เชียงราย - Chiang Rai News
โมเดลเชียงราย! “บ้านฟาร์มสัมพันธกิจ” ชูธรรมนูญหมู่บ้านต้านยาเสพติดด้วยพลังชุมชน
เนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน">เชียงราย – เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ประกาศใช้ “ธรรมนูญหมู่บ้านสัญญาใจห่างไกลยาเสพติด” ณ คริสตจักรฟาร์มสัมพันธ์กิจ เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างยั่งยืน โครงการนี้นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและศาลจังหวัดเชียงราย โดยเน้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตั้งกฎชุมชนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม โมเดลนี้มุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือระหว่างรัฐและชาวบ้าน เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ปัญหายาเสพติดถือเป็นภัยร้ายที่ทำลายอนาคตของชาติมาอย่างยาวนาน หลายพื้นที่จึงต้องเร่งหาแนวทางป้องกันที่ได้ผลจริง ล่าสุด ศาลจังหวัดเชียงรายได้ริเริ่มโครงการที่น่าสนใจเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยเน้นการดึงพลังของชาวบ้านมาเป็นแกนนำหลัก
การนำแนวคิดนี้มาใช้ ถือเป็นการเปลี่ยนมุมมองจากการใช้กฎหมายบังคับ มาเป็นการสร้างข้อตกลงร่วมกันด้วยความเข้าใจ ชุมชนบ้านฟาร์มสัมพันธกิจจึงกลายเป็นต้นแบบสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี ทุกภาคส่วนได้จับมือกันเพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยร้ายนี้อย่างจริงจัง
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านฟาร์มสัมพันธกิจร่วมกันตั้งกติกาชุมชนเพื่อต้านภัยยาเสพติดผ่าน “ธรรมนูญหมู่บ้าน“
- โครงการนี้เน้นแนวคิด “กระบวนการยุติธรรมเชิงวัฒนธรรม” โดยให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมสูงสุด
- มีการตั้ง “สภาพลังใจชุมชน” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและให้ชาวบ้านจัดการปัญหาได้เอง
การร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็ง
ในงานประกาศใช้ธรรมนูญหมู่บ้านครั้งนี้ มีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธาน งานนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ คริสตจักรฟาร์มสัมพันธ์กิจ ตำบลริมกก โดยมีผู้นำศาสนาและหน่วยงานรัฐมาร่วมงานอย่างคับคั่ง
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังของคนในพื้นที่ กิจกรรมเด่นคือการร่วมกันเขียน “สัญญาใจของฉัน” เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการต้านภัยยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีการนมัสการพระเจ้าและการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเด็กๆ อีกด้วย
พลังของ “กระบวนการยุติธรรมเชิงวัฒนธรรม”
หัวใจหลักของความสำเร็จนี้คือสิ่งที่เรียกว่า “กระบวนการยุติธรรมเชิงวัฒนธรรม” แนวคิดนี้มุ่งเน้นให้ชาวบ้านร่วมกันคิดและตั้งกติกาที่เหมาะกับวิถีชีวิตของตนเอง เมื่อกฎระเบียบมาจากคนที่ต้องใช้จริง การปฏิบัติตามจึงเกิดขึ้นได้ง่ายและมีความสุขมากขึ้น
นอกจากการใช้ธรรมนูญแล้ว ยังมีการจัดตั้ง “สภาพลังใจชุมชน” ขึ้นมาควบคู่กัน สภานี้จะทำหน้าที่คอยสนับสนุนและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐ นับเป็นโมเดล “ชุมชนนำ หน่วยงานหนุน” ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
ก้าวต่อไปสู่สังคมปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน
การประกาศใช้กติกาหมู่บ้านนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิธีกรรมทางกฎหมายเท่านั้น แต่นี่คือรูปธรรมที่ชัดเจนของการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมจากภายใน เมื่อชาวบ้านมีความเข้มแข็ง ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้ยาเสพติดระบาดก็ย่อมลดน้อยลง
