เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายใช้ปืนประจำตัวฆ่าตัวตาย
เชียงราย – ตำรวจชั้นประทวน สังกัด สภ.เชียงแสน ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองภายในบ้านญาติ ภรรยาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุถึงกับร้องไห้หนัก บอกกับคนใกล้ชิดว่าเขากำลังเจอแรงกดดันเรื่องส่วนตัว ขณะเดียวกัน ผู้กำกับ สภ.แม่สายลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการสอบสวน
ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตำรวจ สภ.แม่สายได้รับแจ้งเหตุว่าตำรวจชั้นประทวนจาก สภ.เชียงแสน ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวเองเสียชีวิต บนเตียงภายในบ้านคุณย่า ที่บ้านปงเหนือ หมู่ 8 ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงรีบไปตรวจสอบ
บ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว จุดพบศพอยู่ในห้องนอนของคุณย่า พบร่าง ด.ต.สุชากรี ศรีแก้ว สังกัด สภ.เชียงแสน นอนหงายอยู่บนเตียง สวมเสื้อเครื่องแบบสีกากีแขนยาว และกางเกงสีดำ ใกล้มือขวาพบปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย บาดแผลกระสุนปืนเข้าบริเวณขมับขวา และทะลุออกที่ขมับซ้าย
นางสายปาน มูลตาศรี ผู้เป็นมารดา ให้ข้อมูลทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นตำรวจรุ่นลำปาง 07 รับราชการได้ราว 3 ถึง 4 ปี เป็นคนอัธยาศัยดี เพื่อนร่วมงานและคนในบ้านรักใคร่ ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นสัญญาณว่าจะคิดสั้น แต่ช่วงหลังอาจมีปากเสียงเล็กน้อยกับแฟนสาว เขาอาศัยอยู่กับแฟนที่แม่เปิน แต่บางครั้งจะไปหามารดาที่ห้วยไคร้ และแวะมาพักที่บ้านของคุณย่า นางจันทร์ ศรีแก้ว เป็นครั้งคราว

มารดาเล่าว่า ด.ต.สุชากรีเป็นคนรักครอบครัว ชอบดูแลแม่และญาติ ๆ จนใคร ๆ ก็เอ็นดู ก่อนเกิดเหตุเขาไปหาที่บ้านห้วยไคร้ และกอดแม่แน่นนานผิดปกติ ระหว่างช่วยรดน้ำผัก แม่สังเกตว่าเขาดูไม่ค่อยสบายใจ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา
ด้านคุณย่าให้การว่า หลานชายมาถึงบ้านในวันเกิดเหตุและกอดกันอย่างอบอุ่น สีหน้าและท่าทีดูปกติ ยังพูดคุยหยอกล้อเหมือนเดิม หลังจากนั้นคุณย่าออกไปทำธุระแถวบ้าน ส่วนหลานชายเดินเข้าไปในห้องนอน
เมื่อกลับมา คุณย่าเรียกชื่อหลายครั้ง คิดว่าอาจอยู่ในห้องน้ำหรือกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอน พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหลานนอนหงายอยู่บนเตียง เรียกเท่าไรก็ไม่ตอบ เห็นใบหน้าซีดจึงรีบพยายามปฐมพยาบาล ก่อนสังเกตเห็นอาวุธปืนวางอยู่ข้างตัว จึงรีบร้องเรียกคนช่วยและแจ้งเจ้าหน้าที่

สุขภาพจิตและการฆ่าตัวตายในไทย
เรื่องสุขภาพจิตในไทยยังเป็นปัญหาที่หลายคนมองไม่เห็นจากภายนอก ข้อมูลของกรมสุขภาพจิตสะท้อนภาพที่น่ากังวล ปี 2567 มีคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมากกว่า 1.3 ล้านคนอยู่กับภาวะซึมเศร้า ขณะที่การสำรวจและคัดกรองช่วงปี 2563 ถึง 2568 พบว่าประมาณ 9% เข้าข่ายเสี่ยงซึมเศร้า 5% เสี่ยงฆ่าตัวตาย และราว 8% มีความเครียดสูง ในกลุ่มที่ได้รับการคัดกรองจำนวนมาก เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นกลุ่มที่เปราะบางกว่า เห็นสัดส่วนความเครียด อาการซึมเศร้า และความคิดทำร้ายตัวเองสูงขึ้น
อัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มราว 32% ในช่วงปี 2560 ถึง 2565 ปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 5,217 ราย คิดเป็น 8.02 ต่อประชากรแสนคน เฉลี่ยวันละประมาณ 15 คน และยังมีความพยายามทำร้ายตัวเองราว 34,000 ครั้ง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ชายประมาณ 80% และมักใช้วิธีที่รุนแรง ปัจจัยกระตุ้นที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปัญหาเศรษฐกิจ ความขัดแย้งในครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์ การถูกคุกคามบนโซเชียลมีเดีย และผลกระทบหลังโควิด ปัญหายังซ้ำด้วยตราบาปทางสังคม การเข้าถึงการรักษาที่ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดที่แพทย์เฉพาะทางมีจำกัด และทรัพยากรดูแลไม่พอ
ไทยเริ่มขับเคลื่อนงานป้องกันมากขึ้น ผ่านแผนปฏิบัติการป้องกันการฆ่าตัวตายระดับชาติถึงปี 2573 ซึ่งสอดคล้องแนวทาง LIVE LIFE ขององค์การอนามัยโลก เน้นการเฝ้าระวัง ลดการเข้าถึงวิธีทำร้ายตัวเอง สร้างระบบดูแลในโรงเรียน และการรายงานข่าวอย่างรับผิดชอบ อีกด้านยังมีการทำงานเชิงรุก เช่น HOPE Taskforce ที่ทำงานร่วมกับตำรวจและผู้มีอิทธิพลออนไลน์เพื่อช่วยเหลือคนที่มีสัญญาณเสี่ยงบนโลกออนไลน์ รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง “Tor-Tuem-Jai” เพื่อช่วยคัดกรองและพาเข้าระบบดูแลให้เร็วขึ้น
แหล่งช่วยเหลือที่ติดต่อได้
- สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีและเป็นความลับ (กรมสุขภาพจิต)
- สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รับฟังและช่วยประสานการช่วยเหลือ
- Samaritans of Thailand ให้การรับฟังทั้งไทยและอังกฤษ โทร 02-713-6793 (ภาษาไทย เที่ยงถึง 22.00 น.) หรือฝากข้อความเพื่อให้ติดต่อกลับสำหรับภาษาอังกฤษ
- แอป Mental Health Check-In สำหรับประเมินตัวเองและรับการส่งต่อ
การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ คนใกล้ตัว ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานช่วยเหลือพร้อมรับฟัง การได้คุยกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง และทำให้หลายคนกลับมายืนได้อีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ตำรวจไล่ล่าชายวัย 82 ปี ไปยังเชียงใหม่ หลังก่อเหตุชนแล้วหนี
เชียงราย - Chiang Rai News
บริษัท ทรู เทเลคอม และหน่วยงานในอำเภอแม่สาย ได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยังศูนย์รับสายหลอกลวง
แม่สาย – บริษัท ทรู เทเลคอม ร่วมกับสำนักงานสอบสวนคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ (CCIB) และ กสทช. ได้ดำเนินการในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยและขัดขวางการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ผิดกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติจากอาคารใกล้ชายแดน เป้าหมายหลักคือการหยุดการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนและตัดการเชื่อมต่อที่อาจเกิดขึ้นกับเครือข่ายศูนย์บริการลูกค้าหลอกลวงทางโทรศัพท์
ปฏิบัติการเกิดขึ้นช่วงเช้าตรู่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 โดยตำรวจ บก.ปอท. เข้าตรวจค้นอาคารต้องสงสัย ร่วมกับทรู สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการรายอื่น หลังได้รับข้อมูลการใช้งานที่ผิดสังเกตจากทรู เพราะมีทราฟฟิกสูงต่อเนื่องหลายวัน และหนาแน่นมากเป็นพิเศษในช่วงกลางคืน จึงประสานทีมเทคนิคเข้าช่วยตรวจสอบและเก็บรายละเอียดในพื้นที่

พ.ต.ท.ตฤณ ลีลานุช สารวัตรกลุ่มงานสนับสนุนคดีเทคโนโลยี บก.ปอท. ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบห้องเช่าในอะพาร์ตเมนต์ย่านแม่สายมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงผิดปกติ จึงเริ่มสืบสวนและเฝ้าติดตาม เมื่อพบปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม รวมถึงประวัติของผู้เช่าห้อง จึงขอหมายศาลเข้าตรวจค้น และพบอุปกรณ์ที่เข้าข่ายลักลอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปทางเมียนมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ร่วมกับทรูและผู้ให้บริการรายอื่นตัดการเชื่อมต่อทันที พร้อมยึดอุปกรณ์ไว้เป็นหลักฐาน และเร่งติดตามผู้เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจค้น ตำรวจไม่พบผู้อยู่อาศัยภายในห้อง แต่พบอุปกรณ์รวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ต และชุดกระจายสัญญาณที่มีลักษณะเชื่อมโยงการใช้งานข้ามประเทศ เจ้าหน้าที่จึงตัดสัญญาณในจุดดังกล่าวทันที และเก็บอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี

ขณะเดียวกัน ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้อง และขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงกัน โดยข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่ามีความสัมพันธ์กับกลุ่มต้องสงสัย ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบการติดตามจับกุมและดำเนินคดีต่อไป
นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทรูทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และสำนักงาน กสทช. อย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มการเฝ้าระวังการใช้งานอินเทอร์เน็ตผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องการไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปก่ออาชญากรรมออนไลน์ และลดความเสียหายที่เกิดกับประชาชน

นอกจากการทำงานเชิงรุกในภาคสนามแล้ว ทรูยังเน้นมาตรการป้องกัน โดยเข้มงวดเรื่องการขายและลงทะเบียนซิมมือถือ และใช้ AI กับการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินความเสี่ยงของซิมแต่ละหมายเลข ลดโอกาสนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
อีกด้านหนึ่ง ทรูให้บริการ “ทรูไซเบอร์เซฟ” (True CyberSafe) กับลูกค้าทรูและดีแทคทุกเลขหมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ระบบช่วยป้องกันภัยออนไลน์แบบอัตโนมัติ และบล็อกลิงก์อันตรายหรือเว็บไซต์น่าสงสัยจาก SMS ได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สำนักงานกิจการอาเซียนมาเยือนเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนและการหลอกลวงทางโทรศัพท์
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดเชียงรายเรียกร้องให้ทบทวนบัตรเลือกตั้งที่เป็นโมฆะ
เชียงราย – กลุ่มชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายรวมตัวกันไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.เชียงราย ขอให้ตรวจสอบจุดจัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย พร้อมขอให้ช่วยตรวจทาน “บัตรเสีย” ที่ระบุว่ามีจำนวนมากผิดปกติ ทาง กกต.พาตัวแทนเข้าไปดูสถานที่เก็บหีบในเขต 1 ยืนยันมีกล้องวงจรปิดและเวรยามดูแล ส่วนบัตรเสียประเมินแล้วยังไม่สูง แต่พร้อมหาสาเหตุให้ชัดเจน
วันที่ 10 ก.พ. กลุ่มชาวบ้านราว 50 คน เดินทางไปที่สำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย เพื่อขอให้ตรวจสอบหลายประเด็นจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา
หนึ่งในเรื่องหลักที่กลุ่มชาวบ้านหยิบยกขึ้นมา คือจำนวนบัตรเสียที่มองว่าสูงเกินไป โดยระบุว่า จ.เชียงราย มีบัตรเสียก่อนสรุปการนับคะแนนมากกว่า 16,892 ใบ คิดเป็น 2.88% ของผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจมาตรฐานการทำงานของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพราะพบว่าวิธีปฏิบัติแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน และอยากให้ กกต.ช่วยสร้างความชัดเจนเรื่องการเก็บรักษาหีบบัตรว่าปลอดภัยแค่ไหน

ต่อมา นายชูชาติ สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย รับเรื่องไว้ พร้อมอธิบายว่า สถานที่จัดเก็บหีบบัตรในแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต.เขต ที่ต้องกำหนดจุดเก็บในพื้นที่ปลอดภัย สำหรับ จ.เชียงราย ทั้ง 7 เขตได้แจ้งให้ประชาชนรับทราบแล้ว และขอให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลหีบบัตร
ส่วนประเด็นบัตรเสีย สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย ระบุว่ายังไม่เห็นว่ามีจำนวนมากผิดปกติ แต่จะสอบถามรายละเอียดจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป เพราะเจ้าหน้าที่เองก็อยากทราบสาเหตุที่แท้จริงเช่นกัน โดยที่ผ่านมา ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามการทำงานในหน่วยเลือกตั้งได้อยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายชูชาติได้นำตัวแทนชาวบ้านเข้าไปดูสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้งของเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดและจัดเวรยามดูแล ทำให้ตัวแทนประชาชนรู้สึกสบายใจขึ้นระดับหนึ่ง แต่ยังฝากความกังวลถึงเขตเลือกตั้งอื่นอีก 6 เขตไว้ด้วย
ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำ จ.เชียงราย ย้ำว่าจะทำงานตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด พร้อมแจ้งว่าจะประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบไม่เป็นทางการ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “สำนักงาน กกต.จ.เชียงราย” ภายในวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.2569
สำหรับภาพรวมการเมืองใน จ.เชียงราย เดิมมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 4 เขต และพรรคประชาชน 3 เขต แต่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเหลือ 2 ที่นั่ง ที่นั่งส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรม 4 เขต และพรรคภูมิใจไทย 1 เขต ส่งผลให้ไม่มีผู้สมัครจากพรรคประชาชนเหลืออยู่ในพื้นที่แล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายกำลังสอบสวนคดีฆาตกรรมชายสองคนในตำบลแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเตือนประชาชนเกี่ยวกับกลโกงรูปแบบใหม่ในสามเหลี่ยมทองคำ
เชียงราย – เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย ได้ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์ ภายใต้กองบังคับการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ATHTD) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามแนวชายแดนไทย เมียนมา และลาว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเครือข่ายหลอกลวงและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขยับฐานเข้ามาใกล้พื้นที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายมากขึ้น ฝั่งเมียนมามีการกล่าวถึงเมืองท่าขี้เหล็กว่าเป็นจุดรวมคาสิโนและสถานบันเทิง และถูกมองว่าเป็นฐานสำคัญของกลุ่มคอลเซ็นเตอร์
รายงานยังชี้ถึงปัญหาการบังคับใช้แรงงาน และกรณีชักชวนคนข้ามแดนไปทำงานโดยอ้างว่าเป็น “งานรายได้ดี” ผู้ที่ขัดขืนอาจถูกทำร้ายหรือกักตัว ส่วนฝั่งลาวมีการกล่าวถึง Kings Roman Special Economic Zone ว่าเป็นพื้นที่ที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลบซ่อน โดยการกวาดล้างล่าสุดนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 771 ราย รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องจากลาว เมียนมา จีน และฟิลิปปินส์

Transborder News รายงาน ว่าในช่วงเดือนตุลาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายมีการจับกุมคดีสำคัญหลายคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ หนึ่งในคดีคือการจับกุม นาย Hu Haojie พร้อมยึดบัตร ATM มากกว่า 2,052 ใบ
ตำรวจระบุว่า ผู้ต้องหาให้การว่าทำหน้าที่กดเงินและโอนเงินตามคำสั่งที่ส่งผ่านแอป Lark app ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ในเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบเป็นขบวนการ อีกคดีหนึ่งเป็นการสกัดพัสดุที่มีสมุดบัญชีธนาคารและซิมการ์ด ซึ่งส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชน และเชื่อว่ามีปลายทางข้ามแดนเพื่อสนับสนุนกลุ่มหลอกลวงฝั่งลาว
นอกจากนี้ ตำรวจยังรายงานการจับกุมแรงงานต่างชาติกว่า 288 ราย ในความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่มาจากเมียนมา จีน และลาว ในคดีที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้ย้ำเตือนประชาชนให้ระวังข้อเสนอชวนไปทำงานต่างประเทศที่อ้างรายได้สูง และอย่าหลงเชื่อให้เปิดบัญชีม้า หรือยกบัตร ATM ให้ผู้อื่น เจ้าหน้าที่เตือนว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้คนทั่วไปเข้าไปพัวพันเครือข่ายอาชญากรรมระดับนานาชาติโดยไม่รู้ตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ต้นเดือนกุมภาพันธ์มีการกวาดล้างหนักในพื้นที่ Kings Roman ส่งผลให้กลุ่มอาชญากรรมชาวจีนและเครือข่ายค้ามนุษย์บางส่วนกระจายตัวไปหลบซ่อนในบริเวณเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ
บางกลุ่มถูกระบุว่าอาจข้ามมาหลบในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยปฏิบัติการดังกล่าวมีรายงานว่า Liu Zhongyi ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ลงพื้นที่ด้วยตนเอง และเดินทางเข้าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ลาว
ข่าวที่กำลังเป็นกระแส
จังหวัดเชียงรายประกาศห้ามเผาสิ่งของเป็นเวลา 86 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 10 พฤษภาคม
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoชายหนุ่มจากเชียงรายถูกจับกุมฐานถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งก่อนนำไปใช้
-
ข่าวการเมือง7 days agoการเลือกตั้งปี 2026: 10 เขตเลือกตั้งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoตำรวจจับกุมกรรมการบริษัทรายหนึ่งในข้อหาฉ้อโกงธนาคารเป็นเงิน 21 ล้านบาท
-
ข่าวการเมือง6 days agoศาลฎีกาสั่งปลดผู้สมัครรับเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร 49 คน ก่อนการเลือกตั้ง

