Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจจับกุมนักต้มตุ๋นชาวจีนที่อินเตอร์โพลออกหมายจับแดง

พัทยา – ตำรวจในเมืองพัทยาจับกุมชายชาวจีน 2 คน ที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงข้ามชาติ ซึ่งมีข้อมูลเชื่อมโยงกับคดีนักศึกษาชาวเกาหลีใต้เสียชีวิต…

Published

on

ตำรวจจับกุมนักต้มตุ๋นชาวจีนที่อินเตอร์โพลออกหมายจับแดง

พัทยา – ตำรวจในเมืองพัทยาจับกุมชายชาวจีน 2 คน ที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงข้ามชาติ ซึ่งมีข้อมูลเชื่อมโยงกับคดีนักศึกษาชาวเกาหลีใต้เสียชีวิต

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ตำรวจฝ่ายกงสุลจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ และพนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก่อนเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในบ้านพักแห่งหนึ่งในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ผู้ต้องสงสัยรายแรกชื่อ “ฮัม” หรือมีชื่อเรียก “เซียน” เป็นบุคคลตามหมายแดงของอินเตอร์โพล และยังถูกศาลเกาหลีใต้ออกหมายจับในข้อหาล่อลวงพาคนไปต่างประเทศ, บังคับขู่เข็ญอย่างร้ายแรง และข่มขู่คุกคาม

เจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือเดินทางแล้วพบว่าเป็นคนเดียวกับผู้ที่ถูกแจ้งตามหมายแดงจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหา และส่งตัวให้สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ระหว่างเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยอีกรายชื่อ “เฉิน” มีอาการคล้ายมึนเมายาเสพติด ตรวจปัสสาวะแล้วพบสารเมทแอมเฟตามีนชนิดไอซ์ ซึ่งเจ้าตัวยอมรับภายหลังว่าเสพจริง เขาถูกแจ้งข้อหาครอบครองและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ก่อนถูกส่งตัวไปดำเนินคดีต่อที่ สภ.หนองปรือ

ในบ้านหลังเดียวกันยังพบชายชาวจีนอีก 1 คนอยู่ร่วมกับฮัมและเฉิน แต่ยังไม่พบความผิด เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะตรวจสอบต่อว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมนี้หรือไม่

ตำรวจจับกุมนักต้มตุ๋นชาวจีนที่อินเตอร์โพลออกหมายจับแดง

การจับกุมเริ่มจากข้อมูลข่าวกรองของฝ่ายเกาหลีใต้, ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่พบว่าฮัมหลบหนีเข้ามาในไทย โดยเชื่อว่าเขามีบทบาทสำคัญในขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติที่ใช้การโฆษณางานเป็นเหยื่อล่อ พาผู้เสียหายเข้าไปทำงานในศูนย์หลอกลวง

เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึงจุดหมาย กลุ่มผู้กระทำมักยึดหนังสือเดินทาง ข่มขู่ และบังคับให้ทำงาน นอกจากนี้ยังถูกกดดันให้มอบบัญชีธนาคาร เพื่อใช้เป็นบัญชีม้าในการรับและโอนเงิน

เครือข่ายนี้ยังถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรง และเกี่ยวข้องกับเหตุทำร้ายนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวเกาหลีใต้จนเสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้าน

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นจุดใหญ่ของสแกมออนไลน์

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกมองว่าเป็นพื้นที่สำคัญของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น “pig-butchering”, หลอกคบหาความรัก, แพลตฟอร์มลงทุนปลอม และเว็บพนันผิดกฎหมาย หลายแห่งทำเป็นลักษณะโรงงานคอลเซ็นเตอร์ และมีรายงานว่าอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มอาชญากรรมชาวจีน

จุดที่ถูกพูดถึงมากมักอยู่ตามแนวชายแดนเมียนมา เช่น เมียวดี และ KK Park รวมถึงในกัมพูชา ส่วนประเทศไทยถูกใช้ทั้งเป็นทางผ่านของเหยื่อ และเป็นที่หลบซ่อนของผู้ต้องหาหรือผู้คุมเกมที่หนีการปราบปรามจากประเทศรอบข้าง

กลุ่มสแกมชาวจีนมักใช้ไทยเป็นฐานพักและจัดการงานเบื้องหลัง หลายคนเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว พักตามบ้านหรือวิลลาหรูในเมืองอย่างกรุงเทพฯ หรือใช้ช่องทางฟอกเงินผ่านอสังหาริมทรัพย์, บัญชีธนาคาร และเครือข่ายบัญชีม้า บางกลุ่มเปิดคอลเซ็นเตอร์ขนาดเล็กในไทย หรือคอยจัดส่งมือถือ, ซิมการ์ด และบัตร ATM เพื่อสนับสนุนการทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน อีกส่วนหนึ่งเลือกหนีข้ามแดนจากเมียนมาหรือกัมพูชาเข้ามา เมื่อฝั่งนั้นถูกกวาดล้างหนัก

ไทยยังเป็นเส้นทางพาเหยื่อไปยังคอมปาวด์หลอกลวง โดยบางรายเริ่มจากประกาศรับงานในไทย ก่อนถูกลักลอบพาข้ามชายแดนที่ควบคุมได้ยาก

