ข่าว - News
ทหารยิงตัวเองที่ศีรษะด้วยปืนพกขนาด .38 ที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – ลำปางเกิดเหตุเศร้าสลด พบพลทหารอาสาอายุ 37 ปี สังกัด มทบ.32 ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงตัวเองเสียชีวิต บริเวณหน้าศาลาอเนกประสงค์ภายในวัดคะตึกเชียงมั่น ซึ่งเป็นวัดชื่อดังในตัวเมืองลำปาง
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2569 ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่าพบชายเสียชีวิตภายในวัดคะตึกเชียงมั่น จึงประสานกู้ภัยสว่างนครลำปาง ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลำปาง และแพทย์เวรโรงพยาบาลลำปาง เข้าตรวจสอบร่วมกัน
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางเดินหน้าศาลาอเนกประสงค์ ฝั่งตรงข้ามโบสถ์ พบผู้เสียชีวิตสวมเสื้อลายพรางแขนยาวและกางเกงวอร์ม ลักษณะนอนเหยียดยาว ศีรษะพาดกับผนังศาลา มีเลือดไหลบริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบว่าเป็นพลทหารอาสา (สห.) อายุ 37 ปี

จากการตรวจเบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืน .38 และพบอาวุธปืนตกอยู่ใกล้ตัว ลักษณะเป็นการยิงในช่องปาก เลือดไหลนองพื้นโดยรอบ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ผู้ตายน่าจะเดินเข้ามาในวัดช่วงเช้าหลังเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ทางวัดเปิดประตูให้ประชาชนเข้าไปทำบุญ และปิดราว 18.00 น. หากไม่มีกิจกรรม จากนั้นผู้ตายไปนั่งบริเวณหน้าศาลา ก่อนเกิดเหตุขึ้น โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่ชัดเจน
รุ่นพี่ในหน่วยให้ข้อมูลว่า ผู้ตายเป็นคนอำเภองาว เป็นคนค่อนข้างคิดมากและน้อยใจง่าย ส่วนปมเหตุยังไม่แน่ชัด อาจเกี่ยวข้องกับความเครียดเรื่องการเงินหรือเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประสานแจ้งญาติให้รับทราบแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักท่องเที่ยว 7 คนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถตู้ชนกันที่เชียงใหม่
ข่าว - News
การบินไทยขยับราคาตั๋ว 10-15% รับต้นทุนน้ำมันพุ่ง, สายการบินไทยรายอื่นเริ่มปรับตาม
กรุงเทพฯ – สายการบินไทยประกาศปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10-15% เพื่อสะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงการบินที่เพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นใกล้ระดับ 150-170 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้สายการบินไทยอื่นๆ ต้องทยอยปรับราคาเช่นกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินในช่วงที่มีความต้องการเดินทางสูง
นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี การบินไทย ระบุว่า การปรับราคาครั้งนี้เดินตามกลไก ค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) ที่ใช้อยู่แล้ว และยังไม่เกินเพดานที่กำหนดร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อย่างไรก็ตาม ถ้าราคาน้ำมันทรงตัวสูงต่อ บริษัทอาจยื่นขอทบทวนเพดานดังกล่าวเพิ่มเติม
ปัจจัยหลัก, น้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ช่วงต้นมีนาคม 2569 ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงการบิน (Jet A-1) ปรับขึ้นเร็ว ตามความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง อีกด้านหนึ่ง การปิดน่านฟ้าบางส่วนและการหลีกเลี่ยงเส้นทางเดิม ทำให้หลายเที่ยวบินต้องบินอ้อมไกลขึ้น จึงใช้เชื้อเพลิงมากกว่าเดิม และต้นทุนก็สูงขึ้นตาม
- ราคา Jet Fuel เฉลี่ยในตลาดโลกเพิ่มขึ้นกว่า 58% จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่แถว 157 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (อ้างอิง IATA และ Platts)
- ส่วนในไทย ราคา Jet A-1 อยู่ราว 86.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ข้อมูลวันที่ 11 มีนาคม 2569) และยังมีแรงกดดันจากทิศทางราคาตลาดโลก
- ก่อนเกิดเหตุการณ์ตึงเครียด ราคาเคลื่อนไหวในช่วง 70-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่บางจังหวะกระโดดสูงมาก ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงกินสัดส่วนราว 35-40% ของค่าใช้จ่ายสายการบิน
