ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดและพบยาไอซ์หนักหนึ่งตันซ่อนอยู่ใต้กองกะหล่ำปลี
น้ำท่วมกทม.เกิดจากท่อ ไม่ใช่แม่น้ำล้น">กรุงเทพฯ – เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 7 โชว์ผลงานสกัดจับแก๊งยาเสพติด">ขนยาเสพติดรายใหญ่ได้สำเร็จ การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนสายหลัก ก่อนที่ยาเสพติดล็อตใหญ่จะทะลักเข้าสู่กรุงเทพมหานคร คนร้ายใช้รถกระบะเพื่อพรางตัวหวังตบตาเจ้าหน้าที่อย่างแยบยล
ตำรวจพบยาไอซ์น้ำหนักกว่า 1 ตัน ถูกซุกซ่อนมาอย่างแนบเนียนใต้กองผักกะหล่ำปลี ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกควบคุมตัวไว้ได้พร้อมกับของกลางทั้งหมด การปฏิบัติการนี้เป็นผลจากการทำงานหนักและสืบสวนขยายผลมาอย่างต่อเนื่อง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ตำรวจบุกยึดยาไอซ์จำนวน 1,000 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนมาใต้กองกะหล่ำปลีในรถกระบะ
- ผู้ต้องหา 4 คนรับสารภาพว่าเคยลักลอบขนยามาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างสูงถึง 2-3 ล้านบาทต่อเที่ยว
- การจับกุมครั้งนี้ขยายผลมาจากการยึดยาบ้าล็อตใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและลพบุรีก่อนหน้านี้
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าเกือบ 9 ล้านเม็ดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี การจับกุมครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการสืบสวนเครือข่ายนี้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม
ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ตำรวจสามารถตามยึดยาบ้าได้อีก 8 ล้านเม็ดที่จังหวัดลพบุรี แม้ผู้ต้องหาจะทิ้งของและหลบหนีไปได้ แต่ข้อมูลจากทั้งสองคดีก็นำไปสู่การตามรอยเครือข่ายค้ายาเสพติดรายนี้ เจ้าหน้าที่พบว่ากลุ่มคนร้ายมักใช้เส้นทางภาคเหนือในการขนส่ง
จากการขยายผลอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าแก๊งนี้มักใช้รถกระบะใหม่เอี่ยมสองคันในการทำงาน ยาเสพติดล็อตล่าสุดนี้ถูกลำเลียงมาจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา พวกเขาวางแผนขับรถลงมาทางใต้เพื่อส่งของให้กลุ่มลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

นาทีสกัดจับ และคำสารภาพของผู้ต้องหา
การสกัดจับเครือข่ายนี้เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 8 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังดักรอที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบนถนนนครสวรรค์-ชัยนาท ในจังหวัดชัยนาท เมื่อรถเป้าหมายขับเข้ามา ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นทันที
จากการตรวจค้น ตำรวจพบรถกระบะสองคันขับตามกันมา คันแรกทำหน้าที่ขับนำทางและไม่มีของบรรทุกอยู่ด้านหลัง ส่วนรถกระบะอีกคันใช้ผ้าใบสีดำคลุมกองกะหล่ำปลีไว้มิดชิดเพื่ออำพรางสายตาผู้คนและหลบเลี่ยงด่านตรวจ
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดผ้าใบและรื้อกองผักออก ก็พบกระสอบสายรุ้งจำนวน 40 ใบซ่อนอยู่ด้านล่าง ภายในกระสอบเหล่านั้นเต็มไปด้วยถุงชาที่บรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวมถึง 1 ตัน สิ่งนี้ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่มัดตัวผู้ต้องหาไว้ได้อย่างแน่นหนา
นอกจากนี้ สภาพกระสอบยังมีรอยเปื้อนเศษดินลูกรังและโคลนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายาเสพติดล็อตนี้ถูกขนลำเลียงมาตามเส้นทางธรรมชาติบริเวณชายแดน ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนจึงถูกจับกุมตัวทันทีในที่เกิดเหตุ

เดินหน้าทลายเครือข่ายยาเสพติด
ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนถูกแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) อย่างผิดกฎหมาย ข้อหานี้ครอบคลุมถึงการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างรุนแรง
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา พวกเขายอมรับว่ารับจ้างขนยาเสพติดในลักษณะนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 2-3 ล้านบาทต่อเที่ยว ซึ่งเป็นแรงจูงใจหลักในการก่อเหตุ
ปัจจุบัน ผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาด เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนเพื่อตามล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มค้ายา ที่มักสรรหาวิธีการใหม่ๆ มาตบตาเจ้าหน้าที่อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ความทุ่มเทของตำรวจก็สามารถสกัดกั้นภัยร้ายนี้ไว้ได้ ก่อนที่ยาเสพติดปริมาณมหาศาลจะกระจายเข้าสู่ชุมชน
