ข่าวกีฬา
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-4 บอร์นมัธ: พรีเมียร์ลีก – ผลการแข่งขัน
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และบอร์นมัธช่วยกันสร้างเกมระดับคลาสสิกของพรีเมียร์ลีกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้งสองทีมสลับกันขึ้นนำและโดนตีเสมอ ก่อนจบลงด้วยการแบ่งแต้มจากเกมสุดมันที่มีถึงแปดประตู
ยูไนเต็ดที่นำ 2-1 ในช่วงพักครึ่งโดนรัวคืนอย่างรวดเร็วภายในเจ็ดนาทีหลังเริ่มครึ่งหลัง เมื่อเอวานิลสันและมาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ทำประตูให้ทีมเยือนพลิกสถานการณ์
แต่ฟรีคิกสุดคมของบรูโน่ แฟร์นันด์ส ตามด้วยประตูของมาเธอุส คุนญ่าในช่วงห่างกันไม่ถึงสองนาที ทำให้รูปเกมกลับตาลปัตรอีกรอบ ทว่าบอร์นมัธยังไม่ยอมง่าย ๆ เอลี จูเนียร์ ครูปี แข้งวัย 19 ปี ซัดตีเสมอในนาทีที่ 84 ช่วยให้ทีมเยือนเก็บ 1 แต้มกลับบ้านจากเกมที่หายใจไม่ทั่วท้อง
ท่ามกลางความวุ่นวาย แทบไม่มีใครพูดถึงการปรับแท็กติกของรูเบน อาโมริม กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยอมเปลี่ยนจากระบบกองหลังห้าคนแบบเดิม และได้ผลตอบแทนจากการดันอามัด ดิยัลโล ขึ้นไปยืนในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิม แนวรุกชาวไอวอรีโคสต์โหม่งจ่อ ๆ ให้เจ้าถิ่นขึ้นนำหลังผ่านไปเพียง 13 นาที
ประตูนั้นเกิดขึ้นหลังจากยูไนเต็ดเปิดเกมด้วยความดุดัน ใส่บอร์นมัธด้วยการยิงถึงหกครั้งภายในสิบ นาทีแรก นับเป็นจำนวนลูกยิงในช่วงเปิดเกมที่มากที่สุดของพวกเขาในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022
สุดท้ายแล้ว นั่นเป็นเพียงบทเกริ่น ก่อนจะเข้าสู่เกมที่พลิกไปพลิกมาอย่างไม่น่าเชื่อ
ตลอดทั้งเกม ทั้งสองทีมรวมกันยิงถึง 38 ครั้ง คาเซมิโร่โดนใบเหลืองจนหมดสิทธิ์ลงเล่นเกมเยือนแอสตัน วิลล่าในวันอาทิตย์ ช่วงท้ายเกม บอร์นมัธเกือบได้ประตูชัยจากเดวิด บรู๊คส์ สองจังหวะในช่วงทดเวลา ที่ต้องให้เซนเน่ ลัมเมนส์ เซฟแบบปฏิกิริยาทันควันเพื่อรักษาแต้มให้เจ้าถิ่น
ผลเสมอทำให้ยูไนเต็ดชวดโอกาสขึ้นไปติดท็อปไฟว์ ส่วนบอร์นมัธที่ยังรั้งอันดับ 13 ยืดสถิติไม่ชนะใครเป็นเจ็ดนัดติดต่อกัน
วิเคราะห์แมนฯ ยูไนเต็ด: อาโมริมเปลี่ยนระบบ
ระบบ 3-4-2-1 ของอาโมริมเป็นแท็กติกที่โดนถกเถียงอย่างหนักตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีม
อดีตกุนซือสปอร์ติ้งรายนี้ปกป้องระบบนี้มาโดยตลอด เพราะมันคือรูปแบบที่พาเขาประสบความสำเร็จในโปรตุเกส เขาเคยพูดเล่นแรง ๆ ว่าต่อให้สมเด็จพระสันตะปาปามาขอ ก็ยังไม่เปลี่ยน
ช่วงหลัง น้ำเสียงของอาโมริมเริ่มนุ่มลง เขาบอกว่าถ้ารู้สึกว่าต้องเปลี่ยนเพื่อให้ทีมดีขึ้น ก็พร้อมจะทำ
และเกมนี้คือจุดที่เขาตัดสินใจ
