ข่าวอาชญากรรม - Crime
ควบคุมขัง “ร้อยตำรวจเอก” เหตุยิงนักธุรกิจเสียชีวิต
ตำรวจนครบาลควบคุมตัว “ร้อยตำรวจเอก” สอบสวนเหตุยิงนักธุรกิจเสียชีวิตบนทางด่วน พร้อมนำตัวขึ้นศาล หลังสอบปากคำทั้งคืน ไม่มีญาติมาเยี่ยม ผู้ต้องหารับสารภาพ เครียดสะสม เพราะถูกใช้งาน
ช่วงเวลาประมาณ 09.50 น. พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง คุมตัว ร้อยตำรวจโทณรงค์วัส รองสารวัตร สอบสวน สน.หัวหมาก ผู้ต้องหาในคดียิง นายกฤษฏิ์ อายุ 30 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เสียชีวิตบนทางด่วน เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่าน ส่งฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดา ระหว่างที่ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาออกมาจากห้องควบคุม ได้ใช้ผ้าคลุมศีรษะ และผ้าพันกุญแจมือไว้ ผู้ต้องหาก้มหน้า และมีท่าทีเครียด ปฏิเสธตอบคำถามใดๆ

ส่วนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ระหว่างถูกควบคุมตัว ผู้ต้องหามีความเครียด และร้องไห้ตลอดเวลา ซึ่งไม่มีญาติติดต่อขอเข้าเยี่ยม และคดีนี้ไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากผู้ต้องหาไม่ประสงค์จะทำ ตำรวจจึงจะนำตัวส่งศาลฝากขัง โดยคัดค้านการประกันตัว
พันตำรวจเอกเจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการ สน.วังทองหลาง ระบุว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ให้รับสารภาพเป็นผู้ลงมือก่อเหตุตามกล้องวงจรปิด ส่วนสาเหตุเกิดจากความเครียดที่ถูกหลอกใช้ โดยผู้ตายสัญญาว่าจะช่วยจัดการปัญหาหนี้สิน และวิ่งเต้นซื้อตำแหน่งงาน แต่กลับไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ .-414-สำนักข่าวไทย
รางวัลที่ 1 อยู่กรุงเทพ ลอตเตอรี่พลัสแตกใหญ่ เผยชื่อเศรษฐี
https://www.chiangraitimes.com/th/check-lottery/27567/
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเร่งล่าคนเผาไซบีเรียนฮัสกี้ “มอลลี่” รางวัลนำจับเพิ่มเป็น 87,000 บาท
สงขลา ตำรวจภาคใต้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุที่ถูกกล่าวหาว่าราดน้ำมันใส่ “มอลลี่” ไซบีเรียนฮัสกี้เพศเมีย อายุ 2 ปี ก่อนจุดไฟเผา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย เก็บพยานหลักฐาน และรายงานว่าพบรอยคราบน้ำมันพร้อมภาชนะบรรจุน้ำมันในพื้นที่ ขณะเดียวกัน เงินรางวัลสำหรับผู้ให้เบาะแสก็ เพิ่มเป็น 87,000 บาท
คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้คนรักสัตว์ในโซเชียลอย่างมาก มอลลี่ถูกไฟลวกไหม้รุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองสงขลา แม้เจ้าของและผู้ติดตามออนไลน์ช่วยกันเฝ้าดูแลและส่งกำลังใจระหว่างรักษา แต่ท้ายที่สุดมอลลี่จากไปอย่างสงบ
ปฏิบัติการค้นหาและเก็บหลักฐาน
บ่ายวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2026 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ลงพื้นที่ร่วมกับผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เพื่อเร่งงานสืบสวน
การทำงานครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จาก 5 หน่วยเข้าร่วม ทั้งชุดสืบสวนระดับภาคและท้องที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 และกองบังคับการปราบปราม หลังได้หมายค้น ตำรวจเข้าตรวจบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 8 ตำบลพะวง อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี และเน้นเก็บหลักฐานทางกายภาพให้ครบถ้วน
จากข้อมูลของพนักงานสอบสวน พบร่องรอยคล้ายคราบน้ำมันบริเวณหน้าบ้าน นอกจากนี้ยังพบภาชนะบรรจุน้ำมันภายในพื้นที่ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังระบุว่ามีกลิ่นน้ำมันแรงอยู่ในตัวบ้านด้วย
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บวัตถุพยานทั้งหมดไปตรวจสอบ และเก็บตัวอย่าง DNA จากเจ้าของบ้านด้วย ตอนนี้ตำรวจรอผลตรวจ เพื่อดูว่าหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุเผามอลลี่หรือไม่
ก่อนหน้านี้ตำรวจสอบปากคำชาวบ้านมากกว่า 10 รายแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือ
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ระบุว่า สั่งการให้ทุกหน่วยเก็บรายละเอียดให้รอบคอบที่สุด เพราะต้องยืนยันตัวผู้ก่อเหตุให้ชัด และเดินหน้าคดีให้เร็วที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”
กรุงเทพฯ – ศาลอาญาถนนรัชดาภิเศกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายสารรัตน์ รังสิวุฒิพร หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แอม ไซยาไนด์” ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในข้อหาฆาตกรรมพันตำรวจโท นิภา แสนชน หรือ “สารวัตรปู่” ซึ่งถูกวางยาพิษด้วยไซยาไนด์ในจังหวัดนครปฐมเมื่อปี 2566
ศาลเห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าและวางแผนไว้ล่วงหน้า เพื่อชิงทรัพย์ และเพื่อปกปิดความผิดเดิม อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาว่าคำให้การบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงลดโทษจากประหารชีวิต เหลือจำคุกตลอดชีวิต
คำพิพากษานี้เป็นสำนวนที่สองในคดีของ “แอม ไซยาไนด์” หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลเคยพิพากษาประหารชีวิตในอีกสำนวนหนึ่ง เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์
ลำดับเหตุการณ์: วางแผนใช้ไซยาไนด์อย่างเป็นขั้นตอน
คดีนี้เกิดขึ้นวันที่ 1 เมษายน 2566 ในตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ตอนนั้นจำเลยอายุ 39 ปี ศาลระบุว่าจำเลยเตรียมสารพิษไซยาไนด์ แล้วนำไปปนในอาหารหรือเครื่องดื่ม เพื่อให้ พ.ต.ต.หญิงนิภา รับประทานหรือดื่ม จนเสียชีวิต
จากแนวทางไต่สวนของศาล พบว่าจำเลยเคยยืมเงินผู้ตาย 50,000 บาท และคืนไปแล้วบางส่วน ขณะเดียวกัน ผู้ตายยังพยายามช่วยเหลือสามีเก่าของจำเลยเรื่องการโยกย้ายตำแหน่งราชการด้วย
ก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน ผู้ตายถอนเงินสด 140,000 บาท แต่หลังเสียชีวิต เงินจำนวนนี้หายไป ต่อมาพบว่าในบัญชีของจำเลยมีการฝากเงิน 2 ครั้ง รวม 140,000 บาทพอดี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลเรื่องพฤติกรรมเล่นพนันออนไลน์อย่างหนักของจำเลย
ศาลยังระบุด้วยว่า จำเลยมีภาระหนี้จากการพนันออนไลน์ระดับหลักสิบล้านบาท รวมถึงหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อออนไลน์อีกหลายล้านบาท จึงก่อเหตุเพื่อเอาทรัพย์ไปใช้หนี้ พฤติการณ์เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4)
ข้อมูล “แอม ไซยาไนด์” กับข้อสงสัยคดีเสียชีวิตต่อเนื่อง 14 ราย
นางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ เป็นอดีตภรรยาของ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตตำรวจระดับสูง เจ้าหน้าที่จับกุมเธอครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2566 หลังเกิดคดีเสียชีวิตที่มีข้อสงสัยของคนใกล้ชิด
จากการสอบสวน ตำรวจมองว่าเธอเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีวางยาพิษไซยาไนด์ต่อเนื่อง ช่วงปี 2563 ถึง 2566 รวมอย่างน้อย 14 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพื่อน ญาติ หรือคนรู้จัก ที่ถูกชักชวนลงทุน หรือมีเรื่องกู้ยืมเงิน ก่อนจะพบการปนเปื้อนในอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาแคปซูลสมุนไพรปลอม
- คดีที่มีคำพิพากษาแล้ว
- น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ (ก้อย) เสียชีวิตเดือนเมษายน 2566 ริมแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี (ศาลพิพากษาประหารชีวิต 20 พฤศจิกายน 2567)
- พ.ต.ต.หญิง นิภา แสนจันทร์ (สารวัตรปู) เสียชีวิตที่จังหวัดนครปฐม (ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 20 กุมภาพันธ์ 2569)
- คดีอื่นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ตำรวจยังขยายผลอีกมากกว่า 10 คดี และพบร่องรอยไซยาไนด์ในร่างผู้เสียชีวิตทุกศพตามข้อมูลการสอบสวน
โดยรวมแล้ว เธอถูกแจ้งข้อหามากกว่า 80 ข้อหา ครอบคลุมความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ปลอมปนอาหารหรือยา ปลอมเอกสาร และข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เสียงจากครอบครัวผู้เสียหาย และกระแสในสังคม
