Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจทลายแก๊งค้าของเถื่อน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในการบุกค้นแยกกัน

กรุงเทพฯ – ตำรวจยืนยัน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในหลายพื้นที่ของไทย จากปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่าย “บัญชีม้า” รายใหญ่ การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่พัทลุงภาคใต้, เชียงใหม่ภาคเหนือ และสุรินทร์ภาคอีสาน…

Published

on

ตำรวจทลายแก๊งค้าของเถื่อน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในการบุกค้นแยกกัน

กรุงเทพฯ – ตำรวจยืนยัน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในหลายพื้นที่ของไทย จากปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่าย “บัญชีม้า” รายใหญ่ การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น 7 จุด ในพื้นที่พัทลุงภาคใต้, เชียงใหม่ภาคเหนือ และสุรินทร์ภาคอีสาน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุพผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เปิดเผย

ผู้ต้องหาเป็นชาย 2 คน หญิง 2 คน อายุราวกลาง 30 ปี ถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทั้งการชักชวนโฆษณา และการจัดหาเลขบัญชีธนาคารหรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้อื่นนำไปใช้ก่อคดี จุดจับกุมอยู่ที่บ้านพักในอำเภอเมืองพัทลุง, อำเภอศรีบรรพต และอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่

จากการสืบสวนพบว่าเครือข่ายนี้เชื่อมโยงคดีหลอกลวงออนไลน์หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเส้นทางการเงินย้อนกลับไปถึงบัญชีธนาคารที่เปิดในจังหวัดพัทลุง ตามข้อมูลของ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์

เขาระบุว่า กลุ่มดังกล่าวชักชวนคนมากกว่า 30 รายให้เปิดบัญชีธนาคารหลายบัญชี และเชื่อมโยงคดีฉ้อโกงอย่างน้อย 70 คดี ความเสียหายรวมประมาณ 21 ล้านบาท

ตำรวจทลายแก๊งค้าของเถื่อน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในการบุกค้นแยกกัน

“ขบวนการทำงานเป็นเครือข่าย มีขั้นตอนชัดเจน และมีหัวหน้าชาวต่างชาติสั่งการ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า วิธีการคือค่อย ๆ หลอกล่อให้เชื่อและหวังว่าจะได้งาน

คนไทยที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าถูกส่งไปชวนชาวบ้านในพื้นที่ โดยเน้นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการ อ้างว่าจะพาไปทำงานแม่บ้านในคาสิโนของประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่ได้ระบุ ให้ค่าจ้าง 10,000 ถึง 20,000 บาท สำหรับงาน 2 ถึง 3 วัน

เมื่อมีคนตกลง กลุ่มผู้ก่อเหตุจะให้เปิดบัญชีธนาคารอย่างน้อยคนละ 5 บัญชี พร้อมบัตรเอทีเอ็ม และให้เตรียมพาสปอร์ตเพื่อเดินทางข้ามแดน จากนั้นจะมีผู้ต้องหาบางส่วนทำหน้าที่ประสานงานและพาไปยังจุดนัดหมาย ก่อนส่งต่อให้ผู้บงการ

บัญชีม้าถูกใช้งานจนถูกอายัดและใช้ต่อไม่ได้ เมื่อหมดประโยชน์ก็ส่งคนที่ถูกพาไปกลับไทย บัญชีเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น หลอกลงทุนออนไลน์ และหลอกกู้เงิน

ผู้ต้องหาบางรายยอมรับว่าเคยชวนคนในพื้นที่ไปเปิดบัญชี แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงโดยตรง

ตำรวจระบุว่า มีหลักฐานดิจิทัล ทั้งข้อมูลธุรกรรมและการติดต่อสื่อสารออนไลน์กับผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ จึงใช้เป็นฐานในการจับกุม ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ

Police Take Down Mule Account Gang

บังคับใช้กฎหมายบัญชีม้า

บัญชีม้า คือบัญชีธนาคารหรือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดในชื่อคนหนึ่ง แต่ถูกคนร้ายนำไปใช้รับโอนเงิน หมุนเงิน หรือฟอกเงิน เงินเหล่านี้มักมาจากคดีหลอกลวงออนไลน์ เช่น หลอกลงทุน, คอลเซ็นเตอร์, หลอกรัก (romance scam) หรืออาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบอื่น เครือข่ายมักหาคนผ่านโฆษณางานในโซเชียลที่อ้างว่าได้เงินจริงง่าย มีรางวัล หรือทำงานที่บ้าน บางคนถูกหลอกโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนยอมทำเพื่อค่าตอบแทนเล็กน้อย (ไม่กี่พันบาทต่อบัญชี)

