เชียงราย - Chiang Rai News
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
เชียงราย – ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ทายาทของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ ได้ออกมาประกาศข่าวใหญ่ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการจิตอาสาในจังหวัดเชียงราย โดยเขาได้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และลาออกจากทุกตำแหน่งในมูลนิธิกู้ภัยชื่อดังแห่งหนึ่งอย่างเด็ดขาด การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้ร่วมงานและให้การสนับสนุนมูลนิธิดังกล่าวมานานเกือบ 20 ปี
ดร.โดอิธิบส์ ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้เผยแพร่เอกสาร 6 หน้าสู่สาธารณะ เอกสารดังกล่าวเปิดโปงการขาดความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบบัญชีการเงินของพิพิธภัณฑ์ย้อนหลังไป 10 ปีด้วย
สรุปประเด็นสำคัญ
- ประกาศลาออกและตัดขาด: ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ลาออกจากตำแหน่งรองประธานและที่ปรึกษามูลนิธิกู้ภัยในจังหวัดเชียงราย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมยุติการสนับสนุนทุกด้านอย่างถาวร
- พบพิรุธทางการเงินหลายจุด: มีข้อสงสัยว่ากรรมการบางรายอาจเบิกถอนเงินบริจาคจำนวนมากไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีหลักฐานชี้แจง รวมถึงมีการนำภาพผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็กไปใช้เปิดรับบริจาคอย่างไม่เหมาะสม
- เรียกร้องหน่วยงานรัฐตรวจสอบ: ยื่นเรื่องขอให้กรมการปกครอง ตำรวจ ดีเอสไอ ปปง. และกรมสรรพากร เข้าตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายและทรัพย์สินของมูลนิธิย้อนหลัง 10 ปี เพื่อทวงคืนความโปร่งใส
ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา ดร.ดอยธิเบศร์ ได้ให้ความช่วยเหลือมูลนิธิแห่งนี้ทั้งแรงกายและแรงทรัพย์อย่างต่อเนื่อง เขาได้บริจาคสิ่งของจำเป็นมากมาย เช่น รถพยาบาล รถตู้รับส่งผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องมือตัดถ่าง อุปกรณ์ดำน้ำ เวชภัณฑ์ และโลงศพ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเคยตั้งตู้รับบริจาคภายในพิพิธภัณฑ์บ้านดำ และให้ยืมเงินส่วนตัวจำนวน 350,000 บาท เพื่อช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของมูลนิธิโดยไม่หวังผลตอบแทน
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มูลนิธิแห่งนี้เปิดดำเนินการมานานกว่า 35 ปี ดร.ดอยธิเบศร์ เริ่มสังเกตเห็นว่าองค์กรยังมีข้อจำกัดในการพัฒนาศักยภาพหลายด้าน ทั้งเรื่องความพร้อมของบุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยที่ยังไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือประชาชน ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินบริจาค และได้เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องนำหลักฐานมาชี้แจงแล้ว แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน
ข้อสังเกตเรื่องการเบิกถอนเงินและการรับบริจาค
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ดร.ดอยธิเบศร์ ต้องออกมาเคลื่อนไหว คือการพบข้อมูลทางการเงินที่น่าสงสัยหลายรายการ เขาตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีกรรมการผู้มีอำนาจบางคนทำการเบิกถอนเงินของมูลนิธิออกไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีการแสดงเหตุผลหรือหลักฐานประกอบที่ชัดเจน นอกจากเรื่องเงินแล้ว เขายังพบพฤติกรรมที่น่ากังวลเกี่ยวกับการนำภาพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะภาพของเด็กที่ประสบอุบัติเหตุ มาใช้เป็นเครื่องมือในการเปิดรับบริจาคเงินจากประชาชนอีกด้วย
เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต ดร.ดอยธิเบศร์ ได้สั่งห้ามไม่ให้ทางมูลนิธินำชื่อ ภาพถ่าย ลายมือชื่อ หรือชื่อเสียงของพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ไปใช้ในการระดมทุนอีกต่อไป ทั้งนี้ หากพบว่ายังมีการฝ่าฝืนนำชื่อของเขาไปแอบอ้างจนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน เขาจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที
จี้หน่วยงานรัฐตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 10 ปี เพื่อความโปร่งใส
เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดร.ดอยธิเบศร์ ได้เรียกร้องให้นายทะเบียนมูลนิธิ กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสรรพากร เข้ามาตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก การตรวจสอบควรครอบคลุมตั้งแต่งบการเงิน บัญชีรายรับรายจ่าย บัญชีธนาคารส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับการรับบริจาค ไปจนถึงการจัดซื้อและการถือครองทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิย้อนหลัง 10 ปี
หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้อหายักยอกทรัพย์ หรือการฉ้อโกงประชาชน เขาขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อติดตามเงินบริจาคและทรัพย์สินกลับคืนสู่มูลนิธิ อย่างไรก็ดี ดร.ดอยธิเบศร์ ได้ย้ำชัดว่าการออกมาเรียกร้องครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบบุคคลที่กระทำผิดเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเหมารวมหรือทำลายองค์กรแต่อย่างใด
ในช่วงท้ายของคำชี้แจง ดร.ดอยธิเบศร์ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขายังคงให้ความเคารพและชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยรวมถึงอาสาสมัครที่ตั้งใจทำงานด้วยความสุจริตทุกคน การออกมาเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการรักษาหลักธรรมาภิบาลและปกป้องคนทำงานที่บริสุทธิ์ใจ ท้ายที่สุดแล้ว การตรวจสอบที่โปร่งใสจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรการกุศลในจังหวัดเชียงรายให้กลับคืนมาอีกครั้ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบศพชายที่หายตัวไปจากเชียงรายแล้ว หลังจากการค้นหานานสามวัน
อดีตครูจากเชียงรายมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโปงการทุจริตในโรงเรียน
เชียงราย - Chiang Rai News
ชื่นชมคนดีเชียงราย! เก็บเงิน 3 แสนส่งคืนเจ้าของครบถ้วน
เชียงราย – สังคมไทยยังมีเรื่องราวดีๆ ให้เราได้ชื่นชมกันเสมอในทุกวัน ล่าสุดเกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หญิงพลเมืองดีท่านหนึ่งได้ทำความดีครั้งใหญ่ด้วยการเก็บกระเป๋าเงินได้ ภายในกระเป๋านั้นมีเงินสดมูลค่าสูงถึง 300,000 บาท เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ที่ยังมีอยู่ในสังคมของเราอย่างแท้จริง
เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ ได้เดินผ่านบริเวณหน้าซอยเทศบาล 23 ตำบลเมืองพาน เธอสังเกตเห็นกระเป๋าใบหนึ่งตกอยู่บนพื้นจึงเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเปิดดูก็ต้องตกใจเพราะพบว่ามีเงินสดจำนวนมากอยู่ข้างใน เธอไม่รอช้าและตัดสินใจนำกระเป๋าใบนี้ไปส่งมอบให้ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรพาน ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป
สรุปประเด็นสำคัญ:
- พลเมืองดีพบเงินสด: นางสาวดาวรุ่ง แลเซอ เก็บเงินสด 300,000 บาทได้ที่ซอยเทศบาล 23 อำเภอพาน
- ส่งมอบให้ตำรวจทันที: เธอรีบนำเงินทั้งหมดไปมอบให้ สภ.พาน เพื่อประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
- เจ้าของรับคืนใน 1 ชั่วโมง: นายบุญนัก ตันติ๊บ ติดต่อขอรับทรัพย์สินคืนอย่างรวดเร็ว โดยเงินยังอยู่ครบทุกบาท
ส่งมอบทรัพย์สินคืนครบทุกบาทภายใน 1 ชั่วโมง
หลังจากที่พลเมืองดีเข้าแจ้งความได้เพียงไม่นาน เวลาประมาณ 11.00 น. ของวันเดียวกันนั้นเอง นายบุญนัก ตันติ๊บ ซึ่งเป็นเจ้าของกระเป๋าตัวจริง ได้เดินทางมาติดต่อพนักงานสอบสวนที่โรงพักด้วยอาการร้อนใจ เขาเล่าว่ารู้สึกตกใจมากเมื่อรู้ว่ากระเป๋าเงินหายไปโดยไม่รู้ตัว แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังมีความหวังว่าจะได้ทรัพย์สินทั้งหมดคืนกลับมา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อยืนยันตัวตนของนายบุญนักให้แน่ชัด ผลการตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินภายในกระเป๋าและเงินสดทั้งหมด 300,000 บาทนั้นยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีสิ่งใดสูญหายไปแม้แต่ชิ้นเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของเงินรู้สึกดีใจและซาบซึ้งใจในความดีของนางสาวดาวรุ่งเป็นอย่างมาก
การกระทำที่น่ายกย่องของนางสาวดาวรุ่งในครั้งนี้ ได้รับคำชื่นชมจากทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนทั่วไปในพื้นที่อย่างล้นหลาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ดีงามและความซื่อสัตย์สุจริตจากใจจริง การไม่คิดเอาของคนอื่นมาเป็นของตนเอง ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม
เรื่องราวสุดประทับใจนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เจ้าของเงินรอดพ้นจากความเดือดร้อน แต่ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมอยากทำความดีต่อไป ข่าวที่สร้างรอยยิ้มแบบนี้จึงสมควรได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง เพื่อยกย่องคนดีและสร้างแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมให้กับทุกคนในประเทศต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายลุยแก้ 200 บ้านไร้ไฟ-เน็ต
เชียงราย – นายชูชีพ พงษ์ไชย จังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หมู่บ้านผาสุข ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันหมู่บ้านแห่งนี้และพื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า 200 หลังคาเรือน กำลังเดือดร้อนอย่างหนักเพราะไม่มีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตใช้ การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อหาทางแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในชุมชน
นายชินรัตน์ แกะไซ ผู้ใหญ่บ้านบ้านผาสุข เล่าว่าชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาโดยตลอด เพราะขาดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลและรับฟังปัญหาถึงที่ ชาวบ้านทุกคนจึงรู้สึกดีใจและมีความหวังมากขึ้น พวกเขาขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ใส่ใจความเดือดร้อน และหวังว่าปัญหาทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านผาสุขกว่า 200 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณอินเทอร์เน็ตใช้
- ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งลุยลงพื้นที่ด่วน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อน
- ข่าวดีคือชาวบ้านจะได้เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
เร่งประชุมหาทางออกเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา
นายชำนาญ สรรพลิขิต จ่าจังหวัดเชียงราย ได้เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงจากเทศบาลตำบลแม่ยาว การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการทำตามคำสั่งของผู้ว่าฯ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที จากการสำรวจพบว่าปัญหาหลักคือเขตไฟฟ้ายังขยายไปไม่ถึงหมู่บ้าน ทางจังหวัดจึงเตรียมนัดประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อหาข้อสรุปที่รวดเร็วที่สุด
สำหรับเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับ หน่วยงานท้องถิ่นจังหวัดเชียงราย เรียบร้อยแล้ว คาดว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ชาวบ้านจะสามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ ซึ่งถือเป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าที่สร้างความสุขให้ชุมชน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบปัญหาระบบน้ำประปาและสะพานในหมู่บ้านที่ต้องแก้ไข ทางจังหวัดยืนยันว่าจะติดตามการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แม่น้ำในจังหวัดเชียงรายถูกคุกคามจากน้ำเสียจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายพบยาบ้า 280,000 เม็ดซ่อนอยู่ในลำโพงรถบรรทุก
เชียงราย – วันศุกร์ที่ผ่านมา ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยสกัดรถกระบะคันหนึ่งที่กำลังวิ่งผ่านประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทย เจ้าหน้าที่พบยาเสพติดซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายในรถ ที่น่าตกใจคือ คนขับใช้ภรรยาและลูกเล็กสองคนเป็นฉากบังหน้า
ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดร่วมมือกับหน่วยสืบสวนอย่างใกล้ชิด พวกเขาเฝ้าระวังเส้นทางสายรองที่มุ่งหน้าไปทางอำเภอเทิง ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบรถกระบะอีซูซุสีเทาต้องสงสัยขับผ่านมา รถคันนี้ใช้เส้นทางหลบเลี่ยงเมืองตามที่ได้รับรายงานมาจริง
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 280,000 เม็ด ซ่อนในลำโพงรถกระบะ
- ผู้ต้องหารับจ้างขนยาไปส่งที่จังหวัดตาก แลกเงิน 50,000 บาท
- ภรรยาและลูก 2 คนที่นั่งมาด้วยไม่มีส่วนรู้เห็น จึงถูกปล่อยตัวกลับบ้าน
รถกระบะคันดังกล่าวขับผ่านอำเภอแม่จันและเข้าสู่อำเภอเชียงแสน คนขับพยายามใช้ถนนสายบายพาสตะวันออกเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจหลัก จากนั้นรถได้เลี้ยวเข้าเส้นทางสายรองในตำบลดงมหาวันและตำบลทุ่งก่อ ตำรวจได้ติดตามรถคันนี้ไปอย่างเงียบๆ ตลอดเส้นทาง
ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ตั้งจุดสกัดที่บริเวณถนนสามแยกเทิง-สันทรายงาม เมื่อรถกระบะขับมาถึง ตำรวจจึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น ภายในรถพบนายสิทธิศักดิ์ อายุ 28 ปี เป็นคนขับ เขาเดินทางมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาวอีกสองคน
การค้นพบยาบ้าซุกซ่อนในรถ
เด็กหญิงทั้งสองคนมีอายุเพียง 9 ปีและ 4 ปีเท่านั้น ตำรวจจึงดำเนินการตรวจค้นด้วยความระมัดระวังเพื่อไม่ให้เด็กตกใจ เมื่อตรวจดูที่บริเวณเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลัง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติที่ลำโพง การค้นพบนี้เป็นผลงาน ข่าวอาชญากรรม ที่สำคัญของตำรวจเชียงราย
เมื่อถอดลำโพงด้านซ้ายและขวาออก ตำรวจก็พบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ ยาบ้าทั้งหมดถูกมัดรวมกันเป็น 140 มัดอย่างแน่นหนา เจ้าหน้าที่ประเมินว่ามียาบ้ารวมทั้งหมดประมาณ 280,000 เม็ด นายสิทธิศักดิ์จึงถูกจับกุมตัวในทันที
คำสารภาพของคนขับรถ
ระหว่างการสอบสวน นายสิทธิศักดิ์ยอมรับสารภาพข้อกล่าวหาทั้งหมด เขากล่าวว่าได้รับจ้างให้นำยาเสพติดลอตนี้ไปส่งที่จังหวัดตาก โดยผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายค่าเหนื่อยให้เป็นเงินจำนวน 50,000 บาทเมื่องานสำเร็จ เขายืนยันว่าครอบครัวไม่ได้รู้เรื่องนี้เลย
ผู้ต้องหาตั้งใจพาครอบครัวมาด้วยเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้สอบปากคำและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยืนยันได้ว่าภรรยาและลูกไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ พวกเขาจึงได้รับการปล่อยตัวไปอย่างปลอดภัย
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายสิทธิศักดิ์ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ตำรวจจะขยายผลการจับกุมเพื่อค้นหาเครือข่ายผู้สั่งการต่อไป คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาที่ใช้เส้นทางใหม่ๆ เสมอ ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
แม่น้ำในจังหวัดเชียงรายถูกคุกคามจากน้ำเสียจากเหมืองแร่ในเมียนมาร์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สภาพอากาศ - Weather7 days ago
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