ด้วยเงื่อนไขแบบนี้ หลายสายการบินทั่วโลก รวมถึงในเอเชีย จึงเลือกปรับราคาตั๋วเพื่อชดเชยต้นทุนที่ขึ้นเร็ว
สายการบินอื่นในไทยเริ่มปรับราคา, เน้นเส้นทางที่กระทบต้นทุนหนัก
แรงกดดันเรื่องน้ำมันไม่ได้เกิดกับการบินไทยรายเดียว ตอนนี้สายการบินพาณิชย์หลายรายในไทยเริ่มส่งสัญญาณขยับราคาตาม เพื่อรักษากำไรและทำให้ธุรกิจเดินต่อได้
- กลุ่ม สายการบินต้นทุนต่ำ (Low-Cost Carriers) อย่าง Thai AirAsia, Thai Lion Air และ Thai Vietjet มีแนวโน้มปรับราคาใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะเส้นทางไกล และเส้นทางยุโรปที่ได้รับผลกระทบมาก
- ฝั่งสายการบินอย่าง Bangkok Airways และ Nok Air อาจปรับราคาในบางเส้นทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศ
- ผู้บริหารหลายรายมองว่า ถ้าน้ำมันยังแพงต่อเนื่อง อาจต้องลดความถี่บางเที่ยวบิน หรือปรับเส้นทาง เพื่อคุมต้นทุนให้ไหว
ขณะเดียวกัน การปรับราคายังเกิดในช่วงที่การจองล่วงหน้ายังแน่น โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป ซึ่งบางส่วนของผู้โดยสารเลือกเลี่ยงเส้นทางที่ผ่านพื้นที่เสี่ยง
ดีมานด์ตั๋วในไทยยังแข็ง, แม้ราคาจะสูงขึ้น
ถึงตั๋วแพงขึ้น แต่ภาพรวมความต้องการเดินทางทางอากาศในไทยช่วงไตรมาสแรกปี 2569 ยังถือว่าแรง
- การบินไทยระบุว่า ที่นั่งบางเส้นทาง โดยเฉพาะยุโรป มียอดจองล่วงหน้าใกล้เต็มราว 90%
- ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่เดินทางออกนอกประเทศ ยังเดินทางต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว
- อย่างไรก็ตาม ถ้าราคาน้ำมันอยู่ระดับสูงนาน ๆ ความต้องการในระยะกลางอาจชะลอได้ โดยเฉพาะตลาด Long-Haul จากยุโรปและอเมริกา
การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่องหลังโควิด แต่ก็ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นราว 20-30%
ผลต่อท่องเที่ยวไทย, ต้นทุนสูงกระทบตั้งแต่ตั๋วไปถึงผู้ประกอบการ
เมื่อน้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้น ผลกระทบจะลามไปทั้งระบบท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ
- ค่าเดินทางสูงขึ้น ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินขยับ และนักท่องเที่ยวระยะไกลบางส่วนชะลอการตัดสินใจ
- ผู้ประกอบการท่องเที่ยวประเมินว่า หากราคาน้ำมันเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวปี 2569 อาจหดตัว 15-25% (ประเมินจากผู้เชี่ยวชาญอย่างนายยุทธศักดิ์ สุภสร)
- ตลาด Long-Haul อย่างยุโรปและอเมริกาเสี่ยงกระทบมากกว่า ขณะที่ตลาดใกล้ ๆ ในเอเชียมักยืดหยุ่นกว่า
- กลุ่ม SMEs ท่องเที่ยว อาจตึงมือเรื่องสภาพคล่อง หากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงพร้อมต้นทุนที่สูงขึ้น
- อีกด้านหนึ่ง ค่าเงินบาทอ่อนช่วยให้ไทยดูคุ้มขึ้นสำหรับบางกลุ่ม แต่ก็ยังชดเชยต้นทุนการบินที่เพิ่มขึ้นได้ไม่มาก
หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 8 สัปดาห์ ไทยอาจสูญรายได้ท่องเที่ยวระดับหลายหมื่นล้านบาท และกระทบภาพรวม GDP ได้
มุมมองต่อจากนี้, ราคาตั๋วขึ้นเพื่อพยุงต้นทุน, ผู้โดยสารควรติดตามใกล้ชิด
การบินไทยและสายการบินอื่น ๆ ที่ปรับราคาตั๋ว มองว่าเป็นทางเลือกที่จำเป็นเพื่อรับมือค่าน้ำมันที่พุ่ง แต่ยังต้องรักษาคุณภาพบริการและแผนฝูงบินปี 2569 (ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 102 ลำ) สำหรับผู้โดยสาร การจองล่วงหน้าช่วยล็อกราคาได้ดีกว่าในช่วงที่ราคาผันผวน ขณะที่หน่วยงานอย่าง กพท. อาจต้องพิจารณาเพดาน Fuel Surcharge ให้สมดุลระหว่างภาระผู้บริโภคและความอยู่รอดของสายการบิน
ราคาน้ำมันยังแกว่งแรง ดังนั้นทั้งผู้โดยสารและผู้ประกอบการควรติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ศาลไทยสั่งจำคุกชาวจีน 2 ปี 3 เดือน คดีฟิชชิงสแกม หลอกเหยื่อไทยและต่างชาติกรอกข้อมูลบัตรเครดิต
ข่าว - News
รถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์ในจังหวัดพะเยา ส่งผลให้พี่น้องสองคนเสียชีวิต
พะเยา – กิดอุบัติเหตุรุนแรงในจังหวัดพะเยา ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา รับแจ้งเหตุรถเก๋งชนรถจักรยานยนต์บนถนนสาย เชียงรายไปนครสวรรค์n บริเวณใกล้โรงเรียนห้วยบง ตำบลแม่ปืม จากนั้นหน่วยกู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าพื้นที่ทันที
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถเก๋งสีแดงสลับเหลือง ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ บริเวณด้านหน้าซ้ายพังเสียหายหนัก ถัดไปไม่ไกล พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ป้ายทะเบียนพะเยา ล้มคว่ำและพังยับ ชิ้นส่วนกระจายเต็มผิวถนน
ใกล้กันพบชายสูงอายุ 2 คน บาดเจ็บสาหัส ต่อมาทราบชื่อคือ นายจีระศักดิ์ อายุ 72 ปี และนายคำมูล อายุ 80 ปี ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน และอาศัยอยู่หมู่ 12 ตำบลแม่ปืม ทีมกู้ภัยช่วยปฐมพยาบาลทันที แต่ผู้บาดเจ็บทั้งสองเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พยานในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า รถเก๋งขับมาจากเชียงราย มุ่งหน้าเข้าเมืองพะเยา ระหว่างถึงจุดหน้าโรงเรียนซึ่งมีช่องกลับรถ รถจักรยานยนต์ขยับข้ามเลนเพื่อกลับรถในระยะใกล้ ทำให้ระยะห่างกระชั้นชิดเกินไป คนขับรถเก๋งเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างแรง
หลังเกิดเหตุ ตำรวจบันทึกภาพและตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมเชิญคนขับรถเก๋ง พยาน และผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำ เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้
อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในภาคเหนือยังน่าห่วง
ภาคเหนือของไทย เช่น Chiang Rai และเชียงใหม่ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เกิดบ่อย ส่วนหนึ่งเพราะคนจำนวนมากใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ถนนหลายช่วงเป็นทางคดเคี้ยว มีทางภูเขา ถนนชนบทขรุขระ และการจราจรในตัวเมืองค่อนข้างหนาแน่น ดังนั้นความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นแทบทุกทริป
ภาพรวมทั้งประเทศ รถจักรยานยนต์เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุบนถนนมากกว่า 80% และสัดส่วนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุก็สูงถึงราว 84% โดยพื้นที่ภาคเหนือมีแนวโน้มใกล้เคียงกัน ปัจจัยที่มักพบซ้ำๆ คือดื่มแอลกอฮอล์ ขับเร็ว และไม่สวมหมวกกันน็อก นอกจากนี้ งานศึกษาในพื้นที่ชนบทของเชียงใหม่ยังเชื่อมโยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เคยดื่ม และเปลี่ยนเลนโดยไม่ให้สัญญาณ กับโอกาสเกิดอุบัติเหตุที่สูงขึ้น
อีกจุดเสี่ยงคือการถูกรถขนาดใหญ่กว่า เช่น รถยนต์ กระบะ หรือรถบรรทุก ชนในจังหวะเลี้ยวหรือบริเวณแยก คนขับบางรายตัดหน้า ไม่ยอมให้ทาง หรือมองไม่เห็นรถสองล้อ โดยเฉพาะบนถนนแคบหรือช่วงที่แสงสว่างไม่พอ ทำให้เหตุรุนแรงเกิดขึ้นได้ง่าย
ช่วงหลังยังมีรายงานอุบัติเหตุในเชียงใหม่ที่รถพุ่งชนกลุ่มผู้ขับขี่ที่จอดรอ ทำให้เห็นชัดว่าความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจจบลงด้วยการสูญเสีย แม้จะมีการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยต่อเนื่อง แต่การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สม่ำเสมอ และความชินกับความเสี่ยงบนท้องถนน ยังทำให้ถนนภาคเหนือเป็นพื้นที่ที่ผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ต้องระวังเป็นพิเศษ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทยเปิดรับสมัครขอรับทุนการศึกษา
ข่าว - News
หอการค้าอเมริกันในประเทศไทยเปิดรับสมัครขอรับทุนการศึกษา
กรุงเทพฯ – มูลนิธิหอการค้าได้เปิดรับสมัครทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยประจำปี 2568 ในปีนี้มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยมีเป้าหมายสนับสนุนให้ทุนการศึกษาแก่นิสิตและนักศึกษาระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาและเป็นจำนวน 100 ทุน เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในประเทศไทยให้มีศักยภาพยิ่งขึ้น
นอกเหนือจากการให้การสนับสนุนด้านทุนการศึกษาแก่นักเรียนในทุนหอการค้าฯ แล้ว ทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าฯ ได้สร้างผลกระทบขยายโอกาสในด้านอาชีพ ในระหว่างการรับทุนการศึกษาของโครงการนี้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และค่ายที่หอการค้าอเมริกันในประเทศไทย หรือ AMCHAM Thailand เพื่อช่วยพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะในชีวิตของนักเรียน เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงานและโอกาสในอาชีพ ศิษย์เก่านักเรียนทุนหอการค้าฯได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานกับสมาชิกหอการค้าฯ ประกอบด้วยสมาชิกจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยวและบริการ สาธารณสุขและการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม การศึกษาและทรัพยากรบุคคล รวมไปถึงบริษัทข้ามชาติและอื่น ๆ
ในทุนหอการค้าฯ มีนักเรียนในโครงการจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ “มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยไม่เคยทอดทิ้งนักเรียนทุน แม้หลังจากสำเร็จการศึกษาหรือจบโครงการทุนมูลนิธิฯแล้ว ก็ยังคงติดต่อให้คำแนะนำและดูแลพวกเราเสมอและเหมือนครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง” ณัฐภัทร “นิว”แก้วจำนงค์, ศิษย์เก่ามูลนิธิหอการค้าฯ ปีการศึกษา 2566-2567 “หากไม่มีค่ายเหล่านี้ ดิฉันคงไม่ได้มีโอกาสได้สร้างเครือข่ายจากเพื่อนๆนักเรียนทุนและสมาชิกหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย” นางสาวศิริลักษณ์ “ศิริ” บุญมางำ กล่าวเพิ่มเติม
เป็นระยะเวลาต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยได้ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนมากกว่า 3,000 ทุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นปริญญาตรีและช่วยพัฒนาสานฝันอาชีพของนักเรียน นิสิต นักศึกษาให้เป็นเป็นจริง
ทุนการศึกษามูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทยระดับอุดมศึกษาเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ จนถึง 24 มิถุนายน 2569 และระดับอาชีวศึกษาจนถึง 13 พฤษภาคม 2569 นิสิต นักศึกษาที่สมัครเข้ารับทุนต้องมีเงื่อนไข ดังต่อประนี้ เป็นผู้ที่ด้อยโอกาสทางการเงิน และมีคะแนนการเรียนเฉลี่ย (GPAX) 2.8 และ คะแนนการเรียนเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษ (English GPAX) 3.0 หรือ สูงกว่า (สำหรับผู้สมัครทุนระดับอุดมศึกษา) ต้องทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ 20 ชั่วโมงต่อ1 ปีการศึกษาและเข้าร่วมกิจกรรมค่ายปฐมนิเทศ และค่ายเตรียมความรู้สู่โลกทำงาน (Career Camp) สามารถสมัครทุนและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.amchamthailand.com/amcham-scholarships/ เกี่ยวกับมูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย
มูลนิธิหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (ATF) ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการในปี 2547 และได้รับการรับรองจากกระทรวงการคลังว่าเป็นองค์กรการกุศลสาธารณะ (หมายเลข 632) เงินบริจาคที่บริจาคให้มูลนิธิหอการค้าฯ สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ โดยเงินบริจาคทั้งหมดจะถูกนำไปใช้ในการสนับสนุนทุนการศึกษาและค่าใช้จ่ายของโครงการโดยตรง โดยมีเจ้าหน้าที่และสมาชิกของหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM Thailand) ดำเนินการบริหาร ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมประการใด สามารถติดต่อ ไพลินสิริ กรเพชร เจ้าหน้าที่ประสานงานของมูลนิธิหอการค้าอเมริกัน ที่อีเมล foundation@amchamthailand.com
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
“หนงหลิน” เด็กหญิงวัย 6 ขวบ ทายาทตระกูล “สำรุ่ยเนทอง” ตีฆ้องได้อย่างชำนาญ สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชม
เทคโนโลยี - Tech7 days agoทำเงินจากบ้านด้วยการทำวิดีโอ AI ในไทย (คู่มือเริ่มต้นปี 2026)
ฟุตบอล6 days agoอาร์เซนอลเอาชนะแมนส์ฟิลด์ 2-1 ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเอฟเอคัพได้สำเร็จ
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสั่งทบทวนความพร้อมรับมือภัยพิบัติที่เชียงราย หลังแผ่นดินไหวถี่ขึ้น
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดสาว PR วัย 21 ปี ที่หางดง เชียงใหม่