การปราบปรามยาเสพติดถือเป็นวาระสำคัญระดับชาติที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ประชาชนทุกคนสามารถเป็นหูเป็นตาช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้ หากพบเห็นเบาะแสใดๆ สามารถแจ้งตำรวจเพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้ สามารถเข้าไปอ่านข้อมูลฉบับเต็มได้โดยตรงที่แหล่งข่าวหลัก อ้างอิงเนื้อหาจากข่าว สืบนครบาล 7 สกัดจับกระบะขนไอซ์ 1 ตัน ของไทยรัฐออนไลน์ เพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเข้าแทรกแซงหลังพบชายชรากำลังทำลายแผงกั้นน้ำในแม่สาย
ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ศาลกรุงเทพฯ ยกฟ้องคดีฟอกเงินของซีอีโอ iCon
ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องข้อหาฟอกเงินจำนวน 2.5 ล้านบาท ที่เกี่ยวโยงกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป (The iCon Group) อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจำเลยคนสำคัญในคดีนี้ประกอบด้วย นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ “บอสพอล”, นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตนักการเมือง, และนางวิลาวัลย์ มารดาของนายสามารถ คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับมหากาพย์คดีการลงทุนที่กำลังเป็นกระแสสังคมอยู่ในขณะนี้
ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานจากพนักงานอัยการและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อย่างละเอียดถี่ถ้วน ท้ายที่สุด ศาลมองว่าพยานหลักฐานที่นำมาแสดงนั้น ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปสู่การเอาผิดจำเลยทั้งสามคนได้ การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่ง ในคดีย่อยที่แยกตัวออกมาจาก คดีดิไอคอน กรุ๊ป คดีหลัก
ประเด็นสำคัญ
- ศาลยกฟ้องคดีฟอกเงิน: บอสพอล, นายสามารถ และมารดา รอดพ้นจากข้อหาร่วมกันฟอกเงินมูลค่า 2.5 ล้านบาทอย่างเป็นทางการ
- พยานหลักฐานไม่เพียงพอ: ศาลระบุว่าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวมาจากอาชญากรรม">อาชญากรรม หรือมีความพยายามในการซ่อนเร้นอำพราง
- คดีหลักยังคงเดินหน้า: แม้จะชนะคดีฟอกเงิน แต่นายวรัตน์พลยังคงถูกคุมขัง เพื่อเตรียมสู้คดีฉ้อโกงหลักของบริษัทต่อไป
เหตุผลสำคัญที่ศาลตัดสินยกฟ้องจำเลยทุกคน เป็นเพราะความไม่ชัดเจนของเส้นทางการเงินที่โจทก์นำมาเสนอเป็นหลักฐาน แม้ศาลจะยอมรับว่ามีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างกลุ่มจำเลยจริง แต่ทุกรายการถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารส่วนตัวอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้ ไม่มีการใช้บัญชีม้า หรือบัญชีตัวแทนเพื่อซ่อนเร้นแหล่งที่มาของเงิน ซึ่งเป็นลักษณะทั่วไปของการฟอกเงินที่ผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ พนักงานอัยการยังไม่สามารถหาหลักฐานมาเชื่อมโยงได้อย่างชัดเจนว่า เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดทางอาญาโดยตรง เมื่อไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าจำเลยเจตนาปกปิดแหล่งที่มาของเงิน ศาลจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยและมีคำสั่งยกฟ้องในที่สุด
ข้อสังเกตเพิ่มเติมจากการทำงานของเจ้าหน้าที่
กรณีนี้ยังทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงมาตรฐานการสืบสวน ในการรวบรวมหลักฐานเพื่อขอออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง นายสามารถได้ตั้งข้อสังเกตว่า การนำข้อมูลคลิปเสียงที่หลุดออกมาและเส้นทางการเงินมาใช้ขอหมายจับ อาจเป็นกระบวนการที่เร่งรีบเกินไป โดยเฉพาะเมื่อหลักฐานทางการเงินบางรายการ เพิ่งถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดหลังจากที่เขาถูกจับกุมไปแล้ว สิ่งนี้ทำให้สังคมเริ่มจับตามองกระบวนการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
ภายหลังการอ่านคำพิพากษา นายสามารถได้ออกมาแสดงความโล่งใจ และกล่าวขอบคุณศาลที่มอบความยุติธรรมให้กับเขาและครอบครัว เขาเน้นย้ำว่าชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมองและได้รับผลกระทบมาเกือบสองปีเต็มจากข้อกล่าวหาเหล่านี้ พร้อมทั้งเตรียมพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง หากพบหลักฐานว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่
ทางด้านทีมทนายความของบอสพอล นางสาวสุภัทรพร โตรักษา ก็ได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกว่า ทีมงานไม่ได้กังวลและมั่นใจในความบริสุทธิ์มาตั้งแต่ต้น เธอชี้แจงว่าบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินแต่อย่างใด คุณสามารถอ่านความเห็นเพิ่มเติมจาก ข่าวคดีฟอกเงิน ฉบับเต็มเพื่อดูรายละเอียดการสัมภาษณ์ได้
บทสรุปและก้าวต่อไปของคดีหลักฉ้อโกง iCon
แม้ว่าการยกฟ้องครั้งนี้จะเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทางกฎหมายที่ยังคงยาวนาน บอสพอลยังคงไม่ได้รับอิสรภาพ เขาถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวกลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีหลังจากศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น โดยเจ้าตัวไม่ได้ยื่นขอประกันตัวในคดีหลักเพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวแต่อย่างใด
สาเหตุที่เขายังต้องอยู่ในเรือนจำ เป็นเพราะข้อหาฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับดิไอคอน กรุ๊ป ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล คดีใหญ่นี้มีความซับซ้อนสูงมาก มีผู้เสียหายจำนวนมหาศาลและต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานทางการเงินอีกมาก
กระบวนการสืบพยานและรวบรวมข้อมูลคาดว่าจะใช้เวลาอีกยาวนาน ซึ่งทีมทนายความประเมินว่าการสืบพยานอาจจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี พ.ศ. 2570 ประชาชนและสื่อมวลชนทั่วประเทศคงต้องจับตามองกระบวนการยุติธรรมในมหากาพย์คดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป ว่าในท้ายที่สุดแล้วบทสรุปจะลงเอยอย่างไร
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บิว ภูริพล ผงาดคว้าทอง 100 ม. เอเชียนเกมส์ ทุบสถิติ 9.90 วิ
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
ข่าวอาชญากรรม - Crime
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
สุขภาพดี">เชียงราย – ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนไทยและสปป.ลาว ต้องพบกับเหตุการณ์ระทึกขวัญในยามค่ำคืน เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่โกดังรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ในหมู่บ้านร่มโพธิ์เงิน อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โกดังแห่งนี้เป็นของนายอนุชาติ ซึ่งใช้สำหรับรับซื้อถั่วจากเกษตรกร เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจจึงรีบลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบวัตถุอันตรายถูกแขวนไว้ที่ประตูทางเข้า มันคือระเบิดมือชนิดขว้างแบบ F-1 ซึ่งเป็นอาวุธเก่าแก่ที่มีใช้มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คนร้ายได้ใช้ลวดผูกระเบิดติดไว้กับแม่กุญแจอย่างแน่นหนา หากมีคนมาเปิดประตู สลักระเบิดจะถูกดึงจนหลุดและอาจเกิดการระเบิดขึ้นได้ทันที
ประเด็นสำคัญ
- พบระเบิดเก่าอันตราย: คนร้ายนำระเบิดมือแบบ F-1 ไปผูกติดกับกุญแจประตูโกดังรับซื้อถั่วที่อำเภอเวียงแก่น
- เสี่ยงต่อการระเบิด: หากมีคนดึงประตูโดยไม่ระวัง สลักระเบิดอาจหลุดและทำให้เกิดความสูญเสียถึงชีวิตได้
- คาดปมขัดแย้งธุรกิจ: เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นการข่มขู่กันทางธุรกิจ ไม่ใช่เหตุความไม่สงบระดับประเทศ
ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เก็บกู้
หลังจากประเมินสถานการณ์แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดแรกได้สร้างแนวป้องกันเพื่อความปลอดภัย พวกเขาได้นำยางรถยนต์และโต๊ะมาวางกั้นบริเวณประตูไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้ ต่อมาในวันที่ 23 กันยายน เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปยังหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือทีมอีโอดี (EOD) ผู้เชี่ยวชาญได้เดินทางมาถึงและเข้าจัดการกับระเบิดลูกนี้อย่างระมัดระวังที่สุด
ปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิดดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ การสอบสวนหาสาเหตุเน้นไปที่ความขัดแย้งส่วนบุคคล โดยเชื่อว่าอาจเป็นการข่มขู่ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายผลผลิตทางการเกษตร เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่
ขณะนี้ตำรวจกำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง การสืบสวนนี้ทำเพื่อตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวในการใช้ชีวิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความสงบสุขในชุมชนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายโปรโมทเส้นทางการท่องเที่ยว เมืองแห่งการเรียนรู้ ทางโทรทัศน์
AIS กำลังช่วยเหลือนักเรียนในการพัฒนาทักษะด้าน AI และดิจิทัลในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
รถขนยาเสพติดคันหนึ่งประสบอุบัติเหตุหลังจากถูกตำรวจจากเชียงรายไล่ล่า
เชียงราย – วันนี้ (21 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้สกัดกั้นการขนส่งยาเสพติดครั้งใหญ่ ขบวนการค้ายาพยายามลักลอบนำยาเสพติดจากชายแดนจังหวัดเชียงรายเข้ามายังตอนในของประเทศ พวกเขาใช้เส้นทางผ่านอำเภอแม่สรวยและอำเภอวังเหนือ เป้าหมายหลักคือการนำยาเสพติดขึ้นถนนพหลโยธินในพื้นที่จังหวัดพะเยา
ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสล่วงหน้าเกี่ยวกับเส้นทางนี้ จึงได้จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าสกัดกั้นทันที เจ้าหน้าที่สืบสวนจนพบว่ารถที่ใช้ก่อเหตุคือรถยนต์มิตซูบิชิสีขาว ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร รถคันนี้ได้ขับออกจากพื้นที่อำเภอแม่สรวยและกำลังมุ่งหน้าไปตามทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ยึดยาบ้าได้มากถึง 3.2 ล้านเม็ด ซึ่งถูกซุกซ่อนตบตาเจ้าหน้าที่มาในกล่องลังผลไม้
- ผู้ต้องหาขับรถกระบะหลบหนีการจับกุมอย่างรวดเร็ว จนเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำที่จังหวัดลำปาง
- การลักลอบขนยาครั้งนี้เริ่มต้นจากชายแดนเชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเข้าสู่ตอนในของประเทศ
เมื่อรถของผู้ต้องหาขับมาถึงแยกไฟแดงแม่เจดีย์ในอำเภอเวียงป่าเป้า ได้เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปทางอำเภอวังเหนือ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขับรถติดตามไปอย่างกระชั้นชิด คนขับรถขนยาเสพติดไหวตัวทันและพยายามเร่งเครื่องหลบหนี การไล่ล่าดำเนินไปอย่างดุเดือดข้ามเขตจังหวัดเพื่อป้องกันการหลบหนี
รถของผู้ต้องหาขับผ่านสามแยกไฟแดงอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ไปด้วยความเร็วที่สูงมาก เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 37-38 ในพื้นที่ตำบลวังทอง รถเกิดเสียหลักอย่างกะทันหัน ทำให้รถยนต์พลิกคว่ำลงบริเวณข้างทางทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ยึดยาบ้าล็อตใหญ่และขยายผลจับกุม
หลังจากการปิดล้อม เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวคนขับรถไว้ได้โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เมื่อเข้าตรวจสอบภายในรถ ตำรวจพบกล่องลังกระดาษสำหรับบรรจุผลไม้จำนวน 15 ใบ แต่สิ่งที่อยู่ข้างในกลับไม่ใช่ผลไม้ตามที่คาดไว้ มันคือเครือข่าย ยาเสพติด ล็อตใหญ่ที่เตรียมส่งมอบให้ลูกค้า
การตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเป็นยาบ้าจำนวนมากถึง 3,200,000 เม็ด ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวคนขับรถทันทีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อขยายผลต่อไป พวกเขาตั้งเป้าที่จะจับกุมผู้บงการและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการขนยาครั้งนี้ให้ได้ทั้งหมด
การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการป้องกันปัญหายาเสพติดไม่ให้ทะลักเข้าสู่ชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนต่อไป ประชาชนสามารถช่วยแจ้งเบาะแสได้ตลอดเวลาหากพบสิ่งผิดปกติในพื้นที่ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายจะช่วยให้สังคมปลอดภัยจากยาเสพติดได้มากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน
ระดับสารหนูในแม่น้ำในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ยังคงอยู่ในระดับสูง
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoพบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoน่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoสิงหคลาย เฮาส์ เชียงราย ขอนำเสนอ กลอรี่ อิน พีซ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเรื่องเศร้า: เด็กหญิงอายุ 15 ปีจากเชียงรายอยู่ในอาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตแล้ว