ไทยเผชิญปัญหาบัญชีม้าเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลัง โดยทางการเคยประเมินว่าอาจมีบัญชีม้าใช้งานอยู่ได้ถึง 1 ล้านบัญชี ในบางช่วง ตั้งแต่ปี 2022 มูลค่าความเสียหายจากคดีหลอกลวงเกิน 1 แสนล้านบาท ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ เร่งกวาดล้าง ทั้ง สำนักงาน ปปง. (AMLO), ธนาคารแห่งประเทศไทย, ก.ล.ต. (SEC) และตำรวจ มีการปิดบัญชีต้องสงสัยจำนวนมาก รวมแล้วมากกว่า 580,000 บัญชี ตั้งแต่ปลายปี 2023 และจับกุมผู้ต้องหาหลายพันราย

บทลงโทษเกี่ยวกับบัญชีม้าถูกเข้มงวดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังมีการแก้ไข กฎหมายอาชญากรรมไซเบอร์ และ กฎหมายธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในปี 2025 โทษหลัก ๆ ได้แก่

  • คนที่เปิดบัญชี, ยอมให้ผู้อื่นใช้, ขาย หรือให้เช่าบัญชี (รวมถึงบัญชีดิจิทัลหรือคริปโต) เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี, ปรับไม่เกิน 300,000 บาท, หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ผู้ที่รับจ้างหาคน หรือจัดการเป็นขบวนการแบบ “ฟาร์มบัญชีม้า” เสี่ยงโทษหนักขึ้น จำคุก 2 ถึง 5 ปี และปรับ 200,000 ถึง 500,000 บาท
  • หากโยงถึงความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โทษอาจสูงถึงจำคุก 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท (หรือมากกว่านั้นตามความเสียหาย) พร้อมมาตรการยึดทรัพย์

แม้คนที่อ้างว่าไม่รู้เรื่องก็ยังเสี่ยงถูกอายัดบัญชี ถูกตรวจสอบ หรือถูกปิดถาวร ในคดีใหญ่บางคดี ศาลเคยลงโทษหนัก เช่น จำคุก 14 ถึง 18 ปี กับกลุ่มที่ช่วยให้เกิดการหลอกลวงวงกว้าง หน่วยงานรัฐย้ำให้ประชาชนเลี่ยงข้อเสนอที่เกี่ยวกับการให้ยืมหรือแชร์บัญชี เพราะเงินไม่กี่พันบาท ไม่คุ้มกับผลกระทบระยะยาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

เชียงรายยินดีต้อนรับเหล่าฮีโร่ผู้ชนะการแข่งขันแกะสลักหิมะชิงแชมป์โลกที่เมืองฮาร์บินกลับมาอีกครั้ง

ข่าวอาชญากรรม - Crime

เปิดโปง “Rose Rose” หญิงลึกลับจากเชียงราย ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

Naree Srisuk

Published

on

เปิดโปง "Rose Rose" หญิงลึกลับจากเชียงราย ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด">เชียงราย – วงการค้ายาเสพติดข้ามชาติกำลังถูกจับตามองอย่างหนัก หลังจากเกิดคดีดังที่อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินหรือแอร์โฮสเตส ถูกจับกุมตัวที่ประเทศออสเตรเลียในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีน การสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยนำไปสู่การเปิดเผยตัวตนของบุคคลลึกลับที่ใช้ชื่อแฝงในโลกออนไลน์ว่า “Rose Rose

จากการแกะรอยของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดพบว่า ตัวจริงของบัญชีลึกลับนี้คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อมูลจากชุดสืบสวนระบุชัดเจนว่าเธอไม่ใช่อาชญากรธรรมดา แต่มีสายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดระดับมหึมาในแถบชายแดน

ประเด็นสำคัญ

  • ตัวตนที่แท้จริง: “Rose Rose” คือ น.ส.จันทรา หรือ ดา หญิงสาวจากอำเภอแม่สรวย ผู้ใช้ซิมการ์ดของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อติดต่อหาเหยื่อมารับจ้างหิ้วกระเป๋าเดินทางไปต่างประเทศ
  • เครือข่ายครอบครัวสายสีเทา: สามีของเธอถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดียาเสพติด และเธอยังเป็นน้องสะใภ้ของนายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับซึ่งเป็นลูกเขยของผู้นำกองกำลังมูเซอ
  • การหลบหนีล่าสุด: หลังจากผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุม น.ส.จันทราได้ตัดสินใจหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติในจังหวัดเชียงราย เพื่อไปกบดานอยู่กับกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในฝั่งเมียนมา

