เชียงใหม่ - Chiang Mai
เหตุการณ์ไฟฟ้าช็อตสุดสยองในเชียงใหม่ ทำให้แม่และลูกชายเสียชีวิต
เชียงใหม่ – เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุโศกนาฏกรรมสุดสลดขึ้นที่บ้านปางยาง หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องทำน้ำอุ่น ส่งผลให้หญิงวัย 60 ปี และลูกชายวัย 40 กว่าปี ถูกไฟฟ้าดูดจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ลูกสะใภ้ซึ่งพยายามเข้าไปช่วยได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีพายุฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้เกิดปัญหากระแสไฟฟ้ารั่วไหลและนำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว
ลำดับเหตุการณ์สลด ความพยายามช่วยชีวิตที่กลายเป็นโศกนาฏกรรม
ศูนย์รับแจ้งและสั่งการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุผู้บาดเจ็บและหมดสติหลายราย จึงประสานรถกู้ชีพพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ให้รีบเดินทางเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง จุดเกิดเหตุ พบภาพที่น่าหดหู่ใจ โดยมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย ดังนี้
- รายที่ 1: ผู้เป็นแม่ (อายุประมาณ 60 ปี) สภาพล้มฟุบอยู่ภายในห้องน้ำ นอนหมดสติ ปลุกไม่ตื่น และไม่มีชีพจร
- รายที่ 2: ลูกชาย (อายุประมาณ 40 กว่าปี) นอนหมดสติและไม่มีชีพจร อยู่บริเวณปากประตูหน้าห้องน้ำ
- รายที่ 3: ลูกสะใภ้ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแสไฟฟ้าดูด
จากการสอบสวนในเบื้องต้นพบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เป็นแม่ได้เข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ จากนั้นถูกกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องทำน้ำอุ่นช็อตจนล้มลง เมื่อลูกชายและลูกสะใภ้ได้ยินเสียงผิดปกติ จึงรีบวิ่งเข้าไปหวังจะช่วยเหลือ แต่โชคร้ายที่กระแสไฟฟ้ายังคงรั่วไหลอยู่ ทำให้ทั้งสองคนถูกไฟฟ้าดูดซ้ำจนบาดเจ็บและหมดสติไปตามๆ กัน
การเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กู้ภัย
หลังจากประเมินสถานการณ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยื้อชีวิตของแม่และลูกชาย โดยมีการดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ดังนี้
- เร่งทำการปั๊มหัวใจ (CPR) อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจ
- นำเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) มาใช้ประเมินและช่วยเหลือควบคู่ไปกับการปั๊มหัวใจ
- ประสานงานขอรถกู้ชีพชั้นสูง (EMS) จาก โรงพยาบาลหางดง เพื่อเข้าสนับสนุนอุปกรณ์และทีมบุคลากรทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ดูดนั้นมีความรุนแรงมาก ทำให้ทั้งแม่และลูกชายเสียชีวิตลงในที่เกิดเหตุ สำหรับลูกสะใภ้ที่ได้รับบาดเจ็บ รถกู้ชีพได้รีบนำตัวออกจากพื้นที่ และทำการเปลี่ยนถ่ายผู้บาดเจ็บส่งต่อให้กับรถ EMS ระหว่างทาง เพื่อนำตัวส่งไปรักษาอาการอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลหางดง
คำเตือนและวิธีป้องกันอันตรายจากเครื่องทำน้ำอุ่น
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีพายุและฝนตกหนัก ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด
- ต้องติดตั้งสายดินเสมอ: เครื่องทำน้ำอุ่นทุกเครื่องต้องมีการติดตั้งสายดินที่ได้มาตรฐาน เพื่อดึงกระแสไฟฟ้ารั่วลงสู่ดิน
- หมั่นตรวจสอบเบรกเกอร์: ควรทดสอบปุ่มกันไฟดูด (ELCB) บนตัวเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าระบบตัดไฟยังทำงานได้ปกติ
- สังเกตความผิดปกติ: หากพบว่าเครื่องทำน้ำอุ่นมีรอยร้าว สายไฟชำรุด หรือมีไฟกะพริบผิดปกติ ให้หยุดใช้งานและเรียกช่างผู้ชำนาญมาตรวจสอบทันที
- ระมัดระวังช่วงฝนตกหนัก: หากมีพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สัมผัสกับน้ำโดยตรง เพื่อป้องกันปัญหาไฟกระชากหรือไฟฟ้ารั่ว
ในส่วนของสาเหตุที่แน่ชัดของกระแสไฟฟ้ารั่วจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ข่าวเชียงใหม่ที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจเชียงใหม่ บุกจับแก๊งอาชญากรชาวจีนกลุ่มใหญ่ในวิลล่าหรู
ตำรวจเชียงใหม่ บุกจับแก๊งอาชญากรชาวจีนกลุ่มใหญ่ในวิลล่าหรู
เชียงใหม่ - Chiang Mai
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคม เวลาประมาณ 19.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ. เฉลิมพล วงษ์ขณาแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุชนแล้วหนี เหตุเกิดบนถนนบริเวณหน้าหมู่บ้านเพชรมณี ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุคนขับรถได้เร่งเครื่องหลบหนีไปทันทีโดยไม่จอดรถลงมาให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่ทราบเรื่อง พ.ต.อ. ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้สั่งการด่วนให้ทีมสืบสวนลงพื้นที่ล่าตัวคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด เบื้องต้นพบว่าผู้เคราะห์ร้ายคือเด็กชายวัยเพียง 11 ขวบ ซึ่งถูกรถกระบะสีเทาพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีในเหตุการณ์ได้เร่งนำตัวน้องส่งไปยัง โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลแจ้งข่าวเศร้าว่าน้องได้เสียชีวิตลงอย่างสงบในเวลาประมาณ 22.00 น.