ในระยะยาว ความร่วมมือที่เกิดขึ้นที่บ้านฟาร์มสัมพันธกิจจะเป็นแรงบันดาลใจให้พื้นที่อื่นๆ โมเดลสัญญาใจนี้จะช่วยให้คนในสังคมสามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมั่นว่า หากทุกฝ่ายเดินหน้าตามข้อตกลงนี้ ปัญหายาเสพติดจะถูกควบคุมได้อย่างรวดเร็ว ความสำเร็จของชุมชนแห่งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่า พลังของประชาชนคือยาขนานเอกในการรักษาปัญหาสังคมอย่างแท้จริง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดสลด! กระบะเสียหลักพุ่งชนบ้านกลางดึก พรากชีวิต”น้องภีม” วัย 11 ขวบ ที่เชียงราย
ชาวบ้านเชียงรายบุกสถานกงสุลเมียนมาร์ เรียกร้องให้นายมิน อ่อง ไหลง์ หยุดยั้งการปล่อยสารพิษจากเหมืองแร่ของจีน
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้สกัดจับการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายครั้งใหญ่ พวกเขาสามารถยึดเนื้อหมูเถื่อนที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศจีนได้จำนวนมากถึง 379 กล่อง น้ำหนักรวมทั้งหมดประมาณ 16.5 ตัน เนื้อหมูเถื่อนเหล่านี้มีมูลค่าประเมินสูงถึง 1.53 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมายอย่างชัดเจน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่าจะมีเรือสินค้าจากจีนขออนุญาตนำเข้าสินค้า เมื่อตรวจสอบเอกสาร ผู้ขนส่งได้แจ้งว่าสินค้าในตู้ห้องเย็นคือผักสดชนิดต่างๆ สินค้าที่แจ้งไว้ได้แก่ ผักกาดฮ่องเต้ และผักกาดหอม จำนวนรวมทั้งหมด 930 กล่อง
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ยึดเนื้อหมูลักลอบนำเข้าจากจีน 16.5 ตัน มูลค่า 1.53 ล้านบาท
- ผู้กระทำผิดพยายามตบตาโดยแจ้งเอกสารเท็จว่าเป็นตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งผักสด
- สินค้าไม่มีใบอนุญาตนำเข้าและใบรับรองปลอดโรค เสี่ยงนำเชื้อโรคเข้าประเทศ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ได้ปักใจเชื่อเพียงแค่เอกสารสำแดงสินค้า ด่านศุลกากรจึงได้ใช้เครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบตู้สินค้าอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันตรวจสอบ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่าเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์และด่านอาหารและยาเชียงแสนได้เข้าร่วมภารกิจสำคัญนี้ด้วย ผลการตรวจสอบพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านในไม่ใช่ผักสดตามที่แจ้งไว้
เจ้าหน้าที่พบว่าภายในกล่องมีการซุกซ่อนห่อบรรจุเนื้อหมูจำนวนมากแทนที่จะเป็นผัก เนื้อหมูทั้งหมด 379 กล่องนี้ไม่เคยมีการแจ้งในเอกสารล่วงหน้ามาก่อน ที่สำคัญคือเนื้อสัตว์เหล่านี้ไม่มีเอกสารรับรองการตรวจโรคหรือใบอนุญาตนำเข้าใดๆ การนำเข้าเนื้อสัตว์โดยไม่ผ่านด่านตรวจโรคถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง

ดำเนินคดีเด็ดขาด ป้องกันโรคระบาด
เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดเนื้อหมูทั้งหมดไว้เป็นของกลางทันที หลังจากนี้จะมีการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 อย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ผู้กระทำผิดยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่รัดกุมของเจ้าหน้าที่
การลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เนื้อหมูเหล่านี้อาจเป็นพาหะนำโรคระบาดสัตว์ร้ายแรงมาสู่ฟาร์มในประเทศได้ โรคระบาดสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูชาวไทย ดังนั้นการสกัดจับที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่จึงช่วยป้องกันความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News
วัยรุ่นเชียงรายวัย 15 ปี อาการโคม่าหลังประสบอุบัติเหตุชนรุนแรง
