ข่าว
สลดกลางดึก ไฟไหม้บ้านเชียงใหม่ คร่าชีวิตยกครัว 5 ราย
เกิดเหตุไฟไหม้บ้านพักในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 คน เป็นย่า พ่อ แม่ และลูกสาวฝาแฝดวัย 5 ขวบ แม้เจ้าหน้าที่จะช่วยนำตัวออกมาได้ แต่ทุกคนอยู่ในสภาพหมดสติ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา
รายงานระบุว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.50 น. ที่บ้านเลขที่ 135/98 ซอยร้องเรือนคำ 17 หมู่ 12 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นบ้าน 2 ชั้น โดยไฟลุกลามรวดเร็วและรุนแรง มีผู้อาศัยติดอยู่บนชั้น 2 จำนวน 5 คน
เพื่อนบ้านเห็นกลุ่มควันจึงพยายามตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ หลายคนพยายามช่วยกันฉีดน้ำสกัดไฟและหาทางเข้าไปช่วย ทว่าทำได้ยาก เพราะบ้านมีประตูรั้วระบบไฟฟ้าและติดตั้งลูกกรงเหล็ก ทำให้เข้าถึงตัวผู้พักอาศัยไม่ทัน ต้องรอเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเข้าพื้นที่
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและนำผู้ประสบเหตุออกมาได้ครบทั้ง 5 คน แต่ทั้งหมดหมดสติ จากนั้นเร่งนำส่งโรงพยาบาล ก่อนยืนยันว่าเสียชีวิตทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาฉีดน้ำควบคุมเพลิงราว 1 ชั่วโมง จึงจำกัดวงไฟได้ เบื้องต้นบ้านได้รับความเสียหายหนัก โดยเฉพาะบริเวณชั้นล่าง

รายชื่อผู้เสียชีวิต 5 ราย
- นางสุนีย์ ตาชัย อายุ 70 ปี (ย่า)
- นายกวิน ตาชัย อายุ 35 ปี (พ่อ)
- นางสาววริศรา เฉลยไกร อายุ 35 ปี (แม่)
- เด็กหญิงลลิษา ตาชัย อายุ 5 ปี (ลูกสาวฝาแฝด)
- เด็กหญิงลลินดา ตาชัย อายุ 5 ปี (ลูกสาวฝาแฝด)
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าบ้านเป็นโครงปูน แต่ตกแต่งด้วยวัสดุไม้จำนวนมาก คาดว่าต้นเพลิงน่าจะเริ่มจากชั้นล่าง ขณะที่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดพักผ่อนอยู่ชั้นสอง ทำให้มีโอกาสสูงที่จะสำลักควันจนหมดสติ และออกจากบ้านไม่ทัน

ตำรวจเร่งตรวจจุดเกิดเหตุ หาสาเหตุไฟไหม้ที่แท้จริง
เช้าวันนี้ (8 ม.ค. 2569) รายงานระบุว่า นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อเก็บพยานหลักฐานและหาสาเหตุเพลิงไหม้ รวมถึงตรวจประกอบผลชันสูตรจากแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
จากการตรวจเบื้องต้น พบว่าในรั้วเดียวกันมีบ้าน 2 หลัง โดยหลังใหญ่เป็นบ้านหลักที่ครอบครัวอาศัยอยู่ และมีห้องนอนอยู่ชั้นสอง ส่วนอีกหลังไม่มีคนพักอาศัย จุดที่เสียหายหนักสุดอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้านหลัก เชื่อว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของไฟ ก่อนควันและเปลวเพลิงจะลามไปส่วนอื่น รวมถึงบ้านอีกหลังที่เป็นไม้เก่า จึงทำให้ไฟลุกลามได้เร็ว
สาเหตุที่แน่ชัดยังต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรื่องน่าตกใจ! นักท่องเที่ยวต่างชาติสวมชุดบิกินีอาบแดดอยู่ใกล้กับวัดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่
ข่าว
พระภิกษุสงฆ์เสร็จสิ้น “การเดินเพื่อสันติภาพ” ระยะทาง 2,300 ไมล์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
พระภิกษุสงฆ์เดินเรียงแถวเดียวข้ามสะพานโปโตแมค เป็นการสิ้นสุด “การเดินเพื่อสันติภาพ” ที่สร้างความประทับใจให้แก่ชาวอเมริกันทั่วประเทศ
วอชิงตัน ดี.ซี. – เช้าวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 พระภิกษุสงฆ์นิกายเถรวาด 19 รูป เดินทางมาถึงใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พวกท่านเดินอย่างสงบเป็นแถวเดียวข้ามสะพานโปโตแมคจากรัฐเวอร์จิเนียเข้าสู่เขตปกครองพิเศษวอชิงตัน ดี.ซี. หลังจากเดินเท้าต่อเนื่องเป็นเวลา 15 สัปดาห์ หรือ 108 วัน
เริ่มต้นจากศูนย์ปฏิบัติธรรมหวงเต่าในฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส พวกท่านเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 2,300 ไมล์ (ประมาณ 3,700 กิโลเมตร) การเดินทางครั้งนี้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “การเดินเพื่อสันติภาพ” ได้กลายเป็นภาพที่คุ้นเคยไปทั่วสหรัฐอเมริกา พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้สวมจีวรสีส้มเหลือง เดินอย่างเงียบๆ ผ่านเมืองต่างๆ บางครั้งต้องเผชิญกับลมหนาวและหิมะ

ขบวนของพระภิกษุสงฆ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568 นำโดยพระภิกษุสงฆ์นิกายปันนาการ พระภิกษุเหล่านี้มาจากวัดเถรวาดในประเทศต่างๆ โดยมีเป้าหมายหลักคือการสื่อสารข้อความแห่งสันติภาพ ความเมตตา และการไม่ใช้ความรุนแรง รวมถึงส่งเสริมการมีสติและการทำสมาธิในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดทางการเมืองและสังคมในอเมริกาเพิ่มสูงขึ้น
ภาพที่ถูกพูดถึงมากที่สุดภาพหนึ่งคือภาพพระภิกษุเดินเรียงแถวข้ามสะพานโปโตแมคในเวลาประมาณ 8:00 น. ฝูงชนจำนวนมากยืนเรียงรายอยู่ตามถนนและสะพานเพื่อต้อนรับพวกเขา พระภิกษุหลายรูปเดินเท้าเปล่าหรือสวมเพียงถุงเท้าตลอดการเดินทาง ยึดมั่นในหลักการบำเพ็ญตบะที่เน้นความเรียบง่าย การไม่ยึดติด และความอดทน บางรูปถึงกับเดินเท้าเปล่าในอุณหภูมิที่หนาวจัดและบนหิมะเพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศที่เป็นอันตราย บางครั้งพวกเขาก็สวมรองเท้าบูทกันหนาวเพื่อความปลอดภัย
“การเดินเพื่อสันติภาพ” นี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการเดินเพื่อสันติภาพที่หยั่งรากลึกในพระพุทธศาสนาเถรวาด โดยเฉพาะในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน พระภิกษุสงฆ์มักออกเดินทางไกลเพื่อฝึกฝนตนเอง เสียสละความสะดวกสบาย และเผยแพร่ธรรมะแก่ผู้คน การเดินทางไกลนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฝึกฝนตนเองเท่านั้น แต่ยังเป็นการเผยแพร่ความเมตตาแก่ผู้คนที่พบเจอ เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกที่เดินทางไปตามหมู่บ้านและเมืองต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ระหว่างทาง พระภิกษุสงฆ์จะหยุดพักเป็นระยะๆ และจัด “การสนทนาแลกเปลี่ยนสันติสุข” ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เพื่อแบ่งปันแนวคิดเรื่องความเมตตาและการมีสติกับผู้ที่สนใจ บางครั้งจะมีผู้คนจำนวนมากเข้าร่วมเดินด้วย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น ชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา และริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย พวกเขายังแจก “กำไลแห่งสันติสุข” เป็นสัญลักษณ์แห่งพรและคำอวยพรให้แก่ผู้รับด้วย
อีกเรื่องราวหนึ่งที่ทำให้การเดินครั้งนี้เป็นที่แพร่หลายในโซเชียลมีเดียคือเรื่องของสุนัขจรจัดชื่อ “อโลกา” ที่ติดตามกลุ่มพระภิกษุสงฆ์มาตั้งแต่ต้น อโลกาได้รับการช่วยเหลือและอยู่กับกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ตลอดการเดินทาง ภาพของพระอโลกาที่อยู่เคียงข้างพระภิกษุรูปอื่นๆ ได้สร้างความประทับใจและกลายเป็นหัวข้อสนทนาในหมู่ผู้คนนับล้านบนแพลตฟอร์มต่างๆ
การเดินทางไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2025 ขบวนรถถูกรถบรรทุกชนในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ทำให้พระภิกษุสองรูปได้รับบาดเจ็บ แม้จะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น กลุ่มพระภิกษุยังคงเดินทางต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ
เมื่อเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พระภิกษุได้รับการต้อนรับจากผู้คนนับพันที่รออยู่ จากนั้นพวกเขาวางแผนที่จะจัดกิจกรรมสาธารณะที่มหาวิทยาลัยอเมริกันและอนุสรณ์สถานลินคอล์นเพื่อเผยแพร่สารแห่งสันติภาพต่อไป

ขณะที่ข้ามสะพาน พระปัญญากรกล่าวว่า “เราต้องการให้การเดินทางครั้งนี้เตือนใจผู้คนให้มีสติและค้นพบความสงบในหัวใจ ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายมีความสุข สงบสุข และปราศจากความทุกข์”
การมาถึงของพระภิกษุในช่วงเวลาที่สังคมอเมริกันแตกแยกอย่างรุนแรงนั้น หลายคนมองว่า… “ลมหายใจแห่งสันติภาพ” นี้หาได้ยาก บางคนกล่าวว่านี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางศาสนา แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าความเมตตาและการไม่ใช้ความรุนแรงสามารถเชื่อมโยงความแตกแยกทางสังคมได้อย่างแท้จริง
หลังจากสิ้นสุดการเดินทาง พระภิกษุบางรูปเตรียมตัวกลับไปยังวัดของตน ในขณะที่บางรูปอาจยังคงอยู่เพื่อดำเนินกิจกรรมทางจิตวิญญาณต่อไปในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
แต่ “การเดินเพื่อสันติภาพ” ครั้งนี้ได้ทิ้งบทเรียนที่ชัดเจนและเรียบง่ายไว้ นั่นคือ สันติภาพเริ่มต้นในหัวใจของแต่ละบุคคล และเมื่อผู้คนฝึกฝนความเมตตาและความไม่ใช้ความรุนแรงมากขึ้น สันติภาพก็จะสามารถแพร่กระจายไปยังสังคมในวงกว้างได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รถตู้สาธารณสุขอุทัยธานีชนท้ายรถทางหลวง เสียชีวิต 3 เจ็บ 7
ข่าว
โรงพยาบาลแพร่ อพยพผู้ป่วย 124 ราย หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ชั้นสอง
แพร่ – เกิดเหตุไฟไหม้บริเวณชั้น 2 ของตึกไมตรีประชา โรงพยาบาลแพร่ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ช่วงเย็นวันที่ 12 ม.ค. ส่งผลให้มีกลุ่มควันหนาทึบกระจายภายในอาคาร เจ้าหน้าที่ต้องเร่งย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 124 ราย ก่อนควบคุมเพลิงได้ในเวลาต่อมา โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับอันตราย
รายงานระบุว่าเหตุเกิดราวเวลา 17.30 น. ควันลอยกระทบตั้งแต่ชั้น 2 และลามขึ้นไปถึงชั้น 5 โรงพยาบาลจึงระดมพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และหน่วยกู้ภัย เข้าช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างเร่งด่วน พร้อมนำถังออกซิเจนเข้าไปดูแลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากควัน

เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตัดระบบไฟในอาคาร และสั่งงดใช้ลิฟต์ชั่วคราว ทำให้การเคลื่อนย้ายต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก ขณะเดียวกันทีมดับเพลิงต้องลากสายฉีดน้ำขึ้นอาคารไปพร้อมกัน บรรยากาศในช่วงแรกเป็นไปอย่างวุ่นวายจากความเร่งด่วน

ผ่านไปราว 1 ชั่วโมง สามารถอพยพผู้ป่วยทั้งหมดออกจากอาคารได้ครบ 124 ราย แล้วนำไปดูแลต่อในอาคารและตึกอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ หลังจากเคลียร์พื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องจนควบคุมไฟได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแพร่ เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบความเสียหายหลักอยู่บริเวณระบบไฟฟ้าและระบบประปาที่ชั้น 2 ภายในบางห้องมีเครื่องมือแพทย์และเตียงผู้ป่วยเคลื่อนกระจัดกระจาย จึงสั่งปิดการใช้งานชั้น 2 เป็นการชั่วคราว
ส่วนชั้น 1 และชั้น 3 ถึงชั้น 5 ยังเปิดให้บริการได้ตามปกติ รวมถึงลิฟต์ที่กลับมาใช้งานได้แล้ว ขณะที่สาเหตุเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานในพื้นที่ชั้น 2 ต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายกำลังโศกเศร้ากับการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของ “ป้าพัน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดัง
ข่าว
ทหารยิงตัวเองที่ศีรษะด้วยปืนพกขนาด .38 ที่วัดชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – ลำปางเกิดเหตุเศร้าสลด พบพลทหารอาสาอายุ 37 ปี สังกัด มทบ.32 ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงตัวเองเสียชีวิต บริเวณหน้าศาลาอเนกประสงค์ภายในวัดคะตึกเชียงมั่น ซึ่งเป็นวัดชื่อดังในตัวเมืองลำปาง
เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2569 ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง รับแจ้งว่าพบชายเสียชีวิตภายในวัดคะตึกเชียงมั่น จึงประสานกู้ภัยสว่างนครลำปาง ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลำปาง และแพทย์เวรโรงพยาบาลลำปาง เข้าตรวจสอบร่วมกัน
จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณทางเดินหน้าศาลาอเนกประสงค์ ฝั่งตรงข้ามโบสถ์ พบผู้เสียชีวิตสวมเสื้อลายพรางแขนยาวและกางเกงวอร์ม ลักษณะนอนเหยียดยาว ศีรษะพาดกับผนังศาลา มีเลือดไหลบริเวณศีรษะ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบว่าเป็นพลทหารอาสา (สห.) อายุ 37 ปี

จากการตรวจเบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตจากกระสุนปืน .38 และพบอาวุธปืนตกอยู่ใกล้ตัว ลักษณะเป็นการยิงในช่องปาก เลือดไหลนองพื้นโดยรอบ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง

ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ผู้ตายน่าจะเดินเข้ามาในวัดช่วงเช้าหลังเวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ทางวัดเปิดประตูให้ประชาชนเข้าไปทำบุญ และปิดราว 18.00 น. หากไม่มีกิจกรรม จากนั้นผู้ตายไปนั่งบริเวณหน้าศาลา ก่อนเกิดเหตุขึ้น โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจที่ชัดเจน
รุ่นพี่ในหน่วยให้ข้อมูลว่า ผู้ตายเป็นคนอำเภองาว เป็นคนค่อนข้างคิดมากและน้อยใจง่าย ส่วนปมเหตุยังไม่แน่ชัด อาจเกี่ยวข้องกับความเครียดเรื่องการเงินหรือเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประสานแจ้งญาติให้รับทราบแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักท่องเที่ยว 7 คนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถตู้ชนกันที่เชียงใหม่
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวการเมือง7 days agoการเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoตำรวจจับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่งในข้อหาฉ้อโกงธนาคารเป็นเงิน 21 ล้านบาท
-
ข่าวการเมือง7 days agoศาลฎีกาสั่งปลดผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร 49 คน ก่อนการเลือกตั้ง

