แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และบอร์นมัธช่วยกันสร้างเกมระดับคลาสสิกของพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งสองทีมสลับกันขึ้นนำและโดนตีเสมอ ก่อนจบลงด้วยการแบ่งแต้มจากเกมสุดมันที่มีถึงแปดประตู
ยูไนเต็ดที่นำ 2-1 ในช่วงพักครึ่งโดนรัวคืนอย่างรวดเร็วภายในเจ็ดนาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง เมื่อเอวานิลสันและมาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ทำประตูให้ทีมเยือนพลิกสถานการณ์
แต่ฟรีคิกสุดคมของบรูโน่ แฟร์นันด์ส ตามด้วยประตูของมาเธอุส คุนญ่าในช่วงห่างกันไม่ถึงสองนาที ทำให้รูปเกมกลับตาลปัตรอีกรอบ ทว่าบอร์นมัธยังไม่ยอมง่าย ๆ เอลี จูเนียร์ ครูปี แข้งวัย 19 ปี ซัดตีเสมอในนาทีที่ 84 ช่วยให้ทีมเยือนเก็บ 1 แต้มกลับบ้านจากเกมที่หายใจไม่ทั่วท้อง
ท่ามกลางความวุ่นวาย แทบไม่มีใครพูดถึงการปรับแท็กติกของรูเบน อาโมริม กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยอมเปลี่ยนจากระบบกองหลังห้าคนแบบเดิม และได้ผลตอบแทนจากการดันอามัด ดิยัลโล ขึ้นไปยืนในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม แนวรุกชาวไอวอรีโคสต์โหม่งจ่อ ๆ ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำหลังผ่านไปเพียง 13 นาที
ประตูนั้นเกิดขึ้นหลังจากยูไนเต็ดเปิดเกมด้วยความดุดัน ใส่บอร์นมัธด้วยการยิงถึงหกครั้งภายในสิบ นาทีแรก นับเป็นจำนวนลูกยิงในช่วงเปิดเกมที่มากที่สุดของพวกเขาในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022
สุดท้ายแล้ว นั่นเป็นเพียงบทเกริ่น ก่อนจะเข้าสู่เกมที่พลิกไปพลิกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ตลอดทั้งเกม ทั้งสองทีมรวมกันยิงถึง 38 ครั้ง คาเซมิโร่โดนใบเหลืองจนหมดสิทธิ์ลงเล่นเกมเยือนแอสตัน วิลล่าในวันอาทิตย์ ช่วงท้ายเกม บอร์นมัธเกือบได้ประตูชัยจากเดวิด บรู๊คส์ สองจังหวะในช่วงทดเวลา ที่ต้องให้เซนเน่ ลัมเมนส์ เซฟแบบปฏิกิริยาทันควันเพื่อรักษาแต้มให้เจ้าถิ่น
ผลเสมอทำให้ยูไนเต็ดชวดโอกาสขึ้นไปติดท็อปไฟว์ ส่วนบอร์นมัธที่ยังรั้งอันดับ 13 ยืดสถิติไม่ชนะใครเป็นเจ็ดนัดติดต่อกัน
วิเคราะห์แมนฯ ยูไนเต็ด: อาโมริมเปลี่ยนระบบ
ระบบ 3-4-2-1 ของอาโมริมเป็นแท็กติกที่โดนถกเถียงอย่างหนักตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม
อดีตกุนซือสปอร์ติ้งรายนี้ปกป้องระบบนี้มาโดยตลอด เพราะมันคือรูปแบบที่พาเขาประสบความสำเร็จในโปรตุเกส เขาเคยพูดเล่นแรง ๆ ว่าต่อให้สมเด็จพระสันตะปาปามาขอ ก็ยังไม่เปลี่ยน
ช่วงหลัง น้ำเสียงของอาโมริมเริ่มนุ่มลง เขาบอกว่าถ้ารู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเพื่อให้ทีมดีขึ้น ก็พร้อมจะทำ
และเกมนี้คือจุดที่เขาตัดสินใจ
ไม่ใช่การทิ้งระบบเดิมแบบหมดรูปทันที จนกระทั่งยี่สิบนาทีสุดท้าย ที่ลิซานโดร มาร์ติเนซถูกส่งลงมา และดิโอโก้ ดาโลต์ถูกขยับไปยืนแบ็กขวาในระบบที่เปลี่ยนไปชัดเจน
ในช่วงแรก อามัดไม่ได้ลงมาช่วยเกมรับลึกเท่าเดิม และตอนที่ลงมา เขามักจะขยับเข้ามายืนด้านในคู่กับเลนี โยโร มากกว่าจะออกไปยืนกว้างอย่างที่เคยทำ นักเตะไอวอรีโคสต์รายนี้ ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นก่อนศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เหมือนกับไบรอัน เอ็มบูโม่ (แต่ไม่ใช่นูสเซียร์ มาซราอุย)
เขาฉลองโอกาสนี้ด้วยการโหม่งระยะเผาขนเป็นประตู ขณะที่คาเซมิโร่ก็มีส่วนร่วม เมื่อโหม่งเบา ๆ แต่โดร์เด้ เปโตรวิชพลาดปัดบอลเข้าประตูตัวเอง แฟนบอลเจ้าถิ่นจึงปรบมือให้ทีมแบบลุกฮือในช่วงหมดครึ่งแรก เสียงเชียร์ดังติดอันดับต้น ๆ ของซีซันนี้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ไม่มีใครคาดว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
วิเคราะห์บอร์นมัธ: เชอร์รีส์ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
สองครั้งล่าสุดที่บอร์นมัธมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด พวกเขาบุกมาชนะได้ 3-0 ทั้งสองนัด
ถ้าให้เดา หากอันโดนี อิราโอล่า กุนซือเชอร์รีส์ ได้รับข้อเสนอว่าจะทำได้สามประตูอีกครั้ง เขาน่าจะตอบตกลงทันที โดยคิดว่านั่นเพียงพอให้ทีมจบเกมด้วยชัยชนะ และหยุดสถิติไม่ชนะใครไว้ได้
รูปเกมในหลายช่วงดูเหมือนบอร์นมัธหาช่องขึ้นนำได้ง่ายเกินไปด้วยซ้ำ
จังหวะตีเสมอ ดาโลต์นอนกุมปากอยู่กับพื้นหลังการปะทะ ทาเวอร์เนียร์ฉวยโอกาสจ่ายทะลุช่องอย่างยอดเยี่ยมให้เอวานิลสัน หลุดไปยิงผ่านลัมเมนส์ เป็นประตูของทีมเยือน
จากนั้นทาเวอร์เนียร์ก็ยิงเอง ด้วยการอาศัยจังหวะผิดพลาดของลัมเมนส์ ที่รับลูกยิงไม่อยู่จนทีมเยือนพลิกขึ้นนำ
ฝั่งยูไนเต็ดก็ได้ประโยชน์จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูเช่นกัน เมื่อเปโตรวิชนายด่านอดีตเชลซี ปัดลูกโหม่งเบา ๆ ของคาเซมิโร่เข้าประตูไปแบบไม่น่าเสีย ขณะที่ลูกฟรีคิกของบรูโน่ แฟร์นันด์ส เปโตรวิชหมดสิทธิ์ป้องกัน เพราะบอลโค้งเสียบมุมสวยงาม คล้าย ๆ กับลูกของทาเวอร์เนียร์ก่อนหน้า
เสียงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่นยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ หลังได้ประตูตีเสมอ และพวกเขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ เมื่อคุนญ่าแปแบบนิ่ง ๆ ให้ยูไนเต็ดกลับมานำอีกครั้ง
ตอนนั้นหลายคนคิดว่าลูกยิงของคุนญ่าคือประตูชัย แต่บอร์นมัธยังไม่ถอดใจ
ท้ายเกม ครูปีเติมสีสันให้เกมนี้ ด้วยการซัดลูกสุดท้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้บอร์นมัธทำประตูที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ได้แค่แต้มเดียว ต่างจากสองนัดก่อนหน้านั้นที่เก็บสามแต้มเต็ม
เสียงนกหวีดสุดท้ายมาพร้อมความรู้สึกปนเปกันทั้งโล่งใจและเสียดายจากทั้งสองฝั่ง นักเตะหลายคนทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากวิ่งสู้กันแบบไม่มียั้งตลอด 90 นาทีบวกทดเวลา