ไม่ใช่การทิ้งระบบเดิมแบบหมดรูปทันที จนกระทั่งยี่สิบนาทีสุดท้าย ที่ลิซานโดร มาร์ติเนซถูกส่งลงมา และดิโอโก้ ดาโลต์ถูกขยับไปยืนแบ็กขวาในระบบที่เปลี่ยนไปชัดเจน
ในช่วงแรก อามัดไม่ได้ลงมาช่วยเกมรับลึกเท่าเดิม และตอนที่ลงมา เขามักจะขยับเข้ามายืนด้านในคู่กับเลนี โยโร มากกว่าจะออกไปยืนกว้างอย่างที่เคยทำ นักเตะไอวอรีโคสต์รายนี้ ได้รับอนุญาตให้ลงเล่นก่อนศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เหมือนกับไบรอัน เอ็มบูโม่ (แต่ไม่ใช่นูสเซียร์ มาซราอุย)
เขาฉลองโอกาสนี้ด้วยการโหม่งระยะเผาขนเป็นประตู ขณะที่คาเซมิโร่ก็มีส่วนร่วม เมื่อโหม่งเบา ๆ แต่โดร์เด้ เปโตรวิชพลาดปัดบอลเข้าประตูตัวเอง แฟนบอลเจ้าถิ่นจึงปรบมือให้ทีมแบบลุกฮือในช่วงหมดครึ่งแรก เสียงเชียร์ดังติดอันดับต้น ๆ ของซีซันนี้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ไม่มีใครคาดว่าหลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อ
วิเคราะห์บอร์นมัธ: เชอร์รีส์ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
สองครั้งล่าสุดที่บอร์นมัธมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด พวกเขาบุกมาชนะได้ 3-0 ทั้งสองนัด
ถ้าให้เดา หากอันโดนี อิราโอล่า กุนซือเชอร์รีส์ ได้รับข้อเสนอว่าจะทำได้สามประตูอีกครั้ง เขาน่าจะตอบตกลงทันที โดยคิดว่านั่นเพียงพอให้ทีมจบเกมด้วยชัยชนะ และหยุดสถิติไม่ชนะใครไว้ได้
รูปเกมในหลายช่วงดูเหมือนบอร์นมัธหาช่องขึ้นนำได้ง่ายเกินไปด้วยซ้ำ
จังหวะตีเสมอ ดาโลต์นอนกุมปากอยู่กับพื้นหลังการปะทะ ทาเวอร์เนียร์ฉวยโอกาสจ่ายทะลุช่องอย่างยอดเยี่ยมให้เอวานิลสัน หลุดไปยิงผ่านลัมเมนส์ เป็นประตูของทีมเยือน
จากนั้นทาเวอร์เนียร์ก็ยิงเอง ด้วยการอาศัยจังหวะผิดพลาดของลัมเมนส์ ที่รับลูกยิงไม่อยู่จนทีมเยือนพลิกขึ้นนำ
ฝั่งยูไนเต็ดก็ได้ประโยชน์จากความผิดพลาดของผู้รักษาประตูเช่นกัน เมื่อเปโตรวิชนายด่านอดีตเชลซี ปัดลูกโหม่งเบา ๆ ของคาเซมิโร่เข้าประตูไปแบบไม่น่าเสีย ขณะที่ลูกฟรีคิกของบรูโน่ แฟร์นันด์ส เปโตรวิชหมดสิทธิ์ป้องกัน เพราะบอลโค้งเสียบมุมสวยงาม คล้าย ๆ กับลูกของทาเวอร์เนียร์ก่อนหน้า
เสียงเชียร์จากแฟนเจ้าถิ่นยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ หลังได้ประตูตีเสมอ และพวกเขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ เมื่อคุนญ่าแปแบบนิ่ง ๆ ให้ยูไนเต็ดกลับมานำอีกครั้ง
ตอนนั้นหลายคนคิดว่าลูกยิงของคุนญ่าคือประตูชัย แต่บอร์นมัธยังไม่ถอดใจ
ท้ายเกม ครูปีเติมสีสันให้เกมนี้ ด้วยการซัดลูกสุดท้ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้บอร์นมัธทำประตูที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ได้แค่แต้มเดียว ต่างจากสองนัดก่อนหน้านั้นที่เก็บสามแต้มเต็ม
