยส่งบอลเข้าไปแล้ว แต่ถูกจับล้ำหน้า ทีมยังบุกต่อแบบไม่ผ่อน
- นาทีที่ 81: บรูโน แฟร์นันเดส บวกสกอร์ที่สองจากจังหวะเข้าชาร์จแถวเสาไกล รับบอลครอสจากเพื่อนร่วมทีม ทำให้เจ้าถิ่นหนีเป็น 2-0
- จิโอวานนี่ วิคาริโอ นายทวารสเปอร์ส เซฟช่วยทีมไว้หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะรับมือโหม่งของคาเซมิโรในครึ่งแรก แต่สุดท้ายต้านไม่อยู่
หลังเหลือผู้เล่นน้อยกว่า สเปอร์สแทบหาจังหวะจบแบบจะแจ้งไม่ได้ และยังคงไม่ชนะในพรีเมียร์ลีกตลอดปี 2026 จนถึงตอนนี้ ทำให้แรงกดดันที่มีต่อโธมัส แฟรงค์เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
รายชื่อผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ตัวจริงและคนสำคัญ)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | (ไม่ระบุในรายงานหลัก) | – |
| กองหลัง | ดิโอโก ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, ลุค ชอว์ | เกมรับแน่น เล่นแข็งแกร่ง |
| กองกลาง | คาเซมิโร, ค็อบบี้ ไมนู, อามาด ดิอัลโล, บรูโน แฟร์นันเดส | บรูโนทำประตูตอกย้ำชัยชนะ |
| กองหน้า | มาเตอุส คุนญา, ไบรอัน เอ็มเบวโม | เอ็มเบวโมยิงปลดล็อกเกม |
(ไลน์อัพตามรายงาน: ลัมเมนส์, ดาโลต์, แม็กไกวร์, มาร์ติเนซ, ชอว์, คาเซมิโร, ไมนู, อามาด, แฟร์นันเดส, คุนญา, เอ็มเบวโม)
รายชื่อผู้เล่นท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (ตัวจริงและเปลี่ยนตัว)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | วิคาริโอ | เซฟหลายครั้ง แต่เสีย 2 ประตู |
| กองหลัง | เกรย์, โรเมโร (โดนไล่ออก น.29), ฟาน เดอ เวน, อูโดกี (เปลี่ยน ซูซ่า น.55) | ใบแดงทำเกมเปลี่ยนทันที |
| กองกลาง | ปาลินญา (เปลี่ยน บิสซูม่า น.80), ซาร์, กัลลาเกอร์ (เปลี่ยน โคโล มูอานี น.80) | เสียสมดุลหลังเหลือ 10 คน |
| กองหน้า | โอโดแบร์ (เปลี่ยน ดรากูซิน น.32), ไซมอนส์, โซลันเก้ (เปลี่ยน เทล น.80) | โอกาสจบสกอร์น้อย |
สรุปภาพรวมและทิศทางต่อไป
สามแต้มเกมนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดของแคร์ริคมั่นใจมากขึ้น เห็นภาพการเล่นเป็นระบบชัดขึ้น ทั้งการใช้ลูกตั้งเตะและการลงโทษความผิดพลาดของคู่แข่งในช่วงสำคัญ
ฝั่งท็อตแนมต้องรีบจัดการปัญหา โดยเฉพาะเรื่องวินัยในเกม ใบแดงของโรเมโรที่เป็นใบที่สองของซีซันยิ่งทำให้ทีมเป๋ และการรอชัยชนะนัดแรกของปี 2026 ก็ยังต้องรอต่อไป หากยังแก้ไม่ตก โอกาสหลุดจากกลุ่มหัวตารางก็มีสูง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แมนฯ ซิตี้ อัดนิวคาสเซิล 3-1 ลิ่วชิงคาราบาว คัพ ดวลอาร์เซนอล
ฟุตบอล
แมนฯ ซิตี้ อัดนิวคาสเซิล 3-1 ลิ่วชิงคาราบาว คัพ ดวลอาร์เซนอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ได้อีกครั้ง หลังเปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 3-1 ในเกมเลกสองรอบรองชนะเลิศ คืนวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ทำให้สกอร์รวมสองนัดขาดลอย 5-1 และเตรียมไปเจอกับอาร์เซนอลที่เวมบลีย์ในเดือนมีนาคมนี้