พี่สาวของสารวัตรปู ซึ่งเข้าฟังคำพิพากษา สะท้อนความรู้สึกหดหู่ หลังได้ยินรายละเอียดการวางแผนก่อเหตุ ครอบครัวขอบคุณศาลที่ลงโทษหนัก แต่ก็ยังมีบางส่วนที่อยากให้ลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต เหมือนสำนวนแรก
คดี “แอม ไซยาไนด์” ทำให้สังคมไทยสะเทือนใจ เพราะรูปแบบการก่อเหตุเงียบและรุนแรง ใช้สารพิษที่ตรวจพบยาก อีกทั้งยังพัวพันกับประเด็นเรื่องเครือข่ายคนใกล้ชิด วงการตำรวจ และการพนันออนไลน์ที่คนจำนวนมากกังวล
สรุปภาพรวม และทิศทางหลังจากนี้
คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่ในไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันจำเลยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำหญิงบางเขน และยังต้องต่อสู้คดีอื่นอีกหลายสำนวน ซึ่งศาลอาจพิจารณาแยกคดีหรือรวมโทษตามขั้นตอน
สังคมยังติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทุกฝ่ายอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจน โปร่งใส และทำให้ครอบครัวผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมครบถ้วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจไซเบอร์จับกุมหญิงชาวยูเครนในคดีฉ้อโกงแบบพีระมิดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์
ภูเก็ต – หญิงคนดังกล่าวถูกจับกุมโดย “ตำรวจไซเบอร์” หลังจากพบว่าซ่อนตัวอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในภูเก็ต ประเทศไทย คดีนี้เกี่ยวข้องกับความเสียหายรวมกว่า 10.617 พันล้านบาท
เวลา 11.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ผู้บังคับบัญชาหลายหน่วยร่วมแถลงผลปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญรายนี้
พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ระบุว่า ตำรวจได้รับการประสานจากหน่วยงานความมั่นคงและบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐอเมริกา ให้ช่วยติดตามจับกุม น.ส.โอเล อายุ 42 ปี สัญชาติยูเครน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่สหรัฐฯ ต้องการตัว หลังถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงชาวอเมริกันในรูปแบบแชร์ลูกโซ่ สร้างความเสียหายประมาณ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,617 ล้านบาท

ทางการสหรัฐฯ ต้องการนำตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีในข้อหา “สมคบกันกระทำความผิดฐานฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ (การฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์) ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ (แผนการหลอกลวงแบบปิรามิด/ปอนซี)” ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายของสหรัฐฯ โดยผู้ต้องหาได้หลบหนีและเดินทางเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย

ด้าน พ.ต.อ.ธีระ เชื้อสุวรรณ เปิดเผยว่า ชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.5 ตรวจสอบจนทราบว่า ผู้ต้องหาเดินทางเข้าไทยช่วงเดือนธันวาคม 2568 และพักอยู่ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต จากนั้นตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดภูเก็ต แล้วเข้าตรวจค้นห้องพักก่อนจับกุมตัวได้สำเร็จ
ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางหลายรายการ เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป iPad และเอกสารสำคัญต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ และขอไปให้การในชั้นศาล
หลังจับกุม ตำรวจควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีหน่วยงานของสหรัฐฯ เช่น FBI, HSI และ USSS ร่วมสังเกตการณ์ เพื่อดำเนินการตามคำร้องผ่านความร่วมมือด้านคดีอาญาระหว่างประเทศ (MLAT) และเตรียมขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ภาค 5 จับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีออนไลน์ ซึ่งถูกจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารปลอมและถอนเงินสด
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoโรงแรมสิงห์ปาร์คเชียงรายจัดแสดงโขนกลางแจ้ง โดยมีนักแสดงเยาวชนท้องถิ่นกว่า 200 คน