เสียงนกหวีดสุดท้ายมาพร้อมความรู้สึกปนเปกันทั้งโล่งใจและเสียดายจากทั้งสองฝั่ง นักเตะหลายคนทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากวิ่งสู้กันแบบไม่มียั้งตลอด 90 นาทีบวกทดเวลา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รวบหนุ่มขนยาบ้า 2 แสนเม็ด ที่บขส.เชียงราย แอบซุกในกระเป๋าเดินทาง
ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า ฮึดไล่เจ๊า ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 ช่วงท้ายเกม
แอสตัน วิลล่า พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด เกมพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 27 วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วิลล่า พาร์ค จบลงด้วยสกอร์ 1-1 หลังเกมเข้มข้นจนถึงนาทีสุดท้าย ลีดส์ได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิกไกลสุดสวยของ อันโตน สตาช ก่อนที่ แทมมี่ อับราฮัม จะลงมาเป็นซูเปอร์ซับพังประตูตีเสมอช่วงท้าย ช่วยให้วิลล่าแบ่งแต้มสำคัญไว้ได้
สรุปเกม: แต้มแบ่งกันแบบมีเรื่องราวที่วิลล่า พาร์ค – รับชมไฮไลท์
ฝั่งเจ้าบ้านของ อูไน เอเมรี ต้องการสามแต้มเพื่อเกาะกลุ่มลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก อย่างไรก็ตาม ลีดส์ ยูไนเต็ด ของ แดเนียล ฟาร์เก้ ที่กำลังหนีตกชั้น มาเล่นด้วยแผนชัดเจนและกล้าแลก โดยเฉพาะในครึ่งแรกที่ทำได้ดีกว่าในหลายจังหวะ
ลีดส์เริ่มเกมอย่างมั่นใจ และมาได้ประตูนำในนาที 31 จาก อันโตน สตาช มิดฟิลด์ชาวเยอรมันที่เพิ่งกลับมาหลังมีอาการบาดเจ็บ เขาปั่นฟรีคิกระยะไกลราว 30-35 หลาด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งเสียบตาข่ายแบบที่ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ หมดสิทธิ์ป้องกัน ลูกนี้ถูกพูดถึงมากในฐานะประตูสวยประจำฤดูกาล และยังเป็นฟรีคิกลูกที่ 3 ของสตาชในซีซันนี้ด้วย
หลังพักครึ่ง วิลล่าเร่งเครื่องทันทีเพื่อทวงประตูคืน เอมิ บูเอเนเดีย ได้จังหวะส่องแต่บอลไปชนเสา ขณะที่ ออลลี่ วัตกินส์ เคยส่งบอลเข้าประตูแล้วแต่ถูกจับล้ำหน้า ด้าน คาร์ล ดาร์โลว์ นายทวารลีดส์ โชว์เซฟสำคัญหลายครั้ง ช่วยให้ทีมเยือนประคองความได้เปรียบเอาไว้
อย่างไรก็ดี เกมยังไม่จบแค่นั้น นาที 88 แทมมี่ อับราฮัม ที่ถูกส่งลงมาในครึ่งหลัง ทำประตูตีเสมอแบบสุดดราม่า จากลูกเตะมุมของ จาดอน ซานโช่ เอซรี คอนซา โขกตั้งมา ก่อนที่อับราฮัมจะใช้เข่าดันบอลเข้าประตู นี่คือประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาวิลล่า (หลังจากไปเล่นกับเบซิคตัส) และทำให้ทีมเจ้าบ้านได้อย่างน้อย 1 แต้ม
ผลเสมอเกมนี้ทำให้แอสตัน วิลล่าเก็บเพิ่มเป็น 51 คะแนนจาก 27 นัด ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ ส่วนลีดส์มี 31 คะแนน ทิ้งห่างโซนตกชั้น 7 คะแนน โดยฟาร์เก้ให้มุมมองหลังเกมว่าผลเสมอถือว่าแฟร์ และชมลูกทีมว่าทำผลงานได้คุณภาพ