ประวัติส่วนตัวของ น.ส.จันทรา ถือว่ามีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดอย่างลึกซึ้ง สามีของเธอคือนายวีรวัฒน์ หรือ ติ๊ก ซึ่งเคยถูกดำเนินคดีข้อหาสมคบค้ายาเสพติดและถูกยึดทรัพย์สินจำนวนมากในช่วงปี 2558 ถึง 2559 โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำในจังหวัดสงขลา

นอกจากนี้ นายวีรวัฒน์สามีของเทยังมีฐานะเป็นน้องชายของ นายวีระ หมื่นจะดา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญที่ทางการไทยต้องการตัวและหลบหนีหมายจับมานานกว่า 10 ปี ที่น่ากลัวกว่านั้นคือนายวีระมีสถานะเป็นลูกเขยของ พันเอกจะลอโบ่ ผู้นำกองกำลังชาวมูเซอในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เครือข่ายนี้จึงสามารถลักลอบนำเข้ายาบ้าและเฮโรอีนเข้ามาตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่องตามรายงานข่าวของ คมชัดลึก

กลอุบายล่าเหยื่อแอร์สาวและการหลบหนีข้ามฝั่ง

ในการทำงานค้ายาเสพติด น.ส.จันทราจะทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อที่มีโปรไฟล์ดีผ่านทางแอปพลิเคชันเมสเซนเจอร์ โดยเธอจงใจเลือกอดีตแอร์โฮสเตสและลูกสาวให้มารับงานหิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย วิธีการพรางตัวของเธอคือการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือที่ลงทะเบียนด้วยชื่อของชาวเมียนมาที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนแกะรอยมาถึงตัวเธอได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เครือข่ายผู้จ้างวานและนายหน้าอย่าง “รินริน” หรือนายเอกวิทย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. จับกุมตัวได้และให้การซัดทอดว่า น.ส.จันทราคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทำให้เธอไหวตัวทันและตัดสินใจเดินทางหลบหนีออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 โดยใช้ช่องทางธรรมชาติข้ามแดนไปกบดานอยู่กับนายวีระภายใต้การคุ้มครองของกองกำลังติดอาวุธในประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายสกัดรถบรรทุกพ่วงบรรทุกยาไอซ์ 300 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางถนนตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

กรุงเทพฯ – เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจไซเบอร์ได้เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ บุกค้นเป้าหมายสำคัญในย่านบางแค กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อเยาวชน

เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นจากศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจสอบบ้านพักจำนวน 2 หลังภายในซอยเพชรเกษม 63 ผลการปฏิบัติงานสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐ ในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

ประเด็นสำคัญ

  • การจับกุมเครือข่ายใหญ่: ตำรวจไซเบอร์บุกค้นบ้าน 2 หลังในย่านบางแค พร้อมรวบตัวผู้ค้ารายใหญ่ได้ 2 ราย
  • ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล: ยึดบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์กว่า 50,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท และเงินสดอีก 4.8 ล้านบาท
  • จุดเสี่ยงใกล้ชุมชน: แหล่งกระจายสินค้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาและชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางที่สุด

การเข้าตรวจค้นครั้งนี้นำทีมโดย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยชุดสืบสวนจาก บก.สอท.2 อย่างเต็มกำลัง ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมคือ น.ส.สุมาพร วัย 40 ปี และนายพีรพล แฟนหนุ่มวัย 28 ปี ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้กระจายสินค้าในพื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ

จุดแรกที่เจ้าหน้าที่บุกค้น ถูกใช้เป็นโกดังเก็บสินค้าและสถานที่แพ็คของเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้า ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักส่วนตัวของผู้ต้องหา ที่นี่เองที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเงินสดจำนวนกว่า 4.8 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นเงินหมุนเวียนจากการทำธุรกิจสีเทานี้

นอกจากเงินสดแล้ว ยังพบเครื่องพอทและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าหลากหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบเติม รวมของกลางทั้งหมดกว่า 50,000 ชิ้น สินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้มีมูลค่าตลาดสูงถึง 10 ล้านบาทเลยทีเดียว คุณสามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกได้จาก ข่าวต้นฉบับของไทยรัฐ