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุชนแล้วหนี: รถกระบะพุ่งชนเด็กชายวัย 11 ขวบอย่างแรง จนผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
- การแกะรอยที่รวดเร็ว: ตำรวจตามรอยจากกล้องวงจรปิด จนพบรถกระบะต้องสงสัยและรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ทันควัน
- เมาแล้วขับคือต้นเหตุ: คนขับสารภาพว่าดื่มสุรา โดยมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 176 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนดไปมาก
หลังจากส่งร่างของเด็กชายไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ทีมสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลป่าแดด ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ การค้นหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตามรอยรถคันก่อเหตุที่พยายามขับหลบหนี
ในที่สุดความพยายามของตำรวจก็เป็นผล เมื่อเจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา คันหนึ่งจอดซ่อนตัวอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลป่าแดด รถคันนี้มีลักษณะตรงกับที่พยานให้การไว้ทุกประการ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดรถและปิดล้อมพื้นที่ไว้เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมทันที
จากการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยความเสียหายที่ด้านหน้าฝั่งซ้ายอย่างชัดเจน ฝากระโปรงรถมีรอยบุบ กันชนหน้ามีรอยแตก และโลโก้หน้ารถหลุดหายไป ร่องรอยทั้งหมดนี้ตรงกับชิ้นส่วนหลักฐานที่ตำรวจเก็บได้จากจุดเกิดเหตุอย่างแม่นยำ ซึ่งมัดตัวว่านี่คือรถคันที่ก่อเหตุแน่นอน
จำนนต่อหลักฐานและผลตรวจแอลกอฮอล์
เวลาต่อมา ชายที่ระบุชื่อว่า “นายจอ” ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ได้เดินทางมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าว ตอนแรกเขายังมีท่าทีบ่ายเบี่ยงและตกใจ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดให้ดู เขาก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน นายจอยอมรับสารภาพในที่สุดว่าตนเองคือคนขับรถในภาพ และเป็นคนชนเด็กชายก่อนจะขับหนีไปโดยไม่ได้ลงมาช่วย
สิ่งที่น่าตกใจและสะเทือนใจชาวบ้านที่ติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นภาคเหนือ คือ เมื่อตำรวจทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายจอ พบว่าตัวเลขพุ่งสูงถึง 176 มิลลิกรัมต่อลิตร ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้มาก แสดงให้เห็นถึงการขาดสติจากการเมาแล้วขับอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้
การดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
จากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและคำสารภาพของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนัก 2 กระทงใหญ่กับนายจอเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาแรกคือ ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นด้วยความประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงและยอมความไม่ได้
ข้อหาที่สองคือ ขับรถประมาทจนทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แล้วไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าคดีชนแล้วหนี ขณะนี้ตัวผู้ต้องหา รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และหลักฐานทั้งหมด ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แล้ว เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาดที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ – กองกำลังผาเมืองเปิดฉากปะทะเดือดกับกลุ่มขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแม่อายใกล้กับแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารต้องจัดกำลังลาดตระเวนอย่างหนักหลายวันเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของเรา
เมื่อเวลาเช้ามืดของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ทหารสังเกตพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คนเดินลัดเลาะมาตามป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตะโกนขอตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากยิงใส่ทหารก่อนทันที ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ทหารกองกำลังผาเมืองยิงปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยและยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด พร้อมฝิ่นดิบ 17.6 กิโลกรัม
- สถิติการทำงานปีนี้พบว่ามีการปะทะถึง 62 ครั้ง และยึดยาบ้าได้กว่า 263 ล้านเม็ด
หลังจากการเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทางหน่วยได้เรียกกำลังเสริมจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการเข้ามาช่วยควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การกระทำเช่นนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเมื่อฟ้าสว่าง
เมื่อถึงเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่และพบกระสอบปุ๋ยที่ถูกดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังตกอยู่จำนวน 2 ใบ ภายในกระสอบพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่มากถึง 150,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบฝิ่นดิบอีกจำนวน 11 ก้อน น้ำหนักรวม 17.6 กิโลกรัม พร้อมด้วยปืนแก๊ปและมีดของคนร้ายที่ทิ้งไว้ ติดตามข่าวอาชญากรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
การแถลงข่าวและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในช่วงสายของวันเดียวกัน ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมดด้วยตนเอง พันเอก สมเจตน์ ผลประเสริฐ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้สถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน
การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดที่รุนแรงตามแนวชายแดนภาคเหนือของเรา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้มากกว่า 434 ครั้งแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขการจับกุมที่สูงมากและน่าตกใจ
สถิติการจับกุมที่น่าสนใจในปีนี้
ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ทหารสามารถยึดยาบ้าได้จำนวนมหาศาลถึง 263 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังยึดยาไอซ์ได้เกือบ 6,000 กิโลกรัม และเฮโรอีนอีก 20 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มคนร้ายติดอาวุธเกิดขึ้นบ่อยครั้งถึง 62 ครั้ง
จากการปะทะที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเสียชีวิตไปแล้ว 46 ราย เจ้าหน้าที่รัฐยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อปกป้องชุมชนของเรา ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละเพื่อลดปัญหายาเสพติดในประเทศอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
เชียงใหม่ – เกิดเรื่องราวสุดสะเทือนอกสะเทือนใจขึ้นกลางเมืองเชียงใหม่ ภายในซอยสุริยวงศ์ 6 เมื่อมีครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ล่าสุด พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ได้นำทีมงานจากมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ภาพที่ทุกคนเห็นคือผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับแม่ที่พิการ
สภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกนั้นน่าเวทนาอย่างมาก ผู้เป็นแม่มีความพิการที่ขาและไม่สามารถเดินได้เลย เธอต้องใช้วิธีไถตัวและคลานไปตามพื้นเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือเธอต้องคอยดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด ลูกสาวคนนี้เคยเป็นเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาไขสันหลังช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากการผ่าตัดครั้งนั้น เธอได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- แม่ที่พิการทางขาต้องใช้วิธีคลานไปรอบบ้าน เพื่อคอยดูแลลูกสาวที่ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิดในทุกๆ วัน
- ลูกสาวเคยเป็นเสาหลักของบ้าน ก่อนโชคร้ายต้องรับการผ่าตัดไขสันหลังเมื่อเดือนเมษายนจนขยับตัวไม่ได้
- พระครูอ๊อดและมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ได้เข้ามอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ พร้อมวอนสังคมร่วมบริจาคช่วยเหลือ
น้ำใจจากมูลนิธิและชาวเชียงใหม่ที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวนี้ดำเนินไปอย่างยากลำบาก แม่ที่พิการต้องพยายามคลานไปหุงข้าว คลานไปเช็ดตัว และคลานไปเทปัสสาวะให้ลูกสาวทุกวัน เมื่อเห็นความยากลำบากนี้ พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ร่วมกับทีมงานของ มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ จึงได้รวบรวมความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา พวกเขาตั้งใจนำสิ่งของไปมอบให้ถึงมือเพื่อเป็นกำลังใจและต่อสู้ชีวิต
สิ่งของที่นำไปช่วยเหลือประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากมาย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง นม และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ การมอบของช่วยเหลือครั้งนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้มาก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อพลังใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้สองแม่ลูกมีแรงใจในการสู้ชีวิตต่อไปในสังคมที่ยังคงมีความหวัง
ไม่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมโลกและเดินหน้าช่วยเหลือต่อ
ทีมงานผู้ช่วยเหลือยังมีความใส่ใจไปถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เนื่องจากคุณยายผู้พิการได้เลี้ยงแมวเพื่อนยากเอาไว้อีกถึง 4 ตัว ทางทีมงานจึงได้จัดเตรียมอาหารแมวไปมอบให้เพิ่มเติม การช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์นี้ช่วยลดความกังวลใจของคุณยายลงไปได้มาก ทำให้ครอบครัวมีรอยยิ้มและกำลังใจที่ดีขึ้น
เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ทางมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่และพระครูอ๊อด ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป พวกเขาจะไม่ทอดทิ้งให้สองแม่ลูกต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย
ทางมูลนิธิจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนทั่วไป มาร่วมกันแบ่งปันน้ำใจด้วยการบริจาคสิ่งของที่ยังมีความจำเป็น สิ่งของที่ต้องการมากในตอนนี้คือ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นม อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ น้ำใจของทุกท่านจะช่วยต่อความหวังและต่อลมหายใจให้กับสองแม่ลูกคู่นี้ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ท่านสามารถติดตามข่าวสารหรือช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ทางสื่อท้องถิ่นอย่าง เชียงใหม่นิวส์ และเพจของมูลนิธิโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
ข่าวธุรกิจ Business6 days ago
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
กรมทางหลวงกำลังปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย-เชียงของ ให้เป็น 4 เลน เพื่อการค้าข้ามพรมแดนที่ดีขึ้น
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ด่วน! บ้านสองชั้นในจังหวัดพะเยาถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ทำให้ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิก 6 คนไร้ที่อยู่อาศัย