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 31: อันโตน สตาช ปั่นฟรีคิกไกลสุดสวยให้ลีดส์นำ 1-0 (ลุ้นประตูแห่งฤดูกาล)
- ครึ่งแรก: ลีดส์ทำได้ดีกว่า, ดาร์โลว์มีเซฟสำคัญหลายจังหวะ
- ครึ่งหลัง: วิลล่าบุกหนัก, บูเอเนเดียยิงชนเสา, วัตกินส์โดนจับล้ำหน้า
- นาที 75: อับราฮัมถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรอง
- นาที 88: แทมมี่ อับราฮัม ยิงตีเสมอ 1-1 จากลูกเตะมุม (คอนซามีส่วนสำคัญ)
- ช่วงทดเจ็บ: ทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกหวังสามแต้ม แต่ไม่มีประตูเพิ่ม
ผู้ตัดสิน: ไมเคิล โอลิเวอร์
ผู้ชม: ประมาณ 43,000 คน
สนาม: วิลล่า พาร์ค, เบอร์มิงแฮม
สถิติแอสตัน วิลล่า (แอสตัน วิลล่า)
| รายการ | ค่าของทีม |
|---|---|
| ประตู | 1 (Abraham 88′) |
| การครองบอล | 58% |
| ยิงทั้งหมด | 14 |
| ยิงเข้ากรอบ | 5 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 85% |
| ฟาวล์ | 10 |
| เตะมุม | 7 |
| เซฟ | 3 (Martinez) |
| ใบเหลือง | 1 (Buendia) |
| ผู้เล่นเด่น | Tammy Abraham, Ezri Konsa, Emiliano Martinez |
แม้ตกเป็นรองก่อน แต่วิลล่ายังเล่นด้วยความมุ่งมั่น และการส่งอับราฮัมลงมาก็เห็นผลทันที
สถิติลีดส์ ยูไนเต็ด (ลีดส์ ยูไนเต็ด)
| รายการ | ค่าของทีม |
|---|---|
| ประตู | 1 (Stach 31′) |
| การครองบอล | 42% |
| ยิงทั้งหมด | 9 |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| ผ่านบอลสำเร็จ | 78% |
| ฟาวล์ | 12 |
| เตะมุม | 4 |
| เซฟ | 4 (Darlow) |
| ใบเหลือง | 3 (Bijol, Darlow, Bogle, Gruev) |
| ผู้เล่นเด่น | Anton Stach, Karl Darlow, Jayden Bogle |
ลีดส์มีวินัยเกมรับดี และสตาชสร้างความต่างได้จากลูกนิ่ง อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายเกมพลาดในจังหวะเซตพีซ จึงต้องแบ่งแต้มกลับออกไป
บทสรุปหลังเกม
ภาพรวมแล้ว นี่คือผลเสมอที่ทั้งสองทีมมีมุมให้เสียดาย วิลล่าอยากได้สามแต้มในบ้านเพื่อเดินหน้าลุ้นท็อปโฟร์ ขณะที่ลีดส์เกือบได้ชัยชนะนอกบ้านที่มีความหมายมาก แต่สุดท้ายแต้มเดียวก็ยังมีค่า โดยเฉพาะฝั่งทีมเยือนที่ต้องเก็บคะแนนต่อเนื่องเพื่ออยู่รอดในพรีเมียร์ลีก
แดเนียล ฟาร์เก้ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า เขาภูมิใจในลูกทีมและมองว่าฟอร์มวันนี้มีคุณภาพสูง แม้จะเจ็บใจที่เสียประตูช่วงท้าย ส่วนอูไน เอเมรี น่าต้องกลับไปแก้เรื่องการป้องกันลูกตั้งเตะ เพื่อไม่ให้เสียหายซ้ำในเกมต่อไป
จากนี้ วิลล่ายังต้องเดินหน้าเก็บแต้มเพื่อพื้นที่ยุโรป ขณะที่ลีดส์ต้องรักษามาตรฐานการเล่นแบบวันนี้ให้ได้ เพื่อหนีโซนตกชั้นแบบไม่ต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้าย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนนิวคาสเซิล 2-1 ที่เอติฮัด