เชียงราย – เกิดเหตุการณ์สุดสลดขึ้นบนทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงราย-เชียงใหม่ ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากรถเก๋งสีขาวที่ตัดสินใจกลับรถกะทันหันในจุดห้ามเลี้ยว ส่งผลให้รถจักรยานยนต์ของนักเรียนพุ่งชนเข้าอย่างรุนแรง
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณหน้าตลาดสดป่างิ้ว อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ในช่วงเช้าที่ทุกคนกำลังเร่งรีบ นักเรียนทั้งสองคนกำลังเดินทางไปโรงเรียนเพื่อเตรียมตัวไปทัศนศึกษา แต่การเดินทางของพวกเขาต้องหยุดชะงักลงและจบลงที่โรงพยาบาล
ประเด็นสำคัญ
- รถเก๋งขาวทำผิดกฎจราจรอย่างชัดเจน โดยการกลับรถตัดหน้ากะทันหันบริเวณเส้นทึบคู่
- นักเรียนหญิงวัย 15 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัสทางสมอง และยังคงอยู่ในอาการโคม่า
- ครอบครัวผู้บาดเจ็บเรียกร้องความยุติธรรม ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานจากวงจรปิด
ข้อมูลจากตำรวจระบุว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยรถเก๋งโตโยต้าสีขาวซึ่งขับโดยหญิงวัย 56 ปี ได้ชะลอความเร็วลงที่ข้างทาง ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวกลับรถกะทันหันกลางถนน
บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นทางตรงแบบสองช่องจราจร และมีเส้นจราจรทึบคู่แสดงไว้อย่างชัดเจน สัญลักษณ์นี้หมายความว่าห้ามแซงและห้ามกลับรถอย่างเด็ดขาด การฝ่าฝืนกฎจราจรในครั้งนี้ นำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
ในจังหวะเดียวกันนั้น รถจักรยานยนต์ของนักเรียนก็ขับตามมาในทางตรง คนขี่คือเด็กชายวัย 14 ปี และมีเด็กหญิงวัย 15 ปีเป็นคนซ้อนท้าย เมื่อรถเก๋งตัดหน้าในระยะประชิด พวกเขาไม่สามารถเบรกหรือหักหลบได้ทัน รถจักรยานยนต์จึงพุ่งชนเข้าที่ช่วงกลางของรถเก๋งอย่างรุนแรง
อาการบาดเจ็บ และการเรียกร้องความรับผิดชอบ
แรงปะทะจากอุบัติเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 3 ราย คนขับรถเก๋งถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า ขณะที่เด็กนักเรียนทั้งสองคนมีอาการสาหัสมาก เด็กชายที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์กระดูกขาหัก และยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
ส่วนอาการที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ นางสาวสุทธิดา หรือน้องข้าวหอม เยาวชนหญิงวัย 15 ปี ศีรษะของเธอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากแรงกระแทก ทีมแพทย์ต้องทำการผ่าตัดสมองอย่างเร่งด่วน และปัจจุบันเธอยังคงอยู่ในอาการโคม่า
หลังเกิดเหตุ ร.ต.ท.ธรรมปพน คำยศ พนักงานสอบสวน สภ.เวียงป่าเป้า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญทั้งหมด โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าตลาดสด เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

ผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยบนท้องถนน
เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทั้งสองคนเป็นอย่างมาก พวกเขาต้องการเรียกร้องให้คนขับรถเก๋งคู่กรณี ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น
อุบัติเหตุหน้าตลาดสดป่างิ้วครั้งนี้ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มตระหนักถึงอันตรายบนท้องถนนมากขึ้น บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีผู้คนพลุกพล่าน และมักจะมีการฝ่าฝืนกฎจราจรอยู่บ่อยครั้ง การตีเส้นทึบคู่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่ผู้ขับขี่บางคนก็ยังเลือกที่จะละเลย
ความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดจากความมักง่าย เป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้เสมอ หากทุกคนบนท้องถนนมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ครอบครัวของผู้บาดเจ็บหวังว่าคดีนี้จะได้รับความเป็นธรรม และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจและทหารในจังหวัดเชียงรายยึดไอซ์น้ำหนัก 72 กิโลกรัม หลังมีการไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย – เช้าตรู่วันที่ 19 กันยายน เจ้าหน้าที่ทหารได้รับแจ้งเบาะแสสำคัญจากสายลับ ว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่จากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทหารชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พวกเขาได้จัดกำลังพลตั้งจุดสกัดบนทางหลวงหมายเลข 1089 สายแม่จัน-แม่อาย จุดสกัดนี้ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านห้วยมะหินฝน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
กระทั่งเวลาประมาณ 07.40 น. เจ้าหน้าที่พบรถต้องสงสัยเป็นรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว รถคันนี้ติดป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงรายขับลงเขามาตามเส้นทาง ทหารจึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ แต่คนขับรถกลับเร่งเครื่องยนต์พุ่งแหกด่านหนีไปอย่างรวดเร็ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- ทหารพรานตั้งจุดสกัดจับรถต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย
- คนขับรถเก๋งเร่งเครื่องแหกด่านหนี ก่อนรถเสียหลักตกลงไปข้างทาง
- เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ น้ำหนักรวมมากถึง 72 กิโลกรัม
ไล่ล่าระทึกกลางเขา
เจ้าหน้าที่ทหารพรานไม่รอช้า รีบนำยานพาหนะออกไล่ล่าติดตามรถเก๋งคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด การไล่ล่าเกิดขึ้นเพียงระยะทางสั้นๆ ก่อนที่รถของคนร้ายจะสูญเสียการควบคุม รถเก๋งสีขาวพุ่งตกลงไปในพงหญ้าข้างทางอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม คนขับรถได้อาศัยความชำนาญพื้นที่วิ่งหลบหนีเข้าป่าไปได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจสอบภายในรถที่พังเสียหาย พวกเขาพบหลักฐานชิ้นสำคัญซุกซ่อนอยู่ มีกระสอบฟางหลากสีถูกวางไว้ภายในรถอย่างมิดชิด เมื่อเปิดดูด้านในพบยาไอซ์บรรจุอยู่จำนวน 3 กระสอบใหญ่ แต่ละกระสอบมีน้ำหนักมากถึง 24 กิโลกรัม ทำให้มียาเสพติดที่ยึดได้รวมทั้งหมด 72 กิโลกรัม
เร่งขยายผลจับกุม
เจ้าหน้าที่ทหารได้ตรวจยึดยาไอซ์และรถยนต์คันดังกล่าวไว้เป็นของกลางทั้งหมด จากนั้นจึงส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่จันรับช่วงต่อ ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนและรวบรวมหลักฐานเพื่อติดตามตัวคนขับมารับโทษตามกฎหมาย การทำงานที่รวดเร็วนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดผ่านแนวชายแดนยังคงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พื้นที่ภูเขาและป่าทึบในภาคเหนือมักถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงของกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมมือกันปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดตลอดเวลา คุณสามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การปราบปรามยาเสพติด ในประเทศไทยได้จากเว็บไซต์ของหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจสอบสวนคดีสามเณรวัย 7 ขวบมรณภาพผิดธรรมชาติ
พาสปอร์ตไทยอยู่อันดับ 5 ในอาเซียน คะแนนการเดินทางอยู่ที่ 93
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoกฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวช็อก! เด็กชายกลุ่มหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoโจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเฉลิมชัย ศิลปินชาวเชียงราย บริจาคเงิน 1.18 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล







