เชียงราย - Chiang Rai News
ท่องเที่ยวเชียงรายกำลังเจอทางแยกใหญ่, จะเป็นแค่จุดแวะหรือปลายทางจริงจัง
เชียงราย – ยังมีอากาศเย็นและหมอกยามเช้าริมแม่น้ำกกเหมือนเดิม แต่ข้อมูลท่องเที่ยวรอบใหม่จากทั้งไทยและต่างประเทศกำลังกดดันหนัก ตัวเลขรายได้, จำนวนนักท่องเที่ยว, และเสียงสะท้อนบนออนไลน์ชี้ไปทางเดียวกันว่าเชียงรายกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจ…
เชียงราย – ยังมีอากาศเย็นและหมอกยามเช้าริมแม่น้ำกกเหมือนเดิม แต่ข้อมูลท่องเที่ยวรอบใหม่จากทั้งไทยและต่างประเทศกำลังกดดันหนัก ตัวเลขรายได้, จำนวนนักท่องเที่ยว, และเสียงสะท้อนบนออนไลน์ชี้ไปทางเดียวกันว่าเชียงรายกำลังอยู่ในจุดที่ต้องตัดสินใจ
ถ้ายังขายแค่วิวและภาพสวย ๆ ต่อไป มีโอกาสสูงที่แม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก">เชียงรายจะถูกมองเป็น “แวะแล้วไป” มากกว่า “มาแล้วอยู่” สิ่งที่ทำให้คนยอมอยู่ต่อคือประสบการณ์ที่วางแผนดี, เรื่องเล่าที่ชัด, และทริปที่รู้สึกคุ้มจนอยากกลับมาอีก ตามรายงานของ
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang
เนื้อหานี้สรุปภาพจากสถิติล่าสุด, แนวทางระดับประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), และบทเรียนจากเสียงคนเที่ยวในจังหวัดอื่น ๆ เป้าหมายคือทำให้เห็นว่า “ท่องเที่ยวขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” สำคัญกับเชียงรายยังไง, และทำไมแค่จุดถ่ายรูปสวยอาจไม่พอแล้ว
หลายคนเรียกเชียงรายว่า “เหนือสุด” เหมือนเป็นปลายทางสุดท้ายของเส้นทาง แต่ในความจริง เชียงรายอยู่ตรงจุดตัดสำคัญของภูมิภาค ถ้าวางตำแหน่งดี ๆ ก็มีโอกาสเป็นฐานท่องเที่ยว, การค้า, และวัฒนธรรมได้
เชียงรายเชื่อมไทยกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (GMS) และเส้นทางไปจีนตอนใต้ มีทั้งสินค้า, เงินลงทุน, และผู้คนเดินทางผ่านอยู่ตลอด จังหวัดจะได้ประโยชน์มากขึ้นถ้าจัดบทบาทของตัวเองให้ชัด
จากเมืองชายแดนที่ดูไกลตัว สู่ทางผ่านทางเศรษฐกิจ เชียงรายอยู่บน North-South Economic Corridor ที่ทำให้เงิน, สินค้า, และไอเดียเคลื่อนที่ตลอดเวลา
เชียงรายก็ไม่ได้เงียบ มีงานศิลปะ, ดนตรี, กีฬา, และกิจกรรมวัฒนธรรมที่ดึงทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงานสร้างสรรค์ ทุกครั้งที่มีอีเวนต์ใหญ่ การใช้จ่ายกระจายไปที่โรงแรม, ร้านอาหาร, ร้านค้า, และบริการต่าง ๆ จังหวัดมีโอกาสเป็นที่นัดพบของคนทำงานศิลป์และคนคิด แล้วส่งต่อแรงบันดาลใจออกไปที่อื่น
คำว่า “ฮับ” ไม่ได้หมายถึงดึงคนเข้ามาอย่างเดียว แต่หมายถึงการส่งต่อโอกาสด้วย เชียงรายกำลังเพิ่มความแข็งแรงด้านการศึกษา, บริการสุขภาพ, และเกษตรเทค ตั้งใจขยับจากเศรษฐกิจฐานเกษตรไปสู่บริการและเมืองที่รองรับพื้นที่รอบข้างมากขึ้น
ทิศทางท่องเที่ยวไทยเริ่มเน้นคุณภาพมากกว่าจำนวนคน
ระดับประเทศ ททท. คาดว่าในปี 2026 รายได้ท่องเที่ยวรวมอาจกลับไปแถว 3 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้ารายได้จากต่างชาติราว 2 ล้านล้านบาท และจากคนไทยเที่ยวในประเทศราว 1 ล้านล้านบาท
เป้าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 36.7 ล้านคน เพิ่มจากประมาณการปี 2025 ที่ 32.8 ถึง 32.97 ล้านคน ส่วนเที่ยวในประเทศตั้งไว้ 208 ล้านทริป เพิ่มจาก 202 ล้านทริปในปีก่อน
แม้จำนวนคนอาจยังไม่เท่าจุดสูงสุดก่อนโควิดที่ 39.9 ล้านคน แต่แนวคิดเปลี่ยนชัด คือ Value over Volume เน้นนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายดี และต้องการประสบการณ์ที่มีคุณภาพ
แนวนี้สะท้อนในแผนอย่าง Amazing 5 Economy และกลยุทธ์ 6S ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมองหาประสบการณ์เฉพาะทาง เช่น
- Wellness Economy และ Life Economy (สุขภาพ, เวลเนส, ท่องเที่ยวเชิงการแพทย์)
- Sub-Culture Economy (สายเฉพาะทาง, คนชอบหนัง, สายกีฬา, Yacht & Cruise, และ Night Economy)
- การยกระดับ Smart Experience, Story to Tell, Sustainable Tourism, และ Safety & Security
การร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อย่าง Expedia Group เพื่อทำ “Intelligence Hub” เป็นสัญญาณชัดว่าการตัดสินใจด้านท่องเที่ยวจะยืนบนข้อมูลมากขึ้น และแรงกระเพื่อมนี้มาถึงทุกจังหวัด รวมถึงเชียงราย
ตัวเลขเที่ยวในประเทศเดือนพฤศจิกายน 2025, เชียงรายอยู่ตรงไหน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่าใน พฤศจิกายน 2025
- การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 16.81 ล้านทริป ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบปีก่อน (-0.39%)
- รายได้ท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 99,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.18% สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายต่อทริปสูงขึ้น
แยกตามจังหวัด
- กรุงเทพฯ นำทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว (2.86 ล้านคน) และรายได้ (23,446 ล้านบาท)
- เชียงใหม่ อันดับ 4 ด้านจำนวนผู้เยือน (943,449 คน) และอันดับ 3 ด้านรายได้ (7,735 ล้านบาท)
- เชียงรายไม่ติด Top 5 ด้านจำนวนผู้เยือน แต่ขึ้นมาเป็น อันดับ 4 ด้านรายได้จากนักท่องเที่ยวไทย ที่ 4,449 ล้านบาท
แยกตามภูมิภาค
- ภาคเหนือมีนักท่องเที่ยวไทย 3,662,046 คน สร้างรายได้ 18,413 ล้านบาท
- ภาคกลางและตะวันตกนำด้านปริมาณคนเที่ยว ขณะที่กรุงเทพฯ จังหวัดเดียวทำรายได้เกิน 23,000 ล้านบาท
สำหรับเชียงราย ข้อสรุปที่จับต้องได้คือ จังหวัดทำรายได้ต่อคนค่อนข้างดีอยู่แล้ว พอแนวโน้มตลาดไปทาง “ทริปคุณภาพ” จังหวัดที่ออกแบบประสบการณ์เก่ง และทำสินค้าเที่ยวให้ชัด จะได้เปรียบ
เชียงรายสวยจริง, แต่ยังเสี่ยงเป็นเมืองแวะครั้งเดียว
ข้อมูลปี 2025 ของกรมการท่องเที่ยวระบุว่า เชียงรายต้อนรับผู้เยือน 5,755,778 คน อยู่อันดับ 15 ของประเทศ และอันดับ 2 ของภาคเหนือ รองจากเชียงใหม่ที่มากกว่า 10.6 ล้านคน
ตัวเลขดูดี แต่ภาพเรื่อง “การกลับมาเที่ยวซ้ำ” ยังไม่แรงเท่าที่ควร โพสต์สำรวจจากเพจท่องเที่ยว Go Went Go (5 กันยายน 2024) จัดให้เชียงรายอยู่อันดับ 13 ในจังหวัดที่คนไทยอยากกลับไปซ้ำ ขณะที่หลายจังหวัดภาคเหนือทำอันดับได้ดีกว่า เช่น น่าน, เชียงใหม่, ลำปาง, และเลย
ผลสำรวจของ Agoda ปี 2024 ช่วยอธิบายพฤติกรรม
- 74% ของนักท่องเที่ยวไทย “กลับไปที่เดิม” ซ้ำได้
- 54% กลับไป 1 ถึง 3 ครั้งใน 10 ปี และ 17% กลับมากกว่า 10 ครั้ง
- เหตุผลหลักคือกิจกรรมและความท้าทาย (32%), อาหารอร่อย (23%), และศิลปะวัฒนธรรม (20%)
- ปัจจัยที่ทำให้กลับไปซ้ำคือเดินทางสะดวก (53%), อาหารท้องถิ่นอร่อย (49%), ปลอดภัยและสะอาด (42%), ทำเลสะดวก (38%), และช้อปปิ้ง (30%)
เชียงรายมีแต้มต่อชัด ทั้งธรรมชาติ, วัฒนธรรม, และแหล่งศิลปะร่วมสมัยที่เป็นที่รู้จักอย่างวัดร่องขุ่นและสามเหลี่ยมทองคำ ช่องว่างคือทำยังไงให้แต้มต่อเหล่านี้กลายเป็นเหตุผลชัด ๆ ที่คนอยากอยู่ค้างคืน, อยู่หลายวัน, และกลับมาอีก
ปัญหาเชิงโครงสร้าง, วัดผลคนละแบบจนไปกันคนละทาง
เสียงสะท้อนที่เจอบ่อยในเชียงรายคือ ภาครัฐและเอกชนยังไม่มี KPI ร่วมกัน ฝั่งรัฐมักมองความสำเร็จจากจำนวนผู้มาเยือนหรือภาพรวมผลกระทบเศรษฐกิจ แต่ผู้ประกอบการต้องเจอความจริงรายวัน เช่น อัตราเข้าพัก, รายได้ต่อห้อง, และยอดใช้จ่ายที่ร้านอาหาร ร้านค้า หรือกิจกรรมท่องเที่ยว
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยพักฐานที่เชียงใหม่ แล้วมาเชียงรายแบบเช้าไปเย็นกลับ บางคนจ่ายทริปเหมารถส่วนตัวไปกลับราว 5,000 บาท แล้วยังไม่ค้างคืน นี่สะท้อนว่าเชียงรายอาจยังขาดกิจกรรมช่วงค่ำ, แพ็กเกจที่ต่อยอดได้, หรือ “กิจกรรมที่พลาดไม่ได้” ที่ทำให้การนอนค้างดูเป็นตัวเลือกที่คุ้มกว่า
ถนนดีและการเดินทางสะดวกเป็นดาบสองคม มันทำให้มาเชียงรายง่ายขึ้น แต่ก็ทำให้ “กลับวันเดียว” ง่ายขึ้นด้วย ถ้าไม่มีการจัดเส้นทางและชุดทริปให้ชวนค้างคืน ความสะดวกจะกลายเป็นแรงต้านโดยไม่รู้ตัว
โปรโมตกระชั้น, คนอยากมาแต่หาข้อมูลไม่ทัน
เชียงรายมีงานใหญ่ตามฤดูกาล เช่น Chiang Rai Flower Festival และ ASEAN Flora Expo ที่เคยประเมินว่าจะสร้างเงินสะพัดมากกว่า 50 ล้านบาท และขยายจัดถึง 18 กุมภาพันธ์ 2026 พร้อมกิจกรรมอย่างดนตรีพื้นบ้านและดอกไม้หน้าหนาวที่เชียงรายบีช
แต่เสียงจากธุรกิจท่องเที่ยวสะท้อนแพตเทิร์นเดิม คือการโปรโมตมักเริ่มใกล้งานเกินไป จังหวัดยังไม่มีปฏิทินกิจกรรมแบบ 6 ถึง 12 เดือนที่สื่อสารชัดและต่อเนื่อง นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติ วางแผนเที่ยวล่วงหน้านาน ถ้าหาข้อมูลงานไม่เจอเร็วพอ เขาก็เลือกจุดหมายที่วางแผนง่ายกว่า
ในทางกลับกัน เชียงใหม่มีงานวิ่ง, ดนตรี, เทศกาล, และโปรแกรมสร้างสรรค์หมุนทั้งปี ความสม่ำเสมอทำให้คน “นึกถึงก่อน” ส่วนเชียงรายมักถูกมองเป็นตัวเลือกเสริมเมื่อมีเวลาเหลือ
ทุกวันนี้ความสนใจเกิดบนออนไลน์ แต่การเคลื่อนไหวของบางกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในเชียงรายยังดูเบาบาง ทำให้การนัดหมายและการประสานงานยิ่งยากขึ้น และเมื่อคนเห็นข้อมูลส่วนใหญ่จากเพจภาครัฐอย่าง ททท. สำนักงานเชียงรายเป็นหลัก ก็เกิดคำถามง่าย ๆ ว่า เสียงของผู้ประกอบการและชุมชนที่ควรช่วยกันเล่าเรื่องอยู่ไหน
ตัวอย่างที่คนพื้นที่พูดถึง เช่น
- เพจสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงราย โพสต์ล่าสุด 1 ตุลาคม 2025
- เพจสมาคมโรงแรมเชียงราย มีความเคลื่อนไหวช่วงต้นปี 2026
- เพจสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ (17 จังหวัด) หยุดอัปเดตช่วงตุลาคม 2025
- หลายเพจท่องเที่ยวชุมชนมีการสื่อสารไม่ต่อเนื่อง
ความเงียบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่มักสะท้อนว่าแผนร่วมยังไม่แข็ง, ไม่มีศูนย์กลางสื่อสาร, และใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจน้อย แต่ละกลุ่มทำของตัวเอง ขณะที่ตลาดเดินไปไกลเรื่อย ๆ
บทเรียนจากดําเนินสะดวก, รีวิวลบกระจายไวและแก้ยาก
กรณีรีวิวด้านลบจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตลาดน้ำดําเนินสะดวกแพร่กระจายอย่างกว้าง คำบ่นที่เจอบ่อยคือค่าเรือแพงเกินจริง, เน้นขายของที่ระลึกมากกว่าประสบการณ์, และพฤติกรรมไม่เป็นธรรมของคนกลางหรือผู้ให้บริการ
เรื่องนี้ถูกหยิบไปพูดต่อจนเป็นกระแส และกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าเมื่อคนรู้สึกโดนเอาเปรียบ ความเสียหายจะวิ่งไวมาก และนักท่องเที่ยวก็พร้อมเปลี่ยนไปประเทศอื่น เช่น เวียดนาม
สำหรับเชียงรายที่อยากได้กลุ่มคุณภาพ บทเรียนชัดมาก ราคาต้องตรงไปตรงมา บริการต้องไว้ใจได้ ในยุคที่คนตัดสินกันจากรีวิว ประสบการณ์แย่ไม่กี่ครั้งทำลายความเชื่อมั่นที่สะสมมาหลายปีได้ทันที
เชียงรายไม่ได้แข่งแค่จังหวัดข้าง ๆ แต่แข่งทั้งภูมิภาค
ท่องเที่ยวไม่ได้โตลอย ๆ บนฟ้า รายงานเศรษฐกิจสะท้อนความไม่แน่นอนของการค้าโลก ตั้งแต่มาตรการภาษีสหรัฐฯ ในยุค Donald Trump ที่กระทบหลายประเทศ ไปจนถึงความตึงเครียดระหว่างประเทศและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกในอาเซียนจึงมองหา “กันชน” ทางเศรษฐกิจเพิ่ม
ท่องเที่ยวคือการส่งออกบริการ สร้างงานและกระจายรายได้ไปที่อาหาร, เดินทาง, และธุรกิจสร้างสรรค์ World Travel & Tourism Council เคยรายงานว่าท่องเที่ยวคิดเป็นราว 14% ของ GDP ไทย และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ โดยท่องเที่ยวโลกถูกคาดว่าจะขยายไปใกล้ 16.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2035
The Business Times ยังรายงานว่าเอเชียแปซิฟิกอาจมีสัดส่วนราว 50% ของการเติบโตด้านการเดินทางทั่วโลก ข้อมูลจาก Expedia Group ชี้ว่าเที่ยวข้ามประเทศในอาเซียนเพิ่มจาก 37% ในปี 2019 เป็น 45% ในปี 2024 คนเริ่มมองอาเซียนเป็นโซนเดียวที่เชื่อมกันมากขึ้น
แปลว่าเชียงรายไม่ได้แข่งแค่เชียงใหม่หรือน่าน แต่ต้องแข่งกับปลายทางในลาว, เวียดนาม, และเมียนมาด้วย ที่ต่างก็พยายามดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชุดเดียวกัน
เชียงรายต้องขยับสู่ “ท่องเที่ยวขับเคลื่อนด้วยข้อมูล” แบบทำได้จริง
จากตัวเลขและแนวโน้มที่เห็น ชียงรายควรปรับวิธีทำงานให้ใช้ข้อมูลนำทางมากขึ้น และมี 4 เรื่องที่ควรทำก่อน
1) ตั้งศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวระดับจังหวัด (Tourism Data Hub)
เชียงรายควรมีหน่วยกลางที่รวมข้อมูลจากรัฐ, ธุรกิจ, และชุมชน เช่น จำนวนคืนที่พัก, เส้นทางที่คนเลือกจริง, ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อทริป, สัดส่วนการกลับมาเที่ยวซ้ำ และข้อมูลที่ช่วยตัดสินใจได้
ศูนย์นี้ควรเชื่อมกับข้อมูลของ ททท. และถ้าเป็นไปได้ควรมีอินไซต์จากแพลตฟอร์มอย่าง Agoda หรือ Expedia ที่สะท้อนพฤติกรรมค้นหาและการจองจริง
2) ทำ KPI ร่วมที่ไม่จบแค่ “นับหัว”
อย่าวัดความสำเร็จแค่จำนวนคนเข้าเมือง ควรเพิ่มตัวชี้วัดที่สะท้อน “มูลค่าจริง” เช่น
- จำนวนคืนเฉลี่ยต่อทริป
- ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน
- สัดส่วนผู้มาเยือนซ้ำ
- คะแนนความพึงพอใจจากรีวิวและแบบสำรวจ
3) ออกแบบทริปให้อยู่ได้นานขึ้น, และประกาศปฏิทิน 6 ถึง 12 เดือน
ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อจัดแพ็กเกจที่จองง่าย เช่น “3 คืน 4 อำเภอ” ผสมจุดหลักกับจุดรองที่คนยังไม่แน่น เติมเส้นทางอาหาร, เส้นทางกาแฟ, และเส้นทางศิลปะร่วมสมัยให้เป็นรูปธรรม
จากนั้นประกาศปฏิทินกิจกรรมให้ชัดล่วงหน้า 6 ถึง 12 เดือน และจัดให้ต่อเนื่องทั้งปี ให้สอดคล้องกับแนวทางอีเวนต์ตลอดปีของ ททท.
4) เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่และกลุ่มท่องเที่ยวเฉพาะทาง
แนว Sub-Culture ของ ททท. สะท้อนว่าตลาดมีจริง ทั้งสายกีฬา, ดนตรี, คนรักหนัง, และสายศรัทธา เชียงรายมีฐานวัฒนธรรมแข็งพอจะจัดงานเฉพาะทาง เช่น สัปดาห์ศิลปะร่วมสมัย, งานดนตรีบนดอย, หรือเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ที่โยงกับเทรนด์ท่องเที่ยวเพื่อพักใจและดูแลตัวเอง
งานแบบนี้จะไปได้ไกลขึ้น ถ้ามีคนรุ่นใหม่ร่วมออกแบบ ไม่ใช่พึ่งโครงสร้างเดิมอย่างเดียว
ทำเชียงรายให้เป็นเมืองที่คน “กลับมาอีก”
พฤศจิกายน 2025 แสดงให้เห็นว่าเชียงรายทำรายได้จากการเที่ยวในประเทศได้จริง ตัวเลข 4,449 ล้านบาทในเดือนเดียว สะท้อนกำลังใช้จ่ายที่ดีแล้ว ขั้นต่อไปคือทำให้คน “ค้างคืนมากขึ้น” และ “กลับมาเที่ยวซ้ำมากขึ้น”
กลยุทธ์ระดับประเทศอย่าง Value over Volume, Amazing 5 Economy, และ 6S เปิดช่องให้เชียงรายโตในตลาดคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเวลเนส, อีเวนต์เฉพาะทาง, Night Economy, หรือโมเดลท่องเที่ยวชุมชนที่ทำให้รายได้กระจาย
แต่การขยับจะช้า ถ้าปัญหาเดิมยังอยู่เหมือนเดิม เช่น
- ภาครัฐกับเอกชนไปคนละทาง
- สมาคมและเครือข่ายท่องเที่ยวเงียบในออนไลน์
- ไม่มี KPI ร่วมกัน
- ใช้ข้อมูลน้อยในการวางแผน
- โปรโมตงานใกล้เกินไป
- คนรุ่นใหม่มีพื้นที่น้อยในการนำเสนอไอเดีย
นักท่องเที่ยววันนี้อยากได้ทริปที่เล่าต่อได้ ไม่ใช่แค่รูปสวย เชียงรายมีของดีอยู่แล้วทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และศิลปะ งานต่อจากนี้คือเชื่อมทุกชิ้นให้เป็น “เรื่องเดียวกัน” แล้วทำให้เที่ยวได้หลายอำเภอ หลายฤดู และเหมาะกับหลายกลุ่ม
เมื่อคนในพื้นที่คิดแผนร่วมกัน ใช้ข้อมูลจริง สื่อสารล่วงหน้า และทำงานกับคนรุ่นใหม่มากขึ้น เชียงรายจะไม่ใช่เมืองทางผ่าน แต่จะเป็นเมืองที่คนตั้งใจมา อยู่ให้นาน และกลับมาอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายสิงห์ปาร์ค เทศกาลบอลลูนนานาชาติ 2025
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำท่วมแม่สาย-เชียงราย: น้ำท่วมครั้งใหญ่ไหลทะลักข้ามพรมแดน ชาวบ้านหวาดวิตกเรื่องฝนตกหนัก
เชียงราย – ประชาชนริมฝั่งชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งในอำเภอแม่สายและเมืองท่าขี้เหล็ก กำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนที่ตกหนักทางตอนเหนือทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาย">แม่น้ำสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยจะเร่งอุดรอยรั่วแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจได้ทัน แต่ตลาดท่าล้อในฝั่งเมียนมากลับถูกน้ำท่วมขังอย่างหนักแล้วในขณะนี้
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทยและเมียนมาเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ ชาวบ้านทั้งในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ต่างเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มวลน้ำป่าจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ตอนเหนือได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำสายอย่างรวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้กระแสน้ำไหลเชี่ยวและมีสีขุ่นแดง ล่าสุดระดับน้ำได้เอ่อล้นขึ้นมาจนสัมผัสกับคานใต้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 แล้ว เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนที่อาศัยและค้าขายอยู่บริเวณริมตลิ่งอย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำสายพุ่งสูงฉับพลัน จนแตะคานใต้สะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1
- เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยทำงานแข่งกับเวลา เพื่อเร่งอุดรอยรั่วของแนวกระสอบทราย (Big Bag) ป้องกันน้ำทะลัก
- ฝั่งเมืองท่าขี้เหล็กได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะตลาดท่าล้อที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นวงกว้างแล้ว
แม้ว่าระดับน้ำในปัจจุบันจะยังไม่เอ่อล้นข้ามแนวกำแพงกั้นน้ำเข้ามายังพื้นที่ฝั่งไทย แต่ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก เจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยรั่วซึมบริเวณแนวกระสอบทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ็ก ในบางจุด ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นในพื้นที่ชั่วขณะ
หน่วยงานท้องถิ่นและอาสาสมัครต้องรีบระดมกำลังคนพร้อมเครื่องจักรกลหนัก ลงพื้นที่เพื่ออุดรอยรั่วและเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน้ำ สำนักข่าวไทย รายงานว่าทุกคนต่างทำงานแข่งกับเวลา เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอแม่สายให้ปลอดภัยสูงสุด
ท่าขี้เหล็กวิกฤต น้ำท่วมตลาดสำคัญ
เมื่อมองข้ามแม่น้ำสายไปยังฝั่งประเทศเมียนมา สถานการณ์กลับเลวร้ายกว่าที่หลายคนคาดคิด พื้นที่ลุ่มต่ำในเมืองท่าขี้เหล็กไม่สามารถต้านทานมวลน้ำที่หลากลงมาได้ ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนและแหล่งการค้าอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ “ตลาดท่าล้อ” ซึ่งเป็นตลาดชายแดนชื่อดัง ตอนนี้ถูกน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างไปเรียบร้อยแล้ว พ่อค้าแม่ค้าชาวพม่าต้องรีบขนย้ายสินค้าขึ้นที่สูง ท่ามกลางความทุลักทุเลและระดับน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยว
หน่วยงานท้องถิ่นยังคงออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายทั้งสองประเทศควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศยังคงแปรปรวนและอาจมีฝนตกหนักซ้ำลงมาอีกในพื้นที่ตอนเหนือ
การเตรียมความพร้อม ทั้งเรื่องการเก็บสิ่งของมีค่าและการวางแผนอพยพ คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ การตื่นตัวและติดตามข่าวสารจะช่วยลดความสูญเสียหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ขึ้นจริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข
ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
- สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
- ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ
งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้
ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล
การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่สายได้ยึดยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบ บริเวณถนนบายพาส จังหวัดเชียงราย การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ทำให้สามารถสกัดกั้นเส้นทางการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ริมถนนอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
จุดที่พบของกลางอยู่บริเวณถนนหมายเลข 123 หรือเส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส: ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางทิ้งไว้ริมถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: ภายในกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวนรวมกว่า 400,000 เม็ด ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดด้านหลังป้ายโฆษณา
- ตำรวจเร่งขยายผล: เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตามล่าเครือข่ายยาเสพติดที่นำกระเป๋ามาทิ้งไว้
การลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบ กระเป๋าทั้งสองใบถูกซ่อนไว้ด้านหลังป้ายโฆษณาริมทางอย่างแนบเนียน บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีบุคคลต้องสงสัยอยู่ใกล้เคียงเลย ทางตำรวจจึงระมัดระวังและเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในทันที
ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระเป๋ามียาบ้าบรรจุอยู่จนเต็มแน่นทั้งสองใบ แต่ละใบมีห่อพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใบละ 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อพลาสติกมียาบ้าถูกห่อด้วยกระดาษไข พร้อมกับประทับตรา 999 เอาไว้อย่างชัดเจน
เมื่อตำรวจทำการนับจำนวนรวมทั้งหมด พบว่ามียาบ้ามากถึง 400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การตรวจพบครั้งนี้ช่วยสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
พลังของชุมชนช่วยสกัดยาเสพติด
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชาวบ้านสันผักฮี้ได้แสดงความเข้มแข็งในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หากชาวบ้านไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ
พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสระบุว่า กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ผิดสังเกต ทางตำรวจจึงขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณสามารถติดตามข่าวสารอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวท้องถิ่นเชียงราย ซึ่งรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้น ชุดสืบสวนได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ตำรวจกำลังค้นหารถยนต์หรือบุคคลปริศนาที่แอบนำกระเป๋าใบนี้มาทิ้งไว้กลางดึก
เพิ่มความเข้มงวดชายแดนแม่สาย
พื้นที่อำเภอแม่สาย ถือเป็นจุดที่มักพบการแอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม
ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบายพาส ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจตราเส้นทางเลี่ยงเมืองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนอย่างเด็ดขาด
พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข่าวอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญในการแกะรอยคนร้าย คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เตือนภัยด่วน! กรมอุตุฯ เตือนเชียงรายและเชียงใหม่ ระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก