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

ขยายผลจากผู้ค้ารายย่อยสู่ระดับหัวจ่าย

ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของชุดสืบสวนไซเบอร์ ตำรวจเริ่มต้นจากการจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ ก่อนจะแกะรอยและขยายผลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดพวกเขาก็ทราบถึงแหล่งกบดานของเอเย่นต์รายใหญ่นี้

ผู้ต้องหาทั้งสองรายยอมรับว่า สินค้าบางส่วนถูกลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะที่บางส่วนเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับที่เคยถูกทลายไปก่อนหน้านี้ การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของขบวนการ

พล.ต.ท.นิรันดร เน้นย้ำว่า การปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าถือเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เนื่องจากสถานที่เก็บสินค้าอยู่ใกล้กับสถานศึกษาขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่เยาวชนจะเข้าถึงสิ่งเสพติดเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย

ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ

บทลงโทษและการดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้แก่ การช่วยซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร นอกจากนี้ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2562 อย่างชัดเจน

ข้อหาดังกล่าวครอบคลุมถึงการห้ามขาย หรือให้บริการสินค้าประเภทบารากู่และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรง ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวพร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า จะไม่หยุดการกวาดล้างเพียงเท่านี้ ชุดสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่ยังคงลอยนวลอยู่ ปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตระหนักถึงภัยคุกคามของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน การเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ทำได้ง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยากขึ้นหากขาดกฎหมายที่เข้มงวด

การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างตำรวจไซเบอร์และหน่วยงานท้องถิ่น ถือเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหานี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใช้ในการซื้อขาย เพื่อทำลายวงจรธุรกิจนี้ให้สิ้นซาก

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลกำไรจากธุรกิจผิดกฎหมาย กฎหมายไทยมีบทลงโทษที่เด็ดขาด และเจ้าหน้าที่ก็พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยไร้ควันพิษสำหรับอนาคตของชาติ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย

ตำรวจไซเบอร์จับกุมอินฟลูเอนเซอร์ OnlyFans ฐานโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์และเผยแพร่วิดีโอโป๊

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย

กรุงเทพฯ – เหตุการณ์สุดช็อกสะเทือนวงการการศึกษาไทยได้เกิดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจนครปฐมบุกจับกุมครูสอนคณิตศาสตร์ชื่อดังดีกรีระดับ “ด็อกเตอร์” หลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกศิษย์ชายหลายราย ผู้ก่อเหตุใช้ความน่าเชื่อถือในฐานะครูหลอกล่อเหยื่อ ก่อนแอบถ่ายคลิปวิดีโอเพื่อใช้ข่มขู่เด็ก ไม่ให้กล้าบอกเรื่องนี้กับใคร คดีนี้สร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่สังคมให้ความเคารพและไว้วางใจ

เรื่องราวสุดสลดนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กชายวัย 14 ปี สังเกตเห็นลูกชายมีอาการซึมเศร้าผิดปกติ เมื่อพาไปพบแพทย์จึงทราบความจริงสุดช็อกว่าเด็กมีอาการอักเสบที่อวัยวะเพศ ในที่สุดเด็กยอมสารภาพด้วยความหวาดกลัวว่า ถูกครูสอนพิเศษคนนี้ล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 7 เดือนเต็ม

ประเด็นสำคัญ

  • จับกุมครูดัง: ตำรวจรวบตัวครูคณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอก ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี พบผู้เสียหายแล้วมากกว่า 20 ราย
  • ยึดคลิปแบล็กเมล์: เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานสำคัญ เป็นคลิปวิดีโอแบล็กเมล์เหยื่อในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มากกว่า 500 คลิป
  • ขยายผลจับกุม: ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อดูว่าเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ พร้อมเตือนพ่อแม่ให้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด

ผู้ต้องหารายนี้คือ “นายเอก” (นามสมมติ) เป็นครูประจำชั้นระดับประถมศึกษาที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครปฐม เขาอาศัยความไว้วางใจจากพ่อแม่ที่จ้างไปสอนพิเศษที่บ้าน แต่กลับใช้โอกาสนี้ทำร้ายลูกศิษย์ของตนเอง เด็กชายผู้เสียหายให้การว่า เขาถูกล่วงละเมิดซ้ำๆ ถึง 22 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 โดยไม่กล้าขัดขืน