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนนิวคาสเซิล 2-1 ที่เอติฮัด
แมนเชสเตอร์, 22 กุมภาพันธ์ 2026 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-1 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ที่สนามเอติฮัด สเตเดียม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 นิโก้ โอ’ไรลีย์ ดาวรุ่งทำสองประตูในครึ่งแรก ช่วยให้ทีมได้แต้มสำคัญและลดช่องว่างกับทีมจ่าฝูงเหลือเพียงสองแต้ม (อ้างอิงจากข้อมูลการแข่งขันในปัจจุบัน) – รับชมไฮไลท์
รูปเกมช่วงต้นเดือดตั้งแต่นาทีแรก ซิตี้ครองบอลมากกว่า แต่ฝั่งนิวคาสเซิลสวนกลับได้วูบวาบหลายครั้ง ทำให้บรรยากาศในสนามตึงมือ แฟนบอลต้องลุ้นกันยาวจนหมดเวลา
ไฮไลท์สำคัญ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
- นาทีที่ 14: นีโก โอ’ไรลลี่ ยิงให้ซิตี้นำก่อน 1-0 หลัง โอมาร์ มาร์มูช หลุดแนวรับแล้วไหลต่อให้ โอ’ไรลลี่ กดด้วยขวานอกกรอบเต็มข้อ
- นาทีที่ 22: นิวคาสเซิลตามตีเสมอ 1-1 อย่างรวดเร็วจาก ลูอิส ฮอลล์ แบ็กซ้ายที่เติมขึ้นมายิง หลังรับบอลจาก จาค็อบ แรมซีย์
- นาทีที่ 27: ซิตี้กลับมานำอีกครั้ง 2-1 เมื่อ นีโก โอ’ไรลลี่ โหม่งเข้าประตูจากการเปิดของ เออร์ลิง ฮาลันด์ โดยมีจังหวะชงต่อจาก เซเมนโย ก่อนถึงฮาลันด์
- ครึ่งหลัง: ทั้งสองทีมมีโอกาสบวกสกอร์เพิ่มจากลูกเตะมุมและจังหวะเข้าทำหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม แนวรับและการเซฟสำคัญช่วยให้สกอร์ไม่ขยับ
สุดท้ายเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่รักษาสกอร์ไว้ได้ เก็บชัยชนะต่อหน้าแฟนบอล และยังเดินหน้ากดดันกลุ่มหัวตารางต่อไป ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา
สถิติการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| การครองบอล | 60% |
| การยิงทั้งหมด | 18 (ตรงกรอบ 7) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 85% (จาก 300 ครั้ง) |
| ฟาวล์ | 6 (ใบเหลือง 2) |
| ลูกเตะมุม | 7 |
| ประตูที่ทำได้ | 2 (โอ’ไรลลี่ 2) |
โดยรวมซิตี้ยังคุมจังหวะเกมได้ดี และสร้างโอกาสจากริมเส้นกับแดนกลางต่อเนื่อง ที่สำคัญคือความเด็ดขาดของ โอ’ไรลลี่ ที่ทำให้ครึ่งแรกเป็นของเจ้าถิ่น
สถิติการแข่งขัน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
| รายการ | ค่าทางสถิติ |
|---|---|
| การครองบอล | 40% |
| การยิงทั้งหมด | 10 (ตรงกรอบ 4) |
| การผ่านบอลสำเร็จ | 80% (จาก 194 ครั้ง) |
| ฟาวล์ | 6 (ใบเหลือง 2) |
| ลูกเตะมุม | 4 |
| ประตูที่ทำได้ | 1 (ฮอลล์ 1) |
แม้นิวคาสเซิลครองบอลน้อยกว่า แต่ยังอันตรายในจังหวะสวนกลับเร็ว โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่ ลูอิส ฮอลล์ เติมขึ้นมามีบทบาททั้งเกมรับและเกมรุก
มุมมองหลังเกม
เกมนี้ชัดเจนว่า นีโก โอ’ไรลลี่ ใช้โอกาสได้คุ้ม และทำหน้าที่แทนตัวหลักได้ดี ขณะเดียวกัน นิวคาสเซิล ของ เอ็ดดี้ ฮาว ยังเป็นทีมที่เล่นยาก แม้ต้องออกมาเยือน แต่พวกเขาพลาดโอกาสช่วงครึ่งหลังไปหลายครั้ง จึงไม่มีแต้มกลับบ้าน
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 แบบเข้มข้น หลังเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา พูดถึงผลงานทีมว่า “ครึ่งแรกเราทำได้ดี แต่ครึ่งหลังเราต้องจบให้คมกว่านี้ นิวคาสเซิลเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก”
ส่วนทางนิวคาสเซิลต้องรีบปรับจังหวะเข้าทำ และเพิ่มความเฉียบคมในเกมต่อไป เพื่อเก็บแต้มไล่ล่าอันดับท็อปเท็น และรักษาความหวังโควต้ายุโรปให้ได้ตามเป้า
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด: ช็อกลาลีกา!
ฟุตบอล
โอซาซูน่า 2-1 เรอัล มาดริด: ช็อกลาลีกา!
ปัมโปลนา, 21 กุมภาพันธ์ 2569 ในศึกลาลีกาสัปดาห์ที่ 25 ที่สนามเอล ซาดาร์ โอซาซูน่าทำให้ทั้งลีกต้องหันมามอง เมื่อเปิดบ้านเฉือน เรอัล มาดริด 2-1 แบบมีดราม่าจนวินาทีสุดท้าย ประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บของราอูล การ์เซีย ส่งผลให้ทีมเยือนพลาด 3 แต้มสำคัญ และทำให้ภาพรวมการลุ้นแชมป์กลับมาตึงมืออีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อบาร์เซโลน่ามีโอกาสขึ้นไปเป็นผู้นำตาราง
ตลอดเกม โอซาซูน่าเล่นด้วยความกล้าและมีวินัย แฟนบอลเจ้าถิ่นช่วยเติมพลังให้ทีมกดดันคู่แข่งได้ต่อเนื่อง แม้มาดริดจะครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์กลับไม่คมพอ และสุดท้ายต้องมาเสียหายจากความผิดพลาดช่วงท้ายเกม – รับชมไฮไลท์
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาที 38: โอซาซูน่าได้จุดโทษหลัง VAR ยืนยันว่า ทิโบต์ กูร์กัวส์ นายด่านเรอัล มาดริด ไปเหยียบเท้า อันเต้ บูดิมีร์ ในเขตโทษ จากนั้นบูดิมีร์รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เจ้าบ้านออกนำ 1-0
- จบครึ่งแรก: โอซาซูน่านำ 1-0 เพราะเกมรับแน่นและสวนกลับเร็ว ขณะที่เรอัล มาดริดแม้คุมเกมได้มากกว่า แต่โอกาสจะแจ้งมีไม่เยอะ
- นาที 73: เรอัล มาดริดตีเสมอ 1-1 เมื่อ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงระยะเผาขน หลังรับบอลจากเฟเดริโก บัลเบร์เด้ที่พาบอลลุยขึ้นมาทะลุแนวรับ
- นาที 90: ช่วงท้ายเกมกลายเป็นฉากสำคัญ ราอูล การ์เซีย (ราอูล การ์เซีย เด ฮาโร) ซัดระยะใกล้เข้าไป หลังแนวรับมาดริดพลาดจังหวะเคลียร์บอล ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับดานิ เซบายอสและราอูล อาเซนซิโอ โอซาซูน่าจึงแซงนำ 2-1 และรักษาสกอร์จนจบเกม
โอซาซูน่าคุมเกมรับได้ดีแทบทั้งนัด และรอจังหวะที่ใช่ได้อดทน ที่สำคัญคือพวกเขาเปลี่ยนความผิดพลาดของคู่แข่งให้เป็นประตูได้ทันที ชัยชนะนัดนี้ยังทำให้ทีมยืดสถิติไม่แพ้ในลีกเป็น 6 เกมติด (ชนะ 4 เสมอ 2)
สถิติทีมโอซาซูน่า (โอซาซูน่า)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 38% |
| ยิงเข้ากรอบ | 4 |
| ยิงทั้งหมด | 9 |
| จังหวะผ่านบอลสำเร็จ | 72% |
| ฟาวล์ | 12 |
| การเตะมุม | 3 |
| การเซฟ | 5 |
| การ์ดเหลือง | 3 (รวม Oroz, Moncayola และคนอื่นๆ) |
| ผู้ทำประตู | Ante Budimir (จุดโทษ), Raúl García |
ภาพรวมของโอซาซูน่าดูเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะการยืนตำแหน่งและช่วยกันปิดพื้นที่ ทำให้เกมรุกของเรอัล มาดริดเงียบไปนานช่วงใหญ่ของเกม
สถิติทีมเรอัล มาดริด (เรอัล มาดริด)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| การครองบอล | 62% |
| ยิงเข้ากรอบ | 6 |
| ยิงทั้งหมด | 15 |
| จังหวะผ่านบอลสำเร็จ | 88% |
| ฟาวล์ | 10 |
| การเตะมุม | 7 |
| การเซฟ | 2 |
| การ์ดเหลือง | 2 (Courtois, Alexander-Arnold และ Alaba) |
| ผู้ทำประตู | Vinícius Júnior |
แม้มาดริดจะมีตัวเลขเหนือกว่าแทบทุกด้าน แต่หลายจังหวะจบไม่ลง และยังติดเซฟสำคัญจากเซร์คิโอ เอร์เรรา ผู้รักษาประตูโอซาซูน่าอยู่หลายครั้ง สุดท้ายพอมาเสียประตูท้ายเกม ก็ทำให้แผนเก็บสามแต้มต้องพังลงทันที
ผลต่อคะแนนและบรรยากาศลุ้นแชมป์
ผลนัดนี้ช่วยให้ โอซาซูน่า เก็บแต้มก้อนใหญ่และขยับขึ้นโซนกลางค่อนไปทางบนของตาราง ส่วน เรอัล มาดริด ที่นำเป็นจ่าฝูงก่อนแข่ง (19 ชนะ 3 เสมอ 3) ต้องเสียจังหวะสำคัญ หลังจากก่อนหน้านี้กำลังชนะต่อเนื่อง 8 นัดติดในลีก ความพ่ายแพ้ยังเปิดช่องให้บาร์เซโลน่ามีลุ้นแซงขึ้นนำ หากพวกเขาเอาชนะเลบันเต้ได้ในวันอาทิตย์
ด้านเรอัล มาดริดภายใต้การคุมทีมของอัลบาโร อาร์เบโลอา (กุนซือชั่วคราว?) เกมนี้น่าผิดหวังพอสมควร เพราะทีมกลับมาได้แล้วจากประตูของวินิซิอุส จูเนียร์ แต่กลับปิดเกมไม่อยู่ในช่วงสุดท้าย
สรุปภาพรวม
นัดนี้ย้ำชัดว่าลาลีกาคาดเดายาก โอซาซูน่าพิสูจน์ว่า ถ้าวินัยแน่นและใช้โอกาสคมพอ ก็โค่นทีมใหญ่ได้จริง ขณะที่เรอัล มาดริดต้องรีบจัดการรายละเอียดเล็กๆ โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม เพราะแต้มที่หลุดไปแบบนี้อาจมีผลต่อการลุ้นแชมป์แบบเต็มๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชลซีทำได้เพียงเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง
เชียงราย ยูไนเต็ด พ่ายในบ้าน ชลบุรี เอฟซี บุกถล่ม 3-1
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
คนขับรถประสบอุบัติเหตุในลำปางหลังจากหลับในขณะขับรถ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด










