เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ
ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เปิดโครงการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุม 4 มิติ">เชียงราย – ปัญหาความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อมบริเวณลุ่มน้ำภาคเหนือตอนบนกำลังทวีความรุนแรงและกลายเป็นประเด็นข้ามพรมแดนที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกกสายรวกโขง ได้ประกาศเตรียมจัดเวทีเสวนาครั้งสำคัญในหัวข้อ “สถานการณ์ปัญหาแม่น้ำกก สาย รวก โขง ปนเปื้อนและผลกระทบ” งานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 1 อาคารพระรัตนปัญญาญาณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย เพื่อสะท้อนวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นจริงในพื้นที่
การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสะท้อนเสียงความเดือดร้อนของภาคประชาชนต่อปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีและสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำสายหลักของจังหวัดเชียงราย ทางกลุ่มผู้จัดงานมุ่งหวังให้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว เนื่องจากแม่น้ำเหล่านี้เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของคนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันกลับต้องเผชิญกับภัยเงียบที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
ประเด็นสำคัญ
- วิกฤตข้ามพรมแดน: แม่น้ำกก สาย รวก และโขง เผชิญปัญหาปนเปื้อนสารโลหะหนักขั้นรุนแรง โดยมีต้นตอมาจากกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเมียนมา
- ผลกระทบวงกว้าง: ประชาชนชาวเชียงรายกว่า 70,000 ครัวเรือน หรือประมาณ 210,000 คน กำลังได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งในด้านอุปโภคบริโภคและการเกษตร
- ทางออกเร่งด่วน: ภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญเตรียมหารือแผนย้ายแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตน้ำประปาของจังหวัด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เปิดพิมพ์เขียวเวทีเสวนา: รวมตัวแทนภาคประชาชนถึงผู้กำหนดนโยบาย
โครงสร้างของงานเสวนาในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ถูกแบ่งออกเป็นสองช่วงสำคัญที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน โดยในช่วงแรกจะเริ่มขึ้นในเวลา 13.00 น. ซึ่งจะเป็นเวทีเปิดโอกาสให้ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้ขึ้นมาแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริง นำโดย ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการในพื้นที่ ร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการหาดเชียงราย กลุ่มชาวประมงท้องถิ่น กลุ่มเกษตรกรลุ่มน้ำสาย กลุ่มเกษตรกรลุ่มน้ำกก และตัวแทนภาคประชาชนจากอำเภอเชียงของ โดยมีนายสายัณห์ ข้ามหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินรายการหลัก
ต่อมาในเวลา 14.00 น. ไฮไลท์ของงานจะอยู่ที่การยกระดับปัญหาเข้าสู่กระบวนการแก้ไขเชิงนโยบาย ในเซสชันนี้จะเป็นการร่วมหารือในหัวข้อ “การย้ายแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาของจังหวัดเชียงราย” เพื่อหาแหล่งน้ำสะอาดแห่งใหม่มาทดแทนการใช้น้ำจากแม่น้ำทั้ง 4 สายที่ปนเปื้อน ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน อาทิ ส.ส.ธนรัช จงสุทธานามณี, ส.ส.มลธิชา ไชยบาล, ส.ส.ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์, ส.ว.มณีรัตน์ เขมะวงศ์ และ ส.ว.พละวัต ตันศิริ มาร่วมระดมสมองหากลไกช่วยเหลือ
ดึงมหาอำนาจร่วมรับรู้: ส่งหนังสือเชิญจีน-เมียนมา สกัดต้นตอสารพิษข้ามแดน
สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวของเครือข่ายประชาชนในครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือการขยายขอบเขตการแก้ปัญหาไปยังระดับนานาชาติ คณะผู้จัดงานได้ร่อนจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการไปยังกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ รวมไปถึงสถานเอกอัครราชทูตจีนและสถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ให้ส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังการเสวนาและรับทราบถึงความเดือดร้อนของคนท้องถิ่นในครั้งนี้ด้วย
ในหนังสือเชิญระบุชัดเจนว่า ผลการตรวจสอบพบการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในแม่น้ำกก สาย รวก และโขง ซึ่งทางเครือข่ายมีข้อมูลบ่งชี้ว่ามีต้นตอมาจากกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา การเชิญตัวแทนจากทั้งสองประเทศจึงเป็นก้าวสำคัญในการใช้การทูตภาคประชาชนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง
บทสรุปของเวทีนี้จะจบลงด้วยการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจากการระดมความคิดเห็นจะถูกรวบรวมและยื่นตรงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อบรรจุแผนการย้ายแหล่งน้ำดิบเข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน เป็นการสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและคืนน้ำสะอาดปลอดภัยให้แก่ชาวเชียงรายอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนริมแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ติดตั้งระบบตรวจสอบระดับน้ำ
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
เทศบาลเมืองเชียงรายตรวจสอบสถานบันเทิงยามค่ำคืนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย — เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้มอบหมายให้คณะทำงานชุดใหญ่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ดร.จตุรัฐชัย จินตนาสิทธิคุณ รักษาการปลัดเทศบาลนครเชียงราย นำทีมกองช่าง กองการแพทย์ และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบสถานบันเทิงในเขตโซนนิ่ง (Zoning) อย่างละเอียด
เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจตราสถานบันเทิงชื่อดังจำนวน 7 แห่ง ประกอบด้วย ตะวันแดง, Red Zone, Young โสด, Dab bar, The Library, Unseen, Level และ Ktv Karaoke การปฏิบัติการครั้งนี้เน้นการประเมินความพร้อมด้านโครงสร้าง ระบบป้องกันอัคคีภัย และแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย
ประเด็นสำคัญ
- การตรวจเข้ม 7 ร้านดัง: เทศบาลนครเชียงรายระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยสถานบันเทิงในเขตโซนนิ่งรวม 7 แห่ง เช่น ตะวันแดง, Red Zone และ Unseen
- ยกระดับระบบป้องกันภัย: เจ้าหน้าที่มุ่งตรวจสอบถังดับเพลิง ประตูหนีไฟ ป้ายบอกทาง และระบบสัญญาณแจ้งเหตุเตือนภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย
- สั่งปรับปรุงจุดเสี่ยงทันที: พบสถานประกอบการส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ แต่สั่งให้บางร้านเปลี่ยนถังดับเพลิงหมดอายุและฝ้าเพดานที่ติดไฟง่ายทันที
ผลการตรวจพบจุดที่ต้องเร่งแก้ไขเพื่อความปลอดภัย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสถานบันเทิงส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือและจัดเตรียมประตูหนีไฟรวมถึงป้ายบอกทางตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำและสั่งการให้บางร้านปรับปรุงจุดเสี่ยงทันทีเพื่อป้องกันอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้น
สิ่งที่สั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมประกอบด้วย การเปลี่ยนวัสดุฝ้าเพดานที่เสื่อมสภาพและติดไฟง่าย การเปลี่ยนถังดับเพลิงที่หมดอายุใช้งาน และการติดตั้งไฟฉุกเฉินเพิ่มเติม ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการลดความสูญเสียหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เดินหน้าตรวจต่อเนื่องสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว
คณะทำงานยังกำชับให้ผู้ประกอบการจัดหากล่องปฐมพยาบาลประจำร้าน และปรับปรุงทางเข้า-ออกให้สะดวกต่อการอพยพ เทศบาลนครเชียงรายระบุว่าการกวดขันครั้งนี้เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อเปลี่ยนโฉมเมืองเชียงรายให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยที่สุด
ทางเทศบาลนครเชียงรายยืนยันว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ออกสุ่มตรวจสถานประกอบการอย่างต่อเนื่องและไม่มีกำหนดสิ้นสุด มาตรการนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาสร้างรายได้ให้กับจังหวัดเชียงราย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย”หลังวิกฤตไฟไหม้
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
ชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียด! กลุ่มประชาชนเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหามลพิษในแม่น้ำ">เชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
บุกจับวัดสุดช็อก!! เจ้าอาวาสวัดแม่ฮ่องสอนถูกจับกุมข้อหาเสพเฮโรอีน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การจำหน่ายทรายจากแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายได้ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโลหะหนักที่เป็นพิษ
-
ข่าว - News7 days ago
น่าเศร้า! เด็กวัยหัดเดินถูกรถกระบะชน อาการสาหัส คนขับวัย 70 ปีอ้างว่ามองไม่เห็นเธอ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุมผู้ต้องหาหลบหนีคดียาเสพติด อายุ 25 ปี ในแม่จัน