ทุกครั้งที่ลงมือ ผู้ต้องหาจะแอบถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เสมอ จากนั้นจะใช้คลิปเหล่านั้นข่มขู่เด็ก เขาขู่ว่าหากนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อแม่ เขาจะปล่อยคลิปประจานให้อับอายกันทั้งหมด คำขู่ร้ายแรงเหล่านี้ทำให้เด็กเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก เด็กบางรายถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้ารุนแรงและมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง ตำรวจพบหลักฐานมัดตัวแน่นหนา เป็นคลิปในมือถือกว่า 500 คลิป ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้

การจับกุมและการสืบสวนของตำรวจ

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม ได้ทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต หรือ TICAC จนสามารถขอศาลออกหมายจับได้สำเร็จ การเข้าจับกุมผู้ต้องหาเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่บ้านพักในจังหวัดนครปฐม โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่มาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง

จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางดิจิทัล ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ก่อนปี 2560 ปัจจุบันมีเด็กชายอายุต่ำกว่า 15 ปี ตกเป็นเหยื่อแล้วไม่ต่ำกว่า 20 คน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบว่ามีการนำคลิปเหล่านี้ไปเผยแพร่หรือขายต่อบนโลกออนไลน์หรือไม่ หากพบว่ามีการซื้อขายสื่อลามกอนาจารเด็กจริง ผู้ต้องหาจะต้องเผชิญหน้ากับข้อหาค้ามนุษย์เพิ่มเติมอย่างแน่นอน

บทลงโทษและคำเตือนถึงผู้ปกครอง

ความผิดในคดีนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและยอมความไม่ได้ การครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากตำรวจพบว่ามีการส่งต่อหรือขายคลิปเพื่อแสวงหาผลกำไร โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุก 7 ปี ทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจนครปฐม ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดที่สุด เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้กับเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อ

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงผู้ปกครองทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใจรับฟังปัญหาของบุตรหลาน หากเด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป พ่อแม่ควรเข้าไปพูดคุยด้วยความรักและความเข้าใจ นอกจากนี้ ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องการใช้โทรศัพท์มือถือและสื่อออนไลน์ของเด็กด้วย เพราะอาชญากรรมมักแฝงตัวมากับเทคโนโลยีที่เด็กๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน

แนวทางการป้องกันในอนาคต

คดีสะเทือนขวัญคดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในเรื่องความปลอดภัยของเด็ก แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัวอย่างในบ้าน และอยู่กับครูที่ดูน่าเชื่อถือ ผู้ปกครองจึงต้องมีความตื่นตัวและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา การสร้างเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับเด็กๆ คือความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและการสื่อสารที่เปิดกว้างภายในครอบครัว

ตำรวจคาดว่าอาจมีผู้เสียหายเพิ่มเติมที่ยังหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสแบบเป็นความลับ เพื่อปกป้องสภาพจิตใจของเด็กและชื่อเสียงของครอบครัว ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันสอดส่องดูแล เพื่อกวาดล้างอาชญากรที่แฝงตัวมาในคราบของนักการศึกษาให้หมดไปอย่างถาวร

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ครูคนหนึ่งถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 12 ปี

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าคัดเลือกครูผู้ได้รับรางวัลสมเด็จพระเจ้าลูกเธอใหญ่มหาจักรี ครั้งที่ 7

Continue Reading

SOi Dog FOundation

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
ข่าวกีฬา Sports2 hours ago

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News3 hours ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?
เทคโนโลยี - Tech5 hours ago

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงใหม่ - Chiang Mai18 hours ago

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
ข่าว - News1 day ago

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอล4 weeks ago

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย
ข่าว - News4 weeks ago

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว
ข่าว - News4 weeks ago

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

ราคาน้ำมันดิ่งทั่วโลก! ข่าวดีผู้ใช้รถหลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ
ข่าวธุรกิจ Business4 weeks ago

ราคาน้ำมันดิ่งทั่วโลก! ข่าวดีผู้ใช้รถหลังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
ฟุตบอล4 weeks ago

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่

เหตุการณ์ยิงกันเสียชีวิตที่ฟิตเนส: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตเพราะนอกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เหตุการณ์ยิงกันเสียชีวิตที่ฟิตเนส: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตเพราะนอกใจ

Download Our App

Trending