มาร์มูช เด่นสุด, ซิตี้เร่งตั้งแต่ต้นก่อนคุมเกมสบายครึ่งหลัง
เกมนี้ซิตี้เดินหน้ากดดันทันที และได้ประตูเร็วตั้งแต่นาทีที่ 7 โอมาร์ มาร์มูช ที่ได้ออกสตาร์ตแทนเออร์ลิง ฮาลันด์ ประสานงานกับฟิล โฟเดน แบบจังหวะเดียว ก่อนจบสกอร์จนบอลไปแฉลบดาน เบิร์น แล้วย้อยข้ามมืออารอน แรมส์เดล เข้าไป เจ้าถิ่นนำ 1-0
นิวคาสเซิลพยายามตั้งเกมตอบโต้ มีจังหวะลุ้นจากโจ วิลล็อก แต่ยังไม่คมพอจะเปลี่ยนเป็นประตู จากนั้นซิตี้ยังคุมจังหวะได้ดี และมาหนีห่างในนาทีที่ 29 จากลูกเปิดเข้ามาใกล้เส้นหลัง มาร์มูชขึ้นโหม่งเต็มๆ เป็น 2-0 และสกอร์รวมขยับห่างเป็น 4-0
ความได้เปรียบยิ่งชัดขึ้นอีกในนาทีที่ 32 ติจจานี เรย์น์เดอร์ส สอดมาเก็บบอลจังหวะต่อเนื่องก่อนซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด ส่งซิตี้นำ 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก และรวมสองเลกเป็น 5-0 แทบปิดเกมได้ตั้งแต่ตอนนั้น
ครึ่งหลัง นิวคาสเซิลพยายามปรับรูปเกม แต่ซิตี้ลดจังหวะลงและเน้นคุมพื้นที่มากขึ้น ทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 62 จากแอนโธนี เอลังกา ที่ลากตัดแนวรับก่อนยิงเข้าไป เป็น 3-1 แต่ก็ไม่ทันการ สุดท้ายแมนฯ ซิตี้ยังปิดเกมได้ตามเป้า
เป๊ป กวาร์ดิโอลา ยังได้โอกาสหมุนเวียนผู้เล่นหลายตำแหน่งในช่วงท้ายเกม เพื่อเก็บแรงไว้สำหรับโปรแกรมลีกและรายการอื่นๆ ส่วนฝั่งนิวคาสเซิลในฐานะแชมป์เก่า ต้องยุติเส้นทางที่รอบรองชนะเลิศแบบน่าเสียดาย เพราะเสียประตูเร็วและเสียโมเมนตัมตั้งแต่ต้น
สถิติแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคาราบาว คัพ 2025/26
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| แข่งทั้งหมด | 5 นัด |
| ชนะ | 5 นัด |
| เสมอ | 0 นัด |
| แพ้ | 0 นัด |
| ได้ประตู | 12 ประตู |
| เสียประตู | 2 ประตู |
| ประตูได้-เสีย | +10 |
| คะแนน | 15 |
| เข้าชิง | ใช่ (พบอาร์เซนอล) |
ซิตี้ยังทำผลงานในรายการนี้แบบไร้ที่ติ ไม่แพ้ใครเลย และกำลังเดินหน้าไล่ล่าแชมป์สมัยที่ 9 หากทำได้จะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของทีมในยุคกวาร์ดิโอลา
สถิตินิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในคาราบาว คัพ 2025/26
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| แข่งทั้งหมด | 5 นัด |
| ชนะ | 3 นัด |
| เสมอ | 1 นัด |
| แพ้ | 1 นัด |
| ได้ประตู | 8 ประตู |
| เสียประตู | 6 ประตู |
| ประตูได้-เสีย | +2 |
| ผ่านเข้ารอบรอง | ใช่ |
| เข้าชิง | ไม่ (ตกรอบรอง) |
แม้นิวคาสเซิลจะเป็นแชมป์เก่า แต่เกมเลกสองพลาดตั้งแต่ต้น ทำให้ต้องไล่ตามตลอด และสุดท้ายต้านความแน่นอนของซิตี้ไม่ไหว
กวาร์ดิโอลา ย้ำทุกถ้วยมีความหมาย, เป้าหมายคือไปเวมบลีย์แล้วคว้าแชมป์
หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา พูดถึงผลงานทีมว่า ครึ่งแรกทำได้ยอดเยี่ยม และประตูเร็วช่วยให้ทีมเล่นตามแผนได้ง่ายขึ้น เขายังชื่นชมผู้เล่นที่สลับกันลงสนาม แต่คุณภาพโดยรวมไม่ตก พร้อมย้ำว่าทุกถ้วยสำคัญ และตอนนี้ทีมพร้อมกลับไปเล่นนัดชิงที่เวมบลีย์อีกครั้ง
รอบชิงชนะเลิศ แมนฯ ซิตี้ จะเจอกับอาร์เซนอล ที่ผ่านเชลซีมาด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-2 เป็นคู่ชิงที่น่าจับตา เพราะมีเรื่องราวของเป๊ป กวาร์ดิโอลา และมิเกล อาร์เตต้า ที่เคยร่วมงานกันมาก่อน
เกมนี้ยังสะท้อนว่าซิตี้เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทาง และมาร์มูชก็ทำหน้าที่แทนฮาลันด์ได้โดดเด่นมาก โดยเฉพาะสองประตูในครึ่งแรกที่ทำให้รูปเกมขาดอย่างรวดเร็ว
สรุป
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าชิงคาราบาว คัพ แบบชัดเจน ด้วยชัยชนะเหนือ นิวคาสเซิล 3-1 และสกอร์รวม 5-1 ต่อไปคือบททดสอบใหญ่ที่เวมบลีย์กับอาร์เซนอล ซึ่งแฟนๆ เรือใบสีฟ้าต่างรอเห็นทีมลุ้นแชมป์สมัยที่ 9 ในรายการนี้อีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเฉือนชนะเชลซี 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาวคัพ
ฟุตบอล
บาร์เซโลนา พลิกเกมเฉือนอัลบาเซเต้ 2-1 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศโคปาเดลเรย์
บาร์เซโลนา เบียดชนะอัลบาเซเต้ ทีมจากเซกุนดาดิวิชั่น 2-1 ในศึกโคปาเดลเรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งให้ทีมของฮันซี ฟลิค เป็นรายแรกที่ตีตั๋วสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ แต่รูปเกมไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะเจ้าถิ่นไล่กดดันจนต้องลุ้นกันยาว
เกมนี้เตะกันที่เอสตาดิโอ คาร์ลอส เบลมอนเต้ ซึ่งบรรยากาศก่อนแข่งตึงมือพอสมควร อัลบาเซเต้ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังสร้างเซอร์ไพรส์เขี่ยเรอัล มาดริด ตกรอบมาก่อน ทำให้หลายคนมองว่าอาจมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ไฮไลต์สำคัญของเกม
ช่วงต้นเกมทั้งสองทีมเล่นรัดกุม บาร์เซโลนาครองบอลมากกว่า แต่เจอแนวรับเจ้าถิ่นที่ยืนกันแน่นและอ่านเกมดี จนจังหวะเข้าทำไม่ได้โล่งมากนัก
นาทีที่ 39 บาร์เซโลนาได้เฮจากความเฉียบของลามีน ยามาล ปีกดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่รับบอลแล้วตวัดยิงมุมแคบเข้าไปแบบเนียนตา พาทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนจบครึ่งแรก
กลับมาครึ่งหลัง ทีมเยือนเร่งจังหวะมากขึ้น และนาทีที่ 56 โรนัลด์ อาเราโฮ กัปตันทีมที่เพิ่งกลับมาลงสนามหลังพักรักษาตัวเรื่องสุขภาพจิต โหม่งจากลูกเตะมุมเข้าเป้าเป็น 2-0 ทำให้สถานการณ์เหมือนจะเข้าทางบาร์เซโลนา
แต่เกมยังไม่จบ อัลบาเซเต้ไม่ยอมถอย เดินหน้ากดดันต่อเนื่อง จนมาได้ประตูไล่ในนาทีที่ 87 จากจังหวะสวนกลับ ฮาเวียร์ โมเรโน่ (หรือ จาวี โมเรโน่) ยิงตีไข่แตกให้สกอร์ขยับเป็น 1-2
ช่วงทดเจ็บกลายเป็นนาทีที่แฟนบาร์ซาต้องลุ้นหนัก เจ้าถิ่นเกือบตีเสมอได้อยู่แล้ว แต่เกราร์ด มาร์ติน กองหลังบาร์เซโลนา ช่วยสกัดบอลบนเส้นประตูแบบหวุดหวิด สุดท้ายทีมเยือนประคองตัวจบเกม คว้าชัย 2-1 ไปได้
บาร์เซโลนาเลยกลายเป็นทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศโคปาเดลเรย์ และยังอยู่บนเส้นทางลุ้นป้องกันแชมป์จากฤดูกาลก่อนต่อไป
สถิติทีมบาร์เซโลนา
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 2 |
| ประตูที่เสีย | 1 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 65-70% |
| นักเตะทำประตู | ลามีน ยามาล (39′), โรนัลด์ อาเราโฮ (56′) |
| รูปแบบการได้ประตู | เกมรุกริมเส้น, ลูกเตะมุม |
| การผ่านเข้ารอบ | รอบรองชนะเลิศ |
สถิติทีมอัลบาเซเต้
| รายการ | ค่าคะแนน/จำนวน |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 |
| ประตูที่เสีย | 2 |
| การครองบอล (%) | ประมาณ 30-35% |
| นักเตะทำประตู | ฮาเวียร์ โมเรโน่ (87′) |
| จุดเด่น | สู้ไม่ถอย, เกือบตีเสมอช่วงท้าย |
| ผลงานก่อนหน้า | เคยเขี่ยเรอัล มาดริด ตกรอบรายการนี้ |
เกมนี้ตอกย้ำเสน่ห์ของฟุตบอลถ้วยแบบชัดๆ ทีมรองลีกสามารถทำให้ทีมใหญ่เหนื่อยได้จริง บาร์เซโลนาแม้จะผ่านเข้ารอบ แต่ต้องเจอกับแรงกดดันและช่วงท้ายที่แทบพลาด ส่วนอัลบาเซเต้แม้หยุดเส้นทางไว้ตรงนี้ แต่ผลงานโดยรวมถือว่าน่าจดจำ และได้ใจแฟนบอลไปเต็มๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอลเฉือนชนะเชลซี 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาวคัพ
ฟุตบอล
อาร์เซนอลเฉือนชนะเชลซี 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาวคัพ
อาร์เซนอลเปิดบ้านชนะเชลซี 1-0 ในเลกสองรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ 2025/26 รวมสองนัดชนะ 4-2 คว้าตั๋วไปเล่นรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี เกมค่อนข้างอึดอัด ก่อนจะมาปะทุเอาช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากประตูของไค ฮาแวร์ตซ์
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม อาร์เซนอลลงสนามพบเชลซีในเลกสอง โดยเลกแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทีมของมิเกล อาร์เตตา บุกชนะมาก่อน 3-2 ทำให้กุมความได้เปรียบในสกอร์รวม
รูปเกมช่วงต้นทั้งสองฝั่งเล่นแบบรัดกุม อาร์เซนอลเน้นยืนระเบียบเกมรับและรอจังหวะสวนกลับ ส่วนเชลซีพยายามเร่งเกมเพื่อทวงสกอร์คืน แต่ครึ่งแรกแทบไม่มีโอกาสจะแจ้ง เกมเลยออกมาสูสีและจังหวะหวาดเสียวมีไม่มาก
ไฮไลท์สำคัญของเกม
ครึ่งหลังเชลซีเพิ่มความหนักในการบุก ขยับไลน์สูงและพยายามกดดันต่อเนื่อง แต่แนวรับอาร์เซนอลที่มี กาเบรียล มากัลเญส กับ วิลเลียม ซาลิบา คุมพื้นที่ยังแน่นพอจะตัดจังหวะสุดท้ายได้แทบหมด ตลอด 90 นาที ทั้งสองทีมยิงเข้ากรอบได้ทีมละครั้งเท่านั้น
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+6 เมื่อเชลซีดันผู้เล่นขึ้นไปลุ้นประตู อาร์เซนอลตัดบอลได้แล้วสวนกลับทันที เดแคลน ไรซ์พาบอลขึ้นหน้า ก่อนจ่ายต่อให้เลอันโดร ทรอสซาร์ แล้วไหลให้ไค ฮาแวร์ตซ์หลุดเดี่ยว ฮาแวร์ตซ์ที่เคยเล่นให้เชลซี หลอกโรเบิร์ต ซานเชซก่อนแปเข้าไปไม่พลาด เป็นประตูชัย 1-0
ลูกนี้ทำให้อาร์เซนอลปิดงานเลกสองพร้อมสกอร์รวม 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ ที่เวมบลีย์ในเดือนมีนาคม และถือเป็นการได้เล่นนัดชิงรายการใหญ่ครั้งแรกของทีม นับตั้งแต่ปี 2020 ภายใต้การคุมทีมของอาร์เตตา
ไค ฮาแวร์ตซ์กลายเป็นคนที่แฟนบอลพูดถึงมากที่สุด เขาฉลองด้วยการชี้ไปที่ตราสโมสรอาร์เซนอล ท่ามกลางเสียงเฮของแฟนเจ้าถิ่นที่ดังลั่นสนาม
หลังจบเกม มิเกล อาร์เตตาให้สัมภาษณ์ว่า “นี่เป็นชัยชนะที่สำคัญมาก ทุกคนมีวินัยและอดทน เราป้องกันได้ดี และรอจังหวะของเรา ฮาแวร์ตซ์ทำประตูในช่วงเวลาสำคัญ นี่คือก้าวที่ดีในการลุ้นแชมป์”
ฝั่งเชลซี แม้พยายามเต็มที่แต่ต้องเจอกำแพงเกมรับของเจ้าบ้าน เอ็นโซ เฟอร์นันเดซเป็นคนที่สร้างจังหวะให้ทีมเยือนได้มากสุด แต่สุดท้ายยังไม่พอจะเปลี่ยนเป็นประตู
รายชื่อผู้เล่นอาร์เซนอล (Arsenal Line-up)
| ตำแหน่ง | นักเตะหลัก | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | เดวิด รายา | |
| กองหลัง | เบน ไวท์, วิลเลียม ซาลิบา, กาเบรียล มากัลเญส, ยูริเอน ทิมเบอร์ | เกมรับแน่น |
| กองกลาง | เดแคลน ไรซ์, มาร์ติน โอเดการ์, ไทร์ เนลสัน | ไรซ์คุมจังหวะเด่น |
| กองหน้า | บูคาโย ซาก้า, ไค ฮาแวร์ตซ์ (ลงแทน), เลอันโดร ทรอสซาร์ | ฮาแวร์ตซ์ยิงปิดเกม |
| ผู้จัดการทีม | มิเกล อาร์เตตา |
รายชื่อผู้เล่นเชลซี (Chelsea Line-up)
| ตำแหน่ง | นักเตะหลัก | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ผู้รักษาประตู | โรเบิร์ต ซานเชซ | เสียประตูจากจังหวะหลุดเดี่ยว |
| กองหลัง | มัลกอม คูคูเรญ่า, เวสลีย์ โฟฟานา, เทียโก้ ซิลวา | รับได้ดีหลายจังหวะ |
| กองกลาง | เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ, มอยเซส ไกเซโด, คอเนอร์ กัลลาเกอร์ | เอ็นโซสร้างโอกาสมากสุด |
| กองหน้า | โคล พาลเมอร์, นิโคลัส แจ็คสัน, มิคไฮโล มูดริก | จบสกอร์ไม่คม |
| ผู้จัดการทีม | (ระบุตามฤดูกาลปัจจุบัน) |
ผลนี้ทำให้อาร์เซนอลยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์หลายรายการในฤดูกาลเดียวกัน ส่วนเชลซีต้องหันไปโฟกัสถ้วยอื่นเพื่อพยุงผลงานตลอดซีซัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สเปอร์สโกงตาย! ไล่เจ๊าซิตี้ 2-2 จากลูกยิง “สกอร์เปี้ยนคิก” ของโซลันกี้
-
ข่าวระดับชาติ - National4 days ago
OBEC กำลังสอบสวนกรณีครูหญิงคนหนึ่งในเชียงใหม่ฆ่าตัวตายเนื่องจาก ‘ทำงานหนักเกินไป’
-
ข่าวการเมือง4 days ago
กกต.เชียงรายลงหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 คลาดเคลื่อน 3 ราย ผู้สมัครร้องเรียน หวั่นคนสับสน
-
ข่าวระดับชาติ - National6 days ago
เกิดเรื่องเศร้า!! พบศพเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่หายตัวไปจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำปิง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหา 19 คน ในคดีปล้นร้านทอง ขโมยทองคำมูลค่า 540 บาท