ตำรวจจับกุมนักต้มตุ๋นชาวจีนที่อินเตอร์โพลออกหมายจับแดง

กระแสกดดันหนักขึ้นในต้นปี 2025 และการกวาดล้างรอบใหญ่

สถานการณ์ตึงขึ้นมากในช่วงต้นปี 2025 หลังเกิดเหตุที่ถูกจับตาหลายกรณี เช่น การลักพาตัวนักแสดงชาวจีน Wang Xing ในไทย เขาถูกหลอกด้วยโอกาสงานแสดงปลอม ก่อนถูกพาไปยังศูนย์สแกมในเมียนมา และได้รับการช่วยเหลือภายหลัง คดีนี้ทำให้สังคมจีนไม่พอใจ กระทบภาพลักษณ์ไทยอย่างแรง และมีผลต่อการท่องเที่ยวจากจีนที่ลดลง พร้อมแรงกดดันทางการทูตจากปักกิ่ง

ไทยจึงเดินหน้าปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดรอบหนึ่ง โดยประสานงานกับจีนและเมียนมา มีมาตรการตัดไฟ, อินเทอร์เน็ต และน้ำมันที่ส่งไปยังจุดต้องสงสัยข้ามแดน ควบคู่กับการเข้าตรวจค้นและเร่งส่งกลับผู้ที่ถูกช่วยออกมา มีรายงานว่ามีผู้คนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ถูกนำออกจากคอมปาวด์ และถูกพักไว้ใกล้ชายแดน ก่อนเดินทางกลับประเทศผ่านสนามบินไทย เช่น แม่สอด โดยมีเที่ยวบินเช่าเหมาลำทยอยรับกลับเป็นระยะ และจีนรับดูแลการส่งกลับหลายส่วน

ในประเทศเอง ตำรวจก็เร่งปฏิบัติการกับกลุ่มที่ซ่อนตัว มีการบุกจับหลายพื้นที่ รวมถึงปฏิบัติการทั่วประเทศอย่าง “Saifa Fad” ช่วงพฤศจิกายน 2025 ที่จับผู้ต้องสงสัยมากกว่า 300 ราย พบชาวจีนในหลายจุด เช่น เชียงรายใกล้ชายแดนเมียนมา และยึดของกลางอย่างโทรศัพท์, สมุดบัญชี และหลักฐานเครือข่ายบัญชีม้าที่ใช้หมุนเงินผิดกฎหมาย

ตำรวจจับกุมนักต้มตุ๋นชาวจีนที่อินเตอร์โพลออกหมายจับแดง

ยังมีคดีอื่นแยกกัน ทั้งการจับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสแกมคริปโตมูลค่าสูง, ขบวนการค้ามนุษย์ที่ล่อคนไปทำงานในศูนย์หลอกลวง และการบุกวิลลาหรูที่จับผู้ต้องหาคนสำคัญ ซึ่งมีความพยายามทำลายหลักฐานระหว่างถูกเข้าตรวจ

หลายคดีพบความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก และมีการยึดทรัพย์มูลค่าสูงถึงระดับหลายร้อยล้านบาท ไทยยังมีการออกหมายและอายัดทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับบุคคลที่ถูกคว่ำบาตร เช่น นักธุรกิจจีนเชื้อสายกัมพูชา Chen Zhi แห่ง Prince Group

แม้จะมีสัญญาณดีขึ้น เช่น รายงานว่าคดีสแกมลดลงราว 20% ในช่วงต้นปี 2025 แต่อุตสาหกรรมนี้ยังไม่หายไป ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ายังมีคนเกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก และแก๊งหลอกลวงปรับตัวได้เร็ว ทั้งการย้ายฐาน และการใช้ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตเพื่อหลบการตัดสัญญาณ

แรงกดดันจากจีนยังทำให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงข้ามชาติชัดขึ้น มีการผลักดันแนวคิดศูนย์ร่วมและปฏิบัติการร่วมมากขึ้นด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่อาศัยช่องโหว่ตามแนวชายแดนและกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ แม้การช่วยเหลือและการจับกุมจะทำให้เครือข่ายสะดุดเป็นช่วงๆ แต่แก๊งสแกมยังปรับรูปแบบต่อเนื่อง และต้องใช้ความร่วมมือระดับภูมิภาคแบบยืนระยะเพื่อเอาอยู่จริงๆ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจทลายแก๊งค้าของเถื่อน จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ในการบุกค้นแยกกัน

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์

ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

ประเด็นสำคัญ

  • เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
  • พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
  • ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ

เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดอีกรายที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด

หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน

เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย

การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา

เหตุการณ์สะเทือนขวัญคนเพชรบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้วจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก

ผู้เสียชีวิตคือ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เขาถูกคนร้ายกระหน่ำแทงหลายแผลจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ภรรยาของเขาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน

 ประเด็นสำคัญ

  • ผู้นำชุมชนถูกฆาตกรรม: นายหลักทรัพย์ คำโสม นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้านพักในจังหวัดเพชรบูรณ์
  • ภรรยาบาดเจ็บสาหัส: นางสมจิตร ภรรยาของผู้ตาย เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงถูกแทงบาดเจ็บและต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
  • คนร้ายขับรถหนีลอยนวล: มือมีดใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ เป็นพาหนะในการหลบหนี ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด

ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายที่บริเวณโรงจอดรถของบ้านพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นมุมรับแขก การเจรจานี้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ยาวไปจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรที่ซ่อนอยู่

จู่ๆ การพูดคุยก็กลายเป็นความรุนแรง คนร้ายชักอาวุธมีดออกมากระหน่ำแทงนายหลักทรัพย์อย่างโหดเหี้ยม เขาถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าอก ใต้ลิ้นปี่ และลำคอ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงทันที

ในจังหวะนั้นเอง นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่โรงจอดรถ เมื่อคนร้ายเห็นเธอ จึงพุ่งเป้าไปใช้อาวุธมีดแทงเธอด้วย นางสมจิตรถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่เธอรวบรวมสติและวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอดได้สำเร็จ

พฤติกรรมโหดและเส้นทางหลบหนี

หลังจากทำร้ายทั้งสองคนแล้ว คนร้ายยังได้ลากตัวนายหลักทรัพย์ออกไปจากจุดเกิดเหตุไกลถึง 30 เมตร การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างมาก จากนั้นคนร้ายก็รีบขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ขับหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายหลักทรัพย์และนางสมจิตรนอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลหล่มสักได้รีบปฐมพยาบาล และนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด

แต่น่าเศร้าที่บาดแผลของนายหลักทรัพย์นั้นสาหัสเกินไป เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมจิตรยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริง

ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ท่านได้ประสานงานกับทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยเลือด และรอยนิ้วมือ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำผิด

ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆาตกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงานการเมืองท้องถิ่น หรือผลประโยชน์อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี

ชุมชนบ้านติ้วต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายหลักทรัพย์เป็นที่รู้จักและเคารพรักของชาวบ้าน การสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด

ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและตกใจ พวกเขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากใครพบเห็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.หล่มสัก ได้ทันที

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

Rebecca Kim

Published

on

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

กาญจนบุรี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 32 ปี เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครองความปลอดภัย เธอถูกสามีที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสาดสารเคมีจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธออย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่เอาชีวิต

รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เธอมีบาดแผลจากการถูกน้ำกรดกัดกร่อนบริเวณผิวหนัง ใบหน้า และศีรษะ คิดเป็นความเสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ผู้เสียหายยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาคนที่สอง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมื่อเธอพยายามขอแยกทางเพื่อไปมีชีวิตใหม่

ประเด็นสำคัญ

  • มูลเหตุจูงใจ: สามีเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง และไม่ยอมรับการตัดสินใจของภรรยาที่ต้องการขอเลิกราเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
  • พฤติการณ์ก่อเหตุ: สามีหลอกพาขึ้นรถแล้วจับกดกับคอนโซล จากนั้นเรียกเพื่อนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยให้นำน้ำกรดมาสาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
  • การช่วยเหลือ: หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเล่าว่าเธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 11 ขวบ เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งทางภรรยาคนแรกก็รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจขอเลิกรา เนื่องจากไม่อยากทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบเดิมอีกต่อไป

แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และมักจะพูดจาข่มขู่เสมอว่า “ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ” ผู้เสียหายเปิดเผยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีได้ชวนเธอออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของในตอนเช้า แต่ระหว่างทางมีปากเสียงกันรุนแรง สามีจึงเรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยนำสิ่งของมาโปะจมูกและปากของเธอ เธอรู้สึกตกใจจึงตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อเอาตัวรอด

แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อสามีรู้ทันว่าเธอแกล้งทำ ขณะที่จอดรถอยู่บริเวณเส้นทางเลี่ยงเมือง สามีได้เรียกเพื่อนคนเดิมมาหาอีกครั้ง สามีใช้กำลังจับเธอกดลงกับคอนโซลหน้ารถ จากนั้นมีผู้นำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีที่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ข้างทาง ทำให้เธอสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่ผ่านมาได้ทันเวลา

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

ความหวาดกลัว และการเรียกร้องความยุติธรรม

ปัจจุบันผู้เสียหายยังมีอาการหวาดผวาอย่างหนัก และกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากสามีของเธอเป็นคนกว้างขวางและรู้จักผู้คนมากมาย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและลูกสาวอย่างเร่งด่วน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ต้นฉบับเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ

จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์สาดสารเคมีเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม ที่น่าตกใจคือฝ่ายชายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวเช่นกัน แต่ต่อมาเขาได้แอบหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ประเด็นนี้ทำให้ครอบครัวยิ่งหวาดกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป และกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต

หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด

เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวแทนจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นำโดยตัวแทน สส.กาญจนบุรี เขต 1 และนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พวกเขาได้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ประสานงานโดยตรงไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทางนายอำเภอได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จัดกำลังเข้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้มาก สังคมกำลังจับตามองว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไรและผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด

ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